Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2557
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
29 ธันวาคม 2557
 
All Blogs
 
[Japan Diary] Day 4 เที่ยวเมืองคามาคุระ

 ญี่ปุ่นวันที่ 4

วันนี้เราจะเปิดใช้คันโตพาสกัน ประเดิมที่แรกด้วยเมืองคามาคุระกันเลย



สำหรับคนที่ไม่มีหรือไม่คิดจะใช้ JR Pass เพื่อไปคามาคุระ
สามารถซื้อพาสที่ชื่อว่า
Enoshima - Kamakura Freepass

เพื่อเที่ยวได้ในคามาคุระรวมถึงเมืองเอโนะชิม่าได้ด้วย

สำหรับเราที่ใช้ JR Kanto Pass สามารถไปได้ถึงสถานี Ofuna เท่านั้น

ดังนั้นต่อจากสถานี Ofuna เราจึงซื้อพาสที่ชื่อว่า
Kamakura-Enoshima Pass 
เพื่อเดินทางในเขตเมืองคามาคุระเพิ่มด้วย



(ถึงเวลาใช้จริงเราก็เหมือนจะไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่
เพราะเราก็ไปแค่สถานี Hase แค่นั้นเอง)

ตั๋วราคาใบละ 700 เยน



เมื่อไปถึงสถานีคามาคุระก็เปลี่ยนไปนั่งรถไฟท้องถิ่นเพื่อไปสถานี Hase
อันเป็นที่ตั้งของพระใหญ่ไดบุตสึ

(รถไฟญี่ปุ่นน่ารักมั้ยละ)



ออกจากสถานีฮาเสะก็เดินไปตามถนน 
(อาศัยว่าเดินตามชาวบ้านไปอีกล่ะ)







ระหว่างทางเจอขนมเซมเบ้หน้าตาแบบนี้
เห็นว่าหน้าตาน่ากินดี เลยขอจัดมา 1 ชิ้น
ลุงเจ้าของร้านถามว่าอยากได้แบบไหน เลยชี้เอารูปหัวใจมา




แล้วคุณลุงก็เอาแผ่นแป้งมาปิ้งๆ สักพักก็ทาน้ำอะไรสักอย่างทั่วแผ่นแป้ง
ก่อนจะใช้สาหร่ายพับไว้เป็นที่จับ





หน้าตาดูดีมั้ยล่ะ...
แต่อย่าพูดถึงรสชาตินะ มันรสชาติเหมือนโดโสะแต่แข็งกว่าล้านเท่า
ปาหัวหมาแตกเลย.. อย่าว่าแต่หัวหมาเลยค่ะ หัวคนก็แตก

กินไปได้ครึ่งนึงต้องยอมแพ้ ไม่งั้นฟันหักแหงๆ








เดินออกมาจากพระใหญ่จะมีร้านขายไอติมร้านนี้





อร่อยดีต้องลอง

ญี่ปุ่นเป็นเมืองที่ถึงอากาศจะหนาวแต่ก็ยังกินไอติมได้อร่อย

อยากจะจัดสัก 2 โคน แต่เผื่อท้องไว้กินขนมอย่างอื่นบ้างดีกว่า



เดินจากร้านไอติมมาหน่อย
เจอร้านที่มีคนต่อแถวยาว ปรากฏว่าเป็นร้านขายปลาหมึกอบแห้ง
ดูน่ากินดี เลยจัดมา 1 ชิ้น





ลองกินดู ... รสชาติเหมือนกินกระดาษSmiley

มันจืดๆ ไปหน่อย ถ้ามีน้ำจิ้มซีฟู้ดนะ คงจะแซ่บกว่านี้

เดินมาอีกนิด 
เจอร้านขายของร้านนี้



ขายพวกซับมัน มาร์กหน้า
ลายน่ารักดี เป็นลายเมืองคามาคุระ 
ซับมันราคาอันละ 400¥
เลยซื้อมาฝากเพื่อน
( แต่บอกเพื่อนไปว่าชั้นซื้อมาจากร้านร้อยเยนย่ะ) Smiley



เราว่าเป็นของฝากที่เก๋ดี



ตอนแรกว่าจะกลับไปที่สถานี Hase แต่เห็นว่าไหนๆ ก็มาแล้ว
เลยไปวัด Hase-dera ด้วยเลย









ที่นี่เราได้กินเจ้าสิ่งที่เรียกว่า "โอ-ดังโงะ" 
เคยอ่านเจอในการ์ตูนบ่อยมาก ได้กินของจริงแล้ว

ตอนแรกเห็นว่าหน้าตาเหมือนลูกชิ้น รสชาติคงเหมือนลูกชิ้น
แต่ความจริงแล้วมันทำมาจากแป้ง 
แล้วก็ราดด้วยซอสหวานๆ เค็มๆ 
เราว่าอร่อยดี นิ่มๆ เคี้ยวง่ายๆ 
แต่คุณสามีบ่นว่าไม่อร่อย
(คือเค้าคิดว่ามันจะเหมือนลูกชิ้นไง เลยผิดหวัง)



ที่วัดนี้มีชุดชมวิวด้วย
อากาศวันนี้ดี วิวก็เลยสวย



มองออกไปก็เห็นหาดทรายกับทะเลญี่ปุ่น
ไม่คิดว่าเมืองคามาคุระจะอยู่ติดทะเลขนาดนี้



ออกจากวัดฮาเซะเดระก็ย้อนกลับมายังสถานีคามาคุระ 
ตรงนี้มี Shopping Street ขายของเยอะแยะ







ร้านนี้ขายผลิตภัณฑ์ของจิบลิด้วย แต่ราคาแพงเอาเรื่อง



เดินๆ ไปอยากได้อะไรตั้งหลายอย่าง
ติดว่าเป็นต้นๆ ของทริป จะซื้ออะไรก็ต้องเกรงใจกระเป๋าตังค์หน่อย

หิวแล้ว เลยเดินไปกินข้าวร้าน Bowls





ไปช่วงบ่ายโมงกว่าๆ ก็ยังได้กินอาหารเป็นเซ็ตอยู่
มีชุดแยกด้วย แต่สั่งเมนูแบบนั้นไม่เป็น
คือไม่รู้ว่าเค้าเรียกว่าอะไรน่ะ ก็เลยกินเป็นชุดก็ได้

จานแรกมาเป็นออเดิร์ฟก่อน


ส่วนชุดอาหารหลัก
เราสั่งข้าวหน้าปลาข้าวสาร เอาไซส์เล็กมา
ได้ยินมาว่า ปลาข้าวสารตัวเล็กๆ นี่เป็นของดีเมืองคามาคุระ




ส่วนข้างล่างนี้ของคุณแฟน
หน้าตาน่ากินดี 



พอกินเสร็จ เราว่ารสชาติอาหารกลางๆ สไตล์ญี่ปุ่น
ไม่ได้จัดจ้านแบบบ้านเรา
มื้อนี้ค่าเสียหายหมดไป 3,060 เยน


ออกจากร้านอาหารเลยว่าจะไปศาลเจ้าซึรุงาโอกะ ฮาชิมังกุ
Tsurugaoka Hachiman-gu Shrine



เป็นศาลเจ้าเด่นดังของที่นี่ 
วันนี้เจอเด็กๆ มาทำพิธี 7-5-3 เยอะแยะ
แล้วยังเจอคู่บ่าว-สาว แต่งงานแบบญี่ปุ่นด้วย







ด้านหลังศาลเจ้ามีศาลเจ้าเล็กๆ 
ตอนแรกไม่กล้าขึ้น แต่เห็นมีครอบครัวนึงเดินนำไป เลยเดินตาม



เป็นศาลเจ้าจิ้งจอกเล็กๆ


จากนั้นก็เดินเอื่อยๆ เรื่อยๆ ออกจากวัด
เดินไปตามถนนจนถึงสถานีคามาคุระ
ตอนเย็นคนเยอะเลยต้องยืนไปจนเกือบถึงโตเกียวเลยทีเดียว
..to be continued



Create Date : 29 ธันวาคม 2557
Last Update : 10 มกราคม 2558 22:42:39 น. 1 comments
Counter : 558 Pageviews.

 
มาเดินตามในญี่ปุ่นค่ะ ชอบลองของกินเหมือนกันเลย ไปไหนของกินนี่แหละที่ต้องลองที่สุด ฮา


โดย: มิลเม วันที่: 23 มกราคม 2558 เวลา:18:51:44 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

จิตหลอน
Location :
น่าน Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




นามแฝงจิตหลอนมีที่มาจาก วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาหลายปี แต่ก็ยังเรียนไม่จบเสียที และมีแนวโน้มว่าจะไม่จบง่ายๆ ซ้ำมีแววว่าถ้าเรียนจบแล้วก็คงจะไม่ใช้มันให้เกิดประโยชน์เป็นแน่แท้ ...

แม้สาวจิตหลอนดูท่าจะหลอนสมชื่อ เพราะ 3 วันดี 4 วันร้าย นิสัยบ้าๆ บอๆ เอาแน่เอานอนไม่ได้ ปากร้าย ใจดี แต่งบางทีก็ไม่ชอบพูดกับใครเลย

ชอบศิลปะ รักวัฒนธรรม ดนตรี (ไม่ค่อยไหวเพราะหูเพี้ยน) ชอบดูหนัง อ่านหนังสือ และท่องเที่ยว

แม้จะไม่มีเงินเดือนและงานทำเป็นของตนเอง อาศัยเกาะพ่อกับแม่กินและแอบริดรอนบางส่วนหย่อนเงินใส่กระปุกไว้ ก็พยายามจะท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ

อาชีพที่ใฝ่ฝัน - เป็นนักท่องเที่ยว - แต่ว่า นักท่องเที่ยวนี่ถือเ็ป็นอาชีพมั๊ยนะ *0*

New Comments
Friends' blogs
[Add จิตหลอน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.