มิถุนายน 2555

 
 
 
 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
ชีวิตที่แสนรันทดของฉัน


ขอถอนหายใจก่อนเล่าเหตุการณ์ทุกอย่าง
เฮ้ออออออออออออออ..
ตอนนี้ทำใจได้แล้ว มั้ง เลยเขียนบล็อกได้

หลังจากบอกไปว่าจะกลับหาดใหญ่
ก็ไม่คิดว่าจะลางไม่ดีตั้งแต่แรก
เพราะรถมารับเลทหนึ่งชั่วโมง
แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
เพราะรถก็เลทประจำอยู่แล้ว

เย่ ถึงห้องแล้ว
ห้องที่อุตส่าห์ทำเรื่องเข้าหอก่อน
เพราะจะเอาของมาจองตู้จองเตียงไว้
ยอมจ่ายสองร้อยห้าสิบบาท
และพ่อแม่ต้องลำบากขับรถมาส่ง
เพื่อให้ลูกได้จองเตียงโต๊ะตู้ที่ต้องการ
กุญแจก็ได้มาแล้ว ทำเรื่องเสร็จ
ก็กลับบ้านนอนสบายๆ
เพราะไม่มีอะไรที่ต้องกังวล

เปิดประตูเข้าไป
เอ๊ะ เข้าห้องผิดรึเปล่า
ดูเลขห้องที่ประูตู ก็ถูกแล้วหนิ
แต่ทำไม ห้องเป็นแบบนี้
ทุกอย่างที่เป็นของเราถูกเลื่อนออกไปหมด
และมีรูมเมทสองคนอยู่ในห้อง ถามว่า

เพิ่งเข้าหอวันนี้เหรอคะ
เปล่าค่ะ ทำเรื่องเข้าก่อนแล้วค่ะ ตั้งแต่ซัมเมอร์
อ๋อ คิดว่าของคนที่อยู่ซัมเมอร์เดิมทิ้งไว้
ไม่ใช่ ของเราคือเราจองไว้ไง 
แล้วเราก็ล็อกตู้เอาไว้แล้ว
เราเห็นตู้ริมล็อกไว้ ก็คิดว่าของคนซัมเมอร์
แล้วในสมุดเซ็นชื่อเข้าหอ เห็นยังไม่เซ็น
ก็เราทำเรื่องเข้าก่อนไง จ่ายสองร้อยห้าสิบด้วย
เพราะเราอยากได้เตียงที่เราต้องการจริงๆ

____________เงียบ______________

แล้วเราก็ออกจากห้องไป โดยที่ไม่จัดของอะไรเลย ณ ตอนนั้น สบสนงุนงงเป็นอย่างมาก 
เราต้องทำอะไรต่อ งงไปหมด ก็คิดว่า พูดไปแบบนั้น เค้าคงจะเข้าใจแล้ว และออกมาเพื่อให้เค้าย้ายของกลับ ตอนนั้นก็เลยโทรหาเพื่อน ระบายให้มันฟัง  ก็คิดว่าถ้ากลับไปเค้าไม่ย้าย เราจะทำไง ต้องพูดยังไงดี เค้าถึงจะย้าย คือจริงๆ  เรื่องนี้มันดูไร้สาระเนอะ อย่างกะเด็กอนุบาลแย่งของเล่นกัน
แต่เราต้องเป็นฝ่ายยอมเหรอ นี่คือสิ่งที่เราได้รับจากที่เราทำลงไปเหรอ ทั้งที่เราเป็นเข้าห้องคนแรก
แต่กลับได้ของเหลือเหรอ แล้วเราต้องยอมตลอดเลยรึไง ทำตัวเป็นนางฟ้า นางเอกมามากพอแล้วนะ

หลังจากคิดไปคิดมา และเครียดมาก
ก็ตัดสินใจ กลับห้อง
ให้มันรู้กันไปเลย
ซึ่งปรากฎว่า ทุกอย่างยังปกติ
เหมือนเดิม ไม่มีการย้ายของสิ่งใดกลับ

เยี่ยม

มือถือก็แบตหมดอีก ชาร์จก็ไม่ได้ เริ่ด
ลงไปใช้ตู้โทรศัพท์ใต้หอ
ก็โทรหาเพื่อนไม่ติดอีก
บังเอิญเจอเพื่อนอีกคนพอดี
ก็เล่าเรื่องให้ฟัง
คิดๆกันไป ก็ตกลงว่า
จะไปขอเบอร์รูมเมทที่สำนักงานหอพัก
ได้มาละ เบอร์"มัน"

ซ้อมพูดก่อนนะ
อันดับแรก ขอโทษก่อน
เรื่องเมื่อตอนเย็น ที่เราพูดๆออกไป
ซึ่งขอบอกนะ
เราไม่ได้ขึ้นเสียงอะไรเลยตอนนั้น
ถ้าจะเสียมารยาท
ก็ตอนที่อยู่ๆก็ออกมาจากห้องนั่นแหละ
แต่ตอนนั้นจะให้เราอยู่ห้องได้ยังไง
เราไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ
พูดขอโทษเสร็จ แล้วจะพูดเรื่อง
ที่ให้มันย้ายเตียงละกัน

โทรไปละนะ(ใช้มือถือเพื่อนโทร)
ปรากฎว่า เบอร์แรก เป็นเบอร์อีกคนนึง
ซึ่งอยู่เตียงเดี่ยว และไม่เกี่ยวกะเรื่องนี้
แต่เราก็ขอโทษเค้าไปเหมือนกัน
เราก็บอกว่าไม่อยากให้โกรธกันตั้งแต่วันแรก
เพราะเราต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนาน

แล้วก็โทรไปหาคู่กรณี
พูดเรื่องขอโทษก่อน
แล้ว ก็พูดเรื่องย้ายเตียง
ด้วยเหตุผลทุกคำ
และน้ำเสียงปกติค่อนไปทางประนีประนอม
แต่มันก็พูดว่า ไม่อะ เราจะนอนเตียงนี้
เราก็บอก เธอเห็นใจเราบ้าง
ลองคิดถึงใจเขาใจเราบ้าง
ถ้าเธอเป็นเราเธอจะรู้สึกยังไง
มันก็เงียบ และ ไม่อะ ไม่ย้ายอะ
ด้วยน้ำเสียงโนเนะแอ๊บแบ๊วตลอดเวลา
ให้ตายเถอะ 

เราก็พูดอยู่นั้นแหละ ให้มันเข้าใจเรา
อย่างงู้นอย่างงี้
เราบอกเราเรียนหนักจริงๆ 
เราถึงต้องนอนเตียงล่าง
ขอเราสะดวกสบายซักปีเถอะ
มันบอกมันก็เรียนหนัก
เหรอ เยี่ยม 
เหมือนแกจะเรียนสองวันเองนะ
และไม่เต็มวันด้วย
ชั้นเรียนแปดโมงทุกวันค่ะแม่คุณ
ชั้นไม่ได้เรียนปีสุดท้ายเหมือนเธอนะ
อันนี้คิดนะ ไม่ได้พูด
ทุกครั้งที่รู้สึกหมั่นไส้มันขึ้นมา 
เราก็พยายามใจเย็น และพูดว่า 
ที่มาพูดเพราะอยากให้เข้าใจกันนะ
ไม่อยากให้มาร้ายใส่กัน
เพราะต้องอยู่ห้องเดียวกันอีกนาน
ด้วยน้ำเสียงประนีประนอมเหมือนเดิม

และมันก็สวนกลับด้วยน้ำเสียง
มนุษย์ต่างดาวเหมือนเดิม
จริงๆนะ มันเป็นมนุษย์ต่างดาวรึเปล่า
ฟังอะไรที่เป็นเหตุผลไม่เป็น
แถมพูดเสียงอู้อี้ จนชั้นอยากจะบ้า

เหตุผลเรื่องเรียนดูไร้สาระไปรึเปล่า
แต่เราก็มีเหตุผลอื่นอีกมากมาย
ถ้าเล่าลงรายละเอียด มันจะน่าเบื่อไปมากกว่านี้
และความจริงทั้งนั้น ไม่ได้กุเรื่องขึ้นมา

พูดด้วยเหตุผลกับมันไปราวสิบกว่านาที
จนมันตัดสายไป

เยี่ยม มารยาทงามมาก

ชั้นไม่อยู่แล้ว จะย้ายห้อง
ก็ไปถามสำนักงานหอ มีห้องให้ย้ายไปมั้ย
พี่เค้าบอกต้องรอเดือนนึงให้คนสละสิทธิ์หมดก่อน

พี่เค้าถามว่ามีปัญหาอะไร
ก็เล่าให้พี่เค้าฟัง 
และ ไม่อยากบอกเลยอะ เล่าพร้อมน้ำตา
ช่างอ่อนแออะไรเช่นนี้
พี่เค้าบอกจะเขียนคำร้องมั้ย
ตอนนั้นเราคิดว่า จะมาเขียนพรุ่งนี้แน่

คืนนั้นก็เลยนอนห้องเพื่อน
เพื่อนบอกตอนที่อยู่ข้างนอก
มันโทรเข้ามา บอกว่าย้ายเตียงให้แล้ว
เราก็งง ทำไม อยู่ๆถึงย้าย ก็คิดมากอีก
มันจะแกล้งอะไรชั้นรึเปล่าเนี่ย
กลับไปจะอยู่ได้มั้ย
กลับไปแล้วสบายใจมั้ย

พอตอนเช้าก็กลับเข้าห้องไปดู
(จริงๆโทรไปถามก่อนและรู้แล้วว่ามันเป็นยังไง
และเราก็ขอบคุณมันด้วย โอ๊ย เป็นคนดีไปมั้ยเนี่ย
ใครช่วยพาชั้นไปเป็นนางเอกหน่อยเถอะ)
ภาพที่เห็นคือ มันย้ายให้จริงๆ 
แต่มันยกฟูกจากชั้นบนลงมา 
ที่ซึ่งมันบอกว่า มันนอนชั้นบนไม่ได้
มานอนที่พื้นแทน

เริ่ดค่ะแม่คุณ
นี่หล่อนประชดชั้นใช่มั้ย

อยากจะถ่ายรูปให้ดูจังเลย

คือที่ว่างระหว่างเตียงเดี่ยวของเมทอีกคน กับเตียงสองชั้น ที่ตอนนี้เราเป็นเราของเตียงล่างแล้ว
ที่ว่างนั้นเป็นของมันหมดเลย มีทั้งโต๊ะมัน ซึ่งมันย้ายมาเพื่อนความสบายของมัน
และโต๊ะนั้น ก่อนหน้านี้เราเป็นคนจัดให้มันอยู่เป็นสัดส่วนเอง นั่นคือไม่อยู่ระหว่างเตียง
เพราะมันทำให้ขี้เกียจ ที่สำคัญ ถ้าอ่านหนังสือดึก ก็จะสว่างมากแม้ว่าจะเปิดไฟที่โต๊ะ
ซึ่งเราไม่อยากรบกวนรูมเมท เราเลยหลบไปอยู่โต๊ะริมห้องน้ำ เพราะมันมืด
ซึ่งไม่มีใครอยากได้อยู่แล้ว และปีนี้เราคงต้องอ่านหนังสือดึกและถี่จริงๆ 
ซึ่งโต๊ะนั้น จริงๆเป็นของเราด้วย เพราะเราล็อกไว้แล้ว แต่มันบอกว่าไม่รู้อีก ให้ตายเถอะ
และฟูกที่ยกลงมาที่พื้นก็อยู่ที่ข้างโต๊ะมัน ก็ืคือเต็มอะ ไม่มีที่ว่าง ก็ไม่เข้าใจว่าคุณเธอ
เอาของอะไรมานักหนา มันเยอะมาก และรกมาก

และกับการย้ายของของคนอื่นเนี่ย
มันดีแล้วเหรอ มายุ่งกับของคนอื่นแบบนี้
เธอเข้าใจคำว่ามารยาทมั้ย
แล้วของก็กระจัดกระจายมาก
ถ้าเธอไม่รู้ว่าเป็นของใคร เธอก็โทรมาสิ
เบอร์เราในสมุดเซ็นชื่อน่ะ ไม่เห็นรึไง โอ๊ยยย

อ่อ มันบอกด้วยนะ ว่า
ถึงแม้เราจะเขียนเอาไว้ว่า จองแล้วค่ะ
หรออะไรก็ตาม คือเราไม่ได้เขียนไว้ไง
แต่วางไว้บนเตียง แต่มันก็น่าจะรู้ว่ามันคือการจอง
และอย่างน้อยก็ไม่ควรเลื่อน ก่อนจะแน่ใจจริงๆ
ถ้าเราเขียนว่า จองแล้วค่ะ มันก็จะเลื่อนอยู่ดี 

เริ่ดมั้ยล่ะ
ไม่แคร์สิ่งใดนอกจากตัวเอง เหอะ เหอะ

ขอข้ามหลายฉากหลายตอนไป
เพราะเรื่องราวเยอะเกิน
เอาเป็นว่าเข้าหอมากี่วันแล้วเนี่ย
เออ ช่างมัน
แต่เราเพิ่งจะถามชื่อวันนี้
จะไม่ถามด้วยซ้ำ
แต่ก็เอาเถอะ ถามๆไป
เค้าก็คุยดีนะ แต่ัยังไม่คุยกะแม่คุณเลย
แต่คุยกะเมทอีกคนแล้ว

เพราะแม่คุณไม่อยู่ห้อง

คืนนี้ว่าจะกลับไปนอนห้อง
เพราะนอนห้องเพื่อน มีพี่ปีห้าด้วย 
เค้าอ่านหนังสือสอบคอมพรีของคณะ
ซึ่งอ่านดึกเพราะเข้าใจว่าเครียดมากจริงๆ
ทำให้เรานอนไม่หลับไปด้วย

แต่ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง
อยู่ๆไปแล้วกัน ทนไม่ไหวก็ย้าย
เหนื่อยแล้ว 

คิดแค่ว่าทำไมเราต้องมาเจอคนแบบนี้ด้วย
ชั้นปีเดียวกัน อายุเท่ากัน 
แต่ทำไมวุฒิภาวะเค้าถึงมีแค่นั้น

คนที่คิดแต่เรื่องตัวเอง
ไม่เข้าใจเหตุผล

ทั้งๆที่เรามีเหตุผลที่เหนือกว่าและถูกต้อง
แต่มันทำตัวให้เราต้องไปอ้อนวอนมัน
จนมันดูเป็นคนเหนือกว่าเรา

คำถามหนึ่งที่ยังติดอยู่ในใจคือ
นี่คือสิ่งที่เราได้รับจากความพยายามตั้งแต่ต้นของเราเหรอ

เหนื่อยจริง ๆ



ไม่ใส่อีโมใดๆ เพราะอารมณ์มันวุ่นวายเกินไป เฮ้อ.








Create Date : 01 มิถุนายน 2555
Last Update : 1 มิถุนายน 2555 17:08:51 น.
Counter : 687 Pageviews.

2 comments
  
สวัสดีวันศุกร์หรรษาค่ะน้องแก้ม
แวะมาส่งกำลังใให้นะ
น่าเบื่อรูมเมทน้องแก้ม ขอเปลี่ยนห้องเถอะ
ถ้าเขานอนกับพื้นเราทำของหกเลอะเทอะได้ป่าว

วันนี้วัน Donus Day
มีพอน เดอริงมาฝาก เค้ามีแจกฟรีตามห้างด้วยนะ

โดย: pantawan วันที่: 1 มิถุนายน 2555 เวลา:17:36:48 น.
  
สวัสดีค่ะ
ไปทำบุญวันวิสาขบูชามา เอาบุญมาฝากค่ะ
เหตุการณ์เป็นปกติดีไหม เอาใจช่วยนะ
โดย: pantawan วันที่: 5 มิถุนายน 2555 เวลา:15:53:41 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

kamgaga
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีค่ะ ชื่อ แก้ม นะคะ :)
เพิ่งจะเริ่มทำบล็อกอีกครั้ง
หลังจากห่างหายจากวงการไปนาน ..


บล็อกนี้ก็ไม่ค่อยจะมีสาระ ~
เขียนไป บ่นไป อย่างที่เห็นแหละค่ะ ..


แวะเข้ามาเยี่ยมกันบ่อยๆนะคะ
อยากเป็นเพื่อนกับทุกคนเลยค่ะ
ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ :))

สนันสนุนบล็อกโดย (๕๕)









New Comments