Group Blog
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
พฤษภาคม 2556

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
ระบบสายดิน ของระบบไฟฟ้าในบ้าน
ตั้งแต่ วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2539 
การไฟฟ้านครหลวง ได้ออกประกาศให้ผู้ยื่นขอไฟฟ้ารายใหม่จะต้องเดินสายไฟฟ้าให้มีระบบต่อลงดิน รวมทั้งต้องติดเต้ารับไฟฟ้าทุกตัวให้เป็นเต้ารับ ชนิดที่มีขั้วสำหรับสายดิน 
นอกจากนี้ผู้ที่ขอใช้ไฟฟ้าเพิ่มจะต้องมีการต่อระบบสายดินที่เมนสวิตซ์ หรือ สวิตซ์ประธานของระบบไฟฟ้า



ระบบสายดิน (Grounding System)





นับตั้งแต่ พ.ศ. 2539 มาจนถึงปัจจุบัน มาตรฐานในเรื่องของการติดตั้งสายดินจึงได้กลายมาเป็นกฎข้อบังคับ ที่การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กำหนดให้ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ขอใช้ไฟฟ้าหลังจากนั้น รวมทั้งผู้ใช้ไฟฟ้าที่ยื่นขอเพิ่มขนาดมิเตอร์ไฟฟ้า ต้องปฏิบัติตามในเรื่องของการติดตั้งระบบสายดิน



สายดินคือ?
สายดินคือ สายไฟฟ้าที่มีขึ้นเพื่อเสริมให้เกิดความปลอดภัยต่อการใช้ไฟฟ้า ซึ่งปลายสายด้านหนึ่งของสายดินต้องมีการต่อลงดินด้วยวัสดุที่มีคุณสมบัติเป็นตัวนำไฟฟ้า ส่วนปลายสายอีกด้านหนึ่งต่อเข้ากับพื้นผิวหรือโครงเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนที่มีการเข้าถึงและสัมผัสได้โดยผู้ใช้งานหรือบุคคลทั่วไป 
สายดินมีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ไฟฟ้าได้รับอันตรายจากการถูกไฟฟ้าดูด
และในบางกรณี สายดินยังมีส่วนช่วยในการจัดการกับสัญญาณรบกวนอีกด้วย




การทำงานของสายดิน

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจในธรรมชาติของไฟฟ้าก่อน ซึ่งธรรมชาติของไฟฟ้านั้น จะเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีศักย์ทางไฟฟ้าสูง ไปยังบริเวณที่มีศักย์ไฟฟ้าน้อยกว่าหรือบริเวณที่มีศักย์ไฟฟ้าเป็นศูนย์
พื้นโลก(พื้นดิน) มีศักย์ทางไฟฟ้าเป็นศูนย์ เมื่อเราไปสัมผัสกับพื้นผิวหรือโครงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟฟ้ารั่วออกมา และเท้าของเรายืนอยู่บนพื้น ไฟฟ้าจะใช้ร่างกายของเราเป็นสื่อเพื่อเดินทางผ่านไปลงสู่ดิน 
ถ้ามีการติดตั้งสายดินที่โครงเครื่องใช้ไฟฟ้าเอาไว้ หากมีกระแสไฟฟ้ารั่วลงที่โครงเครื่องใช้ไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าที่รั่วออกมาก็จะเดินทางลงสู่ดินผ่านทางสายดิน ซึ่งเมื่อใดที่เราไปจับโครงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการติดตั้งสายดิน เมื่อมีไฟรั่วเราจะไม่ได้รับอันตราย เพราะไฟฟ้าจะเลือกเดินทางผ่านเส้นทางทีมีความต้านทานต่ำกว่า ซึ่งถ้าเทียบกันแล้วเรามีความต้านทานทางไฟฟ้ามากกว่าสายดิน ไฟฟ้าจึงเลือกเดินทางผ่านสายดิน แทนที่จะผ่านร่างกายเรา




เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องมีและไม่มีสายดิน

เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่ต้องมีสายดิน คือเครื่องใช้ไฟฟ้ารวมทั้งอุปกรณ์ติดตั้งทางไฟฟ้าที่มีโครงหรือเปลือกหุ้มเป็นโลหะซึ่งบุคคลมีโอกาสสัมผัสได้ ต้องมีสายดิน เช่น ตู้เย็น , เตารีด,เครื่องซักผ้า ,หม้อหุงข้าว ,เครื่องปรับอากาศ เตาไมโครเวฟ กระทะไฟฟ้า กระติกน้ำร้อน เครื่องทำน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น เครื่องปิ้งขนมปัง รวมถึงเครื่องมือช่างบางชนิด เป็นต้น ซึ่งจะเรียกครื่องใช้ไฟฟ้า เหล่านี้ว่าเป็น เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 1


เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่ไม่ต้องมีสายดิน ส่วนหนึ่งจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้แรงดันต่ำกว่า 50 V หรือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลักษณะทางกายภาพ มีฉนวนห่อหุ้มมิดชิด ในการใช้งานปกติไม่มีโอกาสที่ผู้ใช้งานจะสัมผัสโดนส่วนที่มีไฟฟ้า ซึ่งจะเรียกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ต้องมีสายดินว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 2 ซึ่งมีสัญลักษณ์แสดงไว้อย่างชัดเจนว่าไม่ต้องมีสายดิน ตัวอย่างของเครื่องใช้ฯ ประเภท เช่น วิทยุ โทรทัศน์ พัดลมตั้งพื้น/โต๊ะ โคมไฟแสงสว่างชนิดตั้งโต๊ะ เป็นต้น



สัญลักษณ์แบบ A และ B สำหรับแสดงบนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ต้องมีสายดิน (ประเภท 2) 



ระบบสายดินตามมาตรฐานการไฟฟ้าฯ

ระบบสายดินที่ติดตั้งในบ้านพักอาศัย เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการด้านความปลอดภัย ที่ทางการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ได้ออกเป็นข้อบังคับให้ผู้ใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน ต้องปฏิบัติตาม

เหตุผลที่ทางการไฟฟ้าต้องออกเป็นกฏข้อบังคับ ก็เนื่องมาจากในอดีต มีผู้ได้รับอันตรายจากการใช้ไฟฟ้าบ่อยครั้ง มีทั้งได้รับบาดเจ็บ ไปจนถึงขั้นเสียเสียชีวิตก็มีอยู่ไม่น้อย
สาเหตุส่วนใหญ่ก็มักจะมาจาก การถูกไฟดูดจากการไปสัมผัสหรือใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีไฟรั่ว 
ด้วยเหตุนี้เอง สายดินจึงได้กลายมาเป็นข้อบังคับเพื่อความปลอดภัยในการใช้ไฟฟ้า



องค์ประกอบหลักของสายดิน
สายดิน มีองค์ประกอบหลักๆที่สำคัญอยู่ 2 ส่วน ซึ่งได้แก่ สายตัวนำไฟฟ้าหรือสายดิน และ หลักดิน

สายดิน 
สายดินที่ใช้ในระบบไฟฟ้าทั่วไปจะมีลักษณะทางกายภาพคือ เป็นสายไฟฟ้าชนิดแกนเดียว ภายในสายประกอบด้วยลวดตัวนำที่ทำมาจากทองแดง และหุ้มด้วยฉนวนประเภท PVC
มาตรฐานกำหนดให้ใช้สายที่มีฉนวนสีเขียว หรือสีเขียวสลับแถบสีเหลือง เป็นสีเฉพาะของสายดิน 
สายดินในระบบไฟฟ้ายังสามารถจำแนกได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ
1. สายดินที่ใช้ในวงจรย่อย ซึ่งเป็นสายดินที่ต่อมาจากเต้ารับ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ติดตั้งตามจุดต่างๆ
2. สายสำหรับต่อหลักดิน เป็นสายขนากใหญ่ ที่จะรวมสายดินจากวงจรย่อยต่างๆเข้าด้วยกัน แล้วต่อไปลงที่หลักดินที่ตอกลงไปในดิน


การเลือกขนาดสายต่อหลักดิน โดยพิจารณาจากขนาดตัวนำประธาน (สายเมน) ของระบบไฟฟ้า



หลักดิน
หลักดินเป็นโลหะตัวนำไฟฟ้า มีหน้าที่ถ่ายเทประจุไฟฟ้าให้กระจายลงสู่พื้นดิน โดยเมื่อมีกระแสไฟฟ้ารั่วจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต่อสายดินอยู่ กระแสไฟฟ้าที่รั่วก็จะเดินทางจากสายดินมาสู่หลักดินแล้วถ่ายเทลงสู่พื้นดิน
หลักดินที่ใช้กับระบบสายดิน มีลักษณะทางกายภาพเป็นแท่งโลหะ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะใช้เป็นแท่งเหล็กชุบทองแดงเพื่อป้องกันสนิมและการกัดกร่อน
ตามมาตรฐานกำหนดให้หลักดินของระบบ ต้องใช้แท่งทองเหล็กชุดทองแดง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มม. (5/8 นิ้ว) และมีความยาว 2.4 เมตร ตอกลงไปในพื้นดิน
โดยหลักดินที่ตอกลงไปนั้น ต้องมีความต้านทานดิน ไม่เกิน 5 โอห์ม








ข้อกำหนดในการติดตั้งระบบสายดินที่ถูกต้อง ตามมาตรฐาน


  1. จุดต่อลงดินของระบบไฟฟ้า (สายต่อฝากที่เชื่อมนิวทรัลเข้ากับสายดิน) ต้องอยู่ด้านไฟเข้าของเครื่องตัดวงจรตัวแรกของตู้เมนสวิตช์
  2. ภายในอาคารหลังเดียวกันไม่ควรมีจุดต่อลงดินมากกว่า 1 จุด
  3. สายดินและสายเส้นศูนย์สามารถต่อร่วมกันได้เพียงแห่งเดียวที่จุดต่อลงดินภายในตู้เมนสวิตช์ ห้ามต่อร่วมกันในที่อื่น ๆ อีก เช่น ในแผงสวิตช์ย่อย
  4. ตู้เมนสวิตช์สำหรับห้องชุดของอาคาร และตู้แผงสวิตช์ประจำชั้นของอาคาร ให้ถือว่าเป็นแผงสวิตช์ย่อย ห้ามต่อสายเส้นศูนย์และสายดินร่วมกัน
  5. ไม่ควรต่อโครงโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้าลงดินโดยตรง แต่ถ้าได้ดำเนินการไปแล้วให้แก้ไขโดยมีการต่อลงดินที่เมนสวิตช์อย่างถูกต้องแล้วเดินสายดินจากเมนสวิตช์มาต่อร่วมกับสายดินที่ใช้อยู่เดิม
  6. ไม่ควรใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ชนิด 120/240 V กับระบบไฟ 220 V เพราะพิกัด IC จะลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง
  7. การติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว เป็นมาตรการเสริมการป้องกันให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เช่น กรณีที่มักจะมีน้ำท่วมขัง หรือกรณีสายดินขาด 
  8. ถ้าตู้เมนสวิตช์ไม่มีขั้วต่อสายดินและขั้วต่อสายเส้นศูนย์แยกออกจากกัน เครื่องตัดไฟรั่วจะต่อใช้ได้เฉพาะวงจรย่อยเท่านั้น จะใช้ตัวเดียวป้องกันทั้งระบบไม่ได้
  9. วงจรสายดินที่ถูกต้องในสภาวะปกติจะต้องไม่มีกระแสไฟฟ้าไหล
  10. ถ้าเดินสายไฟในท่อโลหะ จะต้องเดินสายดินในท่อโลหะนั้นด้วย
  11. ดวงโคมไฟฟ้าและอุปกรณ์ติดตั้งที่เป็นโลหะควรต่อลงดิน มิฉะนั้นต้องอยู่เกินระยะที่บุคคลทั่วไปสัมผัสไม่ถึง (สูง 2.40 เมตร หรือห่าง 1.50 เมตร ในแนวราบ)
  12. ขนาดและชนิดของอุปกรณ์ระบบสายดิน ต้องเป็นไปตามมาตรฐานกฎการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าของการไฟฟ้าในท้องที่นั้น




แผนภาพแสดงการติดตั้งระบบไฟฟ้าที่มีสายดิน สำหรับระบบไฟฟ้าของบ้านพักอาศัย (1 เฟส)
เป็นรูปแบบที่ถูกต้อง ตามข้อบังคับของการไฟฟ้า และมาตรฐานของ วสท.




การติดตั้งระบบสายดิน เข้ากับแผงควบคุมไฟฟ้าแบบเก่า

ในกรณีที่ต้องการติดตั้งระบบสายดิน แต่แผงควบคุมไฟฟ้าที่เป็นแผงหลัก ไม่ได้ใช้เป็นตู้ควบคุมไฟฟ้า Consumer Unit 
ซึ่งแผงควบคุมไฟฟ้าดังกล่าว เป็นแผงควบคุมไฟฟ้าแบบเก่าที่นิยมใช้ในสมัยก่อน มีลักษณะเป็นแผงไม้หรือพลาสติกที่มีเมนสวิทช์และอุปกรณ์อื่นๆ ติดตั้งอยู่ 



หากต้องการติดตั้งระบบสายดิน ก็สามารถทำได้ โดยให้จุดต่อลงดินของระบบไฟฟ้า (สายต่อฝากที่เชื่อมนิวทรัลเข้ากับสายดิน) อยู่ด้านไฟเข้าของเมนสวิทช์ตัวแรกของระบบ




สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติม ที่เกี่ยวกับการติดตั้งหลักดินอย่าถูกต้องตามมาตรฐาน ได้ที่บทความชุด การติดตั้งหลักดินอย่างถูกต้อง



Create Date : 28 พฤษภาคม 2556
Last Update : 9 เมษายน 2557 20:56:00 น.
Counter : 26088 Pageviews.

24 comments
  
ขอบคุณมากครับ ที่ให้ความรู้
โดย: Pichai IP: 115.67.7.185 วันที่: 11 สิงหาคม 2556 เวลา:11:22:11 น.
  
จุดที่ตอกแท่งทองแดงเกิดความร้อนเป็นเพราะอะไรครับ
โดย: คุณคม ทิพย์จันทร์ IP: 119.63.83.31 วันที่: 28 กันยายน 2556 เวลา:8:52:06 น.
  
ตอบคุณคุณคม ทิพย์จันทร์
ถ้าหลักดินหรือพื้นดินโดยรอบนั้นเกิดความร้อน แสดงว่าอาจจะมีกระแสไฟฟ้ารั่วอยู่ครับ ซึ่งหลักดินของคุณอาจจะมีความต้านทานที่สูงไป ทำให้เมื่อมีกระแสไฟฟ้ารั่วลงดินแล้วเกิดเป็นความร้อนครับ
ลองให้ช่างมาทำการตรวจสอบดูครับ
โดย: AC&EE วันที่: 1 ตุลาคม 2556 เวลา:22:42:01 น.
  
ถ้ามีการสลับสายยไฟที่มิเตอร์ จาก neutral เป็น line จะเกิดปัญหาอะไรครับ
โดย: พร IP: 101.51.214.208 วันที่: 6 ตุลาคม 2556 เวลา:15:32:32 น.
  
ถ้ามีการสลับสายไฟที่มิเตอร์ จาก neutral เป็น line เมื่อต่อเครื่องทํานํ้าอุ่น ตามเเผนภาพแสดงการติดตั้งระบบไฟฟ้าที่มีสายดิน สำหรับระบบไฟฟ้าของบ้านพักอาศัย (1 เฟส) ถ้าเอามือจับที่สายฉีดหรือตัวเครื่อง(ในกรณีเป็นเหล็ก)
จะเกิดปัญหาอะไรครับ ... เเละถ้าจะเเยกสาย G จากเครื่องทํานํ้าอุ่นไปลงหลักดินอีกอันต่างหาก(ห่างหลักเเรก 10 เมตร) จะได้ไหมครับ
โดย: พร IP: 101.51.23.255 วันที่: 7 ตุลาคม 2556 เวลา:15:31:30 น.
  
ถ้าหากว่า ระบบไฟภายในบ้านต่อถูกแล้ว และมีการสลับสายไฟที่มิเตอร์ จาก neutral เป็น line ก็จะทำให้เกิดอันตรายได้ครับ และหากว่าเราจับเหล็กก็จะถูกดูดได้ครับ ควรเช็คสายให้ถูกต้องเสียก่อนครับ และต่อแยกสายดินไม่ได้ครับต้องไปรวมกันที่ตู้ก่อนครับ
โดย: สันติ IP: 58.9.210.136 วันที่: 18 ตุลาคม 2556 เวลา:0:19:58 น.
  
ถ้าหากว่า ระบบไฟภายในบ้านต่อถูกแล้ว และมีการสลับสายไฟที่มิเตอร์ จาก neutral เป็น line ก็จะทำให้เกิดอันตรายได้ครับ และหากว่าเราจับเหล็กก็จะถูกดูดได้ครับ ควรเช็คสายให้ถูกต้องเสียก่อนครับ และต่อแยกสายดินไม่ได้ครับต้องไปรวมกันที่ตู้ก่อนครับ
โดย: สันติ IP: 58.9.210.136 วันที่: 18 ตุลาคม 2556 เวลา:0:19:58 น.
  
ขอโทษนะครับ ผมเจอบ้านหลายหลังที่สลับสายที่มิเิเตอร์ เพราะว่่าบางบ้านโดนตัดมิเตอร์เเล้วมาต่อใหม่ผิดสาย เข้าใจนะครับ...เเต่ถ้าผมเเยกสาย G เครื่อง
ใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอาจจะ 2-3 ตัวต่างหากไปตอกเเท่ง G ต่างหาก อาจจะเอามารวมที่ตู้โหลด (เเต่ไม่เอาสาย G ไปฝากกับสาย N คือว่าเเยกไปตอก
ลงดินต่างหาก )น่าจะไม่อันตรายกว่านะครับ ถ้ามิเตอร์เข้าสายผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ เเบบว่า"""เคยเห็น Plan การต่อเเยก G 2 จุดจากเอกสารของ saft t cut อย่าว่าเรื่องมากนะครับ...ขอความรู้ครับ...ว่าทําไมถึงต่อเเยกไม่ได้ เพราะอะไร...(ในเมื่อ ตัดมิเตอร์เเล้วช่างการไฟฟ้ามาต่อใหม่ผิดสาย เเล้วจะมีวิธีอะไรที่จะปลอดภัยที่สุดถ้าช่างมาต่อผิดสาย...
โดย: พร IP: 101.51.10.74 วันที่: 21 ตุลาคม 2556 เวลา:16:20:24 น.
  
การเช็กโอห์มเช็กออย่างไรคับ
โดย: ช่างใจ IP: 58.137.102.222 วันที่: 22 ตุลาคม 2556 เวลา:17:01:27 น.
  
การเดินสายดินแยก กับการเดินสายดินต่อร่วม N มีผลต่างกันอย่างไรครับ
โดย: ต๊อก IP: 124.121.181.156 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2556 เวลา:11:41:27 น.
  
สงสัยเหมือนคุณพร มีใครตอบได้บ้าง
โดย: bonut IP: 180.180.1.195 วันที่: 22 มีนาคม 2557 เวลา:14:37:02 น.
  
ตอบคุณพร ความคิดเห็นที่ 8

สำหรับเรื่องการติดตั้งระบบสายดินในบ้านพักอาศัยนั้น ตามมาตรฐานที่การไฟฟ้าฯได้บังคับใช้ คือกำหนดให้มีการเชื่อมต่อในส่วนของสาย G และ N เข้าด้วยกัน ที่ด้านก่อจะเข้าเมนสวิตซ์
ซึ่งที่ผ่านมา ก็มีหลายคนที่ตั้งข้อสงสัยตามที่คุณได้กล่าวมา และมีกรณีของการต่อสลับสาย จนทำให้เกิดอันตราย และเป็นข่าวดังเมื่อหลายปีก่อน
ทำให้ระบบสายดินแบบนี้ เป็นเรื่องที่มีบางฝ่ายหยิบยกขึ้นมาถกเถียงกันอยู่

ส่วนตัวผม ก็ยอมรับครับ ว่าระบบดังกล่าวยังคงมีช่องโหว่อยู่บ้าง แต่ช่องโหว่ที่เป็นความเสี่ยง จะสามารถป้องกันได้ หากระบบไฟฟ้าที่บ้านคุณ มีการติดตั้งตามข้อกำหนดและมาตรฐานอย่างเคร่งครัด ซึ่งในมาตรฐานการติดตั้งได้มีการกำหนดรายละเอียดไว้ชัดเจน โดยสิ่งที่สำคัญสุดคือสายต่อหลักดินต้องมีการต่อลงดินอย่างถูกต้อง จุดที่ลงดินจะต้องมีค่าความต้านทาน(วัดได้)ต่ำกว่า 5 โอห์ม
ซึ่งหากมีการต่อลงดินอย่างถูกต้อง และมีค่าตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานจริง ในกรณีที่ต่อสายจากมิเตอร์เพื่อจ่ายไฟเข้าระบบ หากมีการต่อสลับจริง กระแสไฟฟ้าจากสาย L ที่ถูกสลับ จะไหลลงดินโดยตรงทันทีครับ ซึ่งที่ความต้านระระดับน้อยมากๆ มันก็เปรียบได้กับการลัดวงจรลงดินนั่นเอง และเมื่อมันลัดวงจรลงดินทันที เจ้าหน้าที่ ที่ทำการต่อไฟเข้ามิเตอร์ก็ต้องทราบสิครับ

แต่นี่ที่ว่ามันเกิดปัญหาจากการต่อสลับสาย และอาจจะเป็นอันตราย ก็เพราะว่าระบบไฟฟ้าของบ้านหลังนั่น ไม่ได้เรื่องครับ ซึ่งอาจจะมีสาเหตุจากช่างที่ติดตั้งไม่ได้ทำการวัดค่าความต้านทางของหลักดินที่ปักลงไปด้วยเครื่องมือวัดแบบเฉพาะ ทำให้บางครั้งหลักดินอันนั้น ไม่มีประสิทธิภาพและใช้ไม่ได้จริง หรืออีกสาเหตุคือสายดินไม่ได้ถูกต่อลงดิน ซึ่งอาจจะไม่ได้ถูกต่อมาตั้งแต่แรก หรือสายดินขาดออกจากระบบไปในภายหลัง ก็อาจเกิดขึ้นได้
ระบบสายดินที่การไฟฟ้าฯบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ที่กำหนดให้เชื่อมต่อในส่วนของสาย G และ N เข้าด้วยกัน ที่ด้านก่อนจะเข้าเมนสวิตซ์ หากมีการต่อลงดินอย่างถูกต้องตามข้อกำหนดในมาตรฐานแล้ว ก็นับว่าเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพในระดับหนึ่งเลยทีเดียว
แต่ถ้าระบบไฟฟ้าของบ้านคุณ ไม่มีการต่อลงดินอย่างถูกต้อง หรือไม่ทราบค่าความด้านทานหลักดินอย่างชัดเจน ก็ไม่ควรจะใช้ระบบสายดินแบบดังกล่าว แยกส่วนระบบสายดินออกไปไม่ให้มีการเชื่อมกับ N จะดีที่สุดครับ
โดย: AC&EE วันที่: 24 มีนาคม 2557 เวลา:7:39:16 น.
  
สวัสดีค่ะ....ขอโทษนะคะ อยากขอปรึกษาหน่อยหนะค่ะ กรุณาหน่อยนะคะ
เพราะตอนนี้ทำห้องใหม่ต่อเติมจากบ้านเดิม พอดีวันนี้ทำส่วนของห้องน้ำ ขุดบ่อส้วมเจอสายดินกับแท่งโลหะของที่บ้าน สายดินขาดแต่คนขุดเขาก็ต่อกันด้วยการเอาใส้ในพันเป็นเกรียวๆ และก็เอาแท่งโลหะ เสียบลงไปในดินที่ข้างบ่อ ตรงจุดเดิม และตรงจุดที่สายดินเดินสายจากกำแพงลงดินมันอยู่บริเวณในห้องน้ำที่กำลังสร้างใหม่เลยอะค่ะ ตอนนี้ยังไม่ได้เทปูน แต่เทปูนเมื่อไหร่ แท่งโลหะกับสายดินอยู่ใต้ห้องน้ำเลยอะค่ะ ถามคุณพ่อแล้ว เขาก็บอกไม่เป็นไรหรอก (ที่บ้านต่อเติมบ้านกันเองอะค่ะไม่ได้จ้างช่างอะไร) แต่ตัวดิฉันเองกลัวและเป็นกังวลมาก ว่าไฟจะดูดเวลาเราเข้าห้องน้ำเหรอเปล่า แล้วพอเข้ามาอ่านเรื่องการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นแล้ว ถ้าดิฉันติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น ลงสายดินใกล้กัน จะเกิดอันตรายอะไรไหมค่ะ
ต้องขอโทษที่รบกวนนะคะ ไม่มีความรู้ด้านนี้เลยทุกอย่างจะเชื่อและฟังจากคุณพ่อตลอดอะค่ะ แกว่าไม่เป็นอะไร แต่ในใจก็กลัวอะค่ะ แล้วถ้าจะแก้ไข แก้ไขอย่างไรดีค่ะ
ขอความกรุณาด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ ...
โดย: มณ IP: 171.5.150.222 วันที่: 2 เมษายน 2557 เวลา:20:43:07 น.
  
ระบบสายดินช่วยป้องกันชีวิต ควรให้ความระมัดระวัง1.ช่างต่อแบบนั้น ไม่กี่ปีก้อหลุด เสื่อม ควรเดินใหม่ วิธีที่ถูกคือ ดีสุด ใช้ตัวเชื่อมแบบหลอมละลาย ซือที่ร้านไฟฟ้า ดีรองคือ บัดกรี แย่สุดมั่วสุดคือ มัดใช้ขั่วขันน้อต และควรเดินทร่ที่ตู้เมน โดย เชื่อมกันสาย นิวทรัลของการไฟฟ้า และใช้ แท่งกราร์ว แบบหุ้มทองแดง อย่าเอาแบบชุบ (หาซื้อยากหน่อย แต่ปลอดภัยสุดๆ
โดย: m IP: 27.55.4.157 วันที่: 6 เมษายน 2557 เวลา:21:32:47 น.
  
ถ้าสงสัย สอบถามที่ line id =sofar9e ครับ
โดย: m IP: 27.55.4.157 วันที่: 6 เมษายน 2557 เวลา:21:36:38 น.
  
ตอบคุณมณ ความคิดเห็นที่ 13

ระบบสายดินของระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ที่มีประสิทธิภาพตามมาตรฐาน และมีความสามารถในการป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าได้นั้น ผมขออธิบายเบื้องต้นให้ก็แล้วกันนะครับ ว่าหลักดินที่ดีและใช้ได้จริง ต้องเป็นแบบไหน
หากดูตามลักษณะทางกายภาพ เบื้องต้น หลักดินที่ใช้ต้องเป็นแท่งทองแดง หรืออนุโลมเป็นเหล็กชุบหุ้มด้วยทองแดง ความยามหลักดิน ตามมาตรฐานกำหนดให้ยาวตั้งแต่ 2.4 เมตร เป็นต้นไป เว้นเสียแต่พื้นดินในบริเวณนั้นแข็งมากๆ อนุโลมให้ใช้ขนาดที่สั้นลงมากว่านี้ได้ แต่ไม่ควรจะสั้นกว่า 1.8 เมตร ซึ่งภายหลังจากตอกลงดินแล้ว ต้องมาตรวจวัดค่าความต้านทานทางดินอีกครั้ง ให้มีค่าตามมาตรฐาน คือไม่เกิน 5 โอห์ม

จุดที่สายดินมาต่อเข้ากับ แท่งหลักดิน ตรงจุดนี้ ควรใช้การเชื่อมต่อ ด้วยการเชื่อมแบบหลอมละลายโดยใช้ความร้อน ซึ่งวิธีที่นิยมและเป็นที่ยอมรับ คือการหลอมด้วยชุดเบ้าหลอมสายดินโดยเฉพาะ หาซื้อได้จากร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าใหญ่ๆทั่วไปครับ

กับอีกวิธีหนึ่งคือการเชื่อมบัคกรีด้วยหัวเชื่อมแก๊ส
ซึ่งการต่อสายดินเข้ากับหลักดิน ด้วยการเชื่อมนี้ จะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการใช้งานโดยเฉพาะในการใช้งานระยะยาว ซึ่งช่วยให้สายดินสามารถรับแรงกระทำทางกลที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

ต่างจากการต่อสายดินด้วยแคลมป์ชนิดขันเกลียว ซึ่งในระยะยาวเกลี่ยวและจุดต่ออาจจะคลายตัวหรือหลุด ทำให้สายดินขาดออกจากระบบ


สำหรับระบบสายดินที่บ้าน ถ้าดูแล้วยังไม่ปลอดภัย ให้ทำการเปลี่ยนใหม่ให้ถูกต้องและปลอดภัยตามมาตรฐานครับ
ซึ่งถ้าระบบสายดินที่บ้าน มีการลงดินอย่างถูกต้องแล้ว ในภายหลัง หากมีการติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ก็สามารถนำสายดินจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเครื่องนั้นๆ ไปรวมกันที่จุดต่อรวม(กราวน์บาร์) เพื่อที่จะนำไปลงดินในจุดเดียวครับ
โดย: AC&EE วันที่: 7 เมษายน 2557 เวลา:17:21:35 น.
  
ทำไม!? ต้องต่อสายดินเข้ากับสาย N ด้วยครับ
ช่วยในเรื่องอะไร.....
ผมกำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่อ่ะครับ
แล้วอยากทราบข้อดีข้อเสียด้วยก้อดีนะครับ
ช่วยให้ความรู้ด้วยนะครับ
โดย: บอล IP: 1.10.203.151 วันที่: 21 เมษายน 2557 เวลา:4:51:42 น.
  
ตอบคุณบอล ความคิดเห็นที่ 17

จุดประสงค์หลักๆเลย การต่อ G เข้ากับ N ก็เพื่อเป็นการเทียบให้สาย N มีศักย์ไฟฟ้าเป็น 0 ตามพื้นดิน ตลอดเวลาครับ

มีบางกรณีที่สาย N ของผู้ใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะประเภทบ้านพักอาศัย บางแห่งที่ N หลุดออกจากระบบของการไฟฟ้า หรือจุดต่อ N ของผู้ใช้ ที่ต่อเข้ากับ N ของการไฟฟ้าฯไม่แน่น ซึ่งหากเกิดกรณีดังกล่าว จะทำให้สาย N ในบ้าน มีค่าความต่างศักย์ทันที เป็นอันตราย

ถ้าระบบสายดิน มีการตอกลงดินถูกต้อง มีค่าความต้านทานดินไม่เกินที่มาตรฐานกำหนด ระบบไฟฟ้าที่กำหนดให้ต่อ G เข้ากับ N ถือว่าปลอดภัย ช่วยได้มากเลยทีเดียว
โดย: AC&EE วันที่: 23 เมษายน 2557 เวลา:8:08:32 น.
  
ผมจบ ปวช.ไฟฟ้ากำลัง มีประสบการณืด้านนี้ยี่สิบกว่าปี เข้าใจครับเป็นมาตรฐานที่กำหนด แต่สำหรับคนไทย ช่างไทย(บางคนหรือหลายคน) มีความรู้ ที่สำคัญมีละเอียดรอบคอบแค่ไหน เจ้าของบ้านกี่คนที่พอจะรู้เรื่องระบบไฟฟ้า มีบ้านกี่หลังที่มีการวัดค่ากราวด์ก่อนจ่ายไฟ
มีช่างกี่คนที่มีเครื่องวัดค่ากราวด์ ผมก็ไม่มี(เครื่องละหมื่นกว่าบาท)

ที่สำคัญมีอะไรมาการันตีได้ว่าจะไม่มีการผิดพลาดสลับสายไฟ (จากการซ่อมบำรุง , เดินสายต่อเติม จากช่างหลายระดับ) ผมเคยได้แก้ไขหลายครั้ง และมีคนเคยถูกไฟดูดตายมาแล้ว บางรายไม่โดนดูดแต่เจอค่าไฟเข้าไปหมื่นกว่าบาทต้องขอผ่อนจ่าย

สำหรับผมจะไม่ต่อสายดินร่วมสายนิวทรัล จะต่อเฉพาะอุปกรณ์ ปลอดภัยจากการสลับสายดังกล่าว

อย่าเพิ่งเชื่อผม ลองรับเอาไปพิจารณาดูก่อนครับ
โดย: line main IP: 202.151.4.17 วันที่: 6 พฤษภาคม 2557 เวลา:16:22:39 น.
  
ถึง คห.19

บทความนี้พูดถึงการติดตั้งที่มีมาตรฐาน ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับของการไฟฟ้า
และข้อบังคับเรื่องสายดินที่การไฟฟ้ากำหนด ก่อนหน้านี้เขาก็ได้นำผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงวิศวกรรมไฟฟ้า มาร่วมถกร่วมกันหาทางออก เพื่อที่จะได้เป็นมาตรฐานเดียวกันออกมา
ซึ่งมาตรฐานทางด้านสายดิน หากติดตั้งถูกต้องตามที่กำหนด มีการวัดและทดสอบค่าตามที่กำหนด ระบบสายดินที่ติดตั้งอย่างถูกต้องตามข้อบังคับของการไฟฟ้า ก็ถือว่าช่วยเสริมความปลอดภัยได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียวครับ

แต่ที่คุณถามมาว่า...
มีบ้านกี่หลังที่มีการวัดค่ากราวด์ก่อนจ่ายไฟ ?
มีช่างกี่คนที่มีเครื่องวัดค่ากราวด์ ?
ซึ่งคำถามเหล่านี้ อยู่ที่มาตรฐานของตัวช่างเอง และความพร้อมของช่างครับ ถ้าคุณทำมาหากินโดยการรับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้ามาเป็นเวลานานถึงยีสิบสามสิบปีจริง ทำไมถึงไม่คิดจะสร้างมันบ้างหรือ ???

เดี๋ยวนี้ EARTH TESTER ยี่ห้อ KYORITSU แบบอนาล็อค ราคาไม่ถึงหมื่น(ราวๆ 7-8 พัน) ซึ่งการเป็นช่างมานานหลายสิบปี รับงานเกี่ยวกับไฟฟ้ามาไม่รู้เท่าไหร่ ยิ่งเดี๋ยวนี้หากรับงานไฟบ้านแต่ละหลัง ก็ต้องลงหลักดินหมด ผมว่ามันก็ไม่แพงเกินไปที่จะลงทุนในเครื่องมือทำมาหากินที่สำคัญแบบนี้นะครับ และถ้าทำงานมานานขนาดนั้นผมว่าจะเอาเรื่องข้อจำกัดของราคาระดับนี้มาอ้าง อาจจะดูเหมือนฟังไม่ขึ้นนะครับ มันยิ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่ตัวช่าง และความสามารถในการให้บริการ แบบนี้จัดว่าช่างแบบบ้านๆ ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจก็แล้วกัน

ผมไม่ได้จะว่าเหมารวมช่างไฟรุ่นใหญ่ๆท่านอื่นหรอกนะครับ แต่คำถามที่ คห.19 กล่าวมานั้น มันพาให้ผมต้องร่ายยาว
ซึ่งในชีวิตจริงนั้น ช่างไฟที่ทำงานมานานหลายสิบปี ที่ผมรู้จักและนับถือเหมือนครูบาอาจารย์จริงๆ ก็มีอยู่หลายท่าน ซึ่งท่านเหล่านี้ไม่ได้จบสูงไปกว่า ปวช. แต่เป็นปรมาจารย์ที่ขึ้นชื่อด้านฝีมือ โดยเฉพาะเรื่องฝีมือการเดินสายไฟ แม้ผมเป็นวิศวกรไฟฟ้าคุมงานตรวจงานที่ช่างเหล่านี้เป็นผู้ติดตั้ง ผมก็ยังเคารพท่านเหล่านี้เหมือนอาจารย์ ต่างฝ่ายจะร่วมงานกันได้ ต้องรู้จักเรียนรู้ซึ่งกันและกัน พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนในสิ่งที่ดีและเห็นสมควร
โดย: AC&EE วันที่: 9 พฤษภาคม 2557 เวลา:1:36:58 น.
  
ขอบคุณมากครับ และขออภัยเป็นอย่างสูงผมไม่มีเจตนาก้าวล่วงผู้ใด แค่ต้องการเสนอมุมมองอีกด้านให้คนที่ต้องใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน อาจจะขวานผ่าซากแต่เจตนาดีครับ ขออนุญาตร่ายยาวบ้าง ถือเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ผมไม่ได้หมายความว่าจบแค่ ปวช.แต่มีความรู้มากกว่าคนที่จบสูงกว่า มีเยอะมากที่ผมต้องสอบถามน้องๆที่จบวิศวะ ครูผมคนแรกก็ไม่ได้มีวุฒิอะไร เรื่องสายดินนี้นี้ถกเถียงกันมาก มักไปจบที่ว่ามันเป็นมาตรฐาน ไม่ได้ว่ามาตรฐานไม่ดี แต่เรามีสิทธิ์สงสัยว่ามันมีข้อดีข้อเสียยังไง ในเมื่อเราเจอปัญหาแบบนี้ ผมช่างบ้านๆจริงๆครับอยู่อำเภอติดชายแดน เลิกรับเหมามานานแล้ว แต่ถูกตามให้ตรวจเช็คแก้ไขระบบไฟในบ้านบ่อยๆ ถ้าอย่างท่านว่า ช่างที่ผมเจอมาแล้วก็ตัวผมเองไร้มาตรฐานไม่พร้อมจริงๆผมน้อมรับทุกกรณีครับ คนที่มีความรู้เรื่องไฟฟ้าผมไม่ห่วงหรอกครับ ผมขอตรงประเด็นเลยนะครับ
1.อันตรายจากการสลับสายป้องกันได้ยังไง
1.1 ต้องติดตั้งสายดินให้ได้มาตรฐาน
- หลักดินต้องยาวไม่น้อยกว่า 1.8 เมตร (ที่ร้านขายเห็นคืบเดียวก็มี , บางพื้นที่ตอกลงได้ไม่ถึงครึ่ง)
- หลักดินกับสายต้องเชื่อมด้วยความร้อน (หาซื้อทั้งอำเภอไม่มี)
- ค่าความต้านทานต้องไม่เกิน 5 โอห์ม (20กว่าปีผมไม่เคยเห็นช่างบ้านคนไหนมีเครื่องวัด)
- อย่าคิดว่าสายนิวทรัลไม่มีไฟ (ช่างบ้านหลายคนยังเข้าใจผิดว่ามันคือสายดิน)
- ต้องหาช่างที่มีฝีมือมาตรฐาน เครื่องมืออุปกรณ์ต้องพร้อม มีจรรยาบรรณ (ไม่ง่ายครับ)
2.มีโอกาสสลับสายได้ยังไง , เป็นอันตรายแค่ไหน (อันตรายมาก เสี่ยงชีวิต)
- การถอดใส่มิเตอร์ (เช่นถูกตัดไฟ ,ต่อกลับ ,การเปลี่ยนมิเตอร์ฯลฯ)
- การต่อเติม , ซ่อมระบบไฟ (มีบางบ้านอยู่ไกลมิเตอร์มีสายเมนยาวมีโอกาสเวลาต่อสายที่ขาดช่วงต้นไม้หนาทึบหรือสิ่งก่อสร้างต่างๆ)
- อาจถูกกลั่นแกล้ง ปองร้าย (อันนี้ดูละครมากไป จิตตกคิดมาก พิจารณาเอาเองละกันมีความเป็นไปได้ไหม)
3.ช่างติดตั้ง หรือ ถอด ใส่มิเตอร์ต้องรู้ถ้าเข้าสายผิด
- ช่างมีหลายระดับ (อ่านคำตอบด้านบน)
- มีคนถูกไฟดูดตายมาแล้ว
- มีคนต้องจ่ายค่าไฟแพงๆจากไฟรั่วลงดิน
4.ระบบไฟในบ้านห่วย
- เป็นความผิดของเจ้าของบ้านหรือไม่ (บางคนใช่ กรณี งก ขี้เหนียวใช้อุปกรณ์ราคาถูก)
- บางคนไม่รู้จริงๆ ถูกช่างหลอกเอาก็มี (เรื่องแบบนี้มีทุกแขนงไม่แปลก)
- เห็นตัวอย่างที่ไม่ดี เช่นบ้านหลังอื่นต่อไฟระโยงระยาง มันก็ยังใช้ได้อยู่ไม่เห็นเป็นไร (อาจช็อคเวลาเห็นบิลค่าไฟ)

ท้ายนี้ขอย้ำไม่มีเจตนาหรือคิดดูถูกคนอาชีพเดียวกัน ที่เห็นส่วนมากรู้จักกันบางคนเคยร่วมงานกัน ต้องยอมรับความจริงว่าช่างมีหลายระดับ มาตรฐานเป็นสิ่งที่สากลยอมรับ จะปฏิบัติได้แค่ไหนขึ้นอยู่กับเหตุหลายปัจจัย , อคติส่วนตัว ฯลฯ ขอขอบคุณที่ให้แสดงความคิดเห็น , ระบายในสิ่งที่คาใจ , ได้แชร์ประสบการณ์ ใครมีประสบการณ์ที่แตกต่างกว่านี้ จะติ ชม ด่า เชิญได้เลยครับ
ขอบคุณที่อ่าน ขอให้ยึดหลักกาลามสูตรไว้ครับ
โดย: line main IP: 118.174.94.137 วันที่: 13 พฤษภาคม 2557 เวลา:0:29:05 น.
  
ครับผมคิดว่าเรื่องของสายดินต้องลองคิดดูให้ดีแลละเอียดครับ
1.ถามว่าทำไม่ถึงจะต้องมีสายดิน
ตอบ.ก็เพราะว่าอุปกรณ์ไฟฟ้หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เราสัมผัสแล้วตัวมันสามารถนำไฟฟ้ามาหาเราได้แล้วมันก็จะทำให้เราเกิดในลักษณะถูกไฟดูดนั่นเอง..แล้วเราก็เราก็ต้องหาตัวนำอะไรสักอย่างมาทำการดักไฟนั้นไว้ก่อนที่มันจะดูดผูใช้งานถูกต้องไมครับ
แล้วทีนี้เราจะทำเช่นไรละถึงจะต่อสายดินอย่างที่ถูกต้องที่สุดแล้วการต่อสายดินที่ร่วมกับสาย neutral (N)หรือแบบไม่ต่อร่วมกัน ก็ดีลองคิดแบบต่อร่วมกับสาย neutral (N)ก่อนนะครับข้อดีเท่าที่ผมเห็นก็คือมันสามารถป้องกันการใส่สายต้นทางผิดแล้วมันยังช่วยเป็นการเทียบให้สาย N มีศักย์ไฟฟ้าเป็น 0 ตามพื้นดิน ตลอดเวลาครับ
แล้วลองคิดแบบไม่ต่อร่วมกันนะครับ เหตุการณ์ที่อาจเกิดได้คือมันไม่สามารถป้องกันการใส่สายต้นทางผิดได้ ถูกต้องไหมครับ แล้วก็ไม่มีการเทียบความต่างศักย์ระหว่างสาย N กับพื้นดินตลอดเวลาถูกต้องนะครับ..
โดย: E-Nic IP: 161.246.72.2 วันที่: 15 พฤษภาคม 2557 เวลา:21:30:46 น.
  
เข้าใจครับ แต่ประเด็นที่ผมต้องการสื่อให้เห็นแบบชัดๆ ก็คืออันตรายจากการสลับสายจากการต่อสายดินร่วมกับสายนิวทรัล ผมยังไม่เห็นมีอะไรป้องกันได้ ขึ้นอยู่กับช่าง ช่างก็คือคน สามารถผิดพลาดได้ แล้วเราต้องเอาชีวิตไปเสี่ยง ทั้งที่เราสามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่เราต้องทำเพราะมันเป็นมาตรฐานที่กำหนด

ไม่เคยมีใครตอบประเด็นนี้ให้กระจ่างได้
โดย: line main IP: 202.151.4.17 วันที่: 20 พฤษภาคม 2557 เวลา:18:39:26 น.
  
ขอสอบถามหน่อยครับ
บ้านผมเป็น2ชั้น10ปีแล้ว ต่อเมนสวิทบอร์ดและมีสายG มีเครื่องทำน้ำอุ่น2เครื่องชั้นบนและชั้นล่าง ยี่ห้อnational ปัญหาเกิดที่เครื่องชั้นล่าง ผมอาบน้ำไฟไม่ดูด ภริยาอาบน้ำมือไปโดนก๊อกไฟดูดชาไปทั้งแขน ผมเชคไฟที่เครื่อง ใช้ไขควงtestไฟ ไม่มีไฟรั่วที่ก็อก ปล่อยลอยสายGที่เครื่องน้ำอุ่น ก็ไม่มีไฟรั่ว มองสภาพเครื่องอยู่ในสภาพใหม่ไม่รั่วไม่ซึมของน้ำ เชคหม้อทองแดงด้วยมิเตอร์ r×10kก็ไม่ขึ้น พบอย่างเดียวคือสายที่เข้าเครื่องต่อสลับระหว่าง NกับL ที่เบรคเกอร์ของเครื่องและเป็นตัวกันไฟรั่วด้วย ลองเปิดใช้น้ำอุ่นตามปกติ แล้วใช้ไขควงtestไฟ มีที่ก๊อกก็ไม่มีไฟเหมือนครั้งแรกที่test ผมไม่มั่นใจว่ามันจะดูดอีกหรือไม่ ขอสอบถามว่า

1 ผมต่อสายดินเฉพาะเครื่องนี้ได้หรือไม่ โดยปลดสายดินเดิมของบ้านที่ต่อเข้าเครื่องนี้ออก
2 ทำไมเครื่องดูดได้ทั้งๆที่ฝช้ไขควงtestไฟ ไฟก็ไม่ติด
3 ถ้าต่อแยกจากดินในบ้านได้ ควรใช้สายดินขนาดไหนและกราวน์แบบไหนครับ
โดย: ssd IP: 49.230.149.41 วันที่: 11 มิถุนายน 2557 เวลา:8:29:58 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)
AC&EE
Location :
สงขลา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 76 คน [?]



ช่องทางการติดต่อผู้จัดทำ
- ข้อความหลังไมค์
- E-mail : aum_tawatchai@hotmail.com
-------------------------------------
-------------------------------------
hibernate hosting | glassfish web hosting
New Comments