Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
9 พฤศจิกายน 2556
 
All Blogs
 
กระเทียมดีต่อสุขภาพแต่มีข้อควรระวังในการใช้

กระเทียมอาหารเป็นยา ลดความดันโลหิตสูง ลดคอเลสเตอรอล ไขมัน น้ำตาลในเลือด ต้านมะเร็ง





สารสำคัญที่พบ
ในหัวกระเทียมมีอัลลิลิน (alliin) อัลลิซิน (allicin) ไดอัลลิล ไดซัลไฟด์ (diallyl disulfide ) ไดอัลลิลไทรซัลไฟด์( diallyl trisulfide) ใบสดมีกรดออะมิโน น้ำตาลซูโครส วิตามินบี1 และวิตามมินซี เหล็ก แคลเซียม หัวใต้ดินมีน้ำมันหอมระเหย ( allicin) 0.06-0.1 % แต่จากการทดลองพบว่า กระเทียมที่เก็บไว้นานมากกว่า 9 เดือนปริมาณ allicin จะลดลง 25% ฉะนั้นการใช้กระเทียมควรเลือกกระเทียมที่เก็บใหม่ๆ นอกจากนั้นยังพบสาร allyldisulfide, dially disulfide ทำให้มีกลิ่นตัว และสารประกอบจำพวก sulfide อีกจะนวนมาก allicin (diallyl disulfide oxide) allicin เป็นน้ำมันที่ไม่มีสีละลายในน้ำและรวมตัวเป็นเนื้อเดียวกันกับแอลกอฮอล์ เบนซิน และอีเธอร์ จะถูกทำลายเมื่อใช้ความร้อนโดยตรง
สรรพคุณ
หัว ลดความดันโลหิตสูง ขับเสมหะ รักษาแผลเรื้อรัง แก้ไอ แก้บวม พุพอง
ลำต้น แก้ฟกบวม
ใบ แก้สะอึก แก้หูอื้อ แก้ฟกช้ำ แก้กำเดา แก้ไข้หวัด
ทั้งหัว แก้โรคผวหนัง แก้ไอ ขับผายลม บำรุงธาตุไฟ

ส่วนที่ใช้ หัวใต้ดิน
วิธีใช้

ให้กินกระเทียมสด 5- 7 กลีบ/วัน เป็นประจำโดยสับให้ละเอียดกินวันละประมาณ 2 ช้อนชา( 10 กรัม) กินร่วมกับอาหารอื่นๆ กระเทียมเป็นสมุนไพรที่ใช้ปรุงอาหารในครัวเรือนมีรสค่อนข้างเผ็ดร้อน ระคายเคืองกระเพาะ หากกินกระเทียมสดต้องกินพร้อมอาหารที่มีโปรตีน เช่น เนื้อ ไข่ ผลิตภัณฑ์กระเทียมเป็นที่ยอมรับกันว่า สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งได้

เพราะจะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม กระเพาะปัสสาวะ ผิวหนัง ลำไส้ใหญ่ หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร และปอด โดยไปเพิ่มอัตราการขับสารก่อมะเร็ง ป้องกันไม่ให้สารก่อมะเร็งจับตัวกับ DNA จนไปเพิ่มประสิทธิภาพของเอนไซม์ที่ทำให้เกิดมะเร็ง และยังช่วยให้กระบวนการกระตุ้นภูมิต้านทาน ลดอาการข้างเคียงของยารักษามะเร็งได้

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

ลดความดันโลหิตสูง ลดคอเลสเตอรอล และไขมันในเลือด ลดความหนืดของเลือด ลดน้ำตาลในเลือด ต้านมะเร็ง ขับลม ลดการอัเสบ สมานแผล แก้เกาท์ เพิ่มภูมิคุ้มกัน





ความเป็นพิษ

1. มีฤทธิ์ระคายเคืองสูง ถ้ากินกระเทียมมากๆ จะทำให้ปวดท้องได้
และฤทธิ์ระคายเคืองนี้แรงมาก คือสามารถทำให้ผิวหนังเป็นตุ่มพองได้
2. บางคนแพ้กระเทียม ใน 20 คนจะมี 1 คนที่แพ้กระเทียม จะเกิดผื่นแดง คันมาก
เวลากินกระเทียมจะปวดท้องมีลมในกระเพาะ หรือในเด็กอาจจะเกิดอาการร้อนใน เจ็บคอ
3. ทำลายเม็ดเลือดแดง ถ้ากินกระเทียมเข้าไปมากๆจะทำให้ร่างกายมีเม็ดเลือดแดงน้อยลง
เพราะ สารallicin ไปทำลายเม็ดเลือดแดงให้แตกออก
4. ทำให้ตับทำงานไม่เต็มที่ สาร allicin จะไปยับยั้งการทำงานของสารบางตัวในตับ
จะทำให้ตับทำงานได้ไม่เต็มที่
5. ทำให้ตาผิดปกติ มีรายงานว่ากินกระเทียมมากๆ จะไปรบกวนม่านตาทำให้ตาสู้แสงจ้าไม่ได้
6. ควันกระเทียมอันตรายต้อเด็ก หมอพพื้นบ้านชาวอินเดียถือว่า กระเทียมจะไปกระตุ้นประสาท
โดยเฉพาะควันจากการเผากระเทียม ทำให้เด็กที่สูดเข้าไปเสียชีวิตได้

ข้อสังเกต/ข้อควรระวัง

1. ถ้าเก็บกระเทียมไว้นานเกินไป สารสำคัญในกระเทียมจะลดน้อยลง และหากจะใช้กระเทียมให้ได้ผลดีก็ไม่ควรกินหรือกลืนกระเทียมทั้งกลีบ ควรจะทุบหรือสับให้ละเอียดเสียก่อน เพื่อให้น้ำมันในกระเทียมมีฤทธ์ในการรักษามากยิ่งขึ้น
2. หากจะเก็บกระเทียมไว้เพื่อรับประทานได้นานๆ ให้นำไปดองในน้ำส้มสายชูหรือน้ำซีอิ๊ว เพราะ จะช่วยรักษาคุณค่าทางอาหารของกระเทียมได้เป็นอย่างดี
3. การปรุงกระเทียมโดยใช้ความร้อน เช่น การเจียว การต้ม จะทำให้คุณค่าในการเป็นยารักษาโรคลดน้อยลง ดังนั้น ควรรับประทานกระเทียมในปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม
4. คนที่เป็นโรคกระเพาะหรือท้องว่าง ไม่ควรรับประทานกระเทียมเพราะ จะทำให้ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร และเมื่อเกิดอาการปวดท้องคลื่นไส้ ควรรับประทานกระเทียมให้น้อยลง

( ขอบคุณ สรรพคุณกระเทียม ฯ จากหนังสือสมุนไพรลดความดันโลหิตสูง บำบัดเบาหวาน ลดไขมันในเลือด รบรวมเรียบเรียงโดย ภญ.จุไรรัตน์ เกิด ดอนแฝก เภสัขกร 8 วช.(ด้านเภสัชกรรมคลินิก) ศูนย์บริการสาธาณสุข 53 ทุ่งสองห้อง กรุงเทพมหานคร )

กระเทียมมีประโยชน์ต่อร่างกายมาก และเป็นสมุนไพรที่สำคัญในการปรุงอาหารของไทยเรามากๆขาดกระเทียมไม่ได้เลย อะไรๆก็ต้องใส่กระเทียมถึงจะอร่อยนะคะ การใช้กระเทียมให้พอดีพอเหมาะต่อครั้งปฏิบัติให้ถูกตามที่กล่าว ร่างกายก็จะไม่มีอะไรแทรกซ้อนเกิดเจ็บป่วยขึ้นได้ แต่จะได้ผลดีต่อการใช้ได้มาก กระเทียมคู่ครัวไทยใช้ง่ายและสะดวก หาซื้อได้ง่ายราคาไม่แพง อาหารเป็นยาที่รักษาโรคได้วันละ 5-7 กลีบไม่ว่าจะปวยหรือไม่ป่วยก็กินได้ทุกวันนะคะ

ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสนมณี





Create Date : 09 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2556 18:48:57 น. 0 comments
Counter : 1333 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

kandanalike
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]




Friends' blogs
[Add kandanalike's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.