แปลเพลง - Beside You - Simply Red - What Dreams May Come OST

ความรักของคุณ เติบโตเต็มที่ได้ถึงขนาดไหนครับ?

ความเป็นไปของโลกมันทำให้เรารู้สึกว่าระดับความรักของคนเรามันคล้ายกับเพิ่มระดับเติบโตได้ถึงแค่จุดๆนึงเท่านั้นนะครับ (หรือผมจะรู้สึกอยู่คนเดียวก็ไม่รู้) หลังจากเดิบโดจนถึงที่สุดแล้วก็จะเริ่มลดระดับลงคล้ายกราฟรูประฆังคว่ำ (หรือกราฟรูปฟันเลื่อยในบางกรณี) สิ่งที่รู้สึกได้คือความรักมักเริ่มก่อตัวจากระดับล่าง แล้วก็ไต่ระดับขึ้นไปจนถึงระดับนึง แล้วก็ตกลงมา หรือที่เคยได้ยินมาว่าความรักของผู้หญิงเริ่มจาก 0 ถึง 100 ความรักของผู้ชายเริ่มจาก 100 ถึง 0 แต่จริงๆแล้วประสบการณ์ตรงของใครหลายๆคนคงจะสร้างรูปกราฟที่ต่างกันไป กราฟของบางคนอาจจะ (โดยเฉพาะตอนลดระดับสุดท้าย) ลงไปอยู่ต่ำกว่าตอนเริ่มต้นไต่ระดับก็เป็นได้ วันนี้มีเพลงที่กราฟระดับของความรักของเค้ามันขึ้นอย่างเดียวไม่มีลงมาให้ฟังครับ :)

ขอพูดถึงหนังสักเล็กน้อยครับ What Dreams May Come เป็นหนังที่ผมดูหลายครั้งมากในตลอดหลายปีที่ผ่านมาครับ เลิกนับไปแล้วว่าดูกี่ครั้ง ดูจนบางฉากรู้ว่าเค้ากำลังจะพูดว่าอะไร (ไม่ใด้ช่วยเค้าท่องสคริปท์นะครับ ^^') แต่ดูทุกครั้งก็ต้องเสียน้ำตาทุกครั้ง รอบหลังๆเลยต้องแอบดูคนเดียวครับ เคยเป็นมั้ยครับ? Sometimes you may want a good cry ชอบหนังเรื่องนี้เพราะ core message หลักของหนังเมื่อประมวลลงมาแล้วมักจะทำให้เราต้องถามตัวเองทุกรอบที่ดูว่าอะไรกันแน่ที่สำคัญกับชีวิตเราจริงๆ? และเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับผมครับเมื่อดูหนังเรื่องนี้แล้วจะไม่ชอบและไม่รู้สึกพิเศษกับเพลงนี้ Beside You - Simply Red ซึ่งเป็นเพลงที่ใช้เป็น theme หลักของหนังครับ




Beside You - Simply Red

Source: Laura Nicolae


We follow the river down into the stream
That's where my dream began
I left my worries to the people who stare
And dream without a care

That I'd always be beside you to watch the day and night
And we'd listen to the sunrise and feel its growing light
And peace will come inside 
So quiet

Wherever we're goin' I don't know 
For million years our love keeps growin'
The mystery deepens day by day
But trust my love and hear me say

That I'll always be beside you to watch the day and night
And we'd listen to the sunrise and feel its growing light
And peace will come inside 
So quiet

And peace will come inside
So quiet

Yes, I'll always be beside you to watch the day and night
And we'd listen to the sunrise and feel its growin' light
And peace will come inside 
So quiet

Yes peace will come inside

So quiet




เคียงข้างเธอ

เราติดตามแม่น้ำลงไปยังสายนที
ไปจนถึงจุดที่ความฝันของชั้นเริ่มต้นขึ้น
ชั้นยกความกังวลใจของชั้นให้กับเหล่าผู้คนที่กำลังจ้องมอง
แล้วก็ฝันโดยไม่ต้องกังวลใจอะไรอีกแล้ว

ฝันว่าชั้นอยู่เคียงข้างเธอเสมอ เป็นเพื่อนเธอรับรู้วันและคืน
ฟังและรับรู้สัมผัสอบอุ่นจากแสงอาทิตย์ที่กำลังพ้นขอบฟ้า
แล้วความสงบก็จะค่อยๆก่อตัวขึ้นภายในใจของเรา
อย่างเงียบงัน

ถึงเราจะไปยังที่ใดก็ตาม ชั้นไม่รู้หรอก
แต่ต่อให้ยาวนานนับล้านปี ความรักของเราก็ยังคงเติบโตต่อไป
แม้วันคืนที่ผันผ่านจะยิ่งทำให้สิ่งต่างๆยิ่งลึกลับหยั่งลึก
แต่เชื่อมั่นในความรักของชั้นเถอะ และโปรดจงรับรู้ไว้

ว่าชั้นอยู่เคียงข้างเธอเสมอ เป็นเพื่อนเธอรับรู้วันและคืน
ฟังและรับรู้สัมผัสอบอุ่นจากแสงอาทิตย์ที่กำลังพ้นขอบฟ้า
แล้วความสงบก็จะค่อยๆก่อตัวขึ้นภายในใจของเรา
อย่างเงียบงัน

แล้วความสงบก็จะค่อยๆก่อตัวขึ้นภายในใจของเรา
อย่างเงียบงัน

ใช่แล้ว ชั้นจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ เป็นเพื่อนเธอรับรู้วันและคืน
ฟังและรับรู้สัมผัสอบอุ่นจากแสงอาทิตย์ที่กำลังพ้นขอบฟ้า
แล้วความสงบก็จะค่อยๆก่อตัวขึ้นภายในใจของเรา
อย่างเงียบงัน

ใช่แล้ว ความสงบก็คงจะก่อตัวขึ้นภายในใจของเรา

อย่างเงียบงัน




อรรถาธิบาย

ผมฟังเพลงนี้แล้วมักจะจินตนาการอารมณ์เพลงแบบนี้ครับว่า เหมือนชายหญิงสองคนกำลังนั่งบนหญ้านุ่มๆเคียงข้างกันยามเช้ารอชมพระอาทิตย์ขึ้นอยู่บนเนินเขาที่ทอดลงไปยังธารน้ำสวยที่ไหลเอื่อยๆรอให้หมอกค่อยๆจางลงจากแสงแดดที่ค่อยๆแรงขึ้นทีละนิดๆ แล้วผู้ชายคนที่นั่งอยู่ที่นั่นก็เอ่ยคำพูดเหล่านี้ขึ้นมาครับ

  • We follow the river down into the stream มันจบในตัวครับ That's where my dream began มันเป็นประโยคอีกประโยคเลยที่มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นคนละเรื่อง แต่กลับเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกันจนเป็นเรื่องเดียวกัน ถ้าจะแปลโดยเกลาใหม่อีกแบบก็น่าจะแปลได้ว่า "ความฝันของชั้นเริ่มต้นยังที่ๆสายน้ำบังเกิด" จริงๆ down into the stream - คำว่า down คือลงไป ในที่นี้คือ "ลง" ไปในสายน้ำ แต่ความรู้สึกของเพลงที่สื่อมันหมายถึงตามสายน้ำนี้ "ขึ้น" ไปยังต้นน้ำครับ เพราะต้นน้ำมักจะเกิดจากที่สูง ที่สูงมักจะเป็นภูเขา ภูเขามักจะเป็นที่ๆสวยที่สุดที่จะดูพระอาทิตย์ขึ้น :)

    That's where my dream began เป็นสำนวนการเล่าแบบรวบรัดแบบหนึ่งครับซึ่งเรามักจะเจอบ่อยๆในหนังในฉากที่มีการเล่าเรื่อง อย่างเช่นในเรื่อง Silent Hill ตอนที่เด็กอสูรเล่าความเจ็บแค้นของเอเลสซ่าก็ใช้สำนวนนี้ครับว่า That's where I came in (เห็นมั้ยครับว่าดูหนังแนวอื่นก็เป็นนะครับ :D) คือใช้ตอนจบประโยคที่เล่ามาแล้วก็เอามาต่อกับตัวเรา ต่อกับเรื่องที่เราจะเชื่อม ลักษณะจะเป็น <เรื่องเล่า>…That's when/where … งี้ สังเกตมั้ยครับว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่รวบรัดมากครับ (โดยการสร้างคำศัพท์ใหม่มาใช้แทนคำอธิบายยาวๆ) ดังนั้นความหมายของสิ่งที่พูดถึงในประโยคท้ายๆมันจะต้องไปไล่มาจากประโยคแรกๆก่อนหน้านั้นครับ

  • I left my worries to the people who stare and dream without a care - ตรงนี้ได้ใจมากเลยครับ มันสบาย ผ่อนคลายไร้กังวลอย่างที่สุด เค้าปลดเปลื้อง (left) ความกังวลใจทั้งหลาย (worries) ให้กับเหล่าผู้คนที่กำลังจ้องมอง (people who stare - พวกคนขี้สงสัย) มันเป็นวิธีคิดที่ทำให้ตัวเราเบามาก เพราะใจเราจะเบามาก เหมือนว่าขอเป็นอิสระจากความกังวลทุกอย่างก่อนนะ เพื่อจะขอฝันตรงนี้ให้สบายใจที่สุดก่อนโดยไม่ต้องใส่ใจกับสิ่งอื่นใดทั้งนั้น (and dream without a care)

  • Watch the day and night - ตรงนี้ก็ใช้คำที่รวบรัดมากเช่นกันครับ ลองแปลตรงตัวดูก่อน "มองดูวันและคืน" เอาอีกประโยคนะครับ Listen to the sun raise "ฟังเสียงพระอาทิตย์ขึ้น" รู้สึกถึงความเป็นปรัชญามั้ยครับ? เค้ารวบรัดเอาประโยคสั้นๆมาบรรจุความซับซ้อนเอาไว้เพื่อให้ลงจังหวะและทำนองเพลง ถ้าจะให้ขยายความรวบรัดออกมาตามความเข้าใจของผม การมองดูวันและคืนจะอาศัยแค่ดวงตาอย่างเดียวไม่ได้ แน่นอนว่าเค้าไม่ได้พูดถึงแค่การมองดูพระอาทิตย์ขึ้นพระอาทิตย์ตก เราเป็นอยู่ในวันและคืน มีประสบการณ์ผ่านวันและคืน ดังนั้นจึงต้องอาศัยการรับรู้ทุกอย่างของเราในวันและคืนแล้วค่อยกลั่นกรองด้วยความคิดด้วยใจอีกครั้งจึงจะได้ "มุมมอง" ของวันและคืน ซึ่งก็จะกลับมาหมายถึง watch the day and night ได้เหมือนเดิม ส่วน listen to the sun raise นั้นแน่นอนว่าเราไม่ได้ยินเสียงพระอาทิตย์ขึ้นแน่ครับ แต่หากว่าเรากำลังอยู่บนเนินเขานั้นกับใครบางคนในบรรยากาศนั้นจริงๆและกำลังชมพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว ลองจินตนาการดูนะครับว่าหากเราหลับตาฟังเสียงพระอาทิตย์ขึ้น เราจะได้อะไรแทน ณ ตรงนั้น? มันคือสัมผัสรับรู้ของตัวเรา ณ เวลานั้นครับ เสียงของสายลม กลิ่นหญ้าและลม ความอบอุ่นของแสงแดดยามเช้า (feel its glowing light)

  • And peace with come inside so quiet - ตรงนี้รู้สึกได้แล้วใช่มั้ยครับว่าถ้าเราลองหลับตาฟังเสียงพระอาทิตย์ขึ้นบนเนินเขายามเช้าตรงนั้น ความรู้สึกในใจเราจะสงบขนาดไหน :)

  • Wherever we're goin', I don't know - ตรงนี้เป็นประโยคเดียวกันครับ ความหมายจะสื่อไปยังประโยคต่อไปเพื่อเน้นประโยคต่อไป "ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม ชั้นไม่รู้หรอก" ชั้นไม่รู้หรอก หมายถึง "ที่ไหนก็ได้ ชั้นไม่ได้แคร์หรอกว่าจะเป็นที่ไหน" แต่สิ่งที่ชั้นแคร์คือชั้นจะบอกว่า "ต่อให้ยาวนานนับล้านปี ความรักของเราก็ยังคงเติบโตต่อไป" (for million years our love keeps growin')

  • Mystery deepens day by day - ตรงนี้พูดขึ้นมาเพื่อเน้นประโยคถัดไปเหมือนกันครับ ความหมายตรงนี้คือ ความลึกลับของสิ่งต่างๆน่ะ มันเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำทุกวันอยู่แล้วและจะยิ่งดูลึกลับยิ่งขึ้นตามวันเวลา ถ้ามองไม่ออกให้ดูคำแปลของประโยคถัดไปครับ -แต่ "เชื่อใจ/เชื่อมั่น" ในความรักของชั้นเถอะ- ซึ่งเมื่อมีประโยคก่อนหน้านี้พูดขึ้นมา มันจะหมายถึง ความรักของชั้นจะไม่ลึกลับกับเธอเลยแม้วันคืนจะผ่านไปเป็นล้านๆปี ซึ่งถ้าเป็นเรื่องอื่น เวลาที่นานขนาดนั้นอาจทำให้เรื่องบางเรื่องกลายเป็นเรื่องลึกลับได้ครับ

What dreams may come เป็นหนังที่สอนเราเรื่องความสัมพันธ์ได้ดีมากครับ การร่วมทุกข์ร่วมสุขคืออะไร การทำเพื่อคนที่เรารักเป็นยังไง มีคำพูดที่สวยงามและสะเทือนใจอยู่มากมาย สวยงาม ซาบซึ้ง และสั่นสะเทือนหัวใจเราจนบีบคั้นให้กลั่นน้ำตาออกมา เข้าไปสัมผัสลึกจนอาจจะคลายปมในใจเราได้ด้วยซ้ำ แหม... พูดซะเว่อร์เลยใช่มั้ยครับ :D คนดูบางคนถ้าความถี่ของความรู้สึกจูนไม่ตรงก็อาจจะไม่รู้ว่าผมกำลังพูดถึงอะไรอยู่ก็เป็นได้ครับ :) น่าเสียดายที่หนังไม่ประสบความสำเร็จ

แปลเพลงนี้แล้วสุขใจจังครับ ขอส่งมอบความสุขใจนี้ให้กับทุกๆคนนะครับ :)


Enjoy the music krub




ป.ล. ขอส่งมอบความสุขใจนี้อุทิศให้ Robin Williams ด้วยครับ

<< เพลงที่แล้ว : Space Oddity - David Bowie  In April - Johnny Flynn : เพลงถัดไป >>




Create Date : 10 มกราคม 2558
Last Update : 16 มกราคม 2558 3:25:05 น.
Counter : 3929 Pageviews.

12 comments
  
เจิม เจิม
เพลงไพเราะ ความหมายดี ๆ
ไม่โหวตได้ไง
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
Sweet_pills Food Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ที่เห็นและเป็นมา Art Blog ดู Blog
Karz Music Blog ดู Blog
โดย: เนินน้ำ วันที่: 10 มกราคม 2558 เวลา:16:47:40 น.
  
เป็นเพลงที่อ่อนหวานมากเลยค่ะ ยิ่งตามบทแปลไปด้วยนะ ได้กลิ่นลมโชยเลยหละ :)

ที่บ้านมีแผ่นด้วยค่ะเรื่องนี้ นิคจำรายละเอียดของเรื่องไม่ค่อยได้นะ จำได้เป็นบางฉากค่ะ
แต่ฉากที่ผ้าคลุมผมปลิวเนี่ยจำได้อยู่
ฉากที่ชอบมากๆคือตอนวิ่งเล่นกับลูกๆและมะม๋าที่เป็นสีอะครีลิคน่ะค่ะ สวยมากมาย

นิคว่านะ ความรักในหนังซักเรื่องนึงของพี่ต้นไม่เห็นลดระดับลงไปเลยน่ะ
ก็ดูหลายรอบยังสะเทือนใจทุกครั้ง อินกับบทจนปาดน้ำตา
ตอนที่พ่อจำลูกสาวได้ พี่ชอบมั๊ยคะ? นิคเอ่อเหมือนกันค่ะฉากนี้

แด่ Robin Williams
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 10 มกราคม 2558 เวลา:16:47:50 น.
  
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ที่เห็นและเป็นมา Art Blog ดู Blog
Karz Music Blog ดู Blog
โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 10 มกราคม 2558 เวลา:19:51:03 น.
  
สวัสดีค่า มาฟังเพลงกับอ่านคำแปลเพราะๆค่ะ
เรื่องนี้มีเลยค่ะ ชอบด้วย
ว่าแล้วก็คิดถึง โรบิน วิลเลี่ยม
ตัวหนังซื้งเลยต้องหาแผ่นมาไว้ดูอีก
ชอบแนวเรื่อง เพลงเพราะจริงค่ะ

คำแปลดีจัง
ชอบอ่านอรรถาธิบาย
เหมือนเรียนสำนวนไปแบบเข้าใจง่าย

ขอบคุณมากๆนะคะ
มีความสุขมากๆในวันหยุดค่า
โดย: lovereason วันที่: 11 มกราคม 2558 เวลา:0:50:25 น.
  
Karz Music Blog ดู Blog

RIP Robin Williams
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 11 มกราคม 2558 เวลา:14:35:29 น.
  
สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณต้น ร่ำรวยความสุขและเงินทองนะคะ
โดย: On-rainy-days วันที่: 11 มกราคม 2558 เวลา:19:01:24 น.
  
ชอบหนังเรื่องนี้มากๆ เหมือนกันค่ะ ร้องไห้เป็นเผาเต่า

พรุ่งนี้มาโหวตให้นะคะ วันนี้โหวตเต็มแล้วค่ะ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 12 มกราคม 2558 เวลา:9:59:20 น.
  
โหวตค่ะ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 13 มกราคม 2558 เวลา:8:50:45 น.
  
เป็นเพลงที่เพราะมากค่ะ
ฟังที่ไร น้ำตาจะไหลทุกที
โดย: VELEZ วันที่: 13 มกราคม 2558 เวลา:22:08:14 น.
  
ไม่ค่อยได้ดูหนัง ต้องบอกเลยว่า
ห่างการดูหนังไปนาน แต่มานั่งฟังเพลงเพลินๆ
ก็รู้สึกดีนะคุณต้น แต่ตอบไม่ถููกหรอกว่า ความรัก
ของพี่จะโตไปได้ถึงขนาดไหน หัวใจก็โตได้เท่า
กำปั้นเท่านั้น ความรักแค่นั้นจะผูกใจใครได้
แค่ไหนก็ไม่รู้เนอะ แล้วความรักของคุณล่ะ
โตได้แค่ไหน

พักนี้ป่วยจนขมองเริ่มจะไม่อยากทำงาน

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 15 มกราคม 2558 เวลา:18:50:33 น.
  
ขอยืมคำว่า ความรักของเราเติบโตเต็มที่ได้ถึงแค่ไหนมาลงหน้าเฟสนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
โดย: ยู IP: 223.25.193.171 วันที่: 2 กรกฎาคม 2558 เวลา:18:24:02 น.
  
It's Great
โดย: Arshavin IP: 49.230.229.142 วันที่: 1 ธันวาคม 2558 เวลา:14:14:02 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

BlogGang Popular Award#13



Karz
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 111 คน [?]






มกราคม 2558

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
11
12
13
14
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog