ยินดีต้อนรับทุกๆคนค่ะ ขอให้มีความสุขกับบล็อกของนัตนะคะถ้าชื่นชอบบล็อกกะลาก้นครัวนี้ ก็ขอคอมเม้นท์ให้กันด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ แล้วอย่าลืมแวะมาเยี่ยมกันอีกนะคะ มีความสุขกันเยอะๆนะคะ
About me
Beauty Secrets
Desserts
My Kitchen
Drawing room
UK Visa
UK Guides
ข้าวซอยเนื้อตุ๋น
ยินดีต้อนรับทุกๆคนค่ะ ขอให้มีความสุขกับบล็อกของนัตนะคะถ้าชื่นชอบบล็อกกะลาก้นครัวนี้ ก็ขอคอมเม้นท์ให้กันด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ แล้วอย่าลืมแวะมาเยี่ยมกันอีกนะคะ มีความสุขกันเยอะๆนะคะ
Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
12 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
Chiness food history(ประวัติศาสตร์การกิน)

ประวัติศาสตร์อาหารจีน
จีนเป็นชนชาติที่นิยมและให้ความสำคัญในด้านการกินอยู่มากมาย เพราะชนชาติจีนเป็นชนชาติที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ฉะนั้นอาณาเขตเพาะปลูกพืชพันธ์ผัก และเลี้ยงสัตว์จึงพบเห็นกันอย่างกว้างขวาง และจำนวนประชากรชาวจีนนั้นมีจำนวนเป็นอันดับ 1 ของโลกและ ด้านอารยธรรมการกินมีมาช้านานกว่า 5000 ปีเลยทีเดียว
นับแต่โบราณมาชาวจีนโดยทั่วไปนิยมรับประทานอาหารจานผักและธัญพืชเป็นหลัก จะมีเนื้อสัตว์บ้างประปราย นั่นเป็นเพราะว่าจีนเป็นประเทศที่พึ่งพาการเกษตรกรรมนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ยังมีความแตกต่างระหว่างอาหารของชาวบ้านทั่วไปและชนชั้นที่สูงกว่าอยู่ กล่าวคือ บรรดาผู้มีอันจะกินสามารถซื้อหา หมู เห็ด เป็ด ไก่ มารับประทานได้มากกว่าชาวบ้าน โดยเฉพาะในพระราชสำนักจีนที่อุดมไปด้วยอาหารจานเนื้อที่มีสีสันตระการตา กระทั่งเคยมีคำเรียกขานผู้ครองรัฐว่า “ผู้ทานเนื้อ” เลยทีเดียว
นอกจากนี้ชาวจีนยังมีวัฒนธรรมชอบทานอาหารที่ร้อนกรุ่น ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเกี่ยวพันกับเทคนิคการประกอบอาหารที่ผ่านการบ่มเพาะตามกาลเวลาของแดนมังกร โดยชาวจีนโบราณกล่าวกันว่า “สัตว์น้ำมีกลิ่นคาว เนื้อสัตว์เหม็นสาบ ผักหญ้าเหม็นเขียว” ดังนั้นการทำให้อาหารร้อนสามารถทำลายกลิ่นคาว ขับไล่กลิ่นสาบ และขจัดกลิ่นเหม็นเขียวได้ ตามที่ระบุไว้ในตำราอาหารสกุลหลู่แห่งสมัยชุนชิว
เทคนิคการปรุงอาหารข้างต้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น เนื่องด้วยจีนขึ้นชื่อว่าพิถีพิถันในเรื่องการทำอาหารเป็นอย่างยิ่ง ดังเช่นในตำราประวัติศาสตร์จีนบันทึกว่า สมัยราชวงศ์เหนือ-ใต้ พ่อครัวหลวงของฮ่องเต้เหลียงอู่ตี้ มีฝีมือขนาดสามารถนำแตงหนึ่งผลมาดัดแปลงเป็นรูปร่างๆ ต่างๆ ได้กว่า 10 แบบ อาหาร 1 จานสามารถพลิกแพลงรสชาติได้หลายสิบรส นับเป็นเทคนิกการปรุงอาหารที่ล้ำเลิศยิ่ง
ไม่เพียงแต่การปรุงอาหาร แม้แต่รูปแบบการรับประทานอาหารของชาวจีนก็มีเอกลักษณ์ยิ่ง เรากำลังกล่าวถึงวัฒนธรรมการรวมกลุ่มกันรับประทานอาหารหรือ “ทานหมู่” ซึ่งปรากฏในสังคมจีนมานานแล้ว และมีการค้นพบหลักฐานที่สนับสนุนพฤติกรรมดังกล่าวของชาวจีนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ได้แก่หลักฐานที่ชี้ชัดว่าในสมัยโบราณห้องครัวและห้องทานอาหารนั้นเป็นที่เดียวกัน โดยห้องครัวจะตั้งอยู่กลางเคหะสถาน หลังตรงกลางมีช่อง ด้านล่างเป็นที่ก่อกองไฟสำหรับทำอาหาร เมื่อถึงเวลาทุกคนก็จะมานั่งล้อมวงรับประทานอาหารกัน วัฒนธรรมการร่วมรับประทานเช่นนี้ได้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน อันสะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติของชาวจีนที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวและญาติพี่น้องของตนเป็นอย่างมาก

ส่วนอุปกรณ์สำคัญสำหรับการรับประทานอาหารนั้น ก็หนีไม่พ้นไม้คีบ 2 อันที่เรียกว่า “ตะเกียบ” นั่นเอง จากบันทึกทางประวัติศาสตร์พบว่า ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซางก็ได้มีการใช้ตะเกียบกันแล้ว โดยทั่วไปตะเกียบจะทำจากไม้ มีบ้างที่เห็นทำจากโลหะ หรือกระดูกสัตว์
ในแง่ประเภทของอาหารนั้น อย่างอาหารไทยก็มีแบ่งเป็น อาหารอีสาน อาหารปักษ์ใต้ เป็นต้น ประเทศจีนเองเขาก็มีแบ่งประเภทอาหารตามแหล่งที่ตั้งเช่นกัน ในสมัยชุนชิว-จั้นกั๋ว ได้เริ่มมีการแบ่งอาหารจีนเป็น 2 ตระกูลใหญ่ คือ อาหารเมืองเหนือ และอาหารเมืองใต้ จนกระทั่งต้นราชวงศ์ชิง ได้มีการแบ่งอาหารเป็น 4 ตระกูลใหญ่ ได้แก่ อาหารซันตง (鲁菜-หลู่ไช่) อาหารเจียงซู (苏菜-ซูไช่) อาหารกวางตุ้ง (粤菜-เย่ว์ไช่) และ อาหารเสฉวน (川菜-ชวนไช่)
กระทั่งปัจจุบันอาหารจีนแบ่งออกเป็น 8 ตระกูลใหญ่ โดยเพิ่มอาหารอันฮุย (徽菜-ฮุยไช่) อาหารฮกเกี้ยน (闽菜-หมิ่นไช่) อาหารหูหนัน (湘菜-เซียงไช่) และอาหารเจ้อเจียง (浙菜-เจ้อไช่) ซึ่งแต่ละประเภทก็มีความแตกต่างกันไป โดยมีเงื่อนไขด้านสภาพอากาศ ภูมิประเทศ ผลผลิตของท้องถิ่น และวัฒนธรรมการกินแต่ละที่เป็นตัวแปรสำคัญ อาทิ ชาวซูโจว ในมณฑลเจียงซู นิยมรับประทานอาหารที่มีไขมัน เน้นน้ำตาลเยอะ อาหารฮกเกี้ยนและกวางตุ้งมีอาหารทะเลเป็นส่วนประกอบสำคัญเพราะอยู่ติดทะเล นอกจากนี้ชาวกวางตุ้งยังมีติ่มซำที่เป็นอาหารเลื่องชื่อ และนิยมทานน้ำแกงก่อนอาหาร อาหารเสฉวนเน้นรสชาติจัดจ้าน เผ็ดร้อน และคนเหนือนิยมทานต้นหอมและกระเทียมกันมาก เพราะเป็นผลผลิตที่ปลูกได้มากทางภาคเหนือนั่นเอง

**ขอบคุณข้อมูลดีๆจากเว็บ http://olc.igetweb.com ด้วยค่ะ


Create Date : 12 กันยายน 2551
Last Update : 6 ตุลาคม 2551 0:30:28 น. 2 comments
Counter : 812 Pageviews.

 

โห ประวัติเค้าสุดยอดเลยนะ.....ชอบกินติ่มซำอะ
แต่ที่นี่อาหารไทย จีน ญป. แพงโหดๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: เด็กแมว (UStogetheR ) วันที่: 12 กันยายน 2551 เวลา:5:55:04 น.  

 
น่าสนใจดีจังค่ะ


โดย: Oreo's Mama วันที่: 13 กันยายน 2551 เวลา:0:36:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Kala-ก้นครัว
Location :
Chiangmai, United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 21 คน [?]




English Time

Thai Time




ผลไม้ช่วงฤดูร้อน


เลมอน ดริซเซิ่ลเค้ก


ขนมกลีบลำดวน



ช๊อคโกแลตบิสกิตสติ๊ก



มินิช๊อคโกแลตเบอร์เกอร์




จำนวนผู้ชม


: Users Online
Google

เพลงกะลาก้นครัว
ส่งอีเมลล์ถึงนัตตี้คลิกที่แมวสีดำน่ารักๆเลยค่ะ
Friends' blogs
[Add Kala-ก้นครัว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.