Collection : งานเขียนเก่าในบล๊อคอื่น รวบรวมมาไว้ : สะบายดี ลาวใต้

สะบายดี ..ลาวใต้


ปากเซ - สี่พันดอน ....สะบายดี

19 กรกฎาคม 2548 นิมิตหมายที่ดีจับเครื่องแอร์เอเชียจากกรุงเทพไปลงอุบลราชธานี โชคดี๊ โชคดีอะไรก็ไม่รู้ เครื่องบินดีเลย์จากบ่ายโมงเป็นสองโมง แรกๆ ก็รู้สึกเบื่อกับ Low Cost เจ้านี้เหลือเกิน ประจำเลย.... แต่แล้วเราก็มาตระหนักว่า ถ้ามันไม่ดีเลย์ล่ะก็ ปัญหาหญ่ายยยย เลยล่ะ… เผอิญว่าน้องสาวเราคนนึงจำเป็นที่จะต้องมาสาย (มุขเดิม) คราวนี้เรียกว่าพวกเราถึงกับแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกยืนตื้อเคาน์เตอร์ตรง Gate ว่าขอให้รอผู้โดยสารที่กำลังอยู่บนโทลเวย์ กำลังมาแล้ว กับอีกกลุ่ม ยืนตื้อเคาน์เตอร์เช็คอิน ขอให้ออก Boarding Pass ให้ก่อน แล้วในที่สุด แบบเฉียดฉิว เราได้มาคุยกันตอนหลังจากนั้นว่าทั้งคุณจินและน้องสาวถึงกับต้องวิ่ง 100 เมตรแบบเข้าเส้นชัยเลยทีเดียวก่อน GATE จะปิด

หมดเคราะห์ไปที แต่ก็ไม่ซะทีเดียวนะคะ เก้าอิมนั่งบนเครื่องแอร์เอเชีย ด้วยความรู้สึกว่า เหมือนกัปตันคงมีอะไรอยู่ในใจ เวลาก็ดีเลย์มากแล้ว เลยเร่งเครื่องใหญ่เลย ปกติใช้เวลาในการบินราวๆ สี่สิบนาที แต่ไหงไปถึงอุบลภายใน30 นาที รู้สึกได้เลยว่า แม้ขนาดจะต้องลดความเร็ว ลดระดับเมื่อจะถึงสนามบินอุบลฯ พี่กัปตันยังห้อลงรันเวย์ยังกะว่ากำลังขับเรือบินไอพ่น

ในที่สุดก็ถึงอุบล อ้าว..ปัญหายังไม่จบ คราวนี้เรามาแบบ Back Packer กันแท้ๆ เลยนะคะ มีเวลาที่จะต้องไปถึงด่านช่องเม็กภายใน 4 โมงเย็น เพื่อข้ามฝั่งไปทำเรื่องเข้าลาว พี่จิน เดินไปหารถตู้จนได้ ในราคา 900 บาท ไปถึงที่ด่านประมาณ 4 โมงเย็นพอดี ที่ตลกมากๆ พวกเรามั่นใจว่าเข้าด่านกันอย่างไม่มีปัญหา ลอยหน้าเดินแถวเข้าไปในลาวจนไปถึงศุลกากรเข้าเมืองลาวเลยด้วยความมั่นใจอย่างสุดๆ เฮ้ยย....ลืมอะไรกันหรือเปล่า
“ยังไม่ได้ทำเรื่องที่ฝั่งไทยเลยอ่ะ”

แล้วเราก็หอบกระเป๋าเดินกลับออกไปอีกประมาณ 50 เมตร ที่เรือนเล็กๆ ด้านขวามือที่เราเดินผ่านมาแล้วอย่างไม่แยแส โห... ก็ด่านศุลกากรบ้านเรามันเล็กอ่ะ เล็กเท่ากระต๊อบเลย ยื่นพาสปอร์ตกันคนละเล่มให้ด่านประทับตราขาออก เราก็พบว่า มีราชรถมาเกยถึงที่

“มีรถไปปากเซ หรือยังครับ”
พวกเรามองหน้ากันเลิกลั่ก ถามกันตรงนี้เลยเหรอ ไม่ต้องรอข้ามไปฟากโน้น (ข้ามรั้ว) แล้วไปหารถเอาฝั่งโน้นเหรอ พี่ลาวบอกอีกว่าผมคิดเหมา 300 บาท ไปปากเซ ตอนนี้เองที่เราปล่อยให้คุณจินและน้องตี๋ ทำการต่อรอง ในที่สุดเราได้ค่ารถในราคา 250 บาทต่อเที่ยว ท่านผู้อ่านก็จดๆ ไว้แล้วกันนะคะ เป็นข้อมูล

ยื่นพาสปอร์ตเข้าเมืองลาว นั่งกะป้อของคุณสมจิตร (ส้มจี๊ด)


ถนนหนทางจากช่องเม็กไปปากเซ เป็นถนนดีค่ะ ลาดยาง สองข้างทางเป็นทุ่งนา ไม่แตกต่างจากบ้านเราเท่าไหร่เลย จะแตกต่างก็คือรถเขาจะวิ่งช้า แล้วก็ขับด้านขวามือ เพราะพวงมาลัยอยู่ด้านซ้าย พี่ส้มจี๊ด (ตามที่เราเรียก) แกทำทัวร์ด้วย ด้านหลังรถมีแผนที่ มีแหล่งท่องเที่ยวไว้เผื่อว่าเราสนใจจะเช่ารถแกต่อสำหรับไปเที่ยวในลาว


นั่งหลับๆ ตื่นๆ กว่าจะถึงปากเซ ก็เกือบๆ จะหกโมงเย็น เรามากันโดยไม่มีการจองโรงแรมเลย ก็ต้องขอให้พี่ส้มจี๊ดช่วยขับรถหาที่พักให้หน่อย จนกระทั่งเรามาเจอโรงแรมปากเซ เผอิญอีกแล้วว่าพี่จิน ได้ไปงานท่องเที่ยวที่อิมแพคมา แล้วไปเจอผู้จัดการโรงแรมปากเซ เคยได้คุยๆกันไว้ก่อนว่าจะมาเที่ยว ในที่สุดก็ไปเจอผู้จัดการคนนี้ที่โรงแรมพอดี เขาหาห้องพักให้เราอย่างดี นอนกันได้ทั้งหมด เป็นห้องใหญ่ทีเดียวค่ะ คืนนี้เราจ่ายแค่ 450 บาท

หลังจากอาหารค่ำ (มื้อใหญ่ แบบเป็นชุด) ขอบอกว่าอาหารมื้อนี้อร่อยมาก เสียอยู่อย่างเดียว ที่เราแอบเอามาเม๊าท์กันอย่างสนุก ตอนที่ถามเขาว่า ปลาแม่น้ำราดพริกเนี่ย ปลาอะไรเหรอ คนเสริฟบอกว่า ปลานิลครับ????!!!!


เมืองปากเซ เป็นเมืองเงียบๆ สมัยก่อนจำปาสักเป็นเมืองหลวงประจำลาวใต้ แขวงจำปาสัก เมืองปากเซยังไม่เจริญรุ่งเรือง แต่เมื่อเมืองหลวงย้ายมาที่ปากเซแล้ว ที่นี่เจริญมาก มีโรงแรม เกสเฮ้าส์เยอะแยะ ทั้งราคาถูกและราคาแพง นักท่องเที่ยวที่จะมาในช่วงเวลา Holiday ก็ต้องจองมาก่อนนะคะ เพราะว่าโรงแรมทางลาวใต้ส่วนใหญ่จะเต็ม

ตอนเช้าถ้าคุณต้องการใส่บาตรพระสงฆ์ ก็สามารถขอให้ทางโรงแรมปลุก หรือจัดอาหารเช้าสำหรับใส่บาตรได้ แต่พวกเรา (ด้วยความที่มั่นใจว่าจะตื่นเช้า) ขอตื่นเอง หาอาหารใส่บาตรเอง ปรากฏว่า หาพระไม่เจอ มาเจออีกทีคือท่านกำลังกลับวัดแล้วล่ะค่ะ

เช้าวันนี้หลังจากที่เราได้รถเช่าจากโรงแรมลาวเจริญ ซึ่งอยู่ข้างๆ กับโรงแรมปากเซ เราก็บอกพี่ออ โชเฟอร์หนุ่มลาวของเราว่า ช่วยหาขนมปังบาเกตต์ (ขนมปังฝรั่งเศส แบบใส่ไส้) เราอยากจะลอง ถ้าเห็นในภาพ นี่เป็นร้านเล็กๆ ในเมืองปากเซ เวลาที่เขาทำ จะเอาขนมปังออกมาปิ้ง เอาไส้ที่เป็นตับบดผลมหมูสับมาทา โรยหน้าด้วยแตงกวา มะละกอดอง ถ้าชอบรสเผ็ด เขาก็จะใส่พริกป่นลงไป อร่อยมากๆ แนะนำนะคะ ถ้าจะหาทาน ต้องดูตามร้านในเมือง อย่าซื้อตรงท่ารถข้างเส้นทางที่จะไปบ่อละเวิน (ทางเหนือที่จะไปน้ำตกตาดฟาน ตาดเลาะ) เพราะว่าริมข้างทางนั้น แม่ค้าจะไม่ได้เอาขนมปังมาปิ้ง เหนียว ไส้ก็ไม่อร่อย

เส้นทางที่เราจะไปวันนี้คือลงไปทางดินแดนสี่พันดอน คำนวณกันแล้วว่าเราเดินทางมาลาวใต้ก่อนวันเข้าพรรษา วันนี้ยังไม่มีคนไทยลงมาเที่ยว ฉะนั้นต้องรีบไปพวกหลี่ผี คอนพะเพ็งซะก่อน เส้นทางสาย 13 จากปากเซลงไปทางจำปาสัก เป็นเส้นทางลาดยางค่ะ จะมีด่านเก็บเงิน เหมือนๆ กับด่านทางหลวงบ้านเราสมัยก่อน เป็นเงินบำรุงทาง จากปากเซ เราลงไปประมาณ 140 กม. ถึงสามแยกเข้านากะสัง หมู่บ้านนากะสัง จากถนนลาดยางจะเริ่มเป็นลูกรังบ้างแล้ว และจะไปสุดที่ท่าเรือข้ามไปดอนคอนและ ดอนเด็ด


ท่าเรือนากะสัง - หลี่ผี

เก้าอิมเพิ่งจะเห็นแม่น้ำโขงจะจะ ชนิดที่อิงแอบ เอามือไปจุ่มน้ำ ที่เห็นกันนี่แค่เป็นเหมือนสาขาของแม่น้ำโขง เพราะว่า ตรงนี้เราลองหลับตานึกว่าเรากางนิ้วมือสางผม แม่น้ำโขงเลยถูกแบ่งเป็นเส้นๆ มีเกาะแก่งมากมาย ที่เขาเรียกกันว่าสี่พันดอน ก็คือประมาณสี่พันเกาะนั่นแหละค่ะ แต่ละสายของแม่น้ำมันก็กว้างสุดลูกตา คิดดูว่ารวมๆ กันทุกเส้น แม่โขงจะยิ่งใหญ่แค่ไหน แล้วน้ำก็ไหลเชี่ยว ไม่ใช่ไหลเอื่อยๆ ชาวเรือบอกว่าไว้ใจได้เขาพานักท่องเที่ยวไปส่งที่ดอนคอนนี่ ไม่เคยพลิกคว่ำเลย ระหว่างที่เรือแล่นไปเรื่อยๆ ผ่านดอน (เกาะ) มากมาย เด็กลาวเล่นน้ำอย่างมีความสุข ริมฝั่งมีเบ็ดดักปลาเป็นระยะๆ ไม่นานนักเราก็ถึงดอนคอนที่เราจะต้องต่อรถไปหลี่ผี
รถที่นั่งก็เหมือนรถขนาดรถสองแถว ต่อที่นั่งทางขวาง แต่นั่งไม่ค่อยจะได้เต็มก้น หลังคาสูง มุงด้วยเหล็กสังกะสีเสียงดังสะท้านเวลารถวิ่งไปตามถนนลูกรัง แสบแก้วหู วิ่งลัดเลาะไปตามทุ่งนา ถ้าไม่อยากจะนั่งรถใหญ่ก็ต้องถีบจักรยาน ซึ่งก็ต้องใช้เวลานานเหมือนกัน แถมแดดร้อนอีกต่างหาก จนถึงสะพานข้ามไปดอนเด็ด หรือดอนเดช จะเห็นร้านอาหาร เกสเฮ้าส์เรียงราย หมู่บ้านปลายทางเขียนปักป้ายไว้ด้วยว่ามีปลาโลมาน้ำจืด (โลมาอิระวดี หรือโลมาหัวบาตร) ให้ชม แต่ต้องมาให้ถูกเทศกาลจึงจะได้เจอนะคะ เส้นทางตรงนี้เมื่อก่อนรู้สึกว่าจะเป็นฝรั่งเศสสร้างทางรถไฟไว้ จึงมีอนุสรณ์หัวรถจักรทิ้งไว้ที่นี่

หลี่ผี ยิ่งใหญ่อลังการมาก บางคนบอกว่าคอนพะเพ็งใหญ่กว่า แต่ในความรู้สึกของพวกเรา หลี่ผีสวยมากๆ สมกับที่เราได้มาชมแบบส่วนตัวที่สุด ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย
หลี่ก็คือเครื่องดักปลา เขาเรียกว่าหลี่ผีเพราะว่า ซากศพ ซากอะไรต่างๆ ที่ตกลงแม่น้ำมามักจะมากองกันอยู่ที่นี่ จริงๆ ได้อ่านจากหนังสือ หลี่ผีมีชื่อน้ำตกที่ไพเราะเหมือนกันว่าน้ำตกโสมพมิต หรือตาดโสมพมิต โสมนี่แปลว่าพระจันทร์ พมิตนี่ ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ให้ชมภาพแทนคำบรรยายก็แล้วกัน

จากหลี่ผี เรากลับทางเส้นทางเดิม จนถึงทางหลวง 13 แล้วเลยไปทางใต้อีกประมาณ 20 กม. จะถึงน้ำตกคอนพะเพ็ง ตรงที่เขาเรียกกันว่ามหานทีสีทันดร ใครๆ ก็ต้องมาชม จนต้องเก็บค่าเข้าชมน้ำตก ด้วยความว่องไวของพี่ออ อันเราคนไทยนั้น มัดมือให้คุ้นเคยกับเรามากกว่าแค่เป็นโชเฟอร์ พอผ่านด่านเก็บสตางค์ พี่ออบอกว่า มีนักท่องเที่ยวมาแค่ผู้หญิง 5 คน ส่วนน้องตี๋ซึ่งนั่งข้างคนขับเป็นไก่ (ไกด์) เป็นคนลาว เพราะงั้นเลยเสียค่าผ่านทางแค่ 5 คนเองจ้า ... อะไรจะเข้าข้างเราขนาดนี้ พี่ออ...... แกบอกว่าจะได้ SAVE ตังค์


คอนพะเพ็งเสียอยู่อย่าง หรือว่าดีก็ไม่รู้คือ ที่จอดรถ เข้าไปใกล้น้ำตกเลย ไม่ต้องเหนื่อยเสียเวลาเดิน ไอ้ของดีมักจะพ่วงกับของไม่ดีเสมอนะคะ สิ่งดีคือ เราไม่เหนื่อย สิ่งไม่ดีคือมันทำให้คนเยอะ บรรยากาศโดยรวมเสียไป รถเยอะที่ไหน ขยะเอย ความสกปรกเอย กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ที่เราคาดไม่ถึงมักจะตามมา แถมไปด้วยร้านอาหาร ขอบอกว่าพี่ไทย และน้องลาววัฒนธรรมเหมือนกันที่สุดก็ตรงนี้แหละ อยากทานปลาแม่น้ำโขงหรือคะ มีทุกร้าน ให้เลือกดูเลยว่าอยากทานปลาชนิดไหน ไอ้เราก็ไม่รู้หรอก ปลาแม่น้ำโขงคือปลาอะไร แต่ก็สั่งมาทานกัน เป็นทั้งปลาทอด ต้มยำปลา

ตรงน้ำตกมีศาลาใหญ่ ซึ่งสร้างไว้เพื่อรับรองคราวสมเด็จพระเทพรัตนฯเสด็จทอดพระเนตรน้ำตกคอนพะเพ็ง ปัจจุบันเป็นจุดชมวิว มีแผนที่ขนาดใหญ่ให้เราได้เห็นสภาพภูมิศาสตร์ของแม่น้ำโขงบริเวณลาวใต้

จบจากคอนพะเพ็ง คืนนี้เราจะหาที่พักกันที่ดอนโขงค่ะ ซึ่งก็ย้อนกลับไปทางเส้นทางหลวงสาย 13 อีกตามเคย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าแยกไปดอนโขง ขอโทษที่จำหลักที่เท่าไหร่ จำไม่ได้จริงๆ ค่ะ ข้ามไปดอนโขงด้วยแพขนานยนต์สนนราคา แล้วเราก็ให้พี่ออ ขับรถวนหาเกสต์เฮ้าส์ หรือโรงแรมสำหรับนอนคืนนี้ เราได้เฮือนพักดอนโขง 3 ห้อง รวมราคา 1200 บาท โดยมากชาวลาวนิยมเงินบาท ยิ่งได้เป็นแบงค์บาทไทยยิ่งดี เพราะมีมูลค่าสูงกว่าเงินกีบ เวลาเอาไปแลก

วันต่อมา เราข้ามกลับจากดอนโขง เพื่อไปเที่ยวปราสาทวัดภู หนึ่งในมรดกโลกเชียวนา กำลังได้รับการบูรณะจากองค์การยูเนสโก ตอนแรกนึกว่าเป็นปราสาทเล็กๆ ราวๆ ปราสาทหินพิมาย หรือปราสาทพนมรุ้งบ้านเรา แต่เอาเข้าจริงๆ อลังการไม่หยอก

มุขเดิม เวลาที่จะเข้าไปโบราณสถาน เราเสียค่าผ่านประตูแค่ 5 คน คนละ 120 บาท หนุ่มสาวชาวลาว มาเที่ยวที่นี่เยอะมาก คึกคักเหมือนทุกคนต้องมาสยามสแควร์ หนุ่มๆ จะขับมอเตอร์ไซค์พาสาวๆ มาคุยกัน มาดูปราสาท วันนี้นักท่องเที่ยวยังน้อย คนส่วนใหญ่เป็นชาวลาว วัยรุ่นทั้งนั้นเลยค่ะ

อ่านจากหนังสือขับรถเที่ยวลาว โดย โอฬาร สุขเกษม พูดถึงปราสาทวัดภูว่าน่าจะสร้างก่อนสมัยนครวัด เพราะว่ามีร่องรอยของอารยธรรมเจนละ เก้าอิมน่ะ ทิ้งวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ ของอาจารย์พิศวรรณไปตั้งนานแล้ว จำได้ว่าเมื่อตอนที่เรียนนั้น อาจารย์หยิบสไลด์รูปภาพทับหลัง แล้วสอนว่าลักษณะศิลปะเป็นแบบไหน สร้างไหนสมัยไหน มีวิธีการดูว่าทับหลังนี้สร้างในสมัยไหน เวลาสอบวิชานี้ก็สนุกค่ะ คือดูภาพ แล้วตอบว่าเป็นทับหลังของวัดไหน สมัยไหน มาวันนี้เก้าอิมตอบไม่ได้แล้วล่ะ คืนอาจารย์ไปหมดแล้ว แย่สุดๆ

ตอนแรกนึกว่าปราสาทวัดภูจะมีแค่ปราสาทสององค์ด้านล่าง แต่จริงๆ แล้วยังมีด้านบน คือต้องขึ้นบันไดไปอีก บันไดก็แสนจะชัน เล่นเอาผู้สูงอายุอย่างเราๆ หอบแทบแย่

จบจากเที่ยวที่นี่เรากลับไปนอนที่เกสต์เฮ้าส์ ชื่ออะนุสา ราคาห้องละ 600 บาท ที่จำปาศักดิ์มีเกสเฮ้าส์เยอะมาก เลือกได้หลายแบบหลายราคา แต่ละที่มีร้านอาหารอร่อยๆ แตกต่างกัน แต่ที่เราแนะนำ และการันตีให้คือร้านอาหารดอกจำปา ผ่านการทดสอบการชิมอาหารมาแล้วถึง 3 มื้อ รับรองได้ว่าที่นี่อร่อยมาก มื้อแรกของร้านนี้คือลาบและเฝอ ซึ่งพริกทอดที่ใส่นี่ขอบอกว่าแซ่บหลาย เผ็ดมาก จนน้ำตาร่วง หมดความรู้สึกที่จะอยากกินจนหมดชาม ทั้งๆ ที่อร่อย ส่วนมื้อเย็นเราก็มาหิ้วท้องที่นี่ตามเคยด้วยติดใจฝีมือแม่ครัว แถมพ่อครัวซึ่งเป็นคนต้อนรับเราก็เป็นไกด์เองด้วย พูดภาษาฝรั่งเศสคล่องปรื๋อ ร้านนี้จึงมีฝรั่งเขามานั่งอยู่บ่อยๆ ขอแนะนำว่าต้องมาลองทานหมกไก่ ปอเปี๊ยะทอด และปลาทอดกระเทียม โดยเฉพาะหมกไก่ซึ่งเก้าอิม ก็ได้สูตรมา ลองกลับไปทำแล้ว โอ้...แซ่บมั่กๆ สูตรหมกไก่จะมีเนื้อไก่สับ (บด) ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง ไข่ไก่ พริก กะทิ สังเกตจะไม่มีเครื่องแกงแดง แบบห่อหมกบ้านเรา ที่สำคัญต้องมีตะไคร้ เพื่อทำให้หมกมีความหอม


ส่วนอีกมื้อก็คือ มื้อเช้าวันถัดมา เราได้ชิมกาแฟลาว (กาแฟโบราณ) แพนเค้ก แซนวิช (ขนมปังบาเกตต์)

เล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนเป็นวันอาสฬหบูชา เราขับรถตระเวนหาวัดเพื่อทำบุญเวียนเทียน โอย หาบ่เจอ มีแต่เห็นคนบางกลุ่มไปนอนค้างที่วัด แต่เราก็ได้เข้าไปทำบุญ ที่วัดในจำปาศักดิ์ด้วย ตอนหลังเลยมาถึงบางอ้อว่า เขาไม่เวียนเทียนกัน แต่เขาจุดเทียนแล้วปักไว้ที่หน้าบ้าน ทุกบ้านเลยค่ะ

รุ่งขึ้นเราข้ามแพขนานยนต์กลับจากจำปาศักดิ์เพื่อตัดกลับเข้าไปปากเซ บนแพเหมือนตลาดเช้าย่อมๆ แม่ค้าพ่อค้าเร่ขายของกินกันสนุก พี่จินซื้อปอเปี๊ยะสด ซึ่งพอได้ลองกัดลงไป ความรู้สึกเหมือนกินหญ้าไม่ผิดเลย ถุงละ 3 บาท ถูกมะ ถูกจริงๆ นอกจากนี้ก็มีขนมจีน (ข้าวปุ้น) กินกับน้ำยาแบบบ้านเรา มีข้าวต้มแล้วก็อื่นๆ อีกสารพัด แม่ค้าพวกนี้หลังจากแพขึ้นฝั่งอีกด้าน ก็จะขึ้นแพที่กลับไปยังจำปาศักดิ์อีกครั้ง เรียกว่าใช้ชีวิต ขายสินค้าบนแพ สบายใจดี

ใช้เวลาไม่นานแพก็ข้ามมาถึงฝั่ง แต่ว่า.....เกิดเหตุ พี่จินลืมเครื่องนวดไฟฟ้ามือถือ อันละตั้ง 2500 ขืนทิ้งไว้ที่นี่เสียดายแย่เลย เราเลยให้น้องตี๋กับพี่นวลละออนั่งเรือข้ามฟากไปขึ้นที่เกสต์เฮ้าอนุสา ไปเอาคืนมา ตอนแรกเราชั่งใจกันว่าจะเอาคืนไหม แต่เอาเหอะตั้งสองพันห้าเชียวนะ พวกเรารอได้
จบจากเที่ยวสี่พันดอนคราวนี้เราจะขึ้นไปทางเหนือสักเล็กน้อย เพื่อเที่ยวกลุ่มน้ำตก ที่เขาเรียกว่าตาดกันบ้างละ ที่ลาวใต้มีน้ำตกที่สวยงาม (สวยงามจริงๆ ไม่ได้โม้) หลายแห่ง ในแผนของเราก็มี ตาดฟาน ตาดเยื้อง ตาดเลาะ ตาดผาส่วม แต่ทางไปก็ต้องกลับไปตั้งต้นที่ปากเซ คราวนี้เราเลยได้ชิมขนมปังบาเกตต์ที่หน้าตลาดดาวเรือง (ท่ารถ) โอย ปาหัวหมาทิ้งไปเหอะ... ขนมปังเหนียวสุดๆ ตัวหมูแดงมีแต่หนังหมู เหนียวๆ ดูแล้วเหมือนหนังสะติ๊ก คือเขาทำเพื่อขาย แต่ไม่คิดถึงคนรับประทานเลยน่ะค่ะ มันไม่มีความอร่อยเอาเลย สู้ในเมืองปากเซไม่ได้


เราเริ่มเดินทางกันอีกครั้ง เติมน้ำมันให้เต็ม อย่าพูดถึงหน่วยนับของราคาน้ำมันนะคะ ปวดหัว เพราะที่นี่เขาก็กีบอยู่แล้ว เวลาเติมน้ำมันทีนึง เติมกันทีเป็นแสนๆ กีบ โอ้แม่เจ้า น้ำมันก็ราคาแพงกว่าบ้านเราด้วย หลังจากเติมน้ำมันแล้วเราเริ่มออกเดินทางโดยเหลือเสบียงไม่เท่าไหร่ เกือบๆ จะไปตายเอาที่ท่าแตง ซึ่งเป็นเสมือนจุดพัก แต่หาอะไรทานยากมากเพราะสมาชิกเราส่วนใหญ่ไม่ทานเนื้อวัว ร้านเฝอก็ขายแต่เนื้อวัว ในที่สุดเราได้ซาลาเปารองท้อง ซาลาเปาที่นี่รสชาติแปลกๆ ไส้ทำด้วยวุ้นเส้น หมูน้อย พอประทังชีวิตไปก่อน

พี่ออขับรถพาไปดูหมู่บ้านชาวเขา ทางลาวเขาจะเรียกว่าลาวสูง เป็นเผ่ากระตู ตอนแรกที่เราไปจอดรถที่หน้าหมู่บ้านเขา พวกเขามองเราเหมือนตัวประหลาด โอย น่ากลัวมาก... มีผู้ชายชาวกระตูคนนึงเดินตรงดิ่งมาที่รถเราทำหน้าตาหน้ากลัวมาเชียว คือแกเดินมาดูเฉย... แต่ทำท่าขึงขังมาก พี่ออพาเราเดินไปดูหมู่บ้านเขา




Create Date : 24 มีนาคม 2557
Last Update : 24 มีนาคม 2557 20:25:41 น.
Counter : 452 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

kaoim
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



เก้าอิม...ชิมรายทาง

โฆษณาหน้าของคุณด้วยเลยสิ






Color Codes ป้ามด

Find Chiangmai hotels










งบน้อย ไม่เท่าโฆษณาข้างบน - แต่แฟรงค์มีวิธีสร้างรายได้ออนไลน์ ทำตลาดผ่านเฟสบุค โดยศึกษาจาก 12 วิดีโอ ดูวิดีโอของแฟรงค์ คลิกเลย

มีนาคม 2557

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
20
21
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
MY VIP Friend