Group Blog
 
<<
เมษายน 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
23 เมษายน 2557
 
All Blogs
 
a little bit of Mandalay (1)

เผยโฉมพาหนะเพื่อนำเราสู่หัวเมืองมัณฑะเลย์
ท๊าแด่~~

รถตู้คันนี้จะพาเรานั่งไปมัณฑะเลย์
เบาะกว้าง นั่งสบาย แอร์เย็น
และเครื่องใหม่มากกกกก

ระหว่างทางเป็นถนนลาดยาง แต่ก็มีบางส่วนที่กำลังทำทางอยู่



รถแล่นไปถึงประมาณ ทุ่มกว่าๆ ก็จอดที่จุดพักรถ

พอรถจอดก็มีแม่ค้าแถวนั้นมาขายของ
บางคนไม่กินข้าวก็ซื้อขนม 
บางคนก็ซื้อข้าวที่นี่
มีข้าวแบบจานเดียวกับอาหารชุดแบบพม่า




ซึ่งเราสั่งอาหารจานเดียวไม่เป็น 
คนขายก็พูดภาษาอังกฤษไม่ได้

ดังนั้นก็จงงัดเอาไม้ตายขึ้นมาใช้
ภาษามือ Smiley
ชูนิ้วสู้ตาย 2 นิ้ว

ได้อาหารชุดพม่ามาเลย 2 ชุด
ปาดดดดดดดด เยอะมาก และไม่อร่อยด้วย



แต่เราก็ควรจะกินกันนะ แม้มันจะไม่อร่อยก็เหอะ
เพราะกว่าจะไปถึงมัณฑะเลย์ มันคงดึกมากแล้วอ่ะ จะมีอะไรกินหรือเปล่าก็ไม่รู้

กินข้าวเสร็จแวะเข้าห้องน้ำ 
ห้องน้ำที่นี่สะอาดใช้ได้

แล้วก็ขึ้นรถ

ระหว่างทาง ทางมืดสนิทเลย ...
เรื่องไฟฟ้าคงยังไม่ทั่วถึงสำหรับที่นี่

มองข้างทางที่มืดนั่นจนหลับไป
กระทั่ง 3 ทุ่มได้ รถก็เข้าเขตเมืองมัณฑะเลย์

จนรถมาจอดที่ที่เหมือนท่ารถ
จอดอยู่ราวๆ 5 นาทีก็ไม่มีทีท่าว่าจะออกรถ
เราก็ไม่รู้ว่าควรจะลงตรงไหน

เลยส่งสะไมเข้าไปสอบถาม

สะไมกลับมาพร้อมคนขับรถ

S: "ลุงแกบอกว่าจะไปส่งน่ะ เราจะให้เค้าไปส่งไหนดีอ่ะ"

K "..... ไม่รู้อ่ะแก เราไม่มีที่พัก"

เราเลยให้ลุงหาที่พักให้ ลุงถามว่าเรามีงบเท่าไหร่

คราวนี้เราบอกแค่ 30$ 

ลุงหายไปหน้ารถ ค้นเก๊ะดัง ก๊อก-แก๊ก
พร้อมกับยื่นนามบัตรมาให้เรา

"ไปที่นี่มั้ย น่าจะราวๆ 30 $~"

วินาทีนั้นคือ...โอ๊ย..ลุงขา 
นาทีนี้ลุงจะเอาหนูไปปล่อยที่ไหนหนูก็ยอมละคร๊า

พาหนูไปเล้ย

ก็เลยตกลงไปที่นี่

Garden Hotel

อ่านจากนามบัตรแล้ว มโนเอาว่า น่าจะแบบ โรงแรมบ้านสวน
แล้วน่าจะอยู่ริมๆ ชายขอบเมือง 
เพราะไม่งั้นมันจะเป็นสวนได้ไง

เกือบๆ 5 ทุ่ม รถก็จอดส่งเราที่โรงแรม
เป็นตึกสูงที่ดัดแปลงเป็นห้องพัก



พอรถจอด คนขับรถตู้ทำท่าทางถามพวกเราว่าโอเคมั้ย

ณ วินาทีนั้นคือโอเคหมดอ่ะ ห้องเหิ้งไม่ดูแล้วจ้า
เช็คอินแล้วขออาบน้ำนอนได้เลยก็พอ

คนที่มารับเป็นสต๊าฟ ที่ดูท่าทางเหมือนจะเป็นเจ้าของรึผู้จัดการ
กับเด็กยกกระเป๋า 2 คน
เลขห้องที่ออกคือ 401 ชั้น 4 
ที่ต้องเดินขึ้นบันไดและไม่มีลิฟต์!

ราคาห้องคืนละ 25$ (คือถูกกว่าที่ตั้งใจไว้ ดี!)

โอเค..ตอนเช็คอินไม่เท่าไหร่
แต่ตอนกลับ เราต้องลากกระเป๋าลงมากันเอง เหนื่อยหน่อยนะ

ตอนเช็คอิน เราแจ้งความประสงค์ว่าอยากไปดูพระมหามุนี
สะไมรีเควสว่าอยากไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่อูเบ็ง
และเราต้องไปขึ้นเครื่องตอนเที่ยง

สต๊าฟเคาะราคามาที่ 34,000 k
ขอสารภาพว่า ตอนนั้นไม่ได้คิดหรอกว่า 34,000 k นี่มันตกกี่บาท
คือคิดคำนวนแล้วว่า เงินเหลือเยอะมาก
ก็เลยโอเค ตกลง

(คือ..นิสัยแย่ไปนะ ฮ่าๆ)

ขึ้นไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า
ต้องบอกว่า พอเดินขึ้นไปถึงหน้าห้อง เรานึกถึงเรื่องบุปผาราตรี
ทางเดินมืดๆ ไฟสีเหลืองๆ แดงๆ
คือ ถ้าไปคนเดียวมีหลอนนะ



เปิดประตูห้องมา ผ่าง...
อา.... ถ้าเลือกมาก่อนเราคงไม่เลือกที่นี่นะ 
คือดูโทรมๆ แต่ก็สมราคา
เอาเป็นว่า ซุกหัวนอนแค่คืนเดียว เดี๋ยวก็กลับล่ะ นอนๆ ไปเหอะ



ที่นี่มีแอร์ (เก่าๆ)
มีน้ำร้อน น้ำเย็น
ห้องน้ำแคบๆ 
เตียง บางๆ แต่ก็ดูสะอาดไม่มีกลิ่นนะ



คือดูโทรมจริงอ่ะ แต่ถ้าถามว่าถ้ามาพม่าอีกมานอนมั้ย
เราก็จะตอบว่านอนนะ ถูกดี แล้วก็สต๊าฟเฟรนด์ลี่ และบริการดีมาก
(คือความรู้สึกขัดแย้งกับตอนเห็นห้องครั้งแรกมาก)

คือดูรีวิวมา ที่พักส่วนใหญ่ที่มัณฑะเลย์ก็ประมาณนี้แหละ
อาบน้ำเสร็จ ลงมาเล่นเน็ตตรงล็อบบี้
กว่าจะเข้านอนกันก็นู่น... ตี 1

รถแท็กซี่จะมารับตอนตี 4 
มีเวลานอนราวๆ 3 ชม. 
เอาเข้าจริงก็นอนไม่หลับ ไม่รู้ว่าตื่นที่
หรือว่านอนเต็มตื่นบนรถกันแน่

แค่เคลิ้มๆ อ่ะ พอตี 3.45 น. นาฬิกาก็ปลุก
ไปล้างหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้า มุ่งหน้าไปพระมหามุนีกันเล้ยยยยย...

ไปถึงตี 4

ประตูยังไม่เปิดเลยค่า...
ลุงจะรีบพาหนูไปทำไม...



ระหว่างรอก็ซื้อดอกไม้รอ
คือตลกยูนิฟอร์มลุงมาก
ลุงจะสวมหมวกกันน็อกขายดอกไม้ทำไม Smiley



ตี 4.30 น.
ประตูจงเปิด~ 

วิ่งกรูกันเข้าไป



เอาล่ะ นั่งประจำที่กันนะคะ



คือจากนี้ก็ต้องนั่งรอเจ้าอาวาส ซึ่งจะมาตอนตี 5 
ส่วนเรานะรึ ก็นั่งสัปปะหงกกันไป

ตี 5 ประตูองค์พระก็เปิดออก
มีพราหมณ์ (ละมั้ง) ชุดขาว คอยช่วยเจ้าอาวาสจัดเตรียม



น่าแปลกว่าคนที่มามีแต่ชาวพุทธ
ฝรั่งผมทองไม่เห็นเลย
ทั้ง ๆ ที่ตอนออกจากโรงแรม เราเห็นฝรั่งออกมาพร้อมเรา
แล้วเค้าไปไหนกัน ?

อืม..กว่าพิธีจะเสร็จ ก็ราวๆ 5.45 น. ถึงเริ่มจะให้ปิดทองกัน
ซึ่งตรงนี้ เราต้องซื้อทองจากวัด
เค้ามีตรวจด้วย
อ่านเจอมาว่า ทางวัดไม่แน่ใจว่าทองจากที่อื่นจะบริสุทธิ์ 100% 
ก็เลยแก้ปัญหาด้วยการซื้อทองจากทางวัดเสียเลย

จากการสังเกต เราพบว่าเจ้าอาวาสช่างพิถีพิถันในการล้างพระพักตร์มาก
คือเรานึกว่าจะล้างๆ แบบธรรมดา

นี่คือแบบ ละเอียด อ่อนโยน
ทั้งการเลือกผ้ามาเช็ด วิธีการเช็ด
คือรังสีความตั้งใจแผ่มาถึงเราเลย
โอ้.. นับถือเจ้าอาวาสมาก ณ จุดนี้

ยังไม่จบ 
คือพิธีล้างพระพักตร์จบไปแล้ว ก็ถึงเวลาปิดทอง
ช่วงระหว่างที่ผู้ชายเข้าไปปิดทอง
เราเห็นพวกผู้หญิงเค้ามากุลีกุจอปูผ้า
นั่งเรียงแถวเป็นทางยาว ราวกับจะต้อนรับใคร

และแล้วเจ้าอาวาสก็ออกมา เดินผ่านผ้าปูนั้น
ซึ่งก็เป็นผ้าเช็ดหน้ามั่ง ผ้าคลุมไหล่มั่ง ของชาวบ้านนั่นเอง

โอ๊ว..จอร์จ....
คือฉากสั้นๆ นี้เราประทับใจกว่าการล้างพระพักตร์พระมหามุนีเสียอีก
คือมันแสดงถึงศรัทธาอย่างจริงจังมากกกก

ช็อก 



คือฉากแบบนี้หาได้น้อยมากในไทย..

เสร็จจากวัดมหามุนี 
เราสองคนวิ่งรี่ไปหน้าวัด นัดลุงแท็กซี่ไว้ 6 โมงเช้า
จะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่อูเบ็งต่อจ้า

to be continued....



Create Date : 23 เมษายน 2557
Last Update : 25 เมษายน 2557 21:34:55 น. 3 comments
Counter : 451 Pageviews.

 
ฮ่า ๆ เจิม ซะเลย


โดย: มิลเม วันที่: 28 เมษายน 2557 เวลา:0:20:46 น.  

 
เห็นเวลานอนแล้วง่วงแทน
เค้าไม่สามารถอ่ะ นอนแค่นี้ ป่วยแน่ ๆ
ไปไหน เอาแบบนอนเต็มอิ่ม ทันก้อทัน ไม่ทันไม่เป็นไร ฮ่า
ที่พักโอเคเนาะ กับราคา
รอชมพระอาทิตย์ขึ้นด้วยค่ะ


โดย: มิลเม วันที่: 28 เมษายน 2557 เวลา:0:22:44 น.  

 
กำลังอ่านมัน ๆ อ้าวจบซะแล้ว
แล้วจะตามต่อครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 28 เมษายน 2557 เวลา:19:39:55 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

จิตหลอน
Location :
น่าน Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




นามแฝงจิตหลอนมีที่มาจาก วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาหลายปี แต่ก็ยังเรียนไม่จบเสียที และมีแนวโน้มว่าจะไม่จบง่ายๆ ซ้ำมีแววว่าถ้าเรียนจบแล้วก็คงจะไม่ใช้มันให้เกิดประโยชน์เป็นแน่แท้ ...

แม้สาวจิตหลอนดูท่าจะหลอนสมชื่อ เพราะ 3 วันดี 4 วันร้าย นิสัยบ้าๆ บอๆ เอาแน่เอานอนไม่ได้ ปากร้าย ใจดี แต่งบางทีก็ไม่ชอบพูดกับใครเลย

ชอบศิลปะ รักวัฒนธรรม ดนตรี (ไม่ค่อยไหวเพราะหูเพี้ยน) ชอบดูหนัง อ่านหนังสือ และท่องเที่ยว

แม้จะไม่มีเงินเดือนและงานทำเป็นของตนเอง อาศัยเกาะพ่อกับแม่กินและแอบริดรอนบางส่วนหย่อนเงินใส่กระปุกไว้ ก็พยายามจะท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ

อาชีพที่ใฝ่ฝัน - เป็นนักท่องเที่ยว - แต่ว่า นักท่องเที่ยวนี่ถือเ็ป็นอาชีพมั๊ยนะ *0*

New Comments
Friends' blogs
[Add จิตหลอน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.