weblog KanichiKoong(คานิชิคุง) [AC&EE] สารพันความรู้ แอร์ และ ไฟฟ้า
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2556
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
28 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 
ระบบสายดิน ของระบบไฟฟ้าในบ้าน

ตั้งแต่ วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2539 
การไฟฟ้านครหลวง ได้ออกประกาศให้ผู้ยื่นขอไฟฟ้ารายใหม่จะต้องเดินสายไฟฟ้าให้มีระบบต่อลงดิน รวมทั้งต้องติดเต้ารับไฟฟ้าทุกตัวให้เป็นเต้ารับ ชนิดที่มีขั้วสำหรับสายดิน 
นอกจากนี้ผู้ที่ขอใช้ไฟฟ้าเพิ่มจะต้องมีการต่อระบบสายดินที่เมนสวิตซ์ หรือ สวิตซ์ประธานของระบบไฟฟ้า



ระบบสายดิน (Grounding System)





นับตั้งแต่ พ.ศ. 2539 มาจนถึงปัจจุบัน มาตรฐานในเรื่องของการติดตั้งสายดินจึงได้กลายมาเป็นกฎข้อบังคับ ที่การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กำหนดให้ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ขอใช้ไฟฟ้าหลังจากนั้น รวมทั้งผู้ใช้ไฟฟ้าที่ยื่นขอเพิ่มขนาดมิเตอร์ไฟฟ้า ต้องปฏิบัติตามในเรื่องของการติดตั้งระบบสายดิน



สายดินคือ?
สายดินคือ สายไฟฟ้าที่มีขึ้นเพื่อเสริมให้เกิดความปลอดภัยต่อการใช้ไฟฟ้า ซึ่งปลายสายด้านหนึ่งของสายดินต้องมีการต่อลงดินด้วยวัสดุที่มีคุณสมบัติเป็นตัวนำไฟฟ้า ส่วนปลายสายอีกด้านหนึ่งต่อเข้ากับพื้นผิวหรือโครงเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนที่มีการเข้าถึงและสัมผัสได้โดยผู้ใช้งานหรือบุคคลทั่วไป 
สายดินมีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าได้รับอันตรายจากการถูกไฟฟ้าดูด
และในบางกรณี สายดินยังมีส่วนช่วยในการจัดการกับสัญญาณรบกวนอีกด้วย




การทำงานของสายดิน

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจในธรรมชาติของไฟฟ้าก่อน ซึ่งธรรมชาติของไฟฟ้านั้น จะเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีศักย์ทางไฟฟ้าสูง ไปยังบริเวณที่มีศักย์ไฟฟ้าน้อยกว่าหรือบริเวณที่มีศักย์ไฟฟ้าเป็นศูนย์
พื้นโลก(พื้นดิน) มีศักย์ทางไฟฟ้าเป็นศูนย์ เมื่อเราไปสัมผัสกับพื้นผิวหรือโครงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้ารั่วออกมา และเท้าของเรายืนอยู่บนพื้น ไฟฟ้าจะใช้ร่างกายของเราเป็นสื่อเพื่อเดินทางผ่านไปลงสู่ดิน 
ถ้ามีการติดตั้งสายดินที่โครงเครื่องใช้ไฟฟ้าเอาไว้ หากมีกระแสไฟฟ้ารั่วลงที่โครงเครื่องใช้ไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าที่รั่วออกมาก็จะเดินทางลงสู่ดินผ่านทางสายดิน ซึ่งเมื่อใดที่เราไปจับโครงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการติดตั้งสายดิน เมื่อมีไฟรั่วเราจะไม่ได้รับอันตราย เพราะไฟฟ้าจะเลือกเดินทางผ่านเส้นทางทีมีความต้านทานต่ำกว่า ซึ่งถ้าเทียบกันแล้วเรามีความต้านทานทางไฟฟ้ามากกว่าสายดิน ไฟฟ้าจึงเลือกเดินทางผ่านสายดิน แทนที่จะผ่านร่างกายเรา




เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องมีและไม่มีสายดิน

เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่ต้องมีสายดิน คือเครื่องใช้ไฟฟ้ารวมทั้งอุปกรณ์ติดตั้งทางไฟฟ้าที่มีโครงหรือเปลือกหุ้มเป็นโลหะซึ่งบุคคลมีโอกาสสัมผัสได้ ต้องมีสายดิน เช่น ตู้เย็น , เตารีด,เครื่องซักผ้า ,หม้อหุงข้าว ,เครื่องปรับอากาศ เตาไมโครเวฟ กระทะไฟฟ้า กระติกน้ำร้อน เครื่องทำน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น เครื่องปิ้งขนมปัง รวมถึงเครื่องมือช่างบางชนิด เป็นต้น ซึ่งจะเรียกครื่องใช้ไฟฟ้า เหล่านี้ว่าเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 1


เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่ไม่ต้องมีสายดิน ส่วนหนึ่งจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้แรงดันต่ำกว่า 50 V หรือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลักษณะทางกายภาพ มีฉนวนห่อหุ้มมิดชิด ในการใช้งานปกติไม่มีโอกาสที่ผู้ใช้งานจะสัมผัสโดนส่วนที่มีไฟฟ้า ซึ่งจะเรียกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ต้องมีสายดินว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 2 ซึ่งมีสัญลักษณ์แสดงไว้อย่างชัดเจนว่าไม่ต้องมีสายดิน ตัวอย่างของเครื่องใช้ฯ ประเภท เช่น วิทยุ โทรทัศน์ พัดลมตั้งพื้น/โต๊ะ โคมไฟแสงสว่างชนิดตั้งโต๊ะ เป็นต้น



สัญลักษณ์แบบ A และ B สำหรับแสดงบนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ต้องมีสายดิน (ประเภท 2) 



ระบบสายดินตามมาตรฐานการไฟฟ้าฯ

ระบบสายดินที่ติดตั้งในบ้านพักอาศัย เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการด้านความปลอดภัย ที่ทางการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ออกเป็นข้อบังคับให้ผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน ต้องปฏิบัติตาม

เหตุผลที่ทางการไฟฟ้าต้องออกเป็นกฏข้อบังคับ ก็เนื่องมาจากในอดีต มีผู้ได้รับอันตรายจากการใช้ไฟฟ้าบ่อยครั้ง มีทั้งได้รับบาดเจ็บ ไปจนถึงขั้นเสียเสียชีวิตก็มีอยู่ไม่น้อย
สาเหตุส่วนใหญ่ก็มักจะมาจาก การถูกไฟดูดจากการไปสัมผัสหรือใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีไฟรั่ว 
ด้วยเหตุนี้เอง สายดินจึงได้กลายมาเป็นข้อบังคับเพื่อความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า



องค์ประกอบหลักของสายดิน
สายดิน มีองค์ประกอบหลักๆที่สำคัญอยู่ 2 ส่วน ซึ่งได้แก่ สายตัวนำไฟฟ้าหรือสายดิน และ หลักดิน

สายดิน 
สายดินที่ใช้ในระบบไฟฟ้าทั่วไปจะมีลักษณะทางกายภาพคือ เป็นสายไฟฟ้าชนิดแกนเดียว ภายในสายประกอบด้วยลวดตัวนำที่ทำมาจากทองแดง และหุ้มด้วยฉนวนประเภท PVC
มาตรฐานกำหนดให้ใช้สายที่มีฉนวนสีเขียว หรือสีเขียวสลับแถบสีเหลือง เป็นสีเฉพาะของสายดิน 
สายดินในระบบไฟฟ้ายังสามารถจำแนกได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ
1. สายดินที่ใช้ในวงจรย่อย ซึ่งเป็นสายดินที่ต่อมาจากเต้ารับ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ติดตั้งตามจุดต่างๆ
2. สายสำหรับต่อหลักดิน เป็นสายขนากใหญ่ ที่จะรวมสายดินจากวงจรย่อยต่างๆเข้าด้วยกัน แล้วต่อไปลงที่หลักดินที่ตอกลงไปในดิน


การเลือกขนาดสายต่อหลักดิน โดยพิจารณาจากขนาดตัวนำประธาน (สายเมน) ของระบบไฟฟ้า



หลักดิน
หลักดินเป็นโลหะตัวนำไฟฟ้า มีหน้าที่ถ่ายเทประจุไฟฟ้าให้กระจายลงสู่พื้นดิน โดยเมื่อมีกระแสไฟฟ้ารั่วจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต่อสายดินอยู่ กระแสไฟฟ้าที่รั่วก็จะเดินทางจากสายดินมาสู่หลักดินแล้วถ่ายเทลงสู่พื้นดิน
หลักดินที่ใช้กับระบบสายดิน มีลักษณะทางกายภาพเป็นแท่งโลหะ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะใช้เป็นแท่งเหล็กชุบทองแดงเพื่อป้องกันสนิมและการกัดกร่อน
ตามมาตรฐานกำหนดให้หลักดินของระบบ ต้องใช้แท่งทองเหล็กชุดทองแดง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มม. (5/8 นิ้ว) และมีความยาว 2.4 เมตร ตอกลงไปในพื้นดิน
โดยหลักดินที่ตอกลงไปนั้น ต้องมีความต้านทานดิน ไม่เกิน 5 โอห์ม








ข้อกำหนดในการติดตั้งระบบสายดินที่ถูกต้อง ตามมาตรฐาน


  1. จุดต่อลงดินของระบบไฟฟ้า (สายต่อฝากที่เชื่อมนิวทรัลเข้ากับสายดิน) ต้องอยู่ด้านไฟเข้าของเครื่องตัดวงจรตัวแรกของตู้เมนสวิตช์
  2. ภายในอาคารหลังเดียวกันไม่ควรมีจุดต่อลงดินมากกว่า 1 จุด
  3. สายดินและสายเส้นศูนย์สามารถต่อร่วมกันได้เพียงแห่งเดียวที่จุดต่อลงดินภายในตู้เมนสวิตช์ ห้ามต่อร่วมกันในที่อื่น ๆ อีก เช่น ในแผงสวิตช์ย่อย
  4. ตู้เมนสวิตช์สำหรับห้องชุดของอาคาร และตู้แผงสวิตช์ประจำชั้นของอาคาร ให้ถือว่าเป็นแผงสวิตช์ย่อย ห้ามต่อสายเส้นศูนย์และสายดินร่วมกัน
  5. ไม่ควรต่อโครงโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้าลงดินโดยตรง แต่ถ้าได้ดำเนินการไปแล้วให้แก้ไขโดยมีการต่อลงดินที่เมนสวิตช์อย่างถูกต้องแล้วเดินสายดินจากเมนสวิตช์มาต่อร่วมกับสายดินที่ใช้อยู่เดิม
  6. ไม่ควรใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ชนิด 120/240 V กับระบบไฟ 220 V เพราะพิกัด IC จะลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง
  7. การติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว เป็นมาตรการเสริมการป้องกันให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เช่น กรณีที่มักจะมีน้ำท่วมขัง หรือกรณีสายดินขาด 
  8. ถ้าตู้เมนสวิตช์ไม่มีขั้วต่อสายดินและขั้วต่อสายเส้นศูนย์แยกออกจากกัน เครื่องตัดไฟรั่วจะต่อใช้ได้เฉพาะวงจรย่อยเท่านั้น จะใช้ตัวเดียวป้องกันทั้งระบบไม่ได้
  9. วงจรสายดินที่ถูกต้องในสภาวะปกติจะต้องไม่มีกระแสไฟฟ้าไหล
  10. ถ้าเดินสายไฟในท่อโลหะ จะต้องเดินสายดินในท่อโลหะนั้นด้วย
  11. ดวงโคมไฟฟ้าและอุปกรณ์ติดตั้งที่เป็นโลหะควรต่อลงดิน มิฉะนั้นต้องอยู่เกินระยะที่บุคคลทั่วไปสัมผัสไม่ถึง (สูง 2.40 เมตร หรือห่าง 1.50 เมตร ในแนวราบ)
  12. ขนาดและชนิดของอุปกรณ์ระบบสายดิน ต้องเป็นไปตามมาตรฐานกฎการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าของการไฟฟ้าในท้องที่นั้น




แผนภาพแสดงการติดตั้งระบบไฟฟ้าที่มีสายดิน สำหรับระบบไฟฟ้าของบ้านพักอาศัย (1 เฟส)
เป็นรูปแบบที่ถูกต้อง ตามข้อบังคับของการไฟฟ้า และมาตรฐานของ วสท.




การติดตั้งระบบสายดิน เข้ากับแผงควบคุมไฟฟ้าแบบเก่า

ในกรณีที่ต้องการติดตั้งระบบสายดิน แต่แผงควบคุมไฟฟ้าที่เป็นแผงหลัก ไม่ได้ใช้เป็นตู้ควบคุมไฟฟ้า Consumer Unit 
ซึ่งแผงควบคุมไฟฟ้าดังกล่าว เป็นแผงควบคุมไฟฟ้าแบบเก่าที่นิยมใช้ในสมัยก่อน มีลักษณะเป็นแผงไม้หรือพลาสติกที่มีเมนสวิทช์และอุปกรณ์อื่นๆ ติดตั้งอยู่ 



หากต้องการติดตั้งระบบสายดิน ก็สามารถทำได้ โดยให้จุดต่อลงดินของระบบไฟฟ้า (สายต่อฝากที่เชื่อมนิวทรัลเข้ากับสายดิน) อยู่ด้านไฟเข้าของเมนสวิทช์ตัวแรกของระบบ




สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติม ที่เกี่ยวกับการติดตั้งหลักดินอย่าถูกต้องตามมาตรฐาน ได้ที่บทความชุด การติดตั้งหลักดินอย่างถูกต้อง



Create Date : 28 พฤษภาคม 2556
Last Update : 9 เมษายน 2557 20:56:00 น. 16 comments
Counter : 19002 Pageviews.

 
ขอบคุณมากครับ ที่ให้ความรู้


โดย: Pichai IP: 115.67.7.185 วันที่: 11 สิงหาคม 2556 เวลา:11:22:11 น.  

 
จุดที่ตอกแท่งทองแดงเกิดความร้อนเป็นเพราะอะไรครับ


โดย: คุณคม ทิพย์จันทร์ IP: 119.63.83.31 วันที่: 28 กันยายน 2556 เวลา:8:52:06 น.  

 
ตอบคุณคุณคม ทิพย์จันทร์
ถ้าหลักดินหรือพื้นดินโดยรอบนั้นเกิดความร้อน แสดงว่าอาจจะมีกระแสไฟฟ้ารั่วอยู่ครับ ซึ่งหลักดินของคุณอาจจะมีความต้านทานที่สูงไป ทำให้เมื่อมีกระแสไฟฟ้ารั่วลงดินแล้วเกิดเป็นความร้อนครับ
ลองให้ช่างมาทำการตรวจสอบดูครับ


โดย: AC&EE วันที่: 1 ตุลาคม 2556 เวลา:22:42:01 น.  

 
ถ้ามีการสลับสายยไฟที่มิเตอร์ จาก neutral เป็น line จะเกิดปัญหาอะไรครับ


โดย: พร IP: 101.51.214.208 วันที่: 6 ตุลาคม 2556 เวลา:15:32:32 น.  

 
ถ้ามีการสลับสายไฟที่มิเตอร์ จาก neutral เป็น line เมื่อต่อเครื่องทํานํ้าอุ่น ตามเเผนภาพแสดงการติดตั้งระบบไฟฟ้าที่มีสายดิน สำหรับระบบไฟฟ้าของบ้านพักอาศัย (1 เฟส) ถ้าเอามือจับที่สายฉีดหรือตัวเครื่อง(ในกรณีเป็นเหล็ก)
จะเกิดปัญหาอะไรครับ ... เเละถ้าจะเเยกสาย G จากเครื่องทํานํ้าอุ่นไปลงหลักดินอีกอันต่างหาก(ห่างหลักเเรก 10 เมตร) จะได้ไหมครับ


โดย: พร IP: 101.51.23.255 วันที่: 7 ตุลาคม 2556 เวลา:15:31:30 น.  

 
ถ้าหากว่า ระบบไฟภายในบ้านต่อถูกแล้ว และมีการสลับสายไฟที่มิเตอร์ จาก neutral เป็น line ก็จะทำให้เกิดอันตรายได้ครับ และหากว่าเราจับเหล็กก็จะถูกดูดได้ครับ ควรเช็คสายให้ถูกต้องเสียก่อนครับ และต่อแยกสายดินไม่ได้ครับต้องไปรวมกันที่ตู้ก่อนครับ


โดย: สันติ IP: 58.9.210.136 วันที่: 18 ตุลาคม 2556 เวลา:0:19:58 น.  

 
ถ้าหากว่า ระบบไฟภายในบ้านต่อถูกแล้ว และมีการสลับสายไฟที่มิเตอร์ จาก neutral เป็น line ก็จะทำให้เกิดอันตรายได้ครับ และหากว่าเราจับเหล็กก็จะถูกดูดได้ครับ ควรเช็คสายให้ถูกต้องเสียก่อนครับ และต่อแยกสายดินไม่ได้ครับต้องไปรวมกันที่ตู้ก่อนครับ


โดย: สันติ IP: 58.9.210.136 วันที่: 18 ตุลาคม 2556 เวลา:0:19:58 น.  

 
ขอโทษนะครับ ผมเจอบ้านหลายหลังที่สลับสายที่มิเิเตอร์ เพราะว่่าบางบ้านโดนตัดมิเตอร์เเล้วมาต่อใหม่ผิดสาย เข้าใจนะครับ...เเต่ถ้าผมเเยกสาย G เครื่อง
ใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอาจจะ 2-3 ตัวต่างหากไปตอกเเท่ง G ต่างหาก อาจจะเอามารวมที่ตู้โหลด (เเต่ไม่เอาสาย G ไปฝากกับสาย N คือว่าเเยกไปตอก
ลงดินต่างหาก )น่าจะไม่อันตรายกว่านะครับ ถ้ามิเตอร์เข้าสายผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ เเบบว่า"""เคยเห็น Plan การต่อเเยก G 2 จุดจากเอกสารของ saft t cut อย่าว่าเรื่องมากนะครับ...ขอความรู้ครับ...ว่าทําไมถึงต่อเเยกไม่ได้ เพราะอะไร...(ในเมื่อ ตัดมิเตอร์เเล้วช่างการไฟฟ้ามาต่อใหม่ผิดสาย เเล้วจะมีวิธีอะไรที่จะปลอดภัยที่สุดถ้าช่างมาต่อผิดสาย...


โดย: พร IP: 101.51.10.74 วันที่: 21 ตุลาคม 2556 เวลา:16:20:24 น.  

 
การเช็กโอห์มเช็กออย่างไรคับ


โดย: ช่างใจ IP: 58.137.102.222 วันที่: 22 ตุลาคม 2556 เวลา:17:01:27 น.  

 
การเดินสายดินแยก กับการเดินสายดินต่อร่วม N มีผลต่างกันอย่างไรครับ


โดย: ต๊อก IP: 124.121.181.156 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:41:27 น.  

 
สงสัยเหมือนคุณพร มีใครตอบได้บ้าง


โดย: bonut IP: 180.180.1.195 วันที่: 22 มีนาคม 2557 เวลา:14:37:02 น.  

 
ตอบคุณพร ความคิดเห็นที่ 8

สำหรับเรื่องการติดตั้งระบบสายดินในบ้านพักอาศัยนั้น ตามมาตรฐานที่การไฟฟ้าฯได้บังคับใช้ คือกำหนดให้มีการเชื่อมต่อในส่วนของสาย G และ N เข้าด้วยกัน ที่ด้านก่อจะเข้าเมนสวิตซ์
ซึ่งที่ผ่านมา ก็มีหลายคนที่ตั้งข้อสงสัยตามที่คุณได้กล่าวมา และมีกรณีของการต่อสลับสาย จนทำให้เกิดอันตราย และเป็นข่าวดังเมื่อหลายปีก่อน
ทำให้ระบบสายดินแบบนี้ เป็นเรื่องที่มีบางฝ่ายหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันอยู่

ส่วนตัวผม ก็ยอมรับครับ ว่าระบบดังกล่าวยังคงมีช่องโหว่อยู่บ้าง แต่ช่องโหว่ที่เป็นความเสี่ยง จะสามารถป้องกันได้ หากระบบไฟฟ้าที่บ้านคุณ มีการติดตั้งตามข้อกำหนดและมาตรฐานอย่างเคร่งครัด ซึ่งในมาตรฐานการติดตั้งได้มีการกำหนดรายละเอียดไว้ชัดเจน โดยสิ่งที่สำคัญสุดคือสายต่อหลักดินต้องมีการต่อลงดินอย่างถูกต้อง จุดที่ลงดินจะต้องมีค่าความต้านทาน(วัดได้)ต่ำกว่า 5 โอห์ม
ซึ่งหากมีการต่อลงดินอย่างถูกต้อง และมีค่าตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานจริง ในกรณีที่ต่อสายจากมิเตอร์เพื่อจ่ายไฟเข้าระบบ หากมีการต่อสลับจริง กระแสไฟฟ้าจากสาย L ที่ถูกสลับ จะไหลลงดินโดยตรงทันทีครับ ซึ่งที่ความต้านระระดับน้อยมากๆ มันก็เปรียบได้กับการลัดวงจรลงดินนั่นเอง และเมื่อมันลัดวงจรลงดินทันที เจ้าหน้าที่ ที่ทำการต่อไฟเข้ามิเตอร์ก็ต้องทราบสิครับ

แต่นี่ที่ว่ามันเกิดปัญหาจากการต่อสลับสาย และอาจจะเป็นอันตราย ก็เพราะว่าระบบไฟฟ้าของบ้านหลังนั่น ไม่ได้เรื่องครับ ซึ่งอาจจะมีสาเหตุจากช่างที่ติดตั้งไม่ได้ทำการวัดค่าความต้านทางของหลักดินที่ปักลงไปด้วยเครื่องมือวัดแบบเฉพาะ ทำให้บางครั้งหลักดินอันนั้น ไม่มีประสิทธิภาพและใช้ไม่ได้จริง หรืออีกสาเหตุคือสายดินไม่ได้ถูกต่อลงดิน ซึ่งอาจจะไม่ได้ถูกต่อมาตั้งแต่แรก หรือสายดินขาดออกจากระบบไปในภายหลัง ก็อาจเกิดขึ้นได้
ระบบสายดินที่การไฟฟ้าฯบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ที่กำหนดให้เชื่อมต่อในส่วนของสาย G และ N เข้าด้วยกัน ที่ด้านก่อนจะเข้าเมนสวิตซ์ หากมีการต่อลงดินอย่างถูกต้องตามข้อกำหนดในมาตรฐานแล้ว ก็นับว่าเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพในระดับหนึ่งเลยทีเดียว
แต่ถ้าระบบไฟฟ้าของบ้านคุณ ไม่มีการต่อลงดินอย่างถูกต้อง หรือไม่ทราบค่าความด้านทานหลักดินอย่างชัดเจน ก็ไม่ควรจะใช้ระบบสายดินแบบดังกล่าว แยกส่วนระบบสายดินออกไปไม่ให้มีการเชื่อมกับ N จะดีที่สุดครับ


โดย: AC&EE วันที่: 24 มีนาคม 2557 เวลา:7:39:16 น.  

 
สวัสดีค่ะ....ขอโทษนะคะ อยากขอปรึกษาหน่อยหนะค่ะ กรุณาหน่อยนะคะ
เพราะตอนนี้ทำห้องใหม่ต่อเติมจากบ้านเดิม พอดีวันนี้ทำส่วนของห้องน้ำ ขุดบ่อส้วมเจอสายดินกับแท่งโลหะของที่บ้าน สายดินขาดแต่คนขุดเขาก็ต่อกันด้วยการเอาใส้ในพันเป็นเกรียวๆ และก็เอาแท่งโลหะ เสียบลงไปในดินที่ข้างบ่อ ตรงจุดเดิม และตรงจุดที่สายดินเดินสายจากกำแพงลงดินมันอยู่บริเวณในห้องน้ำที่กำลังสร้างใหม่เลยอะค่ะ ตอนนี้ยังไม่ได้เทปูน แต่เทปูนเมื่อไหร่ แท่งโลหะกับสายดินอยู่ใต้ห้องน้ำเลยอะค่ะ ถามคุณพ่อแล้ว เขาก็บอกไม่เป็นไรหรอก (ที่บ้านต่อเติมบ้านกันเองอะค่ะไม่ได้จ้างช่างอะไร) แต่ตัวดิฉันเองกลัวและเป็นกังวลมาก ว่าไฟจะดูดเวลาเราเข้าห้องน้ำเหรอเปล่า แล้วพอเข้ามาอ่านเรื่องการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นแล้ว ถ้าดิฉันติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น ลงสายดินใกล้กัน จะเกิดอันตรายอะไรไหมค่ะ
ต้องขอโทษที่รบกวนนะคะ ไม่มีความรู้ด้านนี้เลยทุกอย่างจะเชื่อและฟังจากคุณพ่อตลอดอะค่ะ แกว่าไม่เป็นอะไร แต่ในใจก็กลัวอะค่ะ แล้วถ้าจะแก้ไข แก้ไขอย่างไรดีค่ะ
ขอความกรุณาด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ...


โดย: มณ IP: 171.5.150.222 วันที่: 2 เมษายน 2557 เวลา:20:43:07 น.  

 
ระบบสายดินช่วยป้องกันชีวิต ควรให้ความระมัดระวัง1.ช่างต่อแบบนั้น ไม่กี่ปีก้อหลุด เสื่อม ควรเดินใหม่ วิธีที่ถูกคือ ดีสุด ใช้ตัวเชื่อมแบบหลอมละลาย ซือที่ร้านไฟฟ้า ดีรองคือ บัดกรี แย่สุดมั่วสุดคือ มัดใช้ขั่วขันน้อต และควรเดินทร่ที่ตู้เมน โดย เชื่อมกันสาย นิวทรัลของการไฟฟ้า และใช้ แท่งกราร์ว แบบหุ้มทองแดง อย่าเอาแบบชุบ (หาซื้อยากหน่อย แต่ปลอดภัยสุดๆ


โดย: m IP: 27.55.4.157 วันที่: 6 เมษายน 2557 เวลา:21:32:47 น.  

 
ถ้าสงสัย สอบถามที่ line id =sofar9e ครับ


โดย: m IP: 27.55.4.157 วันที่: 6 เมษายน 2557 เวลา:21:36:38 น.  

 
ตอบคุณมณ ความคิดเห็นที่ 13

ระบบสายดินของระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ที่มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน และมีความสามารถในการป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าได้นั้น ผมขออธิบายเบื้องต้นให้ก็แล้วกันนะครับ ว่าหลักดินที่ดีและใช้ได้จริง ต้องเป็นแบบไหน
หากดูตามลักษณะทางกายภาพ เบื้องต้น หลักดินที่ใช้ต้องเป็นแท่งทองแดง หรืออนุโลมเป็นเหล็กชุบหุ้มด้วยทองแดง ความยามหลักดิน ตามมาตรฐานกำหนดให้ยาวตั้งแต่ 2.4 เมตร เป็นต้นไป เว้นเสียแต่พื้นดินในบริเวณนั้นแข็งมากๆ อนุโลมให้ใช้ขนาดที่สั้นลงมากว่านี้ได้ แต่ไม่ควรจะสั้นกว่า 1.8 เมตร ซึ่งภายหลังจากตอกลงดินแล้ว ต้องมาตรวจวัดค่าความต้านทานทางดินอีกครั้ง ให้มีค่าตามมาตรฐาน คือไม่เกิน 5 โอห์ม

จุดที่สายดินมาต่อเข้ากับ แท่งหลักดิน ตรงจุดนี้ ควรใช้การเชื่อมต่อ ด้วยการเชื่อมแบบหลอมละลายโดยใช้ความร้อน ซึ่งวิธีที่นิยมและเป็นที่ยอมรับ คือการหลอมด้วยชุดเบ้าหลอมสายดินโดยเฉพาะ หาซื้อได้จากร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าใหญ่ๆทั่วไปครับ

กับอีกวิธีหนึ่งคือการเชื่อมบัคกรีด้วยหัวเชื่อมแก๊ส
ซึ่งการต่อสายดินเข้ากับหลักดิน ด้วยการเชื่อมนี้ จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการใช้งานโดยเฉพาะในการใช้งานระยะยาว ซึ่งช่วยให้สายดินสามารถรับแรงกระทำทางกลที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

ต่างจากการต่อสายดินด้วยแคลมป์ชนิดขันเกลียว ซึ่งในระยะยาวเกลี่ยวและจุดต่ออาจจะคลายตัวหรือหลุด ทำให้สายดินขาดออกจากระบบ


สำหรับระบบสายดินที่บ้าน ถ้าดูแล้วยังไม่ปลอดภัย ให้ทำการเปลี่ยนใหม่ให้ถูกต้องและปลอดภัยตามมาตรฐานครับ
ซึ่งถ้าระบบสายดินที่บ้าน มีการลงดินอย่างถูกต้องแล้ว ในภายหลัง หากมีการติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ก็สามารถนำสายดินจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเครื่องนั้นๆ ไปรวมกันที่จุดต่อรวม(กราวน์บาร์) เพื่อที่จะนำไปลงดินในจุดเดียวครับ


โดย: AC&EE วันที่: 7 เมษายน 2557 เวลา:17:21:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
AC&EE
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 39 คน [?]




ช่องทางการติดต่อผู้จัดทำ
- ข้อความหลังไมค์
- E-mail : aum_tawatchai@hotmail.com
                        
-----------------------------------------------
-----------------------------------------------
-----------------------------------------------
hibernate hosting | glassfish web hosting
Google
                        
New Comments
Friends' blogs
[Add AC&EE's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.