แปลเพลง - Mirror - Justin Timberlake - แปลเพื่อให้คุณรักตัวเอง

คุณเห็นอะไรในตัวเองบ้างครับเวลาที่คุณมองตัวเองในกระจก?


ช่วงที่ผ่านมาวันหยุดเยอะครับทำให้ได้เดินทางบ้าง ซึ่งทำให้มันมีผลกระทบไปถึงเพลงที่นำมาแปลด้วยครับเพราะต้องฟังเพลงในรถนานขึ้น และแล้วก็เจอเพลงนึงครับซึ่งฟังแล้วก็ซึ้งครับเพราะก่อนนั้นเคยเปิดข้ามมันไปตลอดเพราะรำคาญช่วงท้ายๆของเพลง แต่คราวนี้มันไม่เหมือนเดิมซะแล้ว พอเข้าใจ context ของเพลงแล้ว มันเป็นเพลงรักที่เนื้อหาหวานมากๆแต่ทำนองของมันกลับไม่หวานเท่าเนื้อหาของมัน จริงๆแล้วทำนองของมันสื่อให้เราเข้าใจไปอีกแบบนึงครับ แบบที่ผมกำลังจะนำเสนอในวันนี้ครับ

วันนี้ผมจะแปลเพลงรักที่เราไปรักคนอื่น ให้กลายมาเป็นรักตัวเราเองครับ เพลงนี้ Justin แต่งให้กับภรรยา มีภรรยาเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนเพลง ถ้าได้เมโลดี้ที่หวานกว่านี้มันจะเป็นเพลงรักที่สุดหวานเลย แต่ด้วยเมโลดี้แบบที่ present ออกมานี้ทำให้มันกลายเป็นเพลงที่สามารถสร้าง context เพื่อการให้กำลังใจตัวเราเองได้ จุดประกาย ประจุพลัง และเป็นแรงบันดาลใจให้กับตัวเราเองได้ดีมากเลยครับ ผมออกตัวไว้ก่อนเลยว่าผมแปลงเนื้อเพลงนิดหน่อยและปรับ context ของคุณผู้อ่านนิดหน่อยด้วยครับเพื่อให้เข้ากันได้กับการนำเสนอความหมายในแนวทางนี้ ดังนั้นเพลงนี้ผมแปลไม่เหมือนคนอื่นนะครับ คำแปลของเพลงอย่างที่ควรจะเป็นนั้นสามารถหาอ่านได้ทั่วไปในเน็ตครับ



Mirror - Justin Timberlake

Source: JustintimberlakeVEVO Official Youtube channel
Original Justin Version




Source: boyceavenue official Youtube channel
Cover ที่ชอบที่สุด




Source: Madilyn Bailey official Youtube channel

Cover ที่ชอบรองลงมา




Aren't you something to admire, 'cause your shine is something like a mirror

And I can't help but notice, you reflect in this heart of mine

If you ever feel alone and the glare makes me hard to find

Just know that I'm always parallel on the other side


'Cause with your hand in my hand and a pocket full of soul

('Cause with your hand in my hand and a pocket full of soap) <---------

I can tell you there's no place we couldn't go

(I can tell you there's no place see Glico)  <---------

Just put your hand on the glass, I'm here trying to pull you through

You just gotta be strong


'Cause I don't wanna lose you now

I'm looking right at the other half of me

The vacancy that satin my heart

Is a space that now you hold

Show me how to fight for now

And I'll tell you,baby, it was easy

Coming back into me (you) once you (I) figured it out

(Coming back into me once you fingered an owl)  <---------

I was (You were) right here all along

It's like you're my mirror

My mirror staring back at me

I couldn't get any bigger

With anyone else beside of me

And now it's clear as this promise

That we're making two reflections into one

'Cause it's like you're my mirror

My mirror staring back at me, staring back at me


Aren't you something, an original, 'cause it doesn't seem merely assembled

And I can't help but stare 'cause I see truth somewhere in your eyes

Ooh I can't ever change without you, you reflect me, I love that about you

And if I could, I would look at us all the time


'Cause with your hand in my hand and a pocket full of soul

I can tell you there's no place we couldn't go

Just put your hand on the glass, I'm here trying to pull you through

You just gotta be strong


'Cause I don't wanna lose you now

I'm looking right at the other half of me

The vacancy that satin my heart

Is a space that now you hold

Show me how to fight for now

And I'll tell you,baby, it was easy

Coming back into me (you) once you (I) figured it out

I was (You were) right here all along

It's like you're my mirror

My mirror staring back at me

I couldn't get any bigger

With anyone else besides of me

And now it's clear as this promise

That we're making two reflections into one

'Cause it's like you're my mirror

My mirror staring back at me, staring back at me


Yesterday is history

Tomorrow's a mystery

I can see you looking back at me

Keep your eyes on me

Baby, keep your eyes on me


I don't wanna lose you now

I'm looking right at the other half of me

The vacancy that satin my heart

Is a space that now you hold

Show me how to fight for now

And I'll tell you,baby, it was easy

Coming back into you once I figured it out

You were right here all along

It's like you're my mirror

My mirror staring back at me

I couldn't get any bigger

With anyone else besides of me

And now it's clear as this promise

That we're making two reflections into one

'Cause it's like you're my mirror

My mirror staring back at me, staring back at me


Show me how to fight for now

'Cause I don't wanna lose you now



กระจกเงา


เธอเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมนะ เพราะประกายที่เธอฉายออกมามันแวววาวเหมือนกระจกเงา

และมันช่วยไม่ได้ที่ชั้นต้องเหลียวมอง จึงได้เห็นว่าเธอสะท้อนลงมาในใจชั้น

หากเธอรู้สึกเดียวดายจนต้องเหลียวหาใคร และแสงประกายแวววาวมันทำให้มองไม่เห็นชั้น

ขอจงรู้เอาไว้ ชั้นแค่อยู่ขนานกับเธออีกด้านของกระจกเท่านั้น


เพราะหากเราร่วมมือกันและพกพาเอาจิตวิญญาณมาเต็มจนล้นกระเป๋า

(เพราะหากเราร่วมมือกันและพกพาเอาสบู่มาเต็มจนล้นกระเป๋า <---------

ชั้นบอกเธอได้เลยว่าไม่มีที่ใดที่เราจะฝ่าไปไม่ได้

(ชั้นบอกเธอได้เลยว่าไม่มีที่ใดที่เห็นกูลิโกะ)  <---------

แค่เธอเอามือแตะมาบนกระจกเงาเท่านั้น ชั้นที่อยู่ในนี้จะดึงเธอผ่านเข้ามาเอง

เธอแค่ต้องเข้มแข็งไว้


เพราะชั้นไม่อยากจะเสียเธอไป ชั้นเห็นเธอแล้วตัวตนอีกครึ่งของชั้น

อีกครึ่งที่มันว่างอยู่ในใจของชั้นนั้น แท้จริงอยู่กับเธอนี่เอง

อยากรู้จังว่าจะยื้อเธอเอาไว้ได้ยังไงนะ

จริงๆแล้วมันไม่ยากเลยที่จะกลับมาเจอชั้นหากเธอคิดได้แล้ว

(จริงๆแล้วมันไม่ยากเลยที่จะกลับมาเจอชั้นหากเธอชี้นิ้วไปที่นกฮูก <---------

ว่าชั้นก็อยู่ที่นี่กับเธอมาตลอด

เพราะเธอก็คือเงาในกระจกของชั้นเหมือนกัน

เงาที่กำลังจ้องกลับมายังชั้น

ชั้นคงไม่รู้สึกถึงศักยภาพของตัวเองได้เท่านี้

ด้วยใครอื่นที่มายืนอยู่ข้างชั้นที่ไม่ใช่เธอ

และตอนนี้มันก็ชัดเจนเหมือนดั่งคำสัญญา

ว่าเราจะรวมสองเงาให้เป็นร่างเดียว

เพราะเธอก็คือเงาในกระจกของชั้น

เงาที่กำลังจ้องกลับมามองกัน


เธอเป็นสิ่งที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวรึเปล่านี่เพราะเธอดูเป็นตัวของตัวเองเหลือเกิน

และมันช่วยไม่ได้ที่ชั้นต้องจ้องมองเพราะชั้นเห็นความจริงข้อนี้ได้ในแววตาของเธอ

ชั้นคงไม่อาจเปลี่ยนแปลงตัวเองได้หากไม่มีเธอ เธอสะท้อนศักยภาพของชั้น

ซึ่งชั้นชอบที่เธอทำแบบนั้น และถ้าสามารถทำได้ชั้นคงจะมองเราไม่วางตา


เพราะหากเราร่วมมือกันและพกพาเอาจิตวิญญาณมาเต็มจนล้นกระเป๋า

ชั้นบอกเธอได้เลยว่าไม่มีที่ใดที่เราจะฝ่าไปไม่ได้

แค่เธอเอามือแตะมาบนกระจกเงาเท่านั้น ชั้นที่อยู่ในนี้จะดึงเธอผ่านเข้ามาเอง

เธอแค่ต้องเข้มแข็งไว้


เพราะชั้นไม่อยากจะเสียเธอไป ชั้นเห็นเธอแล้วตัวตนอีกครึ่งของชั้น

อีกครึ่งที่มันว่างอยู่ในใจของชั้นนั้น แท้จริงอยู่กับเธอนี่เอง

อยากรู้จังว่าจะยื้อเธอเอาไว้ได้ยังไงนะ

จริงๆแล้วมันไม่ยากเลยที่จะกลับมาเจอชั้นหากเธอคิดได้แล้ว

ว่าชั้นก็อยู่ที่นี่กับเธอมาตลอด

เพราะเธอก็คือเงาในกระจกของชั้นเหมือนกัน

เงาที่กำลังจ้องกลับมายังชั้น

ชั้นคงไม่รู้สึกถึงศักยภาพได้เท่านี้

ด้วยใครอื่นที่มายืนอยู่ข้างชั้นที่ไม่ใช่เธอ

และตอนนี้มันก็ชัดเจนเหมือนคำสัญญา

ว่าเราจะรวมสองเงาให้เป็นร่างเดียว

เพราะเธอก็คือเงาในกระจกของชั้น

เงาที่กำลังจ้องกลับมามองกัน


วันวานที่ผ่านมาก็ปล่อยให้มันกลายเป็นประวัติศาสตร์ไปเถอะ

ความลึกลับที่น่าท้าทายคือวันพรุ่งนี้ต่างหาก

ชั้นเห็นเธอมองให้กำลังใจมาที่ชั้น

จ้องมองชั้นไว้นะ

อยู่กับชั้นไว้นะ


เพราะชั้นไม่อยากจะเสียเธอไป ชั้นเห็นเธอแล้วตัวตนอีกครึ่งของชั้น

อีกครึ่งที่มันว่างอยู่ในใจของชั้นนั้น แท้จริงอยู่กับเธอนี่เอง

อยากรู้จังว่าจะยื้อเธอเอาไว้ได้ยังไงนะ

จริงๆแล้วมันไม่ยากเลยที่จะกลับมาเจอชั้นหากเธอคิดได้แล้ว

ว่าชั้นก็อยู่ที่นี่กับเธอมาตลอด

เพราะเธอก็คือเงาในกระจกของชั้นเหมือนกัน

เงาที่กำลังจ้องกลับมายังชั้น

ชั้นคงไม่รู้สึกถึงศักยภาพได้เท่านี้

ด้วยใครอื่นที่มายืนอยู่ข้างชั้นที่ไม่ใช่เธอ

และตอนนี้มันก็ชัดเจนเหมือนคำสัญญา

ว่าเราจะรวมสองเงาให้เป็นร่างเดียว

เพราะเธอก็คือเงาในกระจกของชั้น

เงาที่กำลังจ้องกลับมามองกัน


แสดงให้เห็นหน่อยว่าจะยื้อเธอเอาไว้ได้ยังไง

เพราะชั้นไม่อยากจะเสียเธอไป





อรรถาธิบาย


Set context กันก่อนนะครับ จุดที่ผมแปลงเนื้อมีแค่สองจุด คือสลับสรรพนาม Me และ I กับ You ครับ เพื่อให้เป็นการคุยกันระหว่างตัวเราที่อยู่ข้างนอกหน้ากระจก กับตัวเงาสะท้อนของเราที่อยู่ในกระจก (วงเล็บเนื้อจริงไว้) โดยตัวเราคนแรก (ที่ต้องการกำลังใจ) จะใช้ฟอนต์สีส้ม ตัวเงาสะท้อนใช้ฟอนต์สีน้ำเงิน ดังนั้นเวลาอ่าน ให้จินตนาการสลับตัวคนพูดด้วยนะครับ :)

  • Aren’t you something to admire? ในเพลงนี้เป็นคำถามประมาณว่าไม่ต้องการคำตอบครับ แปลตรงตัวว่า เธอเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมไม่ใช่เหรอ? เค้าไม่ต้องการคำตอบเพราะต่อด้วยเหตุผลกำกับครับ 'Cause your shine is something like a mirror เพราะการเปล่งประกายของคุณมันเหมือนอะไรบางอย่างที่คล้ายกับกระจกเงา

  • Can't help but … เป็น idiom ครับ แปลว่าช่วยไม่ได้ (ที่จะ…) ในที่นี้คือมันช่วยไม่ได้ที่จะ notice คือสังเกตเห็น ผมเลยแปลว่าเหลียวมองครับ เพราะประกายมัน shine (ส่องแสง) แวววาวจนสังเกตเห็นและทำให้เหลียวไปมองได้ เพราะเหลียวมอง เพราะสังเกต จึงทำให้รู้ว่าอ้าว จริงๆแล้วแสงประกายที่ส่องออกมามันสะท้อนลงบนหัวใจเรานี่นา (you reflect in this heart of mine)

  • ตอนนี้เราสองคนเจอกันแล้วครับ (เรากับเงาของเรา) คราวนี้ตัวเราในกระจกเลยพูดขึ้นมาว่า If you ever feel alone and the glare makes me hard to find ความหมายก็ตามที่แปลครับ ใช่ ชั้นอยู่ในกระจกนี่แหล่ะ ถ้าเธอรู้สึกเดียวดายเมื่อไร แม้จะสังเกตเห็นแสงสะท้อนของชั้น แต่ถึงจะมองไม่เห็นตัวชั้น (the glare makes me hard to find) เพราะตาเราสู้แสงสะท้อนฝ่าไปมองเงาที่อยู่ในกระจกไม่ได้แต่ภาพก็ยังมีอยู่ในกระจก ตรงนี้แหล่ะครับที่แสงสะท้อน (glare) มันทำให้ยากที่จะเห็นภาพในกระจก (hard to find) ซึ่งก็คือตัวของชั้นเอง (me) แต่ก็ให้รู้เอาไว้ว่า (just know that) ชั้นอยู่ใกล้เธอเพียงแค่กระจกกั้น ขนานอยู่อีกฝั่ง (I'm always parallel on the other side) parallel แปลว่าขนานครับ พอเรารู้สึกเดียวดาย เราก็อยากจะมีเพื่อน ดังนั้นไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลครับ ตัวตนอีกตัวตนนึงของเราอยู่ในโลกขนานผ่านกระจกนั่นเอง

  • Your hand in my hand คือการกุมมือครับ ตรงนี้เป็น symbol (หากจะแปลตรงตัวว่า เพราะด้วยมือเธอในมือของฉัน อ่านแล้วมันแปลกๆครับ ^^')  สัญลักษณ์ของการกุมมือคือร่วมมือกัน รวมพลังกัน ให้กำลังใจกันครับ ตอนนี้เราสองคนเจอกันแล้ว ตัวเรามองเห็นคุณค่าความน่าชื่นชมและศักยภาพที่อยู่ภายในตัวของอีกคนนึงซึ่งเป็นเงาของเรา ดังนั้นตัวเราในกระจกพูดต่อว่า หากเราร่วมมือกันนะ มันจะเหมือนเพิ่มพลังจิตวิญญาณด้วย เหมือนเราพกพาเอาจิตวิญญาณมาเต็มกระเป๋า (the pocket full of soul) มันจะเหมือนเสือติดปีกขนาดไหน ชั้นบอกได้เลยว่าไม่มีที่ไหนหรอกที่เราจะฝ่าฟันไปไม่ได้ (I can tell you there's no place we couldn't go) สิ่งที่เธอต้องทำก็เพียงแค่เอามือเธอมาวางสัมผัสบนกระจกสิ (just put you hand on the glass) ชั้นที่อยู่อีกฝั่งของกระจกในนี้จะดึงเธอให้ผ่านเข้ามาเอง (I'm here trying to pull you through) เธอก็แค่ต้องเข้มแข็งไว้ก็เท่านั้น (you just gotta be strong)

  • พอเจอกับศักยภาพตัวเองขนาดนี้แล้วก็ไม่อยากจากกันสิครับ (I don't wanna lose you now)   เพราะเธอเติมเต็มศักยภาพให้ชั้น ประโยคชั้นกำลังมองดูอีกครึ่งของตัวชั้น (I'm looking right at the other half of me) เลยเกลาออกมาได้ว่า ชั้นเห็นเธอแล้ว (look ที่ให้ความหมายไปในทาง see, found) ตัวตนอีกครึ่งของชั้น (the other half of me) ตรงนี้มันเลยไปตอบคำถามของความรู้สึกในใจครับที่เราอาจจะเคยรู้สึกว่าหัวใจนี้มันมีที่ว่างข้างในครับ ข้างในมันโบ๋เบ๋ เราอาจจะเคยรู้สึกว่าในใจของเราเหมือนมันไม่เต็ม มันว่างๆไม่เต็มใบ เหมือนรออะไรเข้ามาเติมเต็มหัวใจ The vacancy that sat in my heart ตรงนี้เค้าอธิบายความรู้สึกนี้ครับ ผมชอบวลีนี้มากเลย เค้าอธิบายด้วยการวาดภาพครับ วาดใจขึ้นมาก่อนครับ (heart) ทีนี้วาดที่ว่างขึ้นมาครับ (vacancy) ใช้วงกลมหนึ่งวงที่เล็กกว่ารูปหัวใจแทนได้ แล้วก็คำว่า sat แปลว่านั่งใช่มั้ยครับ ทีนี้ก็เอาวงกลมที่เป็นสัญลักษณ์ของที่ว่างนี้ เอาเข้าไปนั่งในหัวใจครับ นี่คือ the vacancy that sat in my heart ครับซึ่งก็ไม่รู้ว่าเรารู้สึกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่นานขนาดไหนแล้ว แต่อยู่มาวันนึงเราเห็นประกายของแสงสะท้อนจากกระจกเงา เราเดินเข้าไปดู แล้วเราก็เห็น "ตัวเอง" ในกระจกเงาครับ ตัวเองคนนั้นที่มีศักยภาพ วลีที่ว่า is a space that now you hold จึงหมายถึงที่ว่างกลมๆเมื่อกี้ครับที่เรานึกว่ามันกลวงโบ๋ไม่มีอะไร แท้จริงมันเป็น space พื้นที่ศักยภาพที่อยู่กับอีกคนในกระจกนั่นเอง

  • Show me how to fight for now ตรงนี้งงมั้ยครับว่าอยู่ดีๆก็พูดเรื่องสู้ขึ้นมา แล้วสู้กับอะไรเหรอครับ? ถ้าไม่เข้าใจ context ก็งงได้เหมือนกันนะครับเพราะเค้าไม่ได้เกริ่นเรื่องต้องผจญกับอะไรจนต้องสู้ไว้ก่อนเลย และมันก็ไม่สอดคล้องกับ no place we couldn't go ด้วยเพราะด้วยพลังขนาดนี้มันไม่จำเป็นต้องสู้ด้วยซ้ำ ผมได้รับการเฉลยเรื่องนี้จาก video cover ของ Boyce Avenue นี่แหล่ะครับในตอนจบ (ที่ผู้หญิงร้อง) ความหมายตรงนี้คือ fight ที่จะไม่ lose you now ครับ บอกชั้นทีชั้นต้องทำยังไงต้องสู้ยังไงเพื่อจะไม่เสียเธอไป คำแปลเลยหมายถึงการยื้อการรั้งเอาไว้ (Show me how to fight for now. Coz I don't wanna lose you now.)

  • And I'll tell you, baby, it was easy coming back into me (you) once you (I) figured it out I was (You were) right here all along. ตรงนี้ที่บอกไว้ว่าแก้เนื้อนิดหน่อยครับ แค่สลับ me กับ you เพื่อให้ตรงนี้คนในกระจกเป็นคนพูดครับ เป็นคนเฉลยขึ้นมาว่า ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียชั้นไปหรอก เพราะถ้าเธอคิดดูให้ดีเธอก็จะรู้ว่าชั้นก็อยู่กับเธอเสมอนั่นแหล่ะเพราะชั้นเป็นเงาของเธองัย 

  • I couldn't get any bigger with anyone else besides of me จริงๆแล้วคำว่า big นั้นมีความหมายหลายอย่างมากครับ ไม่ได้แปลว่าใหญ่เพียงอย่างเดียว bigger ตรงนี้มี extra meaning ครับ เฉพาะใน dictionary ของ WordNet (โดย Princeton University) บรรยายความหมายของ big ไว้ถึง 14 แบบครับ (ใน Oxford dic มีถึง 20 แบบ, Oxford Advanced Learner 7 แบบ) ในประโยคนี้ความหมายจะไปลงในส่วนของคำว่า important หรือ significant ครับซึ่งมัน link กับความรู้สึกของเราโดยเฉพาะที่ตรงสุดๆก็คือ feeling self-important ทำให้จุดนี้คำว่าศักยภาพจึงเข้ามาตอบโจทย์ครับ 

  • And now it's clear as this promise that we're making two reflections into one ด้วยเหตุผลต่างๆที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดนั้น มันจึงชัดเจน (clear) มากครับที่เราควรจะรวมสองเงาให้กลายเป็นร่างเดียว (making two reflections into one) เพราะทั้งช่วยเติมเต็มจิตวิญญาณและศักยภาพอีกทั้งยังไม่เหงาด้วย ดังนั้นชั้นต้องรวมเราเข้าด้วยกันแน่ๆ สัญญาไว้เลย (promise)

  • Aren't you something an original? นี่ก็เริ่มเหมือนตอนเริ่มต้นเลยครับ เธอเป็นสิ่งที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวไม่ใช่เหรอ? ตรงนี้คำว่า original หมายถึง master copy ครับ เป็นสิ่งที่แตกต่างจากสิ่งอื่น ไม่มีสิ่งใดเหมือน มีอยู่ตั้งแต่เริ่มต้น มีความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งตรงนี้คำว่าอัตลักษณ์เฉพาะตัวตอบโจทย์ได้ดีที่สุดครับ แล้วก็เป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบเพราะให้เหตุผลมาด้วยว่า cause it doesn't seem merely assembled เพราะมันดูไม่เหมือนว่าเธอถูกสร้างจากการประกอบขึ้นมาจากชิ้นส่วนต่างๆที่ไม่ใช่ original อ่านตรงนี้แล้วงงมั้ยครับ? คือ assemble แปลว่าประกอบขึ้น นึกภาพโรงงานประกอบผลิตภัณฑ์นะครับ รถยนต์ก็ได้ จะสร้างรถซักคันเค้าจะต้องประกอบรถชิ้นมาจากชิ้นส่วนหลายชิ้น ชิ้นส่วนหลายๆชิ้นนั้นก็ต้องถูกพิมพ์สร้างเลียนแบบขึ้นมาจากชิ้นดั้งเดิมชิ้นแรกที่เป็น original ครับ ตรงนี้เลยถามตอบในตัวเสร็จสรรพครับ เธอดูเป็นสิ่งดั้งเดิมชิ้นแรกที่มีอัตลักษณ์เป็นตัวของตัวเอง มันจึงช่วยไม่ได้ที่ชั้นจะไม่จ้องมองเธอ (I can't help but stare) เพราะชั้นเห็นความจริงข้อนี้ (truth) ที่ไหนซักแห่ง (somewhere) ในดวงตาของเธอ (in your eyes)

  • นอกนั้นก็ตรงตัวมาเรื่อยๆจนถึงตรงนี้ครับ Yesterday is a history แปลตรงตัวว่า วันวานคือประวัติศาสตร์ ตรงนี้ผมให้คนที่อยู่ในกระจกเป็นคนพูด ดังนั้นเมื่อคนที่มีศักยภาพสูงเป็นคนพูด มันจึงต้องออกแนวแนะนำครับ คำแปลที่เกลาออกมาในแนวแนะนำคือ วันวานที่ผ่านมาก็ปล่อยให้มันกลายเป็นประวัติศาสตร์ไปเถอะ Tomorrow is a mystery จึงแปลในแนวทางเดียวกันได้ว่า ความลึกลับที่น่าท้าทายคือวันพรุ่งนี้ต่างหาก 

  • สลับตัวคนพูดทันที I can see you looking back at me เพราะคนนึงเพิ่งพูดแนะนำมา เราก็มองไปเห็นคนที่แนะนำมองกลับมา มันเหมือนเป็นการให้กำลังใจครับ เหมือนคนเรากำลังจะทำอะไรซักอย่าง เพื่อนๆก็จะส่งสายตามาให้กำลังใจกัน I can see you looking back at me ตรงนี้ก็เหมือนกันครับ keep your eyes on me มองชั้นไว้นะอย่าละสายตาไปไหน

  • นอกนั้นก็ตรงตัวแล้วก็วนซ้ำแล้วครับ 


คนเราส่วนมากมัวแต่ต้องการกำลังใจจากภายนอกครับต้องการจากคนอื่น แต่ลืมไปว่ากำลังใจนั้นเราเองก็สามารถสร้างเองได้ ท่านมิตซูโอะสมัยบวชเป็นพระยังเคยสอนเอาไว้ว่าให้เราสร้างกำลังใจไว้เสมอๆ สิ่งใดที่จะบั่นทอนกำลังใจของเราก็อย่าเก็บเอาไว้ ท่านเคยเปรียบเทียบไว้ว่าร่างกายคนเราพอกินแล้วก็ต้องการห้องน้ำถึงเวลาก็ถ่ายของเสียออกไปจากร่างกายทุกวัน ใจของเราก็เช่นกันครับรับอะไรไม่ดีมาคิดมาบั่นทอนตัวเอง ถึงเวลาก็ควรถ่ายทิ้งความคิดเหล่านี้ออกไปบ้างกำลังใจสามารถสร้างเองได้ หลวงพ่อพุธท่านก็เคยสอนไว้เช่นกันครับว่า ที่เราผิดหวังสิ้นกำลังใจไม่มีใครให้กำลังใจเราบางทีเพราะเรารอผิดที่ครับ เราอยากได้จากผิดแหล่ง เราอยากจะได้ดีจากคนที่ไม่มีดีจะให้เรา เราอยากได้กำลังใจจากคนที่ไม่มีกำลังใจจะให้เรา ซึ่งจริงๆเราสร้างกำลังใจหรือเรื่องดีๆของเราเองได้ครับ และเมื่อถึงเวลา เมื่อมีคนที่มีดีในตัวเองมากพอหรือคนที่มีกำลังใจมากพอจะเผื่อแผ่ไปถึงคนอื่นมาเห็นเข้า นั่นถึงจะเป็นเวลาที่เราได้กำลังใจจากคนอื่นครับ ดังนั้นอย่าลืมสร้างกำลังใจและสร้างความดีเตรียมไว้เผื่อแผ่ให้คนอื่นด้วยนะครับ :)




Enjoy put together your reflections
ครับ :)




ป.ล. เพลงนี้ฟังยากพอสมควรครับ เลยมีคนฟังผิดกันเยอะ ก็เลยมีคำแปลตลกๆติดมาด้วยหากอยากทราบคำที่คนฟังผิดกันก็ลองไฮไลท์เนื้อเพลงดูนะครับ ผมซ่อนสีเอาไว้ ;)





เพลงที่มีเนื้อหาให้กำลังใจ



<< เพลงที่แล้ว : See You Again - Wiz Khalifa Firework - Katy Perry : เพลงถัดไป >>



Create Date : 27 เมษายน 2558
Last Update : 26 มิถุนายน 2558 0:25:55 น.
Counter : 3160 Pageviews.

14 comments
  
ยากทีเดียวค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 27 เมษายน 2558 เวลา:21:01:32 น.
  
เอนทรี่นี่เหมือนวิทยานิพนธ์เลยน้องต้น

พักนี้พี่ทั้งป่วยและวุ่นวายหลายเรื่องมากๆ
นานๆจะได้แวะมาสักที ไม่ว่ากันเน่อ

ส่องกระจกแล้วเห็นอะไรบ้างเหรอ อืมมม
คิดก่องน้าาาา ติ๊กต็อกๆๆๆๆๆๆ จะเอาแบบ
ใส่หรือไม่ใส่เสื่อล่ะคะ แหะๆๆๆ วิญญาณ
อิหนูหล่อเข้าสิง ช่วยไปตอบก่อนน้าาา
ค่อยมาบอกใหม่ แปะกำลังใจไว้ก่อง

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Karz Music Blog ดู Blog

รักษาสุขภาพด้วยค่ะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 28 เมษายน 2558 เวลา:8:45:29 น.
  
ฟังเพลงพร้อมอ่านบทแปลก่อนค่ะ ยังไม่อ่านอรรถาธิบายนะคะ ^^
คิดตามแล้วก็เป็นเรื่องยากจังเลย
พยายามจะอ่านแบบแบ่งสีนะ

แต่พอไฮไลท์ดูที่ซ่อนเอาไว้ ฮาเลยค่ะ :D
ไว้มาเก็บอีกรอบค่ะพี่

โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 28 เมษายน 2558 เวลา:23:40:09 น.
  
ยาวมากค่า...
โดย: วิฬาร์รมณีย์ ณ มณฑลดิลก วันที่: 1 พฤษภาคม 2558 เวลา:17:53:13 น.
  
แวะมาฟังเพลงค่ะ
พึ่งได้โอกาสเปลี่ยนบล็อคใหม่ แวะไปอ่านนะ
ขอให้หาสาเหตุได้และหายไวๆนะคะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Karz Music Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
โดย: pantawan วันที่: 13 พฤษภาคม 2558 เวลา:0:03:35 น.
  
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมและโหวตให้
ฟังเพลงแล้วเข้าใขลึกซึ้งด้วย
ขอบคุณที่แปลอย่างละเอียด
โดย: pantawan วันที่: 26 พฤษภาคม 2558 เวลา:23:24:11 น.
  
สวัสดีค่ะ คุณต้น ^^

มองกระจกแล้วก็เล็งผมก่อนเลย
เป็นคนผมหยักโศก ผมนี่กระดกบ่อย ๆ
จะดูว่าตอนนั้น ๆ ชี้ไปทางไหนค่ะ แฮ่

==================

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
**mp5** Dharma Blog ดู Blog
LoveParadise Food Blog ดู Blog
เศษเสี้ยว Photo Blog ดู Blog
Karz Music Blog ดู Blog
โดย: ปรัซซี่ วันที่: 30 พฤษภาคม 2558 เวลา:23:33:06 น.
  
หายไปไหนคะเนี่ย เจ็บไข้ได้ป่วยหรืออย่างไร
ถ้ายังไหว รายงานตัวด้วยเด้อ พี่ก็ไม่ค่อย
สำราญเช่นกันค่ะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 1 มิถุนายน 2558 เวลา:15:27:24 น.
  
ขอบคุณที่ไปตอบทันใจ แต่ก็น่าเป็นห่วง
มากจริงๆ อย่าลืมดูแลสุขภาพก่อนอื่น
เลยนะคะ ร่างกายสบายดีจึงจะต่อสู้ส่วน
ที่เหลือได้

ห่วงใยและมีกำลังใจมอบให้เสมอค่ะ

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 3 มิถุนายน 2558 เวลา:11:43:10 น.
  
นึกอยู่ค่ะว่าพี่หายๆไปเนี่ยคงยุ่งๆอยู่ รึไม่ก็ไม่สบายก็เลยเข้ามาเงียบๆ
แต่วันนี้เจอพี่ที่บ้านปุ้นน.. หลายเรื่องเลยเนี่ย ก็ห่วงอยู่ค่ะ
ส่งกำลังใจค่ะพี่ต้น แข็งแรงเร็วๆนะคะ

โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 3 มิถุนายน 2558 เวลา:16:40:20 น.
  
เลอค่าาาาา ....
เพลงนี้ยังไม่เคยได้ฟังเลยค่ะ ขอเก็บภาษาไว้อ่านก่อน
เขียนเขียนคอลัมภ์ไหมเนี่ย ดูะเอียดน่าตีพิมพ์มาก

ปล. เนื้อร้องบางคำแอบมีติดที่กันนะ
โดย: กาบริเอล วันที่: 4 มิถุนายน 2558 เวลา:15:00:19 น.
  
สวัสดีค่ะคุณต้นสบายดีมั๊ยค่ะ
โดย: On-rainy-days วันที่: 16 มิถุนายน 2558 เวลา:12:35:00 น.
  
สวัสดีค่ะ
แวะมาเยี่ยมเห็นบล็อคเงียบๆ
สุขภาพเป็นไงบ้าง ขอให้สู่ภาวะปกติในเร็ววันนะคะ
ส่งกำลังใจช่วยค่ะ
โดย: pantawan วันที่: 21 มิถุนายน 2558 เวลา:23:47:04 น.
  

แหม..คุณฟ้าครับ..
สนใจอยากลองเขียนดูอยากตีพิมพ์บ้างเหมือนกันครับ :D

โดย: Karz วันที่: 26 มิถุนายน 2558 เวลา:11:23:11 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Karz
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 110 คน [?]






เมษายน 2558

 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
 
 
All Blog