Group Blog
 
<<
เมษายน 2556
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
14 เมษายน 2556
 
All Blogs
 
การหมุนเวียนพลังงานในร่างกายอธิบายโดยหมอรสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์ ลดพุงลดไขมันด้วยน้ำผักปั่น

ตำรานี้ เป็นตำราการดูแลสุขภาพเก่าแก่ของชาวจีนที่มานานกว่า ๕,๐๐๐ ปี ที่ได้ถ่ายทอดให้แก่คนรุ่นหลังมารุ่นแล้วรุ่นเล่า คุณหมอหยิบชาร์ทอันใหญ่ แสดงการหมุนเวียนของพลังงานในร่างกาย ในช่วงเวลาต่างๆออกมาประกอบคำอธิบาย






ทฤษฏีของคนจีนบอกว่า พลังงานของร่างกายเราจะสร้าง ในช่วงเวลา สามทุ่มถึงห้าทุ่ม เท่านั้น ฉะนั้นเราจะต้องพักผ่อนโดยการนอนเวลาสามทุ่ม ถ้าหากไม่เข้านอนในช่วงเวลาดังกล่าว ร่างกายจะมีพลังงานเพื่อช่วยเหลือกระบวนการให้ร่างกายทำการสะสมพลังงานได้ไม่เต็มที่ผลคือ จะทำให้ร่างกายมีพลังงาน สะสมไม่เพียงพอในการฟื้นฟูอวัยวะต่างๆ ให้สะอาดแข็งแรงสำหรับวันต่อไป

พลังงานที่สร้างขึ้นในช่วงสองชั่วโมงนี้ ร่างกายจะนำไปล้างถุงน้ำดีทำให้ถุงน้ำดีแข็งแรงในการย่อยไขมันที่จะไปเปลี่ยนรูปเป็นฮอร์โมน เปลี่ยนรูปเป็นกล้ามเนื้อ กระดูก เส้นเอ็น ไขสมอง น้ำหล่อเลี้ยงในร่างกายทั้งหมด และเขาจะย่อยไขมัน สิบเอ็ดนาฬิกาถึงตีหนึ่ง เท่านั้น

ถ้าเราไม่พักผ่อนในช่วงนี้ไขมันพวกนี้จะตกตะกอนอยู่ตามตัวเราเช่น เป็นถุงไขมันใต้ตา มีพุง สมองเลอะเลือนง่าย ปวดไหล่ และตรงลำไส้ จะปวดท้องง่าย ท้องเสีย หรือท้องผูก

ในช่วง ตีหนึ่งถึงตีสาม พลังงานนี้จะไปจัดการกับตับ หน้าที่ของตับคือ สะสมอาหารสำรองให้กับร่างกาย และกำจัดของเสียของร่างกายตลอดจนผลิตน้ำดี และส่งไปเก็บไว้ที่ถุงน้ำดี

ถ้าช่วงนี้เรายังไม่หลับนอน ยังทำงานอยู่ร่างกายจะสูญเสียพลังงานส่วนที่สะสมไว้ไป ตับจะอ่อนแอ การสะสมพลังงานสำรองลดลง การผลิตน้ำดีลดลง และจะส่งผลกระทบการทำงานของตับอ่อน ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้การผลิตฮอร์โมนอินซูลินลดลงด้วย ผลที่ตามมาก็คือ โรคภัยไข้เจ็บค่ะ

คนที่ไม่พักผ่อนในช่วงนี้ จะทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับความดันโลหิตแปรปรวน โรคเกาต์ โรครูมาตอยส์ รูมาติซั่ม อาการภูมิบกพร่องต่างๆ เบาหวาน หัวใจ กระดูกเสื่อม แต่ถ้าพักผ่อนระหว่าง ตีหนึ่งถึงตีสาม จะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการเกิดโรคดังกล่าวได้

จากตับ พลังงานจะเคลื่อนเข้าสู่ปอดในช่วงเวลา ตีสามถึงตีห้า ตีสามถึงตีห้า คือปอด ถ้าปอดแข็งแรงคุณจะหลับสนิทในช่วงนี้ แต่ถ้าคุณเป็นโรคปอด หรือสูบบุหรี่ จะรู้สึกไม่สบายตัว เราจะถูกปลุกให้ตื่นช่วงนี้ จะไอ และหายใจขัด

ตีห้าถึงหกโมงเช้า คือ ลำไส้ใหญ่ คือช่วงทีเราจะต้องถ่ายอุจจาระ ถ้าไม่ถ่ายหลังจากนี้เป็นต้นไป เราจะกินอุจจาระตัวเอง มันจะดูดซึมเข้าสู่ระบบเลือด เพราะของเสียจะต้องเอาทิ้งให้หมดก่อนเจ็ดโมงเช้า ไม่งั้นร่างกายจะพาของเสียไปหล่อเลี้ยงร่างกายเราอยู่ดี นั่นคือ สาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้า เกิดไขมันที่เสียๆ

การขับถ่ายถ้าเป็นไปได้ต้องฝึก พอคนไข้มาที่นี่เราจะต้องฝึกเขาเราจะถามเขาว่าถ่ายหรือยังค่ะ ตีห้านะคะ ตีห้าครึ่ง ต้องก่อนเจ็ดโมงเช้าถ้าเขาทำได้ตรงนี้ เราจะรู้เทรนด์ในการพัฒนาร่างกายว่าเขาจะดีหรือหายเมื่อไหร่ พอเขาถึงจุดนี้เขาจะเริ่มเป็นปกติ ถ้าเขายังไม่เข้าที่สู่เวลานี้ เราก็รู้ว่าร่างกายเขายังไม่ปกติ

พอ เจ็ดโมงถึงเก้าโมงเช้า ต้องรับประทานอาหารเช้านะคะ เพราะกระเพาะอาหารเราจะย่อยได้สูงสุดช่วงเวลานี้เท่านั้น ช่วงอื่นๆเขาจะทำได้น้อยกว่า

แล้วช่วงนี้กระเพาะอาหารของเราต้องการอาหาร และหลั่งน้ำย่อยมากที่สุด นั้นพวกที่ไม่กินอาหารเช้า โรคกระเพาะจะถามหา ที่สำคัญจะเกิดโรคหัวใจด้วย เพราะมันไม่ได้สารอาหารสำหรับทุกอวัยวะเพื่อกลับไปสร้างพลังงานรวม

เก้าโมงถึงสิบเอ็ดโมง ม้าม จะเริ่มเก็บพลังงานสำรอง เก็บสารอาหาร เก็บทุกอย่างที่กระเพาะย่อยเต็มที่ แต่ถ้าเราไม่กินเราจะต้องดึงพลังงานสำรองออกมาใช้ ในขณะที่ดึงพลังงานสำรองออกมาใช้ พลังงานรวมเราจะหายไปเราจะอ่อนเพลีย จะเริ่มไม่มีแรง

พอ สิบเอ็ดโมงถึงบ่ายโมง หัวใจ เราจะแย่นะคะ ถ้าไม่มีสารอาหารนั้นคนที่เป็นหัวใจวายมักจะเกิดก่อนเที่ยง หรือหลังจากรับประทานอาหารเที่ยง ฉะนั้นเราต้องระวังค่ะ คนที่ไม่ทานอาหารเช้าเป็นประจำจะ ฮาร์ทแอทแท็คง่าย

ช่วง บ่ายโมงถึงสามโมงเย็น ถ้าสมมุติเราไม่กินอาหารเช้า อาหารที่มารอย่อยในลำไส้เล็กก็ไม่มี เราก็ย่อยลำไส้เล็กละ ลำไส้เล็กก็เริ่มอ่อนแอ เพราะลำไส้เล็กจะต้องเปลี่ยนรูปทั้ง คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ ทุกอย่างตรงนั้นเปลี่ยนพลังงานทั้งหมด เมื่อลำไส้เล็กเปลี่ยนรูปมากที่สุดเราก็เริ่มมีของเสีย

ช่วง บ่ายสามถึงห้าโมงเย็น กระเพาะปัสสาวะ จะทำงานมากที่สุด

พอ ห้าโมงเย็นถึง หนึ่งทุ่มจะมาที่ไต ช่วงนี้เราไม่ควรออกกำลังกายนะคะ เพราะไตทำงานหนักอยู่แล้ว เราควรออกกำลังกายช่วงตีห้าถึงเจ็ดโมง เพื่อให้ลำไส้ขยับตัว และเพิ่มศักยภาพในการขับเคลื่อนของเสียให้กับเขา

ถ้าออกกำลังกายช่วงเย็นจะทำให้ไตวายง่าย เวียนหัวง่าย ตาพร่าง่าย ปวดศีรษะง่าย หลังจากหนึ่งทุมเราต้องพักผ่อนแล้วเพราะกล้ามเนื้อหัวใจจะทำงาน ถ้าเราไม่เริ่มพักเลือดจะข้น พอเลือดข้น แทนที่กล้ามเนื้อหัวใจจะทำงานช้าลง กลับต้องทำงานหนักขึ้น เขาจะไม่ได้ชะล้างตัวเอง เราจะเป็นโรคหัวใจโต หลังจากช่วงเวลานี้แล้ว ร่างกายก็จะเตรียมตัวพักผ่อนและสะสมพลังงานรวมอีกครั้ง


ฟังจากคุณหมออธิบายแล้วทุกคนพากันส่ายหน้าว่าคงทำไม่ได้

เพราะขัดกับวิถีชีวิตของคนเมืองมาก ก็สามทุ่มแล้วบางทียังรถติดหนึบอยู่บนถนนเลย

ถึงทำให้เราป่วยแบบเร็วไงค่ะ อัตราเร่งของความเจ็บป่วยตอนนี้มีมากขึ้น

วิธีแก้คือ เราต้องเผยแพร่เรื่องนี้ให้มากที่สุดคือ ดื่มน้ำผักกับให้ใช้วิถีชีวิตให้ได้ตามนี้

น้ำผัก ที่ยกมาเป็นน้ำใสออกสีเขียวหม่น เพราะเป็นน้ำผักปั่นซึ่งเมื่อแรกทุกคนก็ทำหน้าปูเลี่ยนๆไม่อยากชิม

เพราะกลัวเหม็นเขียว แต่เมื่อลองจิบดูก็พบงามีรสชาติดีทีเดียว


คุณหมอบอกสูตรให้ฟังว่า สูตรนี้หมอใช้

ผักกาดหอม ๒ ใบ ขึ้นฉ่าย ๒ ก้าน มะเขือเทศ ๑ ลูก หอมใหญ่ ๑/๔ ลูก

น้ำ ๒ แก้ว น้ำผึ้ง ๒-๓ ช้อนโต๊ะ และมะนาว ๑ ลูก เอาใส่เครื่องปั่นรวมกัน

ทำไมต้องเป็นพืชผักเหล่านี้ คุณหมออธิบายว่า อันนี้หมอทำวิจัยเองนะคะ

มะเขือเทศ จะทำให้เม็ดเลือดแข็งแรง

ผักกาดหอม ปอดแข็งแรง

ขึ้นฉ่าย การหมุนเวียนโลหิตแข็งแรง

น้ำผึ้ง ให้พลังงานรวม

หอมหัวใหญ่ ให้หัวใจแข็งแรง

ถ้าสิ่งเหล่านี้แข็งแรง ร่างกายเราทำหน้าที่ได้ดีที่สุด ถ้าเรากินสารอาหารที่ช่วยให้อวัยวะเหล่านี้แข็งแรงโอกาสที่เราจะมีไขมันตกค้างก็ลดลง หน้าเราก็ใสขึ้น มันจะไปช่วยล้างและฟื้นฟู เพราะร่างกายจะได้รับสารอาหารที่ดูดซึมได้ทันที ไม่ต้องผ่านการย่อย

ถ้ากินผักสองเดือน ไขมันที่พุงจะหายไปเลย แต่ต้องปั่นเองนะคะ

อย่าไปกินของกระป๋อง เพราะจะมีสารกันบูดและโลหะที่เราเปิดกระป๋อง



( ขอบคุณ การหมุนเวียนพลังงานในร่างกาย จากหนังสือ แพทย์ทางเลือก ดร.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์ )


การปรับเปลี่ยนเพื่อสุขภาพหากเรามีความพยายาม ตั้งใจ ก็น่าจะทำได้ สิ่งที่ยากๆเชื่อว่าหลายสิ่งๆหลายอย่างทุกคนก็น่าจะเคยทำ หรือผ่านมาบ้างแล้ว ตรวจและสังเกตดูว่าตอนนี้ร่างกายเริ่มมีอะไรผิดปกติบ้างไหม ควรเปลี่ยนแปลงในสิ่งดีๆให้ร่างกายได้บ้างหรือยัง หรือคิดว่าจะรอให้มีโรคก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนแปลง อย่างน้อยหากเริ่มมองตัวเอง มีพุง มีไขมัน ฯ ก็ควรเริ่มหันมาใส่ใจ เปลี่ยนสิ่งดีให้กับร่างกาย หรือ เริ่มต้นกับการกินอาหารเช้าบ้างก็ยังดีนะคะ


ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสนมณี







Create Date : 14 เมษายน 2556
Last Update : 14 เมษายน 2556 20:50:19 น. 2 comments
Counter : 4939 Pageviews.

 
ขอบคุณเรื่องราวและข้อมูลดีๆพึ่งมาเปิดเจอไม่นานได้ลองสูตรน้ำปั่นได้2อาทิตย์เริ่มดีขึ้นจากอาการปวดหลังและร้าวลงขา จากกระดูกเคลื่อนผิดที่ช่วงเอวค่ะ ทำให้รู้ได้จริงๆว่าน้ำผักช่วยได้ค่ะว่าผักช่วยได้ดีกว่ายาทั่วไป เพราะหมดกับการรักษาตัวมามากจนท้อแท้แล้วค่ะ ตอนนี้มั่นใจในตัวเองแล้วค่ะว่ามีโอกาสหายแน่ๆ แค่ลองปั่นน้ำผักเพียง2อาทิตย์กว่าๆก็เริ่มดีขึ้นจากวันละแก้วมาเป็นวันละ3เวลา3แก้วดีขึ้นค่ะขอบคุณมากๆเลยค่ะที่มีเรื่องราวดีๆให้ได้เข้ามาลองอ่านและปฏิบัติแล้วได้ผลค่ะ


โดย: จารุนันท์ IP: 58.8.128.158 วันที่: 10 เมษายน 2557 เวลา:9:22:39 น.  

 
ขอบคุณเรื่องราวและข้อมูลดีๆพึ่งมาเปิดเจอไม่นานได้ลองสูตรน้ำปั่นได้2อาทิตย์เริ่มดีขึ้นจากอาการปวดหลังและร้าวลงขา จากกระดูกเคลื่อนผิดที่ช่วงเอวค่ะ ทำให้รู้ได้จริงๆว่าน้ำผักช่วยได้ค่ะว่าผักช่วยได้ดีกว่ายาทั่วไป เพราะหมดกับการรักษาตัวมามากจนท้อแท้แล้วค่ะ ตอนนี้มั่นใจในตัวเองแล้วค่ะว่ามีโอกาสหายแน่ๆ แค่ลองปั่นน้ำผักเพียง2อาทิตย์กว่าๆก็เริ่มดีขึ้นจากวันละแก้วมาเป็นวันละ3เวลา3แก้วดีขึ้นค่ะขอบคุณมากๆเลยค่ะที่มีเรื่องราวดีๆให้ได้เข้ามาลองอ่านและปฏิบัติแล้วได้ผลค่ะ


โดย: จารุนันท์ IP: 110.168.243.30 วันที่: 10 เมษายน 2557 เวลา:9:50:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

kandanalike
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]




Friends' blogs
[Add kandanalike's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.