แปลเพลง - Lego House - Ed Sheeran
ความรักข้างเดียวมักจะสวยงามเสมอ เพราะอะไรครับ? 


ผมคิดว่าเพราะมันมักจะเป็นความรักที่เสียสละ เป็นความรักที่มีแต่ให้ พอใจและมีความสุขที่ได้ทำให้เสมอแม้สุดท้ายจะไม่ได้ลงเอยด้วยกันก็ตาม เนื้อหาในเพลงนี้ก็สะท้อนความรักแบบนี้เช่นกัน นอกจากนี้ยังให้มุมมองเรื่องความสัมพันธ์ที่กว่าจะสร้างความสัมพันธ์ร่วมกันขึ้นมาได้ต้องใช้เวลานานแต่ตอนจบความสัมพันธ์กลับใช้เวลานิดเดียว เปรียบเหมือนสร้างบ้านด้วยชิ้นตัวต่อเลโก้

ผมเคยฟังเพลงนี้ผ่านๆ สะดุดใจเล็กๆเหมือนกันกับเมโลดี้ของเพลงที่โดดเด่น แต่ก็ปล่อยผ่านไปโดยไม่สนใจอะไรมากมายเพราะมันไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษกับเรา แต่ในวันนี้ เพลงนี้ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ทางความคิดของผมในขณะที่กำลังคิดอะไรได้ในรถซึ่งมันทำให้ผมเศร้ามาก และเพลงนี้ก็ขึ้นมาพอดี เมโลดี้แบบนี้ช่วยเยียวยาความรู้สึกเศร้าๆนั้นได้ และทันใดนั้นเพลงนี้มันก็มีความหมายขึ้นมากับผมทันที คืนนี้จึงขอแปลเพลงนี้ในมุมที่มองจากความรู้สึกของความรักที่เสียสละของศิลปินผู้แต่งด้วยความขอบคุณครับ





Lego House - Ed Sheeran

I'm gonna pick up the pieces,
And build a Lego house
If things go wrong we can knock it down

My three words have two meanings,
There's one thing on my mind
It's all for you

And it's dark in a cold December, but I've got you to keep me warm
If you're broken I will mend you and I'll keep you sheltered from the storm that's raging on now

I'm out of touch, I'm out of love
I'll pick you up when you're getting down
And out of all these things I've done I think I love you better now
I'm out of sight, I'm out of mind
I'll do it all for you in time
And out of all these things I've done I think I love you better now

I'm gonna paint you by numbers
And colour you in
If things go right we can frame it and put you on a wall

And it's so hard to say it but I've been here before
Now I'll surrender up my heart
And swap it for yours

I'm out of touch, I'm out of love
I'll pick you up when you're getting down
And out of all these things I've done I think I love you better now
I'm out of sight, I'm out of mind
I'll do it all for you in time
And out of all these things I've done I think I love you better

Don't hold me down
I think my braces are breaking, and it's more than I can take

And it's dark in a cold December, but I've got you to keep me warm
If you're broken I will mend you and I'll keep you sheltered from the storm that's raging on now

I'm out of touch, I'm out of love
I'll pick you up when you're getting down
And out of all these things I've done I think I love you better now
I'm out of sight, I'm out of mind
I'll do it all for you in time
And out of all these things I've done I think I love you better now


I'm out of touch, I'm out of love
I'll pick you up when you're getting down
And out of all these things I've done I will love you better now



บ้านเลโก้ - Ed Sheeran

ชั้นจะหยิบชิ้นเลโก้ต่างๆสร้างเป็นบ้านขึ้นมา หากมันมีตรงไหนสร้างพลาดไปเราก็พังมันแก้ใหม่ได้
ถึงคำสามคำนั้นของชั้นมันจะมีสองความหมาย แต่มีอย่างนึงที่มีเพียงความหมายเดียว นั่นคือ "ทุกอย่างเพื่อเธอ"

ในคืนอันหนาวเหน็บเดือนธันวา เธอเป็นคนทำให้ชั้นอบอุ่น
ดังนั้นหากถึงคราวที่เธอจะพังทลาย ชั้นจะเป็นคนประสานเธอกลับขึ้นมา ให้ที่พักพิงกับเธอในคืนที่พายุอันโหดร้ายกระหน่ำลงมา

แม้ชั้นจะอยู่โดยปราศจากสัมผัสจากเธอ แม้ชั้นจะไม่ได้ความรักของเธอตอบแทนกลับมา แต่ชั้นจะคอยดึงเธอขึ้นมาเมื่อเธอเมื่อเธอล้ม และจากทุกสิ่งทุกอย่างที่ชั้นทำมาแล้วทั้งหมดนี้นั้น ชั้นคิดว่ามันยิ่งทำให้ชั้นรักเธอมากยิ่งขึ้นไปอีก
แม้ชั้นจะไม่อยู่ในสายตาของเธอ ไม่อยู่ในหัวใจของเธอ ชั้นก็ยังจะทำทุกอย่างเพื่อเธอเสมอ และจากทุกสิ่งทุกอย่างที่ชั้นทำมาแล้วทั้งหมดนี้นั้น ชั้นคิดว่ามันทำให้ชั้นยิ่งรักเธอมากขึ้นไปอีก

ชั้นจะวาดภาพเธอขึ้นมาแล้วแบ่งส่วนระบายสีให้สวยเอาใส่กรอบแล้วนำไปติดไว้บนฝาผนัง
มันช่างเป็นเรื่องยากที่จะเอ่ยออกมาแต่ชั้นก็เคยเจอสิ่งนี้มาแล้ว ดังนั้นชั้นยอมแพ้หัวใจของชั้นแล้ว โดยใช้มันแลกกับหัวใจของเธอ

แม้ชั้นจะอยู่โดยปราศจากสัมผัสจากเธอ แม้ชั้นจะไม่ได้ความรักของเธอตอบแทนกลับมา แต่ชั้นจะคอยดึงเธอขึ้นมาเมื่อเธอเมื่อเธอล้ม และจากทุกสิ่งทุกอย่างที่ชั้นทำมาแล้วทั้งหมดนี้นั้น ชั้นคิดว่ามันยิ่งทำให้ชั้นรักเธอมากยิ่งขึ้นไปอีก
แม้ชั้นจะไม่อยู่ในสายตาของเธอ ไม่อยู่ในหัวใจของเธอ ชั้นก็ยังจะทำทุกอย่างเพื่อเธอเสมอ และจากทุกสิ่งทุกอย่างที่ชั้นทำมาแล้วทั้งหมดนี้นั้น ชั้นคิดว่ามันทำให้ชั้นยิ่งรักเธอมากขึ้นไปอีก

ได้โปรดอย่าห้ามชั้นเลย ชั้นคิดว่าสิ่งที่ค้ำยันชั้นไว้มันกำลังจะพังทลายลง และมันเกินกว่าที่ชั้นจะรับไหวแล้ว

ในคืนอันหนาวเหน็บเดือนธันวา เธอเป็นคนทำให้ชั้นอบอุ่น
ดังนั้นหากถึงคราวที่เธอจะพังทลาย ชั้นจะเป็นคนประสานเธอกลับขึ้นมา ให้ที่พักพิงกับเธอในคืนที่พายุอันโหดร้ายกระหน่ำลงมา

แม้ชั้นจะอยู่โดยปราศจากสัมผัสจากเธอ แม้ชั้นจะไม่ได้ความรักของเธอตอบแทนกลับมา แต่ชั้นจะคอยดึงเธอขึ้นมาเมื่อเธอเมื่อเธอล้ม และจากทุกสิ่งทุกอย่างที่ชั้นทำมาแล้วทั้งหมดนี้นั้น ชั้นคิดว่ามันยิ่งทำให้ชั้นรักเธอมากยิ่งขึ้นไปอีก
แม้ชั้นจะไม่อยู่ในสายตาของเธอ ไม่อยู่ในหัวใจของเธอ ชั้นก็ยังจะทำทุกอย่างเพื่อเธอเสมอ และจากทุกสิ่งทุกอย่างที่ชั้นทำมาแล้วทั้งหมดนี้นั้น ชั้นคิดว่ามันทำให้ชั้นยิ่งรักเธอมากขึ้นไปอีก

แม้ชั้นจะอยู่โดยปราศจากสัมผัสจากเธอ แม้ชั้นจะไม่ได้ความรักของเธอตอบแทนกลับมา แต่ชั้นจะคอยดึงเธอขึ้นมาเมื่อเธอเมื่อเธอล้ม และจากทุกสิ่งทุกอย่างที่ชั้นทำมาแล้วทั้งหมดนี้นั้น ชั้นจะรักเธอให้ยิ่งๆขึ้นไปอีก



อรรถาธิบาย

อืมม.. มีจุดไหนที่ต้องอธิบายเป็นพิเศษรึเปล่าเนี่ย เท่าที่ดู ค่อนข้างจะตรงตัวมากๆครับ มีแค่ตรงท่อนสร้อยที่แปลออกมายาวหน่อย อ้อ... ขออภัยที่เนื้อร้องแปลออกมาแล้วยืดยาวไปหน่อยนะครับ เพราะถ้อยคำที่ต้นฉบับเลือกใช้นั้นซ่อนความรู้สึกเอาไว้เยอะ พอแปลออกมาก็ต้องถ่ายทอดเอาสิ่งที่ซ่อนอยู่เหล่านั้นออกมาด้วยครับ 
  • I'm out of touch แม้ชั้นจะอยู่โดยปราศจากสัมผัสจากเธอ แปลได้เวอร์ขนาดนี้เพราะเราทราบถึงข้อจำกัดของถ้อยคำในดนตรีครับ มันเป็นการลดรูปของคำเพราะถ้าใส่ทั้งประโยคลงไปตรงๆคงจะร้องออกมาเป็นเพลงไม่ได้ ซึ่งผมคิดว่าประโยคเต็มๆของท่อนนี้คือ Even I'm out of your touch, even i'm out of your love, I'll pick you up when you're getting down.

  • ทำนองเดียวกันกับ I'm out of sight, I'm out of mind แปลออกมาแนวทางเดียวกันครับ

  • Paint by numbers - วลีนี้เป็นคำเฉพาะครับ หมายถึงภาพวาดที่ตีเส้นแบ่งส่วนไว้ระบายสีเหมือนอย่างที่เด็กๆเล่นระบายสีภาพวาดกัน 


  • I'll pick you up when you're getting down ตรงนี้มีสองนัยครับ นัยแรกคือชั้นจะดึงเธอขึ้นมาเองเมื่อเธอล้มลง กับนัยที่สองคือเธอเป็นชิ้นเลโก้ เมื่อเธอพังทลายร่วงหล่นลงมา (getting down) ชั้นจะเป็นคนเก็บเธอขึ้นมาเอง (I'll pick you up)

  • And out of all these things I've done, I think I love you better now - ตรงนี้มันเป็นไปได้เพราะมันมีความเข้าใจเกิดขึ้นครับ เพราะต้องทำอะไรหลายๆอย่างให้ถึงได้เข้าใจ เพราะเมื่อได้เข้าใจถึงได้รักมากขึ้น บางทีการที่เราคิดว่าเรารักใครน้อยไป อาจเป็นเพราะเรายังทำอะไรให้เค้าได้ไม่มากพอที่จะเข้าใจเค้าได้นะครับ

  • ท่อนที่สะเทือนใจที่สุดคือ don't hold me down, I think my braces are breaking, and it's more than I can take อันนี้ไม่มี trick ในการแปล แค่อยากบอกว่ามันสะเทือนใจแค่นั้นครับ ^^' ตอนแปลน้ำตาแทบร่วง เพราะหลังจากทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำเพื่อเธอมาแล้วทั้งหมดนั้น หากยิ่งไปกว่านี้อีกคงเกินรับไหวแล้ว อ้อ.. จริงๆมี trick นิดนึงตรง "ได้โปรด" เพราะในเพลงไม่มี please แต่ความหมายของประโยคถ้ามองจากความรู้สึกแล้ว มันเป็นการขอร้อง แสดงว่าใส่คำนี้ลงในเพลงไม่ได้เพราะจะร้องไม่ลงเมโลดี้ ดังนั้นในการแปล เมื่อเรามองเห็นสิ่งที่แฝงมาด้วยแล้ว เราจึงใส่ให้ครับ

  • Don't hold me down มันมาต่อกับท่อนสุดท้ายตอนจบพอดีครับ คือไม่ให้ห้าม เพราะสุดท้ายชั้นจะรักเธอให้ยิ่งๆขึ้นไปอีก

ถึงแม้ความรักข้างเดียวจะเป็นสิ่งที่เจ็บปวด แต่ความรักก็เป็นสิ่งพิเศษเสมอครับ และเมื่อใจเรากว้างพอ เราจะยิ้มอย่างสบายใจและวางใจได้เมื่อรู้ว่าที่ความรักของเราเป็นความรักข้างเดียวนั้นเพราะว่ามีคนดีๆที่ดูแลเค้าได้ดีกว่าเราและทำให้เค้ามีความสุขได้เสมอคอยดูแลเค้าแทนเราอยู่แล้วครับ


Have a good feeling krub.




ป.ล. เข้ามาขยายฟอนต์และเพิ่มลิงค์

เพลงอื่นจาก Ed Sheeran ที่แปลที่นี่:



Create Date : 29 เมษายน 2557
Last Update : 27 มิถุนายน 2558 12:06:43 น.
Counter : 6805 Pageviews.

6 comments
  
ชอบครับ มากเลย

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Karz Music Blog ดู Blog

ยินดีที่ได้เห็นคุณสนิทกับน้องปอย
(นางสาวกดุ่บดั่บ) ด้วย แล้วคงได้
คุยกันอีก

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 30 เมษายน 2557 เวลา:8:57:51 น.
  
ซึ้งเพลงไม่พอ ซึ้งคำบรรยานของคุณมากกว่าอีก น้ำตานี่แทบไหลเลยค่ะ Y.Y
โดย: ยู IP: 27.55.135.195 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:13:59:11 น.
  
อ่านของบล็อกอื่นหรือเว็บอื่นมา ส่วนใหญ่จะตีความไปทางน้อยใจซะมากกว่า ทำให้หดหู่ใจคล้อยตามไปด้วยเลย TT_TT (ไม่ใช่ว่าพวกเค้าแปลไม่ดีนะคะ) คือ อารมณ์เพลงมันเหงาอยู่แล้ว เลยพลอยดึงความรู้สึกให้ดิ่งตามเท่านั้นเอง

ขอบคุณสำหรับคำอธิบายที่ฉุดให้เรากลับขึ้นมามองความรัก (แบบข้างเดียว) ได้อย่างโลกสวยอีกครั้งนะคะ 5555+

เราชอบการตีความของคุณ Karz นะ ถึงเพลงมันจะเหงา แต่ถ้าทำความเข้าใจดีๆ ก็รู้สึกอบอุ่นเพราะประโยค 3 บรรทัดมากๆ เลย
โดย: ธีร์เค IP: 203.113.98.114 วันที่: 19 สิงหาคม 2558 เวลา:11:22:27 น.
  

ขอบคุณที่กลับมาเยี่ยมครับ :)

เพลงนี้เค้ารู้สึกสำนึกขอบคุณเลยอยากจะตอบแทนน่ะครับ เพราะเธอเคยทำให้เค้ามาก่อน ยิ่งตอบแทนยิ่งได้เข้าใกล้ ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งได้เห็น ยิ่งได้เห็นยิ่งได้เข้าใจ ยิ่งได้เข้าใจก็ยิ่งได้รัก แต่ก็เป็นความรักข้างเดียว ถึงเธอจะไม่ได้รักตอบแต่เค้าก็จะยอมทำทุกอย่างให้เธอเพราะคราวนี้นอกจากจะตอบแทนความขอบคุณแล้วก็ยังรักเธอมากอีกด้วย ซึ่งมันจะห้ามใจไม่ไหวอยู่แล้ว (my braces are breaking)

ถ้าริจะมีความรักข้างเดียว เราต้องใจกว้างมากๆครับ เพราะถ้าไม่่ใจกว้างแล้ว เราจะเจ็บปวดมากๆเลยล่ะครับ

ตอนนี้ชีวิตกำลังช้ำครับ เลยไม่มีโอกาสจะอัพเพลงเพิ่ม

ป.ล. ดู flipped มาแล้วนะครับ :)

โดย: Karz วันที่: 22 สิงหาคม 2558 เวลา:11:37:20 น.
  
คุณแปลในสิ่งที่เป็นคำถามทั้งหมดที่เราไม่เข้าใจ
แปลได้ละเอียดด้วยความเอาใจใส่จริงๆ
ชื่นชมคุณมากๆค่ะ
โดย: YamRoll Mini IP: 114.109.44.168 วันที่: 28 กันยายน 2559 เวลา:0:57:46 น.
  
สุดยอดเลยค่ะ แปลได้กินใจมากๆ รู้สึกถึงความตั้งใจของผู้แปลเลย
โดย: Baiiyok IP: 49.230.219.185 วันที่: 5 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา:23:11:29 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Karz
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 110 คน [?]






เมษายน 2557

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
 
All Blog