แปลเพลง - Firework - Katy Perry - ปลดปล่อยคุณค่าความเป็นคุณออกไปเฉกเช่นดอกไม้ไฟ
คุณเปรียบเทียบการปลดปล่อยศักยภาพของตัวเองออกมาเหมือนกับอะไรครับ?


หายไปถึงสองเดือนเพราะปัญหา drama คลาสสิกของโลกในยุค Crisis is everywhere ครับ ต้องขออภัยเป็นอย่างมาก จริงๆช่วงหลังนี้ขาดแคลนวัตถุดิบคือเพลง OST ที่ชอบที่ชอบน่ะครับ เลยทำให้ต้องแปลเพลงที่ชอบที่ชอบที่ไม่ใช่ OST หลายเพลงเลย :D

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสเป็นสักขีพยานกับสัมมนาแนว Self-Development ซึ่งเป็น event เล็กๆงานนึงครับ สัมมนาเล็กๆที่ให้พลังใหญ่ๆและคำถามสำคัญๆของชีวิต นอกจากจะประทับใจกับเนื้อหาและมิตรภาพของเพื่อนใหม่แล้ว ยังประทับใจกับเพลงที่เปิดในงานนี้ด้วยครับ นั่นคือ Firework เพลงนี้เองจาก Katy Perry เพลงนี้ร่วมกันแต่งถึง 5 คนครับ เพลงเก่าที่ผมเพิ่งรู้จักใหม่ เป็นเพลงเร็วที่มีเนื้อหาให้กำลังใจเพลงนึงที่อาจทำให้น้ำตาร่วงได้ง่ายๆครับ เนื้อหาและความหมายของมันสั่นสะเทือนหัวใจผมมาแล้ว ขอให้มันสั่นสะเทือนความรู้สึกและมอบพลังให้กับหัวใจของคุณ เพื่อสร้างผลกระทบที่ดีให้กับชีวิตคุณและคนรอบข้างของคุณครับ




Firework - Katy Perry
Source: KatyPerryVEVO Youtube Official Channel



Do you ever feel like a plastic bag drifting through the wind wanting to start again.
Do you ever feel, feel so paper-thin like a house of cards. One blow from caving in.
Do you ever feel already buried deep six feet under. Screams but no one seems to hear a thing.
Do you know that there's still a chance for you. 'Cause there's a spark in you. You just gotta . . .
        Ignite the light
        And let it shine
        Just own the night like the Fourth of July

'Cause baby, you're a firework
Come on show them what you're worth
Make them go, "Oh, oh, oh"
As you shoot across the sky

Baby, you're a firework
Come on let your colors burst
Make them go, "Oh, oh, oh"
You're gonna leave them all in awe

You don't have to feel like a waste of space. You're original. Cannot be replaced
If you only knew what the future holds. After a hurricane comes a rainbow.
Maybe you're reason why all the doors are closed. So you could open one that leads you to the perfect road.
Like a lightning bolt, your heart will blow. And when it's time you know, you just gotta . . . 
        Ignite the light
        And let it shine
        Just own the night
        Like the Fourth of July

'Cause baby, you're a firework
Come on show them what you're worth
Make them go, "Oh, oh, oh"
As you shoot across the sky

Baby, you're a firework
Come on let your colors burst
Make them go, "Oh, oh, oh"
You're gonna leave them all in awe

Boom, boom, boom
Even brighter than the moon, moon, moon
It's always been inside of you, you, you
And now it's time to let it through

'Cause baby, you're a firework
Come on show them what you're worth
Make them go, "Oh, oh, oh"
As you shoot across the sky

Baby, you're a firework
Come on let your colors burst
Make them go, "Oh, oh, oh"
You're gonna leave them all in awe

Boom, boom, boom
Even brighter than the moon, moon, moon
Boom, boom, boom
Even brighter than the moon, moon, moon


Songwriters
WILHELM, SANDY / ERIKSEN, MIKKEL / HERMANSEN, TOR / DEAN, ESTHER / PERRY, KATY



ดอกไม้ไฟ

เธอเคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นเหมือนถุงพลาสติกที่ล่องลอยไร้จุดหมายตามแต่สายลมจะพาไป แล้วก็คอยเฝ้ารอสายลมระลอกใหม่ต่อไปไหม?
หรือเธอเคยรู้สึกว่าตัวเองช่างเปราะบางเหมือนกระดาษ อย่างกับเอาไพ่มาต่อเป็นบ้าน แค่เป่าครั้งเดียวก็พังทลายไหม?
หรืออาจจะเคยรู้สึกเหมือนถูกฝังทั้งเป็น ร้องเรียกให้ใครช่วยซักเท่าไหร่กลับเหมือนไม่มีใครได้ยิน
แล้วเธอรู้บ้างไหม? ว่าเธอยังมีโอกาส เพราะมีศักยภาพในตัวเธอที่รอถูกปลุกให้ตื่นอยู่ 

แค่เพียงเธอ... จุดไฟ
และให้ศักยภาพของเธอ... เปล่งประกายออกมา
จนเด่นให้เหมือนกับว่าราตรีนี้มันเป็นของเธอ จงเป็นตัวของตัวเอง
ก็เพราะว่าเธอเป็นดังดอกไม้ไฟ 
เอาเลย แสดงคุณค่าของเธอให้พวกเค้าประจักษ์
ทำให้พวกเค้าอึ้งจนถึงกับต้องร้องอุทานออกมา (โอ้.. โอ้.. โอ้...)
เมื่อตอนที่เห็นเธอพุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้า

รู้มั้ยว่าเธอน่ะเป็นดอกไม้ไฟนะ
เอาเลย ระเบิดสีสันดอกไม้ไฟของเธอออกมา
ให้พวกเค้าต้องอึ้งเมื่อได้เห็นคุณค่า
ให้ได้รู้กันสักทีว่าเธอเป็นใคร

อย่าให้ใครทำให้เธอรู้สึกว่าเธอไม่มีตัวตน เธอมีอัตลักษณ์เฉพาะตน ไม่มีใครแทนที่ได้
อย่าให้อนาคตทำให้เธอกังวล ขอให้รู้ไว้แค่เพียงว่า ฟ้าหลังฝนมีสายรุ้งรออยู่
บางทีเหตุที่ทุกประตูชีวิตเธอมันปิดอยู่ เพราะมันรอให้เธอได้เป็นคนเปิดประตูแห่งความสำเร็จเอง
อย่างเวลาที่ฟ้าผ่าลงมา หัวใจเธอจะกระเจิงออกไป และเมื่อเวลานั้นมาถึง เธอจะรู้ว่า

เธอแค่ต้อง... จุดไฟ
และปล่อยให้ศักยภาพของเธอ... เปล่งประกายออกมา
จนเด่น และเด่นให้สมศักดิ์ศรี เหมือนกับว่าราตรีนี้เป็นของเธอ จงเป็นตัวของตัวเอง

ก็เพราะว่าเธอเป็นดังดอกไม้ไฟ 
เอาเลย แสดงคุณค่าของเธอให้พวกเค้าประจักษ์
ทำให้พวกเค้าอึ้งจนถึงกับต้องร้องอุทานออกมา (โอ้.. โอ้.. โอ้...)
เมื่อตอนที่เห็นเธอพุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้า

รู้มั้ยว่าเธอน่ะเป็นดอกไม้ไฟนะ
เอาเลย ระเบิดสีสันดอกไม้ไฟของเธอออกมา
ให้พวกเค้าต้องอึ้งเมื่อได้เห็นคุณค่า
ให้ได้รู้กันสักทีว่าเธอเป็นใคร

ตูม ตูม ตูม (เสียงดอกไม้ไฟระเบิด)
จงเปล่งประกายให้เจิดจ้ายิ่งกว่าแสงของพระจันทร์
มันอยู่มาตลอดข้างในตัว เธอ เธอ เธอ . . . 
และตอนนี้มันถึงเวลาที่จะปล่อยให้มันปะทุออกมา

ก็เพราะว่าเธอเป็นดังดอกไม้ไฟ 
เอาเลย แสดงคุณค่าของเธอให้พวกเค้าประจักษ์
ทำให้พวกเค้าอึ้งจนถึงกับต้องร้องอุทานออกมา (โอ้.. โอ้.. โอ้...)
เมื่อตอนที่เห็นเธอพุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้า

รู้มั้ยว่าเธอน่ะเป็นดอกไม้ไฟนะ
เอาเลย ระเบิดสีสันดอกไม้ไฟของเธอออกมา
ให้พวกเค้าต้องอึ้งเมื่อได้เห็นคุณค่า
ให้ได้รู้กันสักทีว่าเธอเป็นใคร

ตูม ตูม ตูม (เสียงดอกไม้ไฟระเบิด)
จงเปล่งประกายให้เจิดจ้ายิ่งกว่าแสงของพระจันทร์
ตูม ตูม ตูม (เสียงดอกไม้ไฟระเบิด)
จงเปล่งประกายให้เจิดจ้ายิ่งกว่าแสงของพระจันทร์




อรรถาธิบาย

อารมณ์เพลงของเพลงนี้คือให้กำลังใจผู้ฟังครับ เราอาจจะเคยมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก ทำอะไรก็รู้สึกอึดอัดไปหมด เหมือนไม่มีความสำคัญ เหมือนไม่มีตัวตน แต่เราทุกคนก็มีศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวเองครับ เราต้องพยายามค้นหามันให้พบและปลดปล่อยมันออกมาให้ได้ และจงปลดปล่อยให้ยิ่งใหญ่ ให้สมกับที่ต้องลำบากและค้นหามานานครับ

  • Feel like a plastic bag drifting through the wind - ประโยคที่สมบูรณ์ต้องเขียนต่อกันยาวๆแบบนี้ครับ drift แปลว่าไหล ปลิว หรือล่องไป ในที่นี้คือล่องไปตามลมครับ (drifting through the wind) โดยความรู้สึกที่สื่อคือมันไม่มีจุดหมาย เพราะเราไม่รู้ว่าลมจะพัดไปทางไหน ไปถึงไหน จะพัดจนถึงเมื่อไหร่ และในความเป็นถุงพลาสติก มันกำหนดทิศทางชีวิตของตัวเองไม่ได้ ก็เลยได้แต่ต้องรอคอยกระแสลมระลอกใหม่ให้มาพัดหอบพาไปอีกครั้ง (waiting to start again - ยามเมื่อลมพัดหวน :D)
  • Feel so paper-thin like a house of cards - paper-thin คือบางอย่างกับกระดาษ like คือเหมือน บางอย่างกับกระดาษ เหมือนกับ house of cards นึกถึงปาร์ตี้ของฝรั่งนะครับ ที่เค้าชอบเอาไพ่มาวางเรียงกันทำเป็นโครงสร้างขึ้นมาก็จะเป็นทรงเหมือนบ้าน (house of cards) ซึ่งมันบอบบาง ไม่มั่นคง ไร้แก่นสาร อ่อนแอ เพียงแค่ลมแผ่วพลิ้ววูบเดียวก็อาจทำให้พังทลายลงมาได้ทันที (one blow from caving in) blow คือเป่าลม cave in เป็น idiom แปลว่าพังทลายครับ

    (house of cards)

  • Already buried deep six feet under - six feet under ก็เป็น idiom ครับ แปลว่า dead and buried ซึ่งก็คือตายครับ ตายและถูกฝังเรียบร้อยแล้ว แต่ก็พยายามกรีดร้องขอความช่วยเหลือ (screams) ซึ่งก็คือต้องยังไม่ตายถึงจะร้องขอความช่วยเหลือได้ นั่นก็คือถูกฝังทั้งเป็นครับ แต่ด้วยความที่บอบบาง ไม่มั่นคง ไม่มีแก่นสาร อ่อนแอ จึงเหมือนกับไม่มีใครได้ยิน (but no one seems to hear a thing)

  • Do you know that there's still a chance for you - ความหมายตรงตัวครับ เปิดมาในจังหวะที่สื่อประมาณว่าเปิดเผยความจริง แล้วเธอรู้รึเปล่าล่ะ ว่าเธอยังพอมีโอกาส "ยังพอมี" คือความรู้สึกที่สื่อออกมาจากคำว่า still ครับ ยังพอมีโอกาสอยู่ เพราะ there's a spark in you มันมีประกายสปาร์กอยู่ในตัวเธอ มันหมายถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา เพียงแต่เราเต้อง... (you just gotta . . .)

  • Ignite the light - จุดไฟ - เธอเพียงแค่ต้องจุดไฟเท่านั้น and let it shine แล้วก็ให้มันฉายแสงออกมา เค้าเปรียบเทียบศักยภาพของเราเหมือนเป็นดอกไม้ไฟครับ โดดเด่น ยิ่งใหญ่ งดงาม ทรงคุณค่า ระเบิดแสงสีที่สวยงามที่เป็นตัวของตัวเอง (Fourth of July) ออกมาจนดึงดูดทุกสายตาไปได้ราวกับว่าราตรีเป็นของดอกไม้ไฟเท่านั้น (own the night) เหมือนกับขโมยซีนของทุกคนไปนั่นแหล่ะครับ

  • Fourth of July คือวันประกาศอิศรภาพและถือเป็นวันชาติของสหรัฐครับ หยิบมาใช้ตรงนี้แบบ Extra meaning ซึ่งเป็นการนำมาใช้ที่เหนือมากๆครับ คนแต่งเท่ห์มาก เพราะมันทำหน้าที่เป็น idiom ไปในตัวด้วยครับ หมายถึงปลดปล่อยให้ตัวเองเป็นอิสรภาพจากความรู้สึกถุงพลาสติก ความรู้สึกบ้านไพ่ หรือความรู้สึกถูกฝังทั้งเป็นเหล่านั้น แล้วจงเป็นตัวของตัวเองอย่างร่าเริงเหมือนพลุดอกไม้ไฟในงานเฉลิมฉลองวันประกาศอิสรภาพครับ คำแปลเลยออกมาว่าให้เป็นตัวของตัวเอง

    (พลุดอกไม้ไฟในวันประกาศอิสรภาพ 4th of July)

  • Come on show them what you're worth - come on คือการเชิญชวนครับ ออกมาสิ เอาเลย มาเลย show them what you're worth - ตรงนี้ทำไมเค้าถึงเลือกใช้คำว่า worth ครับ? ทั้งๆที่ใช้คำว่า got ก็ได้? ความรู้สึกมันต่างกันเยอะครับระหว่าง แสดงให้เค้าเห็นเลยว่าเธอมีอะไร กับแสดงให้เค้าเห็นเลยว่าคุณค่าของเธอคืออะไร ดังนั้นเราเองในฐานะที่ต้องทำความรู้จักกับตัวเอง ก็ต้องเข้าใจตัวเองให้ลึกยิ่งว่ารู้แค่ว่าเราเองนั้นมีอะไร แต่ต้องรู้เข้าไปด้วยว่าสิ่งที่เรามีนั้นมันมีคุณค่าถึงเพียงไหนด้วยครับ

  • Make them go, "Oh, oh, oh" as you shoot across the sky - นี่คือประโยคเดียวกันครับ ทำให้พวกเค้าต้องร้องโอ้ โอ้ โอ้ เวลาที่พลุดอกไม้ไฟ (you) ถูกยิงขึ้นไป (shoot across the sky) และระเบิดประกายบนฟ้า มันสวยงามชวนอึ้งจนต้องร้องโอ้นั่นแหล่ะครับ

  • Let your colors burst - burst คือระเบิดครับ แตกกระจายออก ซึ่งด้วยความเป็นพลุดอกไม้ไฟ มันก็จะแตกกระจายเป็นแสงสีออกมาซึ่งตรงนี้ก็จะมี extra meaning ในทางปรัชญาชีวิตครับซึ่งหมายถึงการประกาศศักดาครับ เพราะประโยคต่อมานั้นตามด้วย You're gonna leave them all in awe (หรือบางเนื้อร้องว่า as you leave them falling down ซึ่งมีความหมายเดียวกัน) awe แปลว่า ความยำเกรง ความเกรงกลัว น่าเกรงขาม falling down แปลว่าตกลงมา ความหมายทั้งสองอย่างไปในทางเดียวกันคือเมื่อเราประกาศศักดา คนอื่นที่ศักดาไม่ถึงก็เหมือนตกลงมาเอง หรือคนอื่นที่ศักดาไม่ถึงก็จะยำเกรงเราเอง ซึ่งผมก็ไม่อยากจะแปลให้อหังการถึงขนาดนั้น ดังนั้นจึงออกมาประมาณว่า "ให้ได้รู้กันสักทีว่าเธอเป็นใคร" ครับ

  • You don't have to feel like a waste of space - waste of space มี extra meaning ครับ แปลตรงตัวก่อนว่า พื้นที่ที่ไร้ค่า extra meaning หมายถึง มันถูกทดแทนได้ เพราะพื้นที่ตรงนี้มันไร้ค่าไม่มีประโยชน์ เมื่อเปรียบเทียบกับตัวเราจึงทำให้เหมือนกับว่าเราไม่มีตัวตน ไร้คุณค่าไม่มีประโยชน์ สามารถหาคนมาทดแทนได้ ดังนั้นต้องให้กำลังใจกันหน่อยครับว่าอย่าให้ใครมาทำให้เรารู้สึกอย่างนั้น (you don't have to feel)

  • You're original - พอดีว่าเราได้เคยคุยกันถึงคำว่า original ในความหมายของความเป็นตัวตนไปเมื่อ entry ที่แล้วนะครับ ตรงนี้ก็มีความหมายเหมือนกันครับ ดังนั้นเมื่อเราเอง (เราทุกคน) มีอัตลักษณ์เฉพาะตนกันทุกคน จึงไม่มีใครมาแทนที่เราได้ครับ (can't be replaced)

  • If you only knew what the future holds - ตรงนี้เป็น persuasion ครับ "ถ้าหากเธอรู้นะว่าอนาคตมันมีอะไรรออยู่" มันจบห้วนๆครับ มันจึงเป็น persuasion ที่ให้เราคิดต่อแล้วเฉลยในทันทีว่ามันก็เหมือนกับฟ้าหลังฝน (after a hurricane comes a rainbow) แต่ในการเลือกใช้คำที่หนักๆตรงนี้มันแสดงให้เห็นว่า มันไม่ใช่แค่ฝนครับ มันคือพายุหมุนด้วยซ้ำ มันหนักยิ่งกว่าฝนธรรมดาๆเป็นไหนๆ มันจึงมีความหมายประมาณว่าไอ้ความรู้สึกถุงพลาสติกและความรู้สึกต่างๆที่บรรยายมาตั้งแต่ต้นนั้นมันก็เหมือนเป็นมรสุมชีวิตที่ต้องผ่านให้ได้ เพื่อไปเจอความสดใสอย่างสายรุ้งเมื่อมรสุมสงบลง

  • Maybe you're reason why all the doors are closed. So you could open one that leads you to the perfect road. - เป็นประโยคสองประโยคที่มีความหมายลึกซึ้งมากครับ ที่ประตูต่างๆมันปิดอยู่น่ะ เหตุผลอาจเป็นเพราะเธอนั่นแหล่ะ มันอาจเป็นเพราะเพื่อให้เธอได้มีโอกาสเปิดมันด้วยตัวเธอเอง เข้าใจความลึกซึ้งของความรู้สึกนี้ใช่มั้ยครับ? การที่ประตูมันเปิดรอเราอยู่แล้ว หรือการที่คนอื่นจะมาเปิดประตูให้เรา โดยเฉพาะกับเรื่องความสำเร็จของตัวเราเองที่เราสู้อุตส่าห์ฝ่าฟันมาด้วยแล้ว (leads you to the perfect road) ความภาคภูมิใจคงจะไม่เท่ากับที่เราเป็นคนเปิดมันเองใช่มั้ยครับ

  • Like a lightning bolt, ก็เหมือนกับตอนฟ้าผ่า your heart will blow. มันทำให้เราตกใจได้ ขวัญกระเจิงได้ เรื่องนี้ก็เช่นกันครับ เราต่อสู้ฟันฝ่ากับความรู้สึกและเส้นทางชีวิตแย่ๆได้ด้วยการรู้จักตัวเอง เรียนรู้และเข้าใจคุณค่าของตัวเอง And when it's time you know, ซึ่งเมื่อเรารู้เรื่องนี้แล้ว you just gotta . . .  Ignite the light สิ่งที่เราต้องทำก็แค่ จุดชนวนดอกไม้ไฟ เท่านั้นครับ :)
และหากเพลงนี้ยังไม่สามารถสั่นสะเทือนหัวใจของคุณได้ ลองให้โอกาสอีกครั้งกับคลิปข้างล่างนี้ แล้วอ่านทั้งคำแปลและคำอธิบายใหม่ไปพร้อมๆกันอีกครั้งครับ :)



Firework - Covered by Jenny Lane
Source: Cloud 9 Music Youtube Channel





ครั้งต่อไปที่คุณจะกระโดดกับเพลงนี้ ขอให้ระลึกถึงความหมายของมัน และพยายามค้นหาตัวเองให้เจอ เพื่อพุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้าและแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าคุณคือใครให้ได้ครับ



Have a strong will and strong mind krub :)



ป.ล.1 ขอขอบคุณพี่เจษ เจ้าของคลาสสัมมนา High Achiever จาก succeedlifestyle.com ที่นำเพลงนี้มาเปิดให้ได้รู้จักเพลงให้กำลังใจดีๆเพลงนี้ครับ
ป.ล.2 ส่วนผมเองนั้นเปรียบการปลดปล่อยศักยภาพตัวเองออกมาเหมือน "บังไค" ครับ :)



เพลงที่มีเนื้อหาให้กำลังใจ


<< เพลงที่แล้ว : Mirror - Justin Timberlake Cosmic Love - Florence and the Machine : เพลงถัดไป >>



Create Date : 26 มิถุนายน 2558
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2558 15:11:53 น.
Counter : 2674 Pageviews.

10 comments
  
Karz Music Blog ดู Blog

เราต้องไม่คิดว่าเรานั้นไร้ค่า
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 26 มิถุนายน 2558 เวลา:16:12:41 น.
  
แวะทักทายก่อนค่ะพี่ต้น ยังไม่ได้อ่านหมดนะ
งานสัมมนาที่เติมพลังนี่ชอบมากค่ะ
มันพอจะทำให้เราหายเหนื่อยเนาะ ;)


โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 26 มิถุนายน 2558 เวลา:16:59:26 น.
  
ตั้งใจมาเยี่ยมเพราะไม่เห็นนานมาก ลุกขึ้นมาแปลเพลงแล้ว
ก็คงพอไหวละนะคะ ดูแลตัวเองด้วยก็แล้วกัน มิตรภาพของ
เพื่อนเก่าตรงนี้ก็ยังคงอยู่เช่นเดิมเสมอ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
Close To Heaven Parenting Blog ดู Blog
Karz Music Blog ดู Blog

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 27 มิถุนายน 2558 เวลา:20:19:34 น.
  
Karz Music Blog

ชอบคำว่า you're original ไม่มีไผมาแทนตัวตนเราได้ :)

//ก็อยากลงเรื่องกับภาพที่เนปาลเยอะหว่านี้นะ ไปสองคนไง
แต่ ฟ้าถ่ายรูปมาเองน้อยมาก เกรงใจเจ้าของผลงานอ่าา
มันจะไม่ original นิ
โดย: กาบริเอล วันที่: 1 กรกฎาคม 2558 เวลา:20:42:04 น.
  
ไม่สบายหายไวๆนะคะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ที่เห็นและเป็นมา Art Blog ดู Blog
Karz Music Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: pantawan วันที่: 1 กรกฎาคม 2558 เวลา:22:57:11 น.
  
พอท่อนฮุกนึกออกเลยค่ะ
เพลงนี้คุ้นตาคุ้นหู แต่ก็ไม่เคยจับใจความหาความหมายเลยอ่ะ
เป็นเหมือนโลกที่ผิวเผินแบบที่พี่เคยว่า ;d

เค้าฉลาดนะคะที่เปรียบกับบ้านกระดาษน่ะ house of cards มันเห็นชัดเจนเลยค่ะว่าช่างย่อบแย่บขนาดไหน
พี่หยิบเพลงมาแปลช่วงนี้ พอดีเลยค่ะ Fourth of July

.. six feet under ไม่งั้นนิคคงงงเหมือนกันละเนี่ย
ชอบคำอธิบายท่อนนี้จัง
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 3 กรกฎาคม 2558 เวลา:16:04:08 น.
  
สวัสดีค่า มาฟังเพลงและคำแปลสวยๆค่ะ
ชอบเธอจากเพลงนี้มากเหมือนกันค่ะ
ความหมายดีมาก

ขอบคุณสำหรับสำนวนและคำแปล+เทคนิคในเพลงนะคะ
คุณKarz แปลเพลงได้ละมุนละไมมาก

ขอบคุณมากๆค่า
โดย: lovereason วันที่: 5 กรกฎาคม 2558 เวลา:16:12:25 น.
  
แวะมาเยี่ยมค่ะ
เพลงไพเราะพร้อมความหมายดีๆ
โดย: pantawan วันที่: 6 กรกฎาคม 2558 เวลา:23:41:56 น.
  


มีความสุขมากๆค่ะพี่ต้น ^___^
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 13 กันยายน 2558 เวลา:23:30:21 น.
  
หายไปไหนอ่ะคะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 23 ตุลาคม 2558 เวลา:9:29:29 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Karz
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 111 คน [?]






มิถุนายน 2558

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
27
28
29
30
 
 
All Blog