เนื้อเรื่อง Shadowrun Return ตอนที่ 5
ตอนแรก ตอนที่แล้ว ตอนถัดไป ตอนจบ 


ตอนที่ 5 ไพค์เพลสมาเก็ต

นั่งอึดอัดอย่างเงียบงันอยู่ในแท็กซี่ที่คุณนายคุโบตะเรียกมาให้ เสียงเดียวตลอดการเดินทางที่ปีเตอร์ได้ยินคือเสียงเอี๊ยดอ๊าดของใบปัดน้ำฝนหน้ารถที่ดังจนได้ยินเข้ามาถึงภายในห้องโดยสาร ความรู้สึกแรกของการเดินทางมันดูเหมือนจะเป็นการพาไปปล้นยังไงยังงั้น แต่พอนั่งไปเรื่อยๆสำนึกของเขาก็ทำให้เขาก็รู้ว่าแท้ที่จริงการที่เขามาที่นี่มันไม่ใช่แค่มาตามหาเบาะแสจากคนที่พอจะรู้เบาะแส แต่กลายเป็นว่ากำลังตามหาคนที่เป็นที่รักของใครอีกหลายคน ซึ่งความรู้สึกมันต่างกันมาก

หากเทียบกับส่วนอื่นๆในบาเรนส์แล้วที่ดาวน์ทาวน์นี่มีตึกที่ดูทันสมัยเยอะกว่ามาก ถนนหนทางก็ดูสว่างกว่าและร้านค้าต่างๆก็ไม่ถึงกับต้องติดเหล็กดัดกันทุกร้าน คนที่นี่ส่วนใหญ่ต้องอาศัยอยู่ภายใต้เงาอันมหึมาของตึกสัญลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมต่างๆของเมือง สำหรับหลายๆคนแล้วตึกพวกนี้เป็นบ้านของพวกเขา แต่กับสำหรับอีกหลายๆคนที่เหลือ มันเป็นเหมือนอนุสาวรีย์ที่คอยย้ำเตือนให้ระลึกไว้เสมอว่าโลกได้ผิดเพี้ยนไปแล้ว

สร้างชื่อเสียงจากการขายปลาและสินค้าการเกษตรจากเกษตรกรและชาวประมงโดยตรง ตลาดไพค์เพลสที่ตั้งอยู่ใกล้อ่าวแห่งนี้มีมาตั้งแต่ยุค 1900 ผ่านการเป็นตลาดกลางที่ต่อสู้กับพ่อค้าคนกลางในยุคอดีตและเคยเป็นสถานที่่ท่องเที่ยวมาโดยตลอดจนกระทั่งตอนนี้มันกลายเป็นตลาดที่มีขายทุกอย่างทั้งของที่ถูกและผิดกฏหมาย เป็นศูนย์รวมของทั้งสิ่งที่มีและสิ่งที่ไม่มี นั่นหมายความว่าหากใครต้องการของอะไรสักอย่างที่ไม่น่าจะมีอยู่ เค้าอาจจะหามันเจอที่นี่ก็ได้ ถึงแม้ในเวลานี้ร้านค้าส่วนใหญ่จะปิดอยู่ แต่ป้ายร้าน เสียงและกลิ่นของตลาดนี้มันก็กลืนปีเตอร์ทันทีที่เขาก้าวลงมาจากรถ ช่างบังเอิญเสียจริงที่อาคารของยูนิเวอแซลบราเทอร์ฮูดตั้งอยู่ที่นี่เช่นกัน หน้าอาคารนี้มีกลุ่มคนหลากหลายกำลังยืนกางร่มฟังชายในชุดขาวสะอาดท่าทางสุภาพปราศัยอยู่ ทันทีที่ปีเตอร์เดินผ่าน 
ชายคนนั้นละความสนใจจากทุกคนที่อยู่รอบๆตัวเขาแล้วหันมาให้ความสนใจอย่างเต็มที่กับปีเตอร์

"ผมชื่อแพททริกครับ คุณดูสมบูรณ์แบบในตัวเองมาก... แต่คุณสามารถเป็นได้ยิ่งกว่านี้อีก" แพททริกพูด

"คุณขายอะไรเหรอครับ?" ปีเตอร์ถามกวนๆ

"ผมไม่ได้ขายอะไรครับ พวกเรากำลังเผยแพร่ความลับของการเติมเต็มความสุขในชีวิต"

"โอเค ผมจะลองฟังดู ความลับอะไรครับที่มันจะช่วยเติมเต็มความสุขในชีวิตของผม?" ปีเตอร์ถามทวน

"ขั้นแรกนั้นง่ายมาก เข้ามาฟังในที่ประชุมครับ คืนพรุ่งนี้ ลินน์ เทเลสเทรี่ยนจะพูดเรื่อง "ความสำคัญของครอบครัวในโลกยุคที่หก" มาร่วมประชุมกับเราพรุ่งนี้นะครับ แล้วความลับของชีวิตที่ดีกว่าจะถูกเปิดเผยให้กับคุณ" เขายิ้มแล้วหันกลับไปยังกลุ่มคน

ปีเตอร์เคยได้ยินเรื่องนี้มาจากเชอรี่บอมบ์แล้ว เขาดีใจที่มันจบลงเร็วกว่าที่คิดไว้ ตอนนี้สิ่งที่เขาสนใจมากกว่าคือจะหาตัวปาโก้ที่ไม่เคยรู้จักเจอได้อย่างไร ปีเตอร์เดินผ่านร้านค้าหลายร้าน เขารู้คร่าวๆมาว่าปาโก้น่าจะเป็นรันเนอร์คนนึงของแก๊งค์คัตเตอร์ มันน่าจะมีสัญลักษณ์อะไรที่บ่งบอกความเป็นคัตเตอร์ได้บนตัวปาโก้  เขาเริ่มมองหาชายรูปร่างกำยำท่าทางทะมัดทะแมง น่าจะมีรอยสักที่ไหนสักแห่งบนร่างกายหรือโลโก้อะไรสักอย่างบนแจ๊คเก็ต และที่สำคัญต้องดูเหมือนกำลังรอคอยใครบางคน ปีเตอร์เดินต่อไปจนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งที่เข้าข่ายเงื่อนไข หนุ่มมนุษย์ท่าทางดูแลตัวเองได้คนหนึ่งกำลังยืนรอใครสักคนที่ป้ายรถเมล์ ที่ข้างเอวของเขาเหน็บปืนพกไว้ด้วย ถ้าหากไม่ใช่ปาโก้ล่ะก็คงเป็นการเสี่ยงมากหากจะลองเข้าไปคุย ปีเตอร์แกล้งเดินเข้าไปใกล้ จังหวะเดียวกับมีคนอื่นก็กำลังเดินผ่านชายคนนั้นพอดี

"เฮ้ ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าคุณเห็นเพื่อนของผมบ้างมั้ย ผู้หญิงตัวสูงๆผิวสีน้ำตาล" ชายคนนั้นเอ่ยถามคนที่กำลังเดินผ่าน

ต้องเป็นปาโก้แน่ ปีเตอร์เดินเข้าไปหาเขาจึงทำให้เห็นปาโก้ชัดๆ เด็กหนุ่มผมเกรียนโกนเป็นลายโดดเด่น กลางอกเหนือขึ้นไปถึงคอสักเป็นโลโก้รูปหัวใจพันด้วยลวดหนามซึ่งน่าจะเป็นสัญลักษณ์ของแก๊งค์คัตเตอร์กำลังทำท่ากระวนกระวายเมื่อปล่อยให้คนที่เขาถามเดินผ่านไปซึ่งตอนนี้มองเห็นปีเตอร์กำลังเดินเข้ามาหาแล้ว

"คุณต้องการอะไร?" ปาโก้ถามดักออกไปทันที

"ระวังหน่อย นายคือปาโก้รึเปล่า?" ปีเตอร์ถาม

"อะไรนะ แกเป็นใครวะ?" ปาโก้สงสัยและเริ่มระวังตัวขึ้นมา

"ชั้นชื่อปีเตอร์ ชั้นกำลังตามหาโคโยตี้ ชั้นต้องถามอะไรเธอนิดหน่อย" 

คราวนี้อารมณ์ของปาโก้แทบปะทุเมื่อได้ยินชื่อโคโยตี้

"แล้วทำไมแกต้องมาถามชั้นด้วย ชั้นไม่ใช่เจ้านายเธอซักหน่อย แกไปตามหาเธอเองสิ" ปาโก้ฉุนจนเหมือนจะเบ่งพองจนคับแจ๊คเก็ตสีเหลืองที่สวมอยู่

"ชั้นไปที่ยูเนี่ยนมา เธอไม่ได้ไปทำงานมาสองกะแล้ว และคุณนายคุโบตะก็ติดต่อเธอไม่ได้"

พังทลายได้แค่เพียงไม่กี่คำ คราวนี้ท่าทางอวดดีของปาโก้หายไป แม้แต่ความเป็นคัตเตอร์ก็ไม่เหลือ ตรงหน้าของปีเตอร์เหลือเพียงแค่เด็กหนุ่มในแจ๊คเก็ตสีเหลืองที่ดูหลวมลงไปทันที

"โคโยตี้หายไปเหรอ? โอ้...ไม่... นั่นหมายความว่า..." ปาโก้เหมือนจะนึกอะไรออก

"จริงๆแล้วเธอต้องมาเจอผมที่นี่ตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้ว ขอโทษนะที่ทำไม่ดีกับคุณเมื่อกี๊ คุณรู้อะไรอีกบ้างครับ? ถ้าเธอหายไป ผมจะตามหาเธอ" ปาโก้เริ่มร้อนรนและมีมารยาทขึ้นมาทันที

"นายรู้จักฟิกเซอร์คนไหนที่ชื่อ เดไลลา บ้างมั้ย? โคโยตี้น่าไปพบกับเขาเมื่อสองสามวันก่อน" ปีเตอร์ถาม

"ผมรู้จักเค้าแน่นอน คุณแบล๊คไม่อนุญาตให้สมาชิกแก๊งค์คัตเตอร์คนไหนรับงานนอก ผมเลยไม่ได้รับงานอะไรจากเค้า แต่โคโยตี้ก็ไม่ได้พูดอะไรเรื่องรับงานเสริมนะ..."

"เดี๋ยวก่อน... บ้าเอ้ย ผมรู้แล้วว่าเธอไปที่ไหน ชิท... ทำไมเธอถึงไม่รอก่อนนะ ยัยบ้า!" 

"ใจเย็นก่อนปาโก้ เธอไปที่ไหน?" ปีเตอร์ถาม

"รอยัลอพาร์ทเมนท์ เจ้าของที่นั่นชื่อ สตีวี่ เจ พวกมันสุมหัวผลิตและค้ายาอยู่ที่ซ่องนรกนั่น โคโยตี้โตมาจากที่นั่น ผมไม่อยากจะพูดอดีตของเธอมาก แต่เธอจ้องหาโอกาสแก้แค้นมาหลายปีแล้ว"

"หลายวันก่อนผมได้ยินว่าคุณเดไลลากำลังหารันเนอร์จำนวนนึงเข้าไปขโมยของบางอย่างมาจากสตีวี่เจ เธอคงจะรับทำงานนี้ผมแน่ใจ และถ้าไอ้พวกนั้นมันจับเธอได้..." แววตาของปาโก้เปลี่ยนไปมุ่งมั่น

"ผมจะไปที่นั่น คุณจะมาด้วยรึเปล่า"? ปาโก้ถาม

"แน่นอนชั้นไปด้วย ไม่ต้องห่วงเราได้เธอกลับมาแน่" 

ขณะปีเตอร์ตอบก็จำได้ว่ายังมีอีกเบาะแสนึงจากใบเสร็จในไดอารี่ของโคโยตี้ และเบาะแสนั้นมันก็อยู่แถวๆนี้ เขาพาปาโก้เดินตามมาเรื่อยๆจนพบแผงขายเนื้อไม่ไกลนักจากป้ายรถเมล์นั้น หน้าแผงนั้นยืนไว้ด้วยเจ้าของร้านที่กำลังจัดแจงแล่เนื้อบรรจุลงช่องต่างๆบนแผง ด้านบนของแผงแขวนไว้ด้วยป้ายชื่อร้าน "มัวรี่ มีท เอ็มพอเรี่ยม"

พอเข้ามาใกล้ปีเตอร์ก็ได้เห็นของที่วางขายชัดเจนขึ้น แผงขายเนื้อเล็กๆแห่งนี้จัดแสดงไว้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มาจากชิ้นส่วนและอวัยวะของสัตว์ที่ตายแล้วหลากหลายชนิดตั้งแต่เนื้อ กระดูก เขี้ยว ของตัวอะไรที่หาดูได้ง่ายๆไปจนถึงตัวอะไรๆที่หาดูได้ยากกว่านั้น รูปที่แปะอยู่ด้านหลังแผงเป็นรูปที่เก่ามากแล้วซึ่งน่าจะเป็นรูปของชายเจ้าของร้าน เพราะในนั้นมีหนุ่มน้อยที่หน้าตาละม้ายคล้ายกับคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าปีเตอร์ตอนนี้ ทันทีที่เจ้าของร้านเห็นหน้าปาโก้ ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและโกรธแค้น 

"แกยังต้องการอะไรอีก? ทำไมแกไม่รีบไสหัวไป" เขาโวยวาย

"ใจเย็น ลุง เพื่อนผมแค่มีคำถาม" ปาโก้พูด

"คุณคงจะเป็นคุณมัวรี่" ปีเตอร์ถาม

"ชั้นดูเหมือนเป็นตาแก่พุงพลุ้ยรึไง? ชั้นชื่อแมนนี่ มัวรี่คือพ่อของชั้น ทีนี้บอกมาว่าแกต้องการอะไร?"

"บอกหน่อยได้มั้ยว่าเนื้อม้าลายเอาไปทำอะไรได้บ้าง?" ปีเตอร์ถาม

"บางคนก็กินเนื้อม้าลาย แต่ชั้นไม่แนะนำหรอก มันเหนียวเหมือนเนื้อทาก ส่วนมากเราขายให้กับทีมรักษาความปลอดภัยที่มีหมาเฮลฮาวด์ไว้ใช้งาน พวกเค้ามักจะให้รางวัลพวกมันด้วยเนื้อม้าลาย หมาพวกนี้มันบ้าเนื้อม้าลายยิ่งกว่าเนื้ออะไรๆซะอีก" ลุงแมนนี้ตอบ

"โอ้... นี่เองที่โคโยตี้ต้องการเนื้อม้าลาย เคยมีคนบอกไว้ว่าสตีวี่เจก็เลี้ยงเฮลฮาวด์ไว้ในอพาร์ทเมนท์นั่น และถ้าเธอไม่มีเนื้อม้าลายไปด้วยล่ะก็..." ปาโก้เริ่มกังวล

"แล้วไงล่ะ มีอะไรอีกมั้ย?" ลุงแมนนี่ถาม

"ผมมีใบเสร็จที่เคยสั่งเนื้อม้าลายไว้ มีคนมารับรึยังครับ?" ปีเตอร์ถาม

"ขอชั้นดูก่อนนะ... อืมม... นี่งัย... ยังอยู่... จริงๆต้องมารับตั้งแต่เมื่อสองวันที่แล้ว คิดว่าจะไม่มีใครมาเอาแล้วซะอีก" เค้าเอาเนื้อออกมาแพกใส่ถุงแล้วยื่นให้ปีเตอร์

"เอาล่ะ เชิญรับไปได้เลย"

"ขอบคุณครับ อ้อ... ถามหน่อยสิ เมื่อกี๊ทำไมถึงได้โมโหนักล่ะครับ?" ปีเตอร์สงสัย

เหมือนกับราดน้ำมันใส่กองไฟอีกครั้ง 

"ทำไมไม่ถามไอ้เด็กเปรตที่ยืนอยู่ข้างๆแกนั่นล่ะ พ่อชั้นยังอยู่ในโรงพยาบาลเพราะพวกมัน" ลุงแมนนี่เดือดดาลเป็นการใหญ่ 

"โว้ว... ใจเย็นลุง ผมมันแค่เด็กดูต้นทาง" ปาโก้รีบดึงปีเตอร์ออกมาจากร้านในขณะที่ปีเตอร์ก็หันไปทำตาขวางใส่เขา

"รอยัลอพาร์ทเม้นท์อยู่ไม่ไกลนักจากที่นี่" 

ปาโก้รีบเบี่ยงเบนความสนใจของปีเตอร์ เขาส่งพิกัดของรอยัลอพาร์ทเมนท์ให้ปีเตอร์ มันอยู่ไม่ไกลมาก ทั้งคู่เดินไปตามพิกัด ระหว่างทางเมื่อเดินไปได้สักพักแสงไฟสีแดงกระพริบสลับสีน้ำเงินอันคุ้นเคยก็เข้ามาสู่สายตา ทั้งคู่จึงเร่งเดินขึ้นไป ข้างหน้ากั้นไว้ด้วยเส้นสีเหลืองของตำรวจ หลังเส้นนั้นมีร่างของผู้หญิงคนหนึ่งนอนสิ้นใจจมกองเลือดอยู่บนทางเท้า รอบๆเส้นเหลืองมีคนกางร่มมุงอยู่มากมาย สีหน้าของปาโก้ตื่นตระหนกแล้ว

"โอ้...ไม่... นั่นโคโยตี้รึเปล่า? มันต้องไม่ใช่เรื่องจริง โอ้...พระเจ้า..."

"ตั้งสติไว้ปาโก้ ดูดีๆ ใช่เธอรึเปล่า?"

ปาโก้ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างยากลำบากเพราะไม่ต้องการเผชิญหน้ากับความจริง และในที่สุดก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

"ไม่... นั่นไม่ใช่เธอ... ขอบคุณพระเจ้า" ปาโก้ระบาย

"อย่าเสียเวลากับที่นี่นานนักเลยนะ ที่นี่ตำรวจเยอะไปหมด" ปาโก้พูดขณะมองดูผู้เคราะห์ร้ายอีกครั้ง

"แย่จริงๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ ผมจะไม่ยอมให้มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นกับโคโยตี้แน่นอน" ปาโก้สัญญากับตัวเอง

มันอาจมีอะไรเกี่ยวข้องกับเดอะรีปเปอร์แห่งเมืองมรกตก็ได้ ปีเตอร์ตัดสินใจควานหาเบาะแสเพิ่มเติมก่อน ขณะเข้าไปใกล้เส้นเหลือง เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงตัวสูงท่าทางไร้อารมณ์ผู้หนึ่งก็เข้ามากันไว้ แต่ปีเตอร์จำหน้าตาที่ดูมีชีวิตชีวาซึ่งค่อนข้างขัดกับอารมณ์ของเหตุการณ์ฆาตกรรมของชายผู้อยู่ด้านหลังของเธอได้ หน้าตาของชายที่เขาเคยเจอในร้านเครื่องบดอวัยวะ เดรสเดนนั่นเอง

"ดิชั้นเจ้าหน้าที่แลนเดอร์ ที่นี่เป็นเขตสืบสวนของเจ้าหน้าที่โลนสตาร์ กรุณาถอยออกไปด้วยค่ะ" เจ้าหน้าที่เอ่ย

"ผมขอพบกับคุณเดรสเดนหน่อยครับ" ปีเตอร์แจ้งความประสงค์

"แล้วคุณเป็นใครคะ?" เจ้าหน้าที่แลนเดอร์ถาม

"ไม่เป็นไรหรอกคุณเจ้าหน้าที่ เค้าอยู่ทีมผม" เดรสเดนได้ยินและก้าวออกมารับได้ทันพร้อมกับส่งยิ้มที่คิดว่าอบอุ่นที่สุดให้กับปีเตอร์

เจ้าหน้าที่แลนเดอร์มองปีเตอร์ด้วยสายตาที่รู้ทันและเอือมระอา

"ก็ได้ เร็วๆด้วยล่ะ" เธอบอกและหลบทางให้

เข้ามาดูถนัดๆหลังเส้น ที่นอนอยู่บนพื้นเป็นศพของหญิงสาวรูปร่างดีในชุดเกาะอกสีม่วง หน้าตาของเธอคงจัดว่าสวยมากหากดวงตาคู่นั้นยังอยู่กับเธอ

"มาได้ยังไงล่ะนี่ ตามรอยเดอะรีปเปอร์มาเจอรึ?" เดรสเดนถาม

"เปล่าหรอก บังเอิญน่ะ ถ้ายังงั้นนี่ก็เป็นเหยื่อฆาตกรรมของเดอะรีปเปอร์อีกรายสินะ?"

"ก็ใช่น่ะสิ มันดูเหมือนอะไรล่ะ อย่างที่นายเห็นอยู่ คราวนี้เดอะรีปเปอร์มาเอาดวงตาไป ผลงานหมดจดมาก ชั้นต้องยอมรับเลย เจ้ารีปเปอร์ของเรามันเก่งจริงๆ" เดรสเดนบอกอย่างชื่นชม แต่ปีเตอร์อยากจะขนลุก

"นายรู้อะไรเกี่ยวกับผู้ตายบ้าง?" ปีเตอร์ถาม

"ก็ไม่มากหรอก" เดรสเดนเกาหัวอย่างลืมตัว 

"เธอตายมาประมาณสามชั่วโมงได้แล้ว ชื่อคือ ลูซี่ วอเดน ทำงานที่ร้าน สตัฟเฟอร์แชกตรงหัวมุมนี่เอง ดูเหมือนเกิดเรื่องหลังเธอเลิกงาน"

"บอกได้รึเปล่าว่าเธอโดนอะไรก่อนที่จะถูกควักเอาลูกตาออกไป?"

"มันแปลกตรงนี้แหล่ะ มันไม่มีร่องรอยการขัดขืนอะไรเลย ไม่มีรอยช้ำบนร่างกายเธอและดูเหมือนเธอยังมีชีวิตอยู่ด้วยตอนที่เธอถูกควักเอาลูกตาออกไป... เสียชีวิตเพราะเสียเลือดไม่นานหลังจากนั้น ส่วนอะไรที่ทำให้เธอน๊อคนั้นคงต้องรอให้ชั้นทดสอบที่แลปซะก่อนถึงจะรู้"

"แล้วรอยกัดที่แขนเธอล่ะว่าไง?"

"อ้อ... นั่นไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ดูเหมือนว่าจะมีหมาแถวๆนี้ลากศพของเธอมาถึงตรงนี้จากตรอกข้างๆนี้หลังจากที่เธอเสียชีวิตแล้ว"

"มีร่อยรอยของการใช้เวทมนต์ที่นี่รึเปล่า? ในตรอกที่แซมตายดูเหมือนมีอะไรระเบิดด้วย มันอาจระเบิดด้วยอำนาจของพลังเวย์"

"อาฮะ นั่นเป็นความคิดที่เข้าท่า... แต่ที่นี่ไม่มีหรอก เท่าที่ดูตอนนี้ยังไม่เห็น แต่ชั้นเชื่อว่าถ้าแมคคลูสกี้มาถึงที่นี่ เค้าคงเรียกทีมตรวจสอบเวทมนต์มากันครบทีมแน่"

"อืมม... เดอะรีปเปอร์เอาตับของแซมไป เอาตาของผู้หญิงคนนี้ไป มีทฤษฎีอะไรบ้างมั้ย?"

"ถ้วยรางวัลมั้ง บางทีมันก็เป็นเหมือนสัญลักษณ์บางอย่างที่มันสำคัญกับตัวฆาตกร นอกจากนั้นชั้นก็เดาไม่ออก"

"ชั้นนึกว่านายจะอยู่เฉพาะในเรดมอนด์ซะอีก ไพค์เพลสไม่ไกลไปหน่อยเหรอ?"

"อ้อ... ชั้นไม่รังเกียจที่จะเปลี่ยนสถานที่ทำงานบ้างหรอก" เดรสเดนหัวเราะ

"พอดีที่สาขาดาวน์ทาวน์นี้ไม่มีคนตัดสินใจได้ ชั้นเลยบอกทางแมเนจเม้นท์ว่าชั้นจะเข้ามาช่วยเรื่องนี้เอง อีกอย่าง ชั้นก็อยากจะจับไอ้โรคจิตนี้ให้ได้ด้วย" 

"ถามพอแล้วล่ะเดรสเดน ขอบใจมาก" 

"เฮ้ ชั้นมองว่าถ้าชั้นช่วยนายในเรื่องนี้ มันเป็นไปได้อย่างมากว่าจะสามารถจับไอ้โรคจิตนี่ได้เร็วขึ้น แน่นอนว่าแมคคลูสกี้ก็อยากจับเจ้ารีปเปอร์เข้ากรงเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่แคร์หรอกว่าจะใช่ตัวรีปเปอร์จริงๆรึเปล่า โชคดีนะ" เดรสเดนกำลังจะหันหลังกลับไปที่ศพแต่แล้วก็หยุด

"พูดถึงแมคคลูสกี้ นายรีบไปดีกว่าก่อนที่เค้าจะมาถึง" เดรสเดนเตือน

ปีเตอร์หันหลังแล้วก้าวเท้าออกมาแต่ชายร่างใหญ่ขวางเขาไว้ มนุษย์ในสูทมาตราฐานของโลนสตาร์สวมหมวกที่มีขอบรอบและมีแผลเป็นบนแก้มขวาทำให้ง่ายต่อปีเตอร์ในการจดจำเค้าไว้

"นายก็คือคนที่ทำงานให้กับคนตายรายก่อนใช่มั้ย? แมคคลูสกี้เตือนพวกเราว่านายอาจจะเข้ามาดมกลิ่นอะไรๆหลังจากที่รีปเปอร์ทำเรื่องเอาไว้ โชคดีของนายแล้วที่ชั้นมาถึงนี่ก่อนที่แมคคลูสกี้จะมา ชั้นชื่อเจ้าหน้าที อากูเร่ ยินดีที่ได้รู้จัก มาอยู่ตรงนี้แล้ว มีอะไรให้ชั้นช่วยมั้ย?" เจ้าหน้าที่อากูเร่ถาม

"คุณบอกอะไรได้บ้างครับ? จากสิ่งที่เห็นอยู่ตรงนี้" ปีเตอร์ลองของ

"จริงๆตรงนี้ก็บอกอะไรไม่ได้มากหรอกครับ เรารู้ว่ามันเกิดเมื่อประมาณสามชั่วโมงที่แล้ว เรารู้ว่าดวงตาของเธอถูกศัลยกรรมออกไปอย่างปราณีต แค่นี้ไม่ต้องให้เดรสเดนบอกก็ทราบได้ เค้าใช้เวลาอยู่กับศพมากที่สุด เค้าน่าจะรู้อะไรมากกว่าพวกเราอยู่แล้ว ส่วนผมน่ะไปดูส่วนอื่นๆนอกเหนือจากตรงนี้และมองหาพยานแต่ก็ไม่มีโชคเอาเสียเลย เจ้ารีปเปอร์นี่เหมือนผีเสียจริง"

"ผมคิดว่าคุณกับแมคคลูสกี้ดูอาจจะไม่ค่อย... ลงรอยกันเท่าไหร่ ถูกมั้ยครับ?" แมคคลูสกี้เคยไล่ปีเตอร์ออกไปและเตือนคนในทีมให้ระวังปีเตอร์แต่อากูเร่กลับแชร์ข้อมูลให้ปีเตอร์รู้

"เอาเป็นว่า แมคคลูสกี้กับผม... แค่มีความสนใจในเรื่องที่... ไม่เหมือนกันก็พอ" เขาตอบ

"คุณมีเบาะแสอะไรเกี่ยวกับรีปเปอร์ที่ผมควรรู้รึเปล่าครับ?"

"ฮ่า... มีเยอะไปหมดถ้าคุณถามแมคคลูสกี้ แต่ความจริงคือพวกเราไม่มีหรอก ก็เหมือนกันคุณนั่นแหล่ะ"

"ขอบคุณมากที่สละเวลาครับเจ้าหน้าที่อากูเร่" ปีเตอร์ตัดบท

"เฮ้ เดี๋ยวก่อน คุณยังไม่ได้บริจาคให้กับกองทุนเด็กกำพร้าโลนสตาร์เลย!" เขารีบขัด 

"กองทุนเด็กกำพร้าโลนสตาร์?" ปีเตอร์ทวนย้ำ

"ช่ายย... ดูนะ... คุณเสียสละให้กองทุนเล็กน้อย ผมก็ใส่คุณในรายชื่อผู้มีอุปการะคุณและจะบอกให้คุณทราบเมื่อครั้งต่อไปเราเจอ... เด็กกำพร้า... ที่คุณอาจจะสนใจขึ้นมา" 

"เข้าใจแล้ว... ผมก็ชักจะสนใจอยากรู้เกี่ยวกับเรื่อง... เด็กกำพร้า... ใหม่ๆที่คุณเจอเหมือนกัน" 

ปีเตอร์เล่นตามน้ำ หมอนี่ต้องการเงินใต้โต๊ะ มันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องหรอก แต่ยังไงซะเขาก็ไม่ใช่ตำรวจเหมือนกัน แถมยังวิ่งงานสกปรกมาตั้งมากมาย มีพวกอยู่ในโลนสตาร์ยังดีกว่ามีศัตรูอยู่ในโลนสตาร์

"เยี่ยมเลย! บริจาคสัก... 300 นูเยนเป็นงัย?" อากูเร่เสนอ

"แม้เพียง 100 นูเยนสมัยนี้ก็สามารถสร้างความแตกต่างให้กับเด็กกำพร้าได้นะ" ปีเตอร์ต่อรอง

อากูเร่ทำหน้าเหยียดหยาม 

"ช่าย... แต่เด็กกำพร้าบางคนก็มีรสนิยมสูงกว่าเด็กกำพร้าทั่วไปนะ... 200 จะตกลงหรือไม่ก็ไปซะ"

"ตามนั้น" ปีเตอร์ยื่นเงินพร้อมกับคอมลิงค์โคดให้กับอากูเร่ 

หน้าอากูเร่บานออกเป็นสองข้างตามรอยยิ้ม 

"เยี่ยมยอดมาก ผมจะเริ่มเปิดบัญชีให้กับคุณ หากเรามีเบาะแสอะไรเกี่ยวกับรีปเปอร์ ผมจะโทรบอก"

"ทีนี้... ผมกลับไปทำงานดีกว่า ก่อนที่แมคคลูสกี้จะมา แล้วเจอกัน" อากูเร่บอกลา

จบเรื่องซะที ขณะที่ปีเตอร์จะกลับตัวออกไปจากเขตสืบสวนก็รู้สึกเหมือนมีใครจ้องมาที่เขา ปีเตอร์หันหน้าไปตามความรู้สึกนั้นก็พบกับชายเอล์ฟผอมบางศรีษะล้านในชุดกาวด์สีขาวที่สะอาดเหนือความคาดหมายคลุมทับแจ๊คเก็ตมาตราฐานเอาไว้แถมยังผูกหูกระต่ายที่คอเสื้อทำให้รูปลักษณ์อันโดดเด่นที่แปลกประหลาด เขาค่อนข้างมีอายุแล้วและสวมแว่นตาที่ผ่าครึ่งเลนส์แบบเสี้ยวแตงโมที่คนสูงอายุสมัยโบราณนิยมใช้ มีหูที่แหลมชี้ขึ้นไปจนเกือบจะเลยศรีษะของเขา ตามประสบการณ์ในการเป็นเอล์ฟของปีเตอร์แล้วนี่คือเอล์ฟที่น่าเกลียดที่สุดที่เค้าเคยเห็น มันทำให้เค้านึกถึงสัปเหร่อในยุคโบราณ ท่าทางเขาสุขุมและยังไม่หลบสายตาขณะที่ปีเตอร์เดินเข้าไปหา แถมยังยิ้มบางๆ ยิ้มแบบที่ทุกอย่างควบคุมได้

"สวัสดีคนแปลกหน้า ผมถามได้มั้ย คุณทราบรึเปล่าว่าศพนี้จะถูกย้ายไปยังร้านเครื่องบดอวัยวะสาขาไหน?" เขาเปิดฉากถามขึ้นมาก่อนเลย

"ทำไมคุณถึงต้องการทราบอะไรแบบนั้น"? ปีเตอร์ถามกลับ

เอล์ฟหัวเราะหึๆในลำคอ แต่มันเป็นเรื่องประหลาดที่เสียงร้องหึๆจะสามารถเป็นเสียงแหลมสูงแปลกๆที่ปีเตอร์ไม่คาดว่าจะได้ยินจากคนหน้าตาแบบนี้

"อ้อ... แค่งานอดิเรกน่ะ งั้นก็ไม่เป็นไรนะ ขอให้เป็นคืนที่ดีสำหรับคุณ และเพื่อนเจ้าหน้าที่ชันสูตรของคุณด้วย" เขาตอบแล้วเดินจากไป

ปีเตอร์นึกเอะใจเลยเดินกลับไปหาเดรสเดนอีกครั้ง

"เมื่อกี๊นายเห็นเอล์ฟน่าตาน่าเกลียดในชุดขาวที่ยืนคุยกับชั้นอยู่ตรงนั้นมั้ย?"

"คนไหนเหรอ ไม่เห็นเลย" เดรสเดนตอบหลังจากหันไปสำรวจดูหนึ่งรอบ

"เค้าไปแล้ว แต่เค้าถามว่าจะเอาศพผู้หญิงคนนี้ไว้ที่สาขาไหนของร้านนายน่ะ" ปีเตอร์บอก

"น่าสนใจดีนี่ อาจเป็นคนที่สนใจอยากซื้อชิ้นส่วนอวัยวะของเธอก็เป็นได้ แต่ไร้สมองไปหน่อยที่มาถามเอาจากที่เกิดเหตุแบบนี้ เอล์ฟหน้าตาน่าเกลียดรึ น่าจะเห็นได้ไม่ยากหรอกมั้งถ้าเค้ากลับมาอีกครั้ง"

จบเรื่องจากที่นี่แล้ว ปีเตอร์พาปาโก้เดินออกมาจากที่เกิดเหตุไปตามทางที่ขึ้นโชว์ในจีพีเอส มันพาพวกเขาเดินผ่านตรอกเล็กๆมาจนผ่านหน้าร้านที่เหยื่อคนล่าสุดของรีปเปอร์ทำงานอยู่ มันเป็นเหตุการณ์สะเทือนใจของที่นี่ต้องมีเสียงพูดคุยถึงเรื่องนี้อยู่แน่นอน

"โธ่... ไม่น่าเลย... ลูซี่ผู้มืดมิด..." เสียงดังมาจากทางหน้าร้าน 

หน้าร้านมีออร์คหนุ่มยืนคุยกับมนุษย์ผู้หญิงเกี่ยวกับผู้ตาย ปีเตอร์ได้ยินจึงเข้าไปร่วมวงคุยด้วย ตรงหน้าปีเตอร์ยืนไว้ด้วยออร์คในชุดพนักงานร้านสตัฟเฟอร์แชค ชุดฟอร์มเข้ารูปอย่างดี แต่คนที่สวมชุดกลับมีน้ำตานองไปทั้งใบหน้าที่หนาใหญ่ของออร์ค ดูเหมือนเขายังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำขณะที่ปีเตอร์ไปถึง

"ผมเข้าใจว่าคุณคงรู้จักกับผู้เคราะห์ร้ายสินะครับ" ปีเตอร์เอ่ยถาม

"ใช่แล้วครับ แล้วคุณมีอะไร?" เขาถาม

"ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ คุณสองคนสนิทกันมั้ยครับ?" ปีเตอร์ถามด้วยความสุภาพ

"ขอบคุณครับ ขอโทษที พวกเราไม่คุ้นเคยกับการที่มีคนมาแสดงความเป็นเพื่อนแบบนี้" ออร์คเช็ดน้ำตาด้วยกระดาษทิชชู่ที่เหลือจากมื้อเย็นของเขา

"ใช่ครับ พวกเราสนิทกันมากอย่างที่เพื่อนร่วมงานจะสนิทกันได้ ลูซี่ผู้มืดมิดกับผมทำงานที่นี่ด้วยกันมาสามปีแล้วครับ เราเริ่มงานพร้อมกันเลย" เขาเล่า

"ลูซี่ผู้มืดมิด... เหรอครับ?" ปีเตอร์สงสัย แบบนี้หมายความว่าเธอ "มืดมิด" มาก่อนที่จะเพิ่ง "มืดมิด" เมื่อสามชั่วโมงที่แล้ว

"จริงๆแล้วลูซี่ไม่ได้ตาบอดอย่างสมบูรณ์น่ะครับ เธอแค่ถูกกฏหมายกำหนดให้เป็นคนตาบอดน่ะครับ เธอต้องสวมแว่นอันใหญ่และต้องคอยประคองมันไว้บนหน้าเธออยู่เสมอ แต่แล้วเธอก็ได้ดวงตาคู่ใหม่เมื่อประมาณปีนึงแล้วครับ มีคนบริจาคไว้" 

"แล้วเธอว่ายังไงบ้างกับดวงตาคู่ใหม่เหรอครับ?"

"เปล่าครับ เธอไม่ค่อยพูดถึงมันเท่าไหร่ แค่บอกว่าโชคดีเท่านั้น มันเป็นคิวของเธอ แต่ตอนนี้ผมว่าโชคนั้นมันหนีจากไปแล้ว" เขาร่ำไห้ออกมาอีก

"ลูซี่มีศัตรูบ้างรึเปล่าครับ?" ปีเตอร์ถาม

"ผมก็ไม่แน่ใจครับ ผมรู้มาว่าเธอเลิกกับแฟนเธอมาหลังจากที่เธอได้ดวงตามา เรื่องจบไม่สวยเท่าไหร่ ผู้ชายคนนั้นไม่ชอบตาคู่นั้นและไม่อยากให้ลูซี่ใช้มัน"

"มีใครท่าทางแปลกๆเข้ามาในร้านบ้างรึเปล่าครับ ระยะหลังนี้?" ปีเตอร์ถามต่อ

"ผมเห็นของแปลกๆทุกวันน่ะครับ ก็ที่นี่ร้านของแปลกนี่ครับ (Stuffer Shack) แต่ไม่มีอะไรแปลกเกินกว่าปกติหรอกครับ"

"คุณเห็นลูซี่ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่เหรอครับ?"

"วันนี้ที่นี่แหล่ะครับ คิดว่าเธอคงจะไปเจอเพื่อนในตลาดนั่นแหล่ะ โธ่... ผมว่าจะเดินไปเป็นเพื่อนเธอตอนเดินกลับบ้านอยู่แล้ว แต่เราดันมีลูกค้าอีกรายในนาทีสุดท้าย" เขาร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

"ผมอยากทราบเท่านี้แหล่ะครับ ขอบคุณครับที่ช่วยเล่าให้ฟัง และผมเสียใจด้วยนะครับสำหรับความสูญเสียของคุณ" 

"เดี๋ยวนะ นี่ไม่ใช่ว่าคุณกำลังสอบสวนผมอยู่ใช่มั้ยเนี่ย?" เขาหยุดร้องในทันที

"ไม่เกี่ยวกับตำรวจหรอกครับ ผมอยากรู้เอง ถามทำไมรึ?"

"ก็... ลูซี่มีสร้อยคออันนึง มีรอยสลักรูปแมลงปออยู่ เธอสวมมันทุกวัน บอกว่าแม่ของเธอให้เธอไว้ตอนที่เธอออกมาจากเดนเวอร์ ซึ่งคุณก็รู้ว่าหลักฐานทุกอย่างของเธอจะถูกโลนสตาร์เก็บเอาไว้ในห้องเก็บหลักฐาน คงตราบนานเท่านานแหล่ะ ผมคิดว่า..."

"...ผมแค่คิดว่าถ้าหากคุณสามารถเก็บมันกลับมาได้ก่อนที่โลนสตาร์จะเคลียร์ทุกอย่างไป ผมจะส่งมันกลับไปให้ครอบครัวของเธอ ผมรู้สึกติดค้างน่ะครับ" 

"ขโมยหลักฐานจากที่เกิดเหตุเป็นเรื่องร้ายแรงมาก ...แล้วผมจะได้อะไร?" ปีเตอร์ถามเพราะไม่แน่ใจว่าเขาอยากจะส่งมันกลับไปให้ครอบครับของเธอจริงหรือแค่อยากได้สร้อยของเธอรึเปล่า 

สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นคิดมากอยู่พักนึง สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมา

"ผมคงให้คุณได้ 200 นูเยน ผมมีเก็บอยู่แค่นั้น" 

ปีเตอร์สงวนท่าทีอยู่พักนึงก่อนจะตอบออกไป

"ก็ได้ ผมจะลองดู" ปีเตอร์ตอบ

"ขอบคุณครับที่ช่วยเหลือ ผมชื่อแฟรงค์ คุณรู้ว่าจะเจอผมได้ที่นี่"

ปีเตอร์กลับไปที่จุดเกิดเหตุ เขาลองดูที่พื้นข้างๆตัวลูซี่แล้วเจอวัตถุที่ทำจากไม้หล่นอยู่ซึ่งเส้นผมของเธอทับบังอยู่อีกที นี่อาจเป็นสิ่งที่แฟรงค์พูดถึงก็ได้ เขาแกล้งทำของตก เจ้าหน้าที่แลนเดอร์ได้ยินและรีบเดินเข้ามาดู ปีเตอร์ชี้ให้เธอดูว่าเค้าทำของตกและขออนุญาตเก็บ เธอไม่เห็นสร้อยคอเพราะเส้นผมของลูซี่บังอยู่ เจ้าหน้าที่แลนเดอร์พยักหน้าอนุญาติและเฝ้าปีเตอร์ขณะที่เขากำลังจะเก็บ 

ด้วยความเร็วที่สูงกว่าคนทั่วไป 1 ระดับ (ด้วยระดับ 4) ปีเตอร์ขยับตัวโดยก้าวเท้าไปบังของที่ทำตกและงอเข่าย่อตัวลงไปนั่งโดยใช้ขาและตัววางในตำแหน่งที่บังสายตาของเจ้าแลนเดอร์ในขณะที่มือของเขาก็สะกิดเอาสร้อยออกมาโดยที่ผมของลูซี่ไม่ยุ่งและเก็บสร้อยคอกับของที่ทำตกออกมาได้พร้อมกัน เขาแอบสลับเอาสร้อยใส่กระเป๋าไว้ขณะกำลังลุกขึ้นมาพร้อมกับแบมือให้เจ้าหน้าที่แลนเดอร์ดูอุปกรณ์ในมือ เธอพยักหน้าและปีเตอร์เก็บอุปกรณ์ใส่กระเป๋าและปลีกตัวออกมา

หลังออกมาจากที่เกิดเหตุ ปีเตอร์พิจารณาดูสร้อยชิ้นนั้นดีๆ ตัวของแมลงปอทำจากชิ้นไม้สลักอย่างดีและมีหินเทอคอยส์ประดับที่ดวงตาของแมลงปอ ไม้เป็นไม้หายากจากยุคก่อนที่หาไม่ได้ในยุคนี้แล้ว มันดูเงางามและมีน้ำหนักที่พอเหมาะ หากตกไปอยู่ในมือของผู้ซื้อที่ดูของเป็นแล้วของชิ้นนี้จะมีราคาสูงลิบทีเดียว ปีเตอร์เดินกลับมาหาแฟรงค์เพื่อนของลูซี่ผู้มืดมิด

"คุณได้สร้อยคอเธอกลับมาด้วยรึเปล่าครับ?" แฟรงค์ถาม

"ผมได้มาแล้ว" ปีเตอร์ยื่นสร้อยให้กับแฟรงค์

ปีเตอร์รู้สึกเหมือนน้ำหนักส่วนนึงหายไปจากไหล่ของแฟรงค์ทันทีที่แฟรงค์หยิบสร้อยคอออกไป

"ผมดีใจจังเลยที่อย่างน้อยที่สุดก็ได้ทำสิ่งนี้ให้กับลูซี่ ขอบคุณมากครับ ผมเป็นหนี้คุณ..." เขาล้วงกระเป๋าดึงเอาเครดสติ๊กออกมา

"แค่ทำให้แน่ใจว่ามันจะไปถึงครอบครัวของลูซี่ก็แล้วกันครับ ผมไม่อยากให้มันวนกลับไปถึงโลนสตาร์ได้โดยมีลายนิ้วมือผมติดไปด้วย" ปีเตอร์จากไปโดยไม่เอาเงินจากแฟรงค์ จะเอาเงินของเค้าทำไมในเมื่อเค้าดูจริงใจสมกับชื่อแฟรงค์จริงๆ

"มาเถอะ ไปตามหาโคโยตี้กัน" ปาโก้เอ่ยปากชวนเมื่อเห็นปีเตอร์เสร็จเรื่องแล้ว 

ปีเตอร์มองดูที่จีพีเอสอีกครั้งนึง ปรากฏว่าร้านสตัฟเฟอร์แชกแห่งนี้อยู่ตรงข้ามกับรอยัลอพาร์ทเมนท์เอง ปีเตอร์ไม่ได้สังเกตุมาก่อนเลย

"ได้สิ ชั้นพร้อมแล้ว" ปีเตอร์บอก


ตอนแรก ตอนที่แล้ว ตอนถัดไป ตอนจบ 




Create Date : 15 กันยายน 2557
Last Update : 16 กันยายน 2557 12:07:21 น.
Counter : 1318 Pageviews.

27 comments
  
ขอบคุณที่ไปเยี่ยมและโหวตให้
พักนี้หายเฮดไปจากเพื่อนฟูงเยอะเลย
ีมีเรื่องนอกบล็อกต้องทำเยอะ นี่แช่
บล็อกซะเพื่อนเตือนแล้ว เหอๆ อยาก
จะมีวันละห้าสิบชั่วโมง

พยายามทำสมาธิรักษาโรคนั่นเหมือนกัน
แต่อย่างว่าละ มันไม่ค่อยมีสมาธิจะทำน่ะแหละ
อีกสักพีก พ้นช่วงนี้ไปแล้วคงพอไหวทุกอย่าง

คุณมีเพื่อนหลายคนแล้วนะ มีอีกสักเท่า
นี้แหละกำลังดี

ผมอ่านเรื่องนี้ไปบ้างแล้ว อ่านไปเยอะๆ
คงพอเข้าใจ น้องนิค ที่เห็นและเป็นมาน่ะ
เค้าพอเข้าใจเรื่องแบบนี้ได้พอควรเลย แต่ก็
เหมือนกัน หาเวลาอ่านกันไม่ค่อยได้ ช่วงนี้
มีงานเขียนสนุกๆอยู่กลุ่มนึง เขียนเดือนละ
สองหน แต่ผมสายตามีปัญหา ค่อนข้างต้อง
จัดเวลาให้ดี

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Opey Art Blog ดู Blog
Karz Education Blog ดู Blog

เข้าใจว่างานเขียนเรื่องแปลต้องอยู่ในหมวดนี้

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 15 กันยายน 2557 เวลา:21:19:04 น.
  
เม้นท์โดนแบน
โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 15 กันยายน 2557 เวลา:21:21:14 น.
  

เย้... กู้คืนได้แล้ว เพิ่งเคยใช้ตัวกรองคอมเม้นนะเนี่ย ^^

แปลกับแต่งเข้าไปเอง 70/30 ครับ อย่างตัวละครที่ชื่อปีเตอร์นี่ก็ไม่มีครับ ตัวดำเนินเรื่องเป็นใครก็ได้ จะเพศหรือเผ่าพันธ์ใดก็ได้ ตอนสู้กันก็ต้องแต่งเข้าไปเองครับ แปลและแต่งเสริมด้วยแบบนี้สนุกมากเลยครับ ^^

ว่าแต่ทำไมคอมเม้นท์ถึงโดนแบนได้ล่ะเนี่ย

โดย: Karz วันที่: 15 กันยายน 2557 เวลา:23:04:46 น.
  
คุณต้นเขียนนิยายด้วยเหรอคะ
เอาไว้นุ่นไปตามอ่านนะคะ ^^

โดย: lovereason วันที่: 15 กันยายน 2557 เวลา:23:40:29 น.
  
แวะทักทายปีเตอร์ก่อน
ดึกมากอีกละ ไว้มาใหม่ค่ะ
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 15 กันยายน 2557 เวลา:23:43:44 น.
  
เรื่องเม้นท์โดนแบนเนี่ยเป็นเพราะบล็อกแก็งค์
เค้าไม่ชอบให้บล็อกเก้อร์กินแบบกลม เค้าว่า
แบนก็พอแระ เงี้ยะ เข้าใจป่ะ แต่เราชอบกลม
ให้แบนอยู่เรื่อยก็เสียอารมณ์แบบนี้แหละ ก็ดู
เอาสิ มันมีอะไรน่าแบนมั่ง

นิคกี้เค้ามีปัญหา แต่พี่ว่ามันไม่เห็นจะน่าเป็น
ปัญหาตรงไหน แต่ตุณต้นต้องไปถามเค้าเองนะ
ขี้เกียจมีปัญหามั่ง อยากเป็นอะไรก็เป็นเฮอะ
งัยเฮียก็รับเป็นน้องอยู่ดีแระ 555 อิอิ

อ้อ แล้วเอางานของใครมาแปลล่ะครับ แปล
แล้วเขียนเพิ่มเนี่ย เข้าข่ายดัดแปลงต้นฉบับหรือ
เปล่า เป็นห่วงเรื่องลิขสิทธิ์

บายๆนะ ปีเตอร์ อิอิ

โดย: ืnulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 16 กันยายน 2557 เวลา:17:17:38 น.
  
เอ๋า เฮียโยนให้นิคซะแล้วค่ะ :(
นิคแค่สงสัยค่ะ ว่าทั้งหัวใจ ตับ ม้าม ตา ถูกเฉือนไปอย่างเนียนๆ
คงไม่สุดท้ายใช่มั๊ยคะ
แล้วเอาไปทำรัยได้ล่ะเนี่ย นอกจากต้มยำหม้อใหญ่

ตัวละครเยอะค่ะ ตอนนี้เป็นแบบผ่านเลยใช่มั๊ย
พออ่านแล้วแบบอยากเดินตามไปเรื่อยๆน่ะค่ะ
อ่าว จบแล้ว :)

เขียนเองด้วย งั้นนิคจัดหมวดงานเขียนให้ละกันค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Home & Garden Blog ดู Blog
มัลลิกา ป 402 Music Blog ดู Blog
blueberryblossom Photo Blog ดู Blog
Karz Literature Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 16 กันยายน 2557 เวลา:21:34:17 น.
  
เค้าเรียก ตือฮวน เจ้านิคเอ๊ยยยย
มะเป็งเลย เข้ากันดีกะกลมๆแบนๆ
อุตส่าห์แบกอีโม้มาเอง แต่ก็จริงนะ
อิหน้าเหลี่ยมพวกนี้ ไร้อารมณ์จริงๆ

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 16 กันยายน 2557 เวลา:22:07:15 น.
  

555 :D

@พี่หนูหล่อ งานเกมครับ ไม่น่าจะโดนลิขสิทธ์หรอกครับ มันไม่ตายตัว
@นิคกี้อ่านเร็วแปลไม่ทันครับ ^^' จะเป็นตือฮวนหรือก๋วยจั๊บก็ต้องลองตามครับ :P
@คุณนุ่น ผมเคยแต่งเรื่องนึงไว้สี่บทแล้วดองไว้เกือบสิบปีแล้วครับ นึกเทคโนโลยีใหม่ๆไม่ออกแล้วก็ใช้เวลาคิดเยอะเกินไป ลองเริ่มใหม่แบบนี้ไปก่อนครับ เดี๋ยวตามไปเรียนรู้ในบล๊อกคุณนุ่นนะครับ ^^
โดย: Karz วันที่: 16 กันยายน 2557 เวลา:23:15:05 น.
  
มะวานบ่นเรื่องอิหน้าเหลี่ยมแล้วก็ยังไม่แล้วใจ
มาถามอีก ทำไมจขบ.ต้องเลือก theme ให้ต้อง
เปิดประตูบ้านสองครั้งด้วยล่ะ เปิดหนเดียวมันจิ
ออกกำลังน้อยไปนิ พี่ก็เปิดผิดๆถูกๆ เสียพลังงาน
จนไม่มีแรงอ่าน กลับไปซะหลายหนแล้วววว
เว่อร์ไปนีสสสนุง

นิคกี้ แบกอีโม้มาใหม่ด้วย เบื่อแระ

ตามน้องนุ่นไปโลดนะ คุณต้น เธอระดับขายทีละ
หลายเรื่องแล้วค้าบ

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 17 กันยายน 2557 เวลา:10:09:35 น.
  
พี่ต้นว่าไปเรื่อยๆเถอะค่ะ รอได้
นิคจะนั่งกินตือฮวนก๋วยจั๊บรอ 55

เฮียไม่มาทางด่วนนินา
เปิดปุ๊บถึงปั๊บ
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 17 กันยายน 2557 เวลา:14:29:30 น.
  
ขำตัวเองตอนแรกนึกว่าคุณKarz แปลบทซีรีส์ทีละประโยคเสียอีกค่ะ ><

ปีเตอร์เธอเด่นดีนะคะในตอนนี้ คือฝังใจกับปีเตอร์คือแมลงสาบอ่ะค่ะ
อ่านไปก็เลยขำไป ขอโทษนะคะ ป้าจริง ^^"

=======================================

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนบ้า(น)ป่า Home & Garden Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Dharma Blog ดู Blog
Karz Education Blog ดู Blog
โดย: ปรัซซี่ วันที่: 17 กันยายน 2557 เวลา:22:05:36 น.
  
ค้าบบบบ คุงนิค ตอนนี้ก็มีทางด่วนแล้วนี่ 555++
เจ้าของบ้านใจดี๊ใจดี แต่มัยเงียบจัง หือฮือมามั่งจิ

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 17 กันยายน 2557 เวลา:22:06:36 น.
  
โห.. พี่ต้น
ทางด่วนส่งลุง เอ้ย.. เฮียถึงที่เลยค่ะ


โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 17 กันยายน 2557 เวลา:23:45:34 น.
  
ไม่ว่างหลายวันครับเลยไม่ได้มาคุยด้วย เข้ามาบอกก่อนครับ ^^'
ขอบคุณทั้งเฮียทั้งนิคกี้และคุณปรัซซี่ด้วยครับ :)
โดย: Karz วันที่: 20 กันยายน 2557 เวลา:21:38:20 น.
  
มาเยี่ยมเยียนและส่งกำลังใจค่ะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Karz Education Blog ดู Blog
โดย: เนินน้ำ วันที่: 21 กันยายน 2557 เวลา:0:23:44 น.
  
แล้วปายยยยย ยังหายใจอยู่ก็พอแระ
แล้วค่อยคุยกันก็ด้ายยยย

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 21 กันยายน 2557 เวลา:11:00:06 น.
  
Thanks, Karz.
But how come?
How did you know it?
I only mentioned the month.

Thanks again, anyway.
โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 22 กันยายน 2557 เวลา:9:03:06 น.
  
A
โดย: http://www.bbhca.org/mk01.html IP: 157.7.205.214 วันที่: 22 กันยายน 2557 เวลา:13:45:30 น.
  
A
โดย: http://www.bbhca.org/mk01.html IP: 157.7.205.214 วันที่: 22 กันยายน 2557 เวลา:14:51:43 น.
  



แก้หิวยามบ่ายค่ะพี่  ̄. ̄
จะทำให้ง่วงหนักมะเนี่ย
รึนิคกลับไปเอากาแฟมาดี 555

งานเยอะ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 23 กันยายน 2557 เวลา:15:51:52 น.
  

ขอบคุณคร้าาบ เอากาแฟมาด้วยก็ดีนะ ชวนพี่หนูหล่อด้วย น่าจะติดกาแฟเหมือนกัน :D

ช่วงนี้งานเยอะ ขออนุญาตเงียบแป๊บนึง ^^'

โดย: Karz วันที่: 23 กันยายน 2557 เวลา:23:02:56 น.
  
ดึกแล้ว เลยไม่ชงกาแฟมานะคะ ^^
ขอบคุณภาพงามๆค่ะ สีหวานมากกกก..
เก็บไว้ใส่หนมดีก่า


โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 24 กันยายน 2557 เวลา:23:50:25 น.
  
ตอนนี้ผมกำลังเล่นเกมนี้อยู่เลย
กำลังฝึกภาษา ค่อยๆแปลทีละนิด

พอ แปลไม่รู้เรื่องก็อาศัยมาดูบล็อคนี้ครับ
ช่วยให้ผมเข้าใจเรื่องได้เพิ่มขึ้นอีก

ขอบคุณที่ทำผลงานดีๆแบบนี้ครับ
ติดตามและเป็นกำลังใจให้ครับ
โดย: HNew IP: 192.99.14.34 วันที่: 29 กันยายน 2557 เวลา:16:32:14 น.
  

ขอบคุณครับคุณ HNew (กลุ่มเป้าหมายเลยนะเนี่ย :D)

ผมเพิ่มเนื้อหาบางส่วนที่ตัวเกมไม่ได้กล่าวไว้เพื่ออธิบาย background ของเรื่องเข้าไปด้วยเพราะในเกมไม่ได้อธิบายครับ เพื่อปูพื้นให้ผู้อ่านที่ไม่เคยรู้จักเรื่องนี้หรือแม้แต่ผู้เล่นยุคใหม่ที่เพิ่งเคยรู้จักเกมนี้ได้ทราบพื้นหลังของประวัติศาสตร์ของโลกในยุคที่หกที่นำมาใช้ในเกมอย่างคร่าวๆ (ปี 207x) (เกมนี้เคยเป็นเกมเก่าในอดีต เอามา remake ด้วยตัวละครใหม่บนระบบและสภาพแวดล้อมเก่า) เช่นเรื่องเผ่าพันธุ์ของโลกที่เกิดจากการกลายพันธุ์และไวรัสอะไรพวกนี้ (ในตอนที่ 2) หรือแต่งข้อความสอดแทรกเพื่ออธิบายเนื้อความของเนื้อหาให้ไหลลื่นและได้รับรู้สถานการณ์ได้แต่ละส่วนเพราะคนอ่านนิยายมักจะไม่เล่นเกมครับ

ชื่อสถานที่ส่วนใหญ่เป็นชื่อของสถานที่จริงนะครับ อย่าง Redmond ใน Washington (อยู่ใน King Country ติดกับ Seattle) และตลาด Pike Place Market ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งของ Seattle ทำให้คนอเมริกันอินกับเกมนี้เป็นพิเศษครับ

ผมอัพเดทเรื่องช้านิดนึงเพราะไม่ค่อยว่าง ขออภัยด้วยนะครับ :)

โดย: Karz วันที่: 30 กันยายน 2557 เวลา:22:34:22 น.
  

อ้อ... อีดนิดครับ ถ้าฝึกแปลอยู่ เชิญอ่านงานแปลเพลงที่ผมแปลไว้ด้วยก็ดีครับ ผมอธิบายไว้ด้วยว่าทำไมถึงแปลแบบนั้น

อยู่ใน group blog "English by Feeling & แปลเพลง" ครับ :)


โดย: Karz วันที่: 30 กันยายน 2557 เวลา:23:08:25 น.
  
เรื่อยๆครับ ผมก็เปิดดิกไปเล่นไปพอถูไถ
อาศัยที่เกมมันไม่ไวนักค่อยๆแปลครับ

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำเรื่องเพลงครับ
ผมกำลังฝึกภาษาอยู่พอดี บล็อคนี้ช่วยได้ดีเลยครับ

ขอบคุณ อีกครั้งสำหรับผลงานดีๆครับ
โดย: HNew IP: 192.99.14.34 วันที่: 2 ตุลาคม 2557 เวลา:18:57:04 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Karz
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 111 คน [?]






กันยายน 2557

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30