แปลเพลง - The Scientist - Coldplay - พร้อมอธิบายความหมาย


เราใช้สมองหรือใช้หัวใจมากกว่า กับคนที่เรารักครับ?

ผมกำลังดูคลิปในยูทูปครับ แล้วก็มี suggested video ขึ้นมาเรื่อยๆซึ่งทำให้ผมเผอิญไปเจอเข้ากับคลิปนึงซึ่งเป็นของรายการ The Voice ในต่างประเทศครับ ดูแล้วมันว้าวมาก มันทำให้ชอบเพลงนี้ขึ้นมาทันทีครับ จากนั้นผมก็ไปฟังของต้นฉบับจาก Coldplay แล้วก็หา cover เพราะๆฟังครับซึ่งมีคนทำ cover เพราะๆเยอะมาก :D ฟังวนไปวนมาเพลงเดียวอยู่อย่างนั้น มันติดหูมากซะจนทำให้ต้องมาแปลจนได้ :D เพลงนี้จริงๆแล้วทำนองค่อนข้างออกไปทาง dark นิดหน่อยนะครับ แต่ทำนองเมื่อถูกนำมา cover แล้วก็อร่อยใช้ได้เลยล่ะครับ ความหมายก็ลึกซึ้งใช้ได้ เหมือนกับคำถามที่จั่วไว้ข้างบนเลยครับ


The Scientist - Cold Play
Source: Coldplay Official Youtube Channel

ต้นฉบับ

The Scientist - Gabreilla
Source: The Voice : la plus belle voix Youtube Channel

ต้นเหตุที่ทำให้ชอบเพลงนี้

The Scientist - Kina Grannis, Tyler Ward, Lindsey Stirling Cover
Source: Kina Grannis Youtube Channel

เวอร์ชั่นที่ฟังบ่อยที่สุด

Come up to meet you

Tell you I'm sorry

You don't know how lovely you are

I had to find you

Tell you I need you

Tell you I set you apart

Tell me your secrets

And ask me your questions

Oh let's go back to the start

Running in circles; coming up tails

Heads on a science apart


Nobody said it was easy

It's such a shame for us to part

Nobody said it was easy

No one ever said it would be this hard

Oh take me back to the start


I was just guessing at numbers and figures

Pulling your puzzles apart

Questions of science; science and progress

Do not speak as loud as my heart

Tell me you love me

Come back and haunt me

Oh and I rush to the start

Running in circles, chasing our tails

Coming back as we are


Nobody said it was easy

Oh it's such a shame for us to part

Nobody said it was easy

No one ever said it would be so hard

I'm going back to the start (Oh oh oh oh oh oh)

(Ah oh oh)

เข้ามาเพื่อพบเธอ

บอกเธอว่าเสียใจ

จะรู้บ้างมั้ยว่าเธอน่ารักมาก

ต้องมาตามหาเธอ

บอกชั้นต้องการเธอ

เฉลยว่าชั้นเป็นคนทิ้งเธอไป

บอกความจริงชั้นสิ

ถามสิ่งที่เธอคาใจก็ได้

ไม่งั้นก็กลับไปเริ่มต้นใหม่กันเถอะ

วิ่งวนกลับมาที่เดิมเหมือนภายเรือในอ่างน้ำ

ขบคิดถึงตรรกะเหตุผลต่างๆ


ไม่มีใครเคยบอกไว้ว่ามันเป็นเรื่องง่ายนี่

ช่างน่าละอายที่เราต้องแยกทางกัน

ไม่มีใครบอกไว้ว่ามันจะง่ายดาย

ไม่มีใครบอกด้วยว่ามันจะยากถึงเพียงนี้

โอ้..พาชั้นกลับไปเริ่มต้นใหม่เถอะ


ทำได้เพียงคาดเดาตัวเลขและรูปแบบ

หลักเหตุและผลแห่งปริศนานี้ของเธอ

พยายามหาคำตอบด้วยคำถามที่เป็นหลักการ

แต่ก็ไม่อาจเทียบได้กับใจที่รู้สึก

บอกหน่อยว่าเธอรักชั้น

กลับมาหลอกหลอนชั้น

ไม่ก็พาชั้นกลับไปเริ่มใหม่เถอะ

วิ่งวนกลับมาที่เดิมเหมือนภายเรือในอ่าง

กลับไปเป็นอย่างที่เราเป็นกันเถอะ


ไม่มีใครเคยบอกไว้ว่ามันเป็นเรื่องง่ายนี่

ช่างน่าละอายที่เราต้องแยกทางกัน

ไม่มีใครบอกไว้ว่ามันจะง่ายดาย

ไม่มีใครบอกด้วยว่ามันจะยากถึงเพียงนี้

โอ้..พาชั้นกลับไปเริ่มต้นใหม่เถอะ








อรรถาธิบาย


จากนี้ไปรูปแบบของอรรถาธิบายจะเปลี่ยนไปนิดหน่อยนะครับ จะเป็นการอธิบายเฉพาะข้อความเชิงสัญลักษณ์ ปรัชญา และอุปมาอุปไมย การลดรูปและการเพิ่มรูปสู่การแทนค่าของคำใกล้เคียงแทนนะครับ เป็นการอธิบายเนื้อหาเพิ่มเติมแบบรวดเดียวไปเลย ไม่เน้นถึงการแปลคำแปลกๆและวิธีการที่ผมใช้ในการย่อยสลายและแทนค่าความหมายแล้ว คำหรือวลีที่มีความหมายเป็นพิเศษจะถูกไฮไลท์เอาไว้เพื่อง่ายต่อการสังเกตครับ รูปแบบนี้จะทำให้ผมไม่ต้องเขียนเยอะในสิ่งที่คุณไม่อยากอ่านด้วยครับ :D


เพลงนี้เป็นการระบายความรู้สึกผิดของคนร้องครับ ข้อความหลักๆที่เพลงสื่อสารก็คือ เค้าไม่เข้าใจ รู้สึกผิดและพยายามค้นหาคำตอบให้ตัวเองอย่างหนักจนหมกมุ่นเหมือนกับตัวเองกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ (the scientist) ที่กำลังค้นคว้าวิจัยหาคำตอบในเรื่องนี้โดยเฉพาะครับ พยายามค้นหาวิธีแก้ไข (guessing numbers and figures) ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม (tell me your secrets, ask me your questions)  เพราะเธอช่างน่ารักเหลือเกิน (you don't know how lovely you are) และรู้สึกผิด (I'm sorry, It's such a shame for us to part) ที่เป็นคนที่ทิ้งไปเองก่อนหน้านี้ (I set you apart) พยายามยังไงก็คิดไม่ออกจนเหมือนมันวนกลับไปที่เดิม (running in circle) รู้สึกเหมือนพายเรืองในอ่าง (coming up tails-ไล่งับหางตัวเอง) ไล่ตามอดีตจนใกล้จะเจอต้นเหตุแล้ว (chasing our tails) แต่สุดท้ายก็วนกลับมาที่เดิมอยู่ดี (running in circles) จนเรื่องราวเลยเถิดถึงขนาดที่อาจทำให้ไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้จนถึงกับต้องร้องขอโอกาสกลับไปเริ่มต้นใหม่ (take me back to the start) ตรง tell me your secrets, ask me your questions นี่หมายถึงบอกชั้นสิในสิ่งที่เธอไม่เคยบอกที่เธอเคยกล้ำกลืนมันเอาไว้ ในความสัมพันธ์น่ะครับจะมีเรื่องหรือบางสิ่งบางอย่างที่เราเลือกจะเก็บไว้กับตัวเสมอไม่เคยคิดที่จะบอกออกไป คำว่า secret ตรงนี้หมายถึงสิ่งนี้แหล่ะครับ บอกชั้นสิในสิ่งที่เธอปิดเอาไว้ บอกความจริงชั้นสิเพราะตอนนั้นถ้าบอกออกไปมันอาจจะสร้างปัญหาและกลายเป็นสิ่งที่ทำลายเราก็ได้แต่ตอนนี้มันไม่สำคัญแล้วนี่ ตอนนี้เราก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว (ซึ่งชั้นเป็นคนทำมันให้กลายเป็นแบบนี้เอง) หรือเธอจะถามสิ่งที่เธอไม่เคยกล้าถามมาตลอดก็ได้ ask me your questions ก็หมายถึงสิ่งนั้นเหมือนกันครับ เธอมีอะไรคาใจในตอนนั้นและเธอเลือกจะเก็บมันไว้ไม่ถามไม่บอก ตอนนี้ชั้นมาหาเธอชั้นขอโทษ ขอโอกาสชั้น บอกสิ่งเหล่านั้นมา ชั้นจะปรับตัวหรือไม่เช่นนั้นเราก็กลับไปเริ่มต้นใหม่กันดีกว่า Reboot กันเถอะ Restart กันเถอะ กลับไปจุดเริ่มต้น นั่นคือความหมายของเพลงนี้ครับ อ้อ… อีกจุดนึงที่น่าสนใจครับ ซึ่งเป็นปรัชญาหลักของเพลงนี้เลยคือ Question of science; science and progress do not speak as loud as my heart จุดนี้ต้องแปลยาวๆทั้งประโยคครับ มันหมายความว่าถึงแม้ชั้นจะศึกษาปัญหาหรือหาคำตอบของคำถามคาใจให้ก้าวหน้าอย่างหนักถึงเพียงไหนแต่มันก็ไม่อาจเทียบได้กับความรู้สึกที่ชั้นกำลังแบกรับอยู่ตรงนี้แหล่ะครับ คือที่มาของคำถามที่ผมถามไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่า เราใช้สมองหรือใช้หัวใจมากกว่ากับคนที่เรารักครับ?


ในเรื่องของความสัมพันธ์นั้นปัญหาส่วนใหญ่ของมันมาจากความรู้สึกและความเข้าใจครับหากเรามีความรู้สึกและความเข้าใจต่อบุคคลคนนั้นไปในทิศทางนึงแล้วเราจะหาเหตุผลต่างๆนานามาสนับสนุนความรู้สึกเหล่านั้นและมันจะกลายเป็นสมการที่หาคำตอบไม่ถึงที่สุดว่าเหตุใดเมื่อเราสรุปลงไปแบบนั้นแล้วเรายังไม่รู้สึกดีกับมันอยู่ความต้องการกับความถูกต้องก็ยังเป็นปัญหาคลาสสิคของเราต่อไปจนกว่าเราจะทำความเข้าใจถึงความรู้สึกที่เรามีต่อความรู้สึกเหล่านั้นยอมรับและเข้าใจมัน จากนั้นการเลือกทางออกจะชัดเจนและเป็นสิ่งที่เราสามารถก้าวข้ามไปได้อย่างแน่นอนครับ


Enjoy the music ครับ :)



<< เพลงที่แล้ว : Fine On The Other Side : Priscilla Ahn :เพลงถัดไป >>





Create Date : 08 สิงหาคม 2560
Last Update : 8 สิงหาคม 2560 19:53:57 น.
Counter : 235 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtuk-tuk@korat

  
สุดยอดค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 19 สิงหาคม 2560 เวลา:14:26:54 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Karz
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 111 คน [?]






สิงหาคม 2560

 
 
1
2
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog