แปลเพลง - See you again - Wiz Khalifa - Furious7 OST - เมื่อเราได้พบกันใหม่
จะมีซักกี่ครั้งในชีวิตของเราครับ ที่มิตรภาพของเพื่อนเลื่อนระดับมาเป็นพี่น้อง?

ชีวิตของเรามีหลายช่วงชีวิตครับ แต่ละช่วงชีวิตก็สร้างมิตรภาพกับคนอื่นไปหลากหลายแบบ แต่ในมิตรภาพที่เราสร้างขึ้นมาเหล่านั้นจะมีซักกี่ครั้งกันครับที่มันทรงคุณค่ามากจนเลื่อนระดับมาสู่ความเป็นพี่น้อง เพิ่งได้ดู Furious7 ครับ ภาคนี้พิเศษตรงความรู้สึกและการเน้นความเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องและครอบครัว ถ่ายทอดความรู้สึกได้ดีมากครับ และเพลงประกอบตอนจบช่างกินใจและมีเมโลดี้ที่ทำให้น้ำตาร่วงได้ง่ายๆครับ



See you again - Wiz Khalifa - Furious7 OST
Source: Wiz Kalifa Youtube Channel




It's been a long day without you my friend
And I'll tell you all about it when I see you again
We've come a long way from where we began
Oh I'll tell you all about it when I see you again
When I see you again

Damn who knew all the planes we flew
Good things we've been through
That I'll be standing right here
Talking to you, about another path
I know we loved to hit the road and laugh
But something told me that it wouldn't last
Had to switch up look at things different see the bigger picture
Those were the days hard work forever pays
Now I see you in a better place

How could we not talk about family when family's all that we got?
Everything I went through you were standing there by my side
And now you gonna be with me for the last ride

It's been a long day, without you my friend
And I'll tell you all about it when I see you again
We've come a long way, from where we began
Oh I'll tell you all about it when I see you again
When I see you again

Ah~~~ Ah~~~o Uh~~~

First you both go out your way
And the vibe is feeling stronger
What's small turn to a friendship, a friendship Turn into a bond,
and that bond will never be broken, and the love will never get lost

And when brotherhood come first then the line
will never be crossed, established it on our own
When that line had to be drawn and that line is what we reach so
remember me when I'm gone

How could we not talk about family when family's all that we got?
Everything I went through you were standing there by my side
And now you gonna be with me, for the last ride

So let the light guide your way... yea
hold every memory as you go
and every road you take, will always lead you home
ho...u..o

It's been a long day, without you my friend
And I'll tell you all about it when I see you again
We've come a long way, from where we began
Oh I'll tell you all about it when I see you again
When I see you again....

Ah~~~ Ah~~~o Uh~~~
Ah~~~ Ah~~~o Uh~~~



เมื่อเราได้พบกันใหม่

(ร้อง)
ช่างยาวนานเหลือเกินที่เราไม่ได้เจอกัน
และชั้นจะเล่าในนายฟังทุกอย่างเมื่อเราได้เจอกัน
เรามากันไกลมากแล้วจากตอนที่เราเริ่มต้น
โอ... ชั้นจะเล่าทุกอย่างให้นายฟังเลยเมื่อเราได้เจอกันอีกครั้ง
เมื่อเราได้เจอกันอีกครั้ง

(แรพ)
โธ่... ก็ใครจะไปรู้ว่าเที่ยวบินทุกเที่ยวที่เราขึ้น
สิ่งดีๆทุกอย่างที่เราได้ประสบมา 
มันทำให้ชั้นได้มายืนอยู่ที่จุดนี้ 
ที่คุยกับนายได้อยู่นี่ เกี่ยวกับเส้นทางอื่นที่ไม่เหมือนกัน
ชั้นรู้ว่าเราต่างก็รักการเดินทาง รักการได้หัวเราะ
แต่มีบางอย่างบอกกับชั้นว่ามันก็คงเป็นได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ
จึงต้องเปลี่ยนกลับไปมองหาสิ่งที่แตกต่าง ไปดูภาพที่ใหญ่ขึ้น
วันเก่าๆเหล่านั้นช่างคุ้มค่าสมกับราคาที่ต้องแลกมาด้วยการทุ่มเท 
ซึ่งตอนนี้ก็เห็นแล้วว่านายได้ไปอยู่ในที่ที่ดีขึ้นแล้ว

ทำไมเราถึงจะไม่คุยเรื่องครอบครัวกันล่ะในเมื่อครอบครัวคือทุกสิ่งที่เรามี
สิ่งต่างๆทั้งหมดที่ชั้นผ่านมาก็มีนายยืนอยู่เคียงข้างมาเสมอ
และตอนนี้ก็เหมือนกัน เราไปขับรถเล่นเป็นครั้งสุดท้ายกัน

(ร้อง)
ช่างยาวนานเหลือเกินที่เราไม่ได้เจอกัน
และชั้นจะเล่าในนายฟังทุกอย่างเมื่อเราได้เจอกัน
เรามากันไกลมากแล้วจากตอนที่เราเริ่มต้น
โอ... ชั้นจะเล่าทุกอย่างให้นายฟังเลยเมื่อเราได้เจอกันอีกครั้ง
เมื่อเราได้เจอกันอีกครั้ง

โว้...

(แรพ)
แม้ในตอนแรกนั้นนายก็มาตามทางของนาย
แล้วความรู้สึกต่างๆมันก็แรงขึ้น
สิ่งละอันพันละน้อยต่างๆเปลี่ยนกลายเป็นมิตรภาพ จากมิตรภาพกลายเป็นสายใยความผูกพัน
และสายใยนั้นก็ไม่เคยถูกทำลาย และความรักก็ไม่เคยจางหาย

และเมื่อความเป็นพี่น้องมาก่อนสิ่งใดก็จะไม่มีการล้ำเส้น 
เราขีดเส้นกันขึ้นมาเมื่อถึงเวลาต้องใช้
ดังนั้นเมื่อต้องใช้ก็อย่าลืมนึกถึงกันเมื่อชั้นไม่อยู่แล้ว

ทำไมเราถึงจะไม่คุยเรื่องครอบครัวกันล่ะในเมื่อครอบครัวคือทุกสิ่งที่เรามี
สิ่งต่างๆทั้งหมดที่ชั้นผ่านมาก็มีนายยืนอยู่เคียงข้างมาเสมอ
และตอนนี้ก็เหมือนกัน เราไปขับรถเล่นเป็นครั้งสุดท้ายกัน

(ร้อง)
ขอให้แสงสว่างช่วยส่องนำทางให้นาย...
ประทับทุกสิ่งทุกอย่างลงไปในความทรงจำไว้ตอนนายไป
ขอให้ทุกเส้นทางที่นายใช้ จะพานายกลับบ้านได้เสมอ
โอ...

ช่างยาวนานเหลือเกินที่เราไม่ได้เจอกัน
และชั้นจะเล่าในนายฟังทุกอย่างเมื่อเราได้เจอกัน
เรามากันไกลมากแล้วจากตอนที่เราเริ่มต้น
โอ... ชั้นจะเล่าทุกอย่างให้นายฟังเลยเมื่อเราได้พบกันใหม่
เมื่อเราได้เจอกันอีกครั้ง

โอ้....
โอ้....



อรรถาธิบาย

อารมณ์เพลงของเพลงนี้เป็นการรำพึงรำพันของเราคนเดียวครับ รำพึงรำพันถึงเพื่อนที่จากไปนาน ยังไม่ได้เจอกันอีก และปรารถนาจะเจอกันใหม่ เพลงนี้ค่อนข้างตรงตัวมากๆครับ difficulty ระดับ 1 เท่านั้น ดังนั้นจะมีจุดที่อธิบายไม่เยอะมาก แต่ความหมายระดับ 1 ของเพลงนี้ก็ทำให้เราเสียน้ำตาได้ง่ายๆครับ
  • Verse แรกที่เป็นคำร้องเมโลดี้ไม่มีอะไรนะครับ ข้ามไป verse ที่สองเลย

  • Verse ที่สองเป็นแรพครับ planes we flew แปลว่าเที่ยวบินเพราะเห็นภาพของการเดินทางง่ายกว่าครับเนื่องจากเพลงนี้พูดถึงเรื่องการเดินทางด้วย แม้แต่ในมุมเรื่องการเลือกทางเดินของชีวิต

  • Another path หมายถึง alternate path ครับ ซึ่งหมายถึงเส้นทางอื่นที่ไม่เหมือนกันที่แตกต่างจากเส้นทางนี้ ในที่นี้หมายถึงเส้นทางชีวิตเพราะเพลงนี้โดยภาพรวมแล้วพูดถึงเรื่องราวชีวิตครับ คนสองคน (เรากับเพื่อน) เลือกเส้นทางชีวิตที่ไม่เหมือนกัน จึงต้องจากกันไป แล้วก็เฝ้ารอวันที่จะได้มาเจอกันใหม่ (when I see you again) อยากเล่าเรื่องราวของเราที่ไม่เหมือนกันให้กับอีกคนฟัง (and I'll tell you all about it)

  • Hit the road เป็นแสลงครับ แปลว่าเดินทาง เราเพิ่งพูดถึง hit ในความเป็นแสลงเมื่อเอนทรี่ที่แล้วนี่เอง

  • Wouldn't last คำว่า last ตรงนี้ไม่ได้แปลว่าสุดท้ายครับแต่แปลว่านาน มันคงไม่นาน ในเพลงจุดนี้หมายถึงเรารู้ตัวว่าสิ่งที่ชอบที่ชอบของเรา (I know that we loved to …) เรื่องการเดินทาง (hit the road) เรื่องการได้หัวเราะ (laugh เพราะการเดินทางมีเรื่องราว เรื่องราวสร้างเสียงหัวเราะ) นั้นมันคงเป็นอยู่ได้ไม่นาน (last)

  • Those were days hard work forever pays ตรงนี้มีสัมผัสเป็นกลอนครับ คือในท่อนแรพนี่ปกติจะเป็นกลอนอยู่แล้ว แต่เพลงนี้ก็ไม่ได้มีความเป็นกลอนมากนัก จุดนี้มีสองวลีครับ those were days กับ hard work forever pays วลีแรกแปลว่าวันเหล่านั้นซึ่งปกติดีไม่มีปัญหาอะไร แต่ hard work forever pays นี่สิครับ ^^' ตรงนี้ถ้าแปลทั้งสี่คำคงจะแปลได้ลำบากมา แต่ถ้าแบ่งสี่คำนี้ออกเป็นสองช่วง hard work forever ถือเป็นช่วงนึ่งครับ pays ก็เป็นอีกช่วงนึง แบบนี้จะแปลได้ว่า การทำงานหนัก (hard work) อย่างตลอดกาล (ทุ่มเท) (forever) นั้นมันคุ้มค่า (pays) มองเห็นความทุ่มเทที่มากับคำว่า forever และความคุ้มค่าที่มากับคำว่า pays นะครับ

  • Switch up ก็คือการสับสวิชครับ เหมือนสวิชไฟนั่นแหล่ะครับ สวิชทำหน้าที่สับจากสิ่งหนึ่งไปเป็นอีกสิ่งหนึ่ง เช่นในเรื่อง electronic หรือ digital สวิชจะสับจาก 0 เป็น 1 ครับซึ่งมันเป็นคนละเรื่องกันเลย ในเพลงก็ให้ความรู้สึกประมาณนั้นครับคือสับสวิชเส้นทางชีวิต ไปดูภาพที่ใหญ่ขึ้น

  • Verse ถัดมาเป็นคำร้องเมโลดี้ ที่น่าสังเกตก็ตรง you're gonna be with me for the last ride คำว่า last ตรงนี้แปลว่าสุดท้ายครับ ไม่ได้แปลว่านานเหมือนจุดตะกี้ ไม่สับสนนะครับ :)

  • Verse ถัดมา first you both go out your way and the vibe is feeling stronger นี่คือประโยคเต็มๆครับ เพราะเพลงนี้มีคนแค่สองคนมาตลอดตั้งแต่ต้นคือเรากับเพื่อน แต่พอมาถึงตรงนี้คำว่า both ถ้าแปลให้เป็นคนออกมา มันจะกลายเป็นสามคนทันทีซึ่งมันจะขัดกับความรู้สึกทันทีครับ อ้าว มีใครอีกคนโผล่มาตอนไหนเนี่ยไม่เห็นเคยพูดถึง? แต่ both ตรงนี้หมายถึงสองสิ่ง สิ่งแรกคือ go out your way และสิ่งที่สองคือ the vibe is feeling stronger ครับ แบบนี้อารมณ์จะไม่สะดุดและของก็ยังเป็นสองสิ่งเหมือนเดิม

  • What's small ตรงนี้แปลว่าสิ่งละอันพันละน้อย เล่นคำศัพท์มากเกินไปรึเปล่าครับ? :D แต่มันก็หมายถึงอย่างนั้นจริงๆ ตอนแรกต่างคนต่างมาเพราะจุดหมายของตัวเอง แต่พอมาอยู่รวมกันแล้วมันมีเหตุการณ์มันมีการเดินทาง อย่างที่บอกว่าการเดินทางสร้างเรื่องราว เรื่องราวสร้างเสียงหัวเราะ (ความรู้สึก) และความรู้สึกสร้างความสัมพันธ์ ความสัมพันธ์สร้างสายใย และสายใยสร้างความรัก ทุกสิ่งทุกอย่างมันก่อเกิดจากสิ่งละอันพันละน้อยทั้งนั้นครับ

  • อีก verse นึงเรื่องการล้ำเส้น หมายถึง crossed the line ตรงนี้เค้าพูดเรื่องของความสัมพันธ์นะครับ ถ้าสายใยในความสัมพันธ์ของความรักจากสิ่งละอันพันละน้อยมันแน่นหนาดีแล้วเราก็จะไม่ล้ำเส้นกัน เส้นนี้ก็สร้างขึ้นมาจากความสัมพันธ์นี่เองครับ และเมื่อถึงเวลาที่เราไม่อยู่แล้วก็ให้ใช้เส้นที่เราขีดไว้ร่วมกันคือความสัมพันธ์ตรงนี้เป็นเกณฑ์ที่จะไม่ล้ำเส้นกัน

  • และ verse ถัดมาเป็น verse ที่ทำผมน้ำตาร่วงครับ เพราะความซาบซึ้งใจ so let the light guide your way ขอให้แสงสว่างส่องนำทางให้นาย ตรงนี้มองเห็นความจริงใจทั้ง verse เลยครับ และตรงนี้ทำให้นึกถึงพอลได้มากด้วยเพราะพอลได้จากไปโลกใหม่แล้วซึ่งไม่รู้ว่าเส้นทางของเค้าจะมืดมิดหรือไม่ ดังนั้นด้วยความปรารถนาดีและจริงใจ เราขอให้แสงสว่างช่วยส่องนำทางให้เค้า ไม่ว่าเค้าจะใช้เส้นทางไหนก็แล้วแต่ ก็ขอให้เส้นทางนั้นนำเค้ากลับไปสู่บ้านได้อย่างปลอดภัย

มิตรภาพเป็นสิ่งที่มีคุณค่าครับ แต่ว่าจะมีคุณค่าขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับเราเองว่าจะทำให้มันมีคุณค่าในระดับใดด้วยครับ เพราะการที่เราจะได้มิตรภาพที่มีคุณค่าระดับสูงมานั้นก็เพราะมันเป็นผลสะท้อนจากการที่เราให้มิตรภาพที่มีคุณค่าระดับสูงออกไปเช่นกัน แต่หากเราได้รับของดีมาโดยไม่รู้คุณค่าของมันจะกลายเป็นว่าเรากำลังจะทำให้มิตรภาพที่เราได้มาในครั้งต่อไปลดระดับคุณค่าลง ซึ่งนั่นเราอาจจะต้องมองให้ออกและถนอมสิ่งดีๆเอาไว้ครับ เพราะมิตรภาพดีๆหาได้ยากในโลก ในทางศาสนาเราเรียกว่ากัลยาณมิตรครับ



Enjoy the music krub.


RIP Paul




ป.ล. คิดยังไงกับการแปลก็บอกกันมั่งนะครับ :)


<< เพลงที่แล้ว : Six Degrees of Separation - The Script Mirror - Justin Timberlake : เพลงถัดไป >>



Create Date : 09 เมษายน 2558
Last Update : 27 เมษายน 2558 0:36:10 น.
Counter : 8891 Pageviews.

6 comments
  
เพลงนี้ขึ้นต้นมาก็นุ่มๆ น่าสนใจดีตรงใส่ท่อนแร็พด้วยนี่ละค่ะ
เหมือนเพื่อนกันที่ไม่ต้องเหมือนกันก็ได้ แต่ก็เข้ากันได้ลงตัว แค่นี้พอแล้ว

พอมาช่วงบทแปลนี่ชัดเลยค่ะ กินความลึก
ตอนท้ายๆของ MV ทำดีนะคะ มันจะมีช่วงนึงที่เราต้องแยกกันไป
ถึงแม้ว่าความเป็นเพื่อนยังอยู่

สุขสันต์วันหยุดยาวค่ะ :)




โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 9 เมษายน 2558 เวลา:23:22:47 น.
  
สวัสดีค่า ^^
เพิ่งเข้าบล็อคได้ค่ะ
มาฟังเพลง+อ่านคำแปลเพลงเพราะๆด้วยค่ะ

เพิ่งไปดูเรื่องนี้มาเมื่อวานค่ะ
อินเลยยิ่งนึกถึงพอล TT
เพลงเพราะ ความหมายเกี่ยวกับมิตรภาพ เพื่อน กินใจค่ะ

สุขสันต์วันสงกรานต์ค่า


โดย: lovereason วันที่: 11 เมษายน 2558 เวลา:0:53:13 น.
  
โดย: pantawan วันที่: 14 เมษายน 2558 เวลา:0:13:00 น.
  
ซาบซึ้งค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 22 เมษายน 2558 เวลา:14:07:27 น.
  
เป็นเพลงที่ทำให้คิดพอลมากที่สุดแม้จะผ่านมา2ปีแล้วแต่ความคิดถึงยังคงอยู่ในใจตลอดการ
โดย: มายด์ IP: 27.55.86.195 วันที่: 2 มิถุนายน 2558 เวลา:20:06:26 น.
  
ยอดเยี่ยมไปเลย
โดย: paiboon IP: 171.100.130.135 วันที่: 26 มิถุนายน 2558 เวลา:17:15:02 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Karz
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 111 คน [?]






เมษายน 2558

 
 
 
1
2
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
 
 
All Blog