พ่ายโลก - ชรารำพึง 4/4
เห็นศพญาติ ล้มตาย วายชีวิต
ยิ่งคิดคิด ใจเรา เศร้าสยอง
ขาดวิญญาณ ศพจะกลิ้ง ลงนิ่งนอน
เหมือนไม้ท่อน ผุวาง อยู่กลางดิน

สมบัติเคย แหนหวง ไม่หน่วงหนัก
ลูกเมียรัก เครื่องประดับ ทั้งทรัพย์สิน
เงินฝากคลัง รถโรงสี ทั้งที่ดิน
ทุกสิ่งสิ้น หมดหวัง ไม่กังวล

ตอนป่วยหนัก บ้างนอนนิ่ง บ้างกลิ้งเกลือก
ลงดิ้นเสือก กลายกลับ ระสับระสน
เวทะนา กล้านัก สุดจะทน
บ้างดิ้นรน ทอดร่าง ลงครางครวญ

ก่อนจะตาย บ้างกุศล เข้าดลจิต
เป็นนิมิต ยึดมั่น ไม่ผันผวน
ไม่โสกา ทาระกำ ลงคร่ำครวญ
เป็นชะนวน นำไปเกิด กำเนิดดี

บ้างเจ็บหนัก เวทนา นั้นกล้าหาญ
ลืมศีลทาน ภาวนา บุญราศรี
บ้างเกิดมา มิได้ทำ ซึ่งกรรมดี
ผลบาปนี้ คอยสนอง ปิดช่องทาง

บุญกุศล ผลกรรม ไม่ดำริ
สุขคติ จึงบังเอิญ ให้เหินห่าง
บุญจะเหมือน ประทีปทอง ช่วยสองทาง
ไสวสว่าง สู่สวรรค์ วิมานแมน

ถ้าแก่ตาย แก่ธรรม ไม่ตำหนิ
ถอนทิฏฐิ ตอหลัก ที่ปักแน่น
อย่าถือตัว มัวประมาท ไม่ขาดแคลน
อย่าโลดแล่น หลงออก ไปนอกทาง

แก่ฟักแฟง แตงเต้า เปล่าประโยชน์
แก่คุณโทษ มีในกาย นั้นหลายอย่าง
ยิ่งแก่ขวด แก่แก้ว ผิดแนวทาง
แก่แล้วสร้าง ศีลธรรม จึงจำเริญ

แก่หยอกหลาน แก่หาญป่า แก่จ่าแห
เป็นความแก่ ที่ปราชญ์นั้น ไม่สรรเสริญ
เราแก่สร้าง ศีลธรรม ให้จำเริญ
โลกจะเมิน มองข้าม ก็ตามใจ

อันคนดี ทำดีนั้น มันไม่ยาก
ไม่ลำบาก ฝืนจริต แลนิสัย
อันคนชั่ว จะทำดี ไม่มีใจ
เพราะนิสัย คิดจะสร้าง แต่ทางทราม

เมื่อร่วงโรย เรือนร่าง และสังขาร
จนลูกหลาน เราเอง ไม่เกรงขาม
เพื่อนที่ชั่ว ก็จะชัง หวังประฌาม
พูดหยาบหยาม เหยียบย่ำ หมิ่นน้ำใจ

คนเกิดมา จะหนุ่มสาว หรือเฒ่าแก่
มันแน่วแน่ อยู่ที่จิต และนิสสัย
ประพฤติดี มีธรรม ประจำใจ
เป็นทุนไป จากโลก โชคอนันต์

ศาสนา พาให้พบ ความอบอุ่น
เมื่อถอนทุน ได้กำไร ไปสวรรค์
ยามพ่ายโลก เมียลูก ไม่ผูกพัน
เร่งสร้างสรร สิ่งนุสรณ์ ไว้ก่อนตาย

อย่าให้โลก เขานินทา ว่ามาเปล่า
ถึงแก่เฒ่า บุญประทัง ยังไม่สาย
อย่าเจ่าจุก ทุกข์ท้อ รอวันตาย
จงมุ่งหมาย ก่อสร้าง แต่ทางดี

คนอื่นคิด กันอย่างไร เราไม่เกี่ยว
หวังทางเดียว จะหลีกชั่ว เอาตัวหนี
จะแก่หนุ่ม คุ้มหัว ตัวให้ดี
อย่าคิดมี พยาบาท อาฆาตใคร

โลกมากด้วย อิจฉา พยาบาท
สัตว์ไม่อาจ จะเป็นสุข สิ้นทุกข์ได้
ประทุษจิต คิดประหาร ผลาญกันไป
ก่อเวรภัย เพราะอาฆาต หวาดระแวง

คิดแผ่เมต- ตาธรรม เร่งดำริ
อโหสิ ขอให้สิ้น ที่กินแหนง
เพื่อนเกิดแก่ เจ็บตาย ให้คลายแคลง
อย่าสาบแช่ง เขาให้ช้ำ ไม่จำเป็น

เมื่อดับดิ้น สิ้นปราณ ประมาณหมาย
อันร่างกาย เราเขา ก็เน่าเหม็น
โลกร้างเรือน เพื่อนหมู่ ไม่อยู่เย็น
คิดฆ่าเข่น ก็เหมือนฆ่า เมตตาธรรม

อันเมตตา มีคุณ ค้ำจุนโลก
สิ้นทุกข็โศก ช่วยชุบ อุปถัมภ์
ถ้าสัตว์ขาด กรุณา เมตตาธรรม
โลกจะช้ำ ขาดสุข ลุกเป็นไฟ

วัยชรา รำพึง ถึงชีวิต
จึงลิขิต เพรียกพร่ำ เป็นคำไข
ไม่คารม ข่มขู่ ท่านผู้ใด
ไม่ตั้งใจ ที่จะคิด ไปบิดเบือน

ไม่อวดอ้าง ภูมิปัญญา ว่าฉลาด
ฝีปากปราชญ์ แต่งได้ ก็ไม่เหมือน
ไม่หวังลือ ชื่อเสียง เพียงแต่เตือน
ให้พวกเพื่อน แกเฒ่า เราเข้าใจ

ด้วยรักเพื่อน เตือนไว้ มิให้หมอง
เหมือนเครื่องทอง ประดับจิต แลนิสสัย
ไว้เตือนตน เตือนเพื่อน เตือนจิตใจ
ฝากอาลัย ไว้ในโลก สิ้นโอฆเอย

____________




"พ่ายโลก - ชรารำพึง" เป็นผลงานของคุณตา วิศิษฐ์ วัชรพงศ์ ประพันธ์ไว้เมื่อ พ.ศ. 2527 เพื่อเตรียมไว้ใช้สำหรับแจกในงานบำเพ็ญกุศลของตนเองซึ่งขณะนั้นอายุได้ 67 ปี ปรากฏว่าท่านมีอายุยืนยาวถึง 94 ปีทำให้ต้องเก็บต้นฉบับไว้ยาวนานถึง 27 ปี ภายหลังเมื่อท่านเสียชีวิตลงบุตรหลานจึงได้จัดพิมพ์บทกลอนนี้แจกในงานบำเพ็ญกุศลเมื่อ พ.ศ. 2554 สมดังความตั้งใจ 







Create Date : 07 กรกฎาคม 2557
Last Update : 7 กรกฎาคม 2557 21:08:35 น.
Counter : 765 Pageviews.

1 comments
  
เข้ามาย้อนอ่านบล็อกเก่า ๆ น่าสนใจมาก ๆ ค่ะ
เดี๋ยวมีเวลาเยอะ ๆ เข้ามาใหม่ค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 16 กันยายน 2557 เวลา:12:59:11 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Karz
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 111 คน [?]






กรกฏาคม 2557

 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31