โลกของคคนานต์
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
11 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 

Private Love ตอนที่ 10



-10-



จีรนันท์เพิ่งกลับมาจากสัมภาษณ์งานตอนหัวค่ำ ความจริงเธอควรเข้าไปสัมภาษณ์กับฝ่ายบุคคลที่บริษัทส่งออกสินค้าขนาดใหญ่ซึ่งคุณอาของปฐวีเป็นเจ้าของ แต่เพราะเป็นเพื่อนของหลาน คุณอาใจดีจึงรับสัมภาษณ์เองด้วยการเลี้ยงข้าวกลางวัน แล้วพาไปตีกอล์ฟตลอดบ่าย กำลังสนุกกันอยู่ดีๆ ปฐวีก็มีท่าทีร้อนรนอย่างคนอยู่ไม่สุขหลังได้รับโทรศัพท์ลึกลับจนต้องรีบขอตัวกลับมาส่งเธอแล้วบึ่งรถหายไปทันที

คิดไม่ถึงว่าพอกลับมาแล้วจะไม่เจอใครเลยสักคน...

ขณะเดินกลับห้องตัวเองสายตาก็ไปสะดุดกับข้อความที่สมจิตรแปะทิ้งเอาไว้หน้าห้อง
“ไปทอดกฐินหนึ่งอาทิตย์ จากแม่” อ่านข้อความบนกระดาษ แล้วเม้มริมฝีปากอย่างขัดเคืองใจ “พี่ไอก็ยังไม่กลับ แม่ก็ไปทอดกฐิน นี่ใจคอจะทิ้งจีเฝ้าบ้านอยู่คนเดียวใช่ไหม!” คนบ่นทำหน้างอนแล้วค้อนควักกับอากาศธาตุอยู่คนเดียว ก่อนเดินตรงไปยังโทรศัพท์อย่างมาดหมาย




เสียงแผดดังของเครื่องมือสื่อสารที่ใช้กันอย่างแพร่หลายบนโต๊ะของเลขานุการสาวดังขึ้น เธอจ้องมองโทรศัพท์ตั้งโต๊ะสีดำแดงของบริษัทอย่างแปลกใจ

“มืดค่ำป่านนี้แล้ว จะโทรมาทำไมนะ” เธอรับสายด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

“สวัสดีค่ะ ตอนนี้คุณไอศูรย์ติดประชุมอยู่ไม่ว่างรับสาย”

“แล้วประชุมจะเลิกเมื่อไหร่”

พอได้ยินเสียงปลายสาย เลขาฯ สาวก็ลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่...ยัยน้องสาวจอมเผด็จการของบอสอีกแล้ว...
“ไม่ทราบค่ะคุณจี คุณไอไม่ได้บอกเอาไว้” รายงานไปตามจริง แต่กลับทำให้ปลายสายไม่พอใจ

“เป็นเลขาฯ นี่ไม่รู้อะไรเลยงั้นเหรอคะ คราวก่อนจีโทรมาถามเรื่องพี่ไอ พี่ก็บอกไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่อะไรสักอย่าง แล้วพี่มีหน้าที่อะไรนอกจากรับโทรศัพท์ไหมคะ” เสียงใสประชดประชัน แต่ไม่ได้ทำให้เลขาฯ ที่ทำงานกับไอศูรย์มานานขุ่นข้องใจ เพราะเจ้านายขอร้องเธอเอาไว้...ว่าอย่าถือในทุกสิ่งที่น้องสาวของเขาทำลงไป เพื่อความสบายใจในการทำงาน...

“โธ่...คุณจีไปโมโหอะไรมาคะเนี่ย ถึงฟาดงวงฟาดงาใส่พี่แบบนี้”

“จีไม่ใช่ช้างนะ!”

“ค่าๆ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ คุณไอประชุมอยู่ มีอะไรจะฝากไว้ไหมคะ ถ้าเลิกประชุมออกมาเมื่อไหร่พี่จะบอกให้”

“ถ้าพี่ไอไม่กลับก่อนสองทุ่ม คืนนี้จีจะไปเที่ยวโต้รุ่งกับวี แล้วห้ามพี่ไอบอกแม่ด้วย!”

ข้อความที่ส่งต่อมาไม่ตกหล่นทำเอาไอศูรย์หน้าเครียดลงทันตา หลังจากเดินออกมาจากห้องประชุมที่เขาเพิ่งได้รับการตอบตกลงทำสัญญาจากบริษัทลูกค้าไปหยกๆ

ความดีใจที่เพิ่งได้รับมาหายวับ กลายเป็นความกังวลหนักอยู่ในใจ

“คุณไอรีบไปเถอะค่ะ” เลขาฯ สาวหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นสายตาสงสัยของเจ้านายที่มองมา “ดิฉันทำงานที่นี่มานานแล้วนะคะ รู้หรอกค่ะว่าหวงน้องสาว” แซวเล่นจนสนุกปากแล้วเธอก็ยื่นกุญแจรถให้อย่างรู้ใจเจ้านาย

“ขอบคุณครับ”

ไอศูรย์เดินแกมวิ่งไปตลอดทางจนถึงลานจอดรถ แล้วขึ้นขับรถคู่ชีพบึ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว...




พอเคลื่อนรถไปหยุดสนิทตรงหน้าสี่แยกไฟแดง ไอศูรย์ก็ครุ่นคิดถึงวีรกรรมที่จีรนันท์เคยทำเอาไว้...ขู่ว่าจะหนีเรียนบ้างล่ะ จะหนีเที่ยวกลางคืนบ้างล่ะ ถึงขนาดว่าจะหนีออกจากบ้านก็ยังมี แต่ทุกครั้งล้วนเป็นแค่ ‘คำขู่’ ที่ถึงเขาทำตามที่เธอต้องการไม่ได้...เธอก็ไม่ลงมือทำ...

รู้ทั้งรู้ แต่ก็ยังปล่อยให้เธอปั่นหัวป่วนใจให้ก้อนเนื้ออ่อนๆ ที่อยู่ในอกสั่นไหวอยู่ได้...เหมือนคนบ้า...

เขานึกเปรียบเทียบตัวเองเป็นอย่างนั้น แต่กลับขยับยิ้มแต้มดวงหน้าคมที่สดใสขึ้นมายามคิดถึงดวงหน้า ‘บ่อเกิดแห่งความบ้า’ ของตัวเอง

“เด็กบ้า สงสัยคราวนี้ต้องสั่งสอนซะบ้างแล้ว”

พอไฟเขียวกะพริบ รถสีดำก็เคลื่อนออกจากจุดเดิมด้วยความรวดเร็ว ทันใดนั้นแสงสว่างจ้าก็สาดเข้ามากระทบดวงตาพร้อมเสียงดังกัมปนาท




มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่เธอไม่แน่ใจนัก แต่มันรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ติด...

อยู่ๆ ก็มีโทรศัพท์จากโรงพยาบาลแจ้งว่า ไอศูรย์ประสบอุบัติเหตุถูกรถบรรทุกเมายาฝ่าไฟแดงชนบาดเจ็บหนัก

กว่าจะรู้ตัวอีกที เธอก็กำลังยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล

จีรนันท์มองเข้าไปยังห้องที่เต็มไปด้วยร่างอาบเลือด ผิดรูปของคนเจ็บที่บ้างก็นอนสลบไสลไม่ได้สติ บ้างก็ร้องระงมครวญครางไม่หยุด กลิ่นคาวคลุ้งของเลือดสีแดงปนกับกลิ่นยาลอยมาต้องจมูก หมอพยาบาลหลายสิบคนช่วยกันปฐมพยาบาลคนเจ็บไม่ได้หยุด

ญาติคนเจ็บนับครึ่งร้อยถูกกันออกมาอยู่หน้าห้องฉุกเฉินทั้งหมด เพื่อรอคอยการรอดชีวิตของคนสำคัญ

ครู่ใหญ่คนเจ็บค่อยๆ ถูกทยอยพาออกมาตรงห้องโถงหน้าห้องฉุกเฉินทีละคน สภาพบาดเจ็บต่างกันไป

จีรนันท์มองบุรุษพาบาลเข็นเตียงที่มีร่างสูงของชายคนหนึ่งพันด้วยผ้าพันแผลโชกเลือดทั้งศีรษะและดวงตาผ่านหน้าเธอไปอย่างนึกกลัว

ถ้าไอศูรย์เกิดเป็นอะไรขึ้นมา...เธอจะทำยังไง
แค่คิดโลกที่เคยสดใสก็พังทลายลงต่อหน้า ภาพของเขาที่ฉายชัดขึ้นในความคิดเรียกน้ำใสๆ ให้เอ่อกลบดวงตา...ไม่! เธอไม่ยอมให้พี่ไอเป็นอะไรเด็ดขาด!

ยิ่งรอ...ความรู้สึกหลากหลายก็พากันไหลบ่าออกมาจากหัวใจจนเธอสัมผัสได้ถึงความรักที่เขาเคยมอบให้ แล้วเธอล่ะ...ทำอะไรลงไป...

นานนับชั่วโมงกว่าที่ร่างของไอศูรย์จะถูกเข็นออกมานอกห้องฉุกเฉิน ด้วยร่างที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลพร้อมถุงเลือดและน้ำเกลือระโยงระยาง จีรนันท์รีบลุกเดินตามไปทันที

“อุ๊ย...เลือดท่วมเลยเธอ น่าสงสารนะจะรอดหรือเปล่าก็ไม่รู้ ยังหนุ่มยังแน่นอยู่แท้ๆ ลูกเมียจะเสียใจขนาดไหน” เสียงแสดงความเห็นใจจากผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นเบื้องหลัง

ยังไม่มี! จีรนันท์นึกอยากหันไปตอกกลับเช่นนั้น
หากรู้อยู่แก่ใจ...ว่าที่เขายังไม่มีครอบครัวสมบูรณ์ทั้งที่ถึงวัยอันสมควรเป็นเพราะใคร...
ใครกันที่บั่นทอนเวลาแห่งความสุขสมหวังของไอศูรย์ลงทุกครั้ง
ใครกันที่เรียกร้องทุกสิ่งทุกอย่างจากเขาด้วยความเห็นแก่ตัว
จะมีใครกัน...นอกจากเธอ!

เขาตามใจเธอ พยายามทำทุกอย่างที่เธอเรียกร้อง...แล้วเธอจะยอมทำเพื่อเขาสักอย่างไม่ได้เชียวหรือ?


คล้ายสติเลื่อนลอย แม้เสียงอุปกรณ์ช่วยชีวิตจะดังไปทั่วห้อง แต่ตอนนี้หูเธอกลับตื้ออื้ออึง

ไอศูรย์ถูกพาตัวมาที่ห้องไอ.ซี.ยู. เพื่อรอดูอาการจากการเสียเลือดมาก เธอมองดวงหน้าคมที่เคยบึ้งตึงแต่บัดนี้กลับราบเรียบและซีดสีสนิทด้วยรู้สึกหวิวโหวงอย่างบอกไม่ถูก คล้ายบางสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าดวงใจกำลังจะหลุดหาย...

จีรนันท์ยกมือปิดริมฝีปากบางที่คาดทับด้วยผ้าปิดปากแล้วสะอื้นออกมาด้วยความเสียใจ

“จี...” เสียงทุ้มดังขึ้นแผ่ว

คล้ายคนเจ็บพึมพำบอกอะไรบางอย่าง หากมันเบาจนไม่อาจได้ยิน ดวงตาคมที่เพิ่งเปิดก็หรี่ลงราวจะปิด ไอศูรย์พยายามกะพริบตาที่ถูกกดข่มด้วยความอ่อนเพลีย เอื้อมมือออกไปคล้ายอยากไขว่คว้าบางสิ่งที่ต้องการ

มือเรียวอุ่นเอื้อมมากระชับมือหนาที่เย็นเฉียบเอาไว้แน่น “จีอยู่นี่ค่ะพี่ไอ”

“จี” ดวงหน้าคมระบายยิ้มโล่งใจเมื่อได้ยินเสียงใสดังอยู่ข้างหู

“พี่ไออยากได้อะไรคะ” เธอถามพลางกลั้นเสียงสะอื้นที่กำลังตื้นรื้นขึ้นมาจนคับอก

“จี” เขาพึมพำแต่ชื่อเธอซ้ำๆ ราวคนละเมอ

คล้ายเห็นเธอมาอยู่ตรงหน้า แต่ในมโนสำนึกที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ไอศูรย์รู้สึกว่าเขาต้องกลับไปหาเธอ อธิบายและปลอบให้เธอเข้าใจอย่างที่ทำเป็นประจำ และถ้าเป็นไปได้...เขาอยากมีโอกาสบอกเธอสักร้อยสักพันครั้งว่าเขารักเธอมากแค่ไหน...

“พี่รักจีนะ” คำสารภาพที่ไม่อาจเป็นไปได้ในยามที่มีสติ หลุดออกมาจากเรียวปากได้รูปสีซีดของไอศูรย์

ทันทีที่ได้ยิน น้ำตาที่พยายามกักกลั้นเอาไว้สุดความสามารถก็พากันไหลทะลักออกมาอีกครั้งพร้อมเสียงสะอื้นไม่ขาดสาย จีรนันท์แนบแก้มลงกับฝ่ามือหนาพึมพำสิ่งที่ตรงข้ามกับหัวใจของตนเองเป็นที่สุด

“จีก็รักพี่ไอ...จีขอโทษ จียอมแล้ว...ยอมให้พี่ไอมีความสุข...พี่ไออยู่กับจีนะ”

เธอยอม...ยอมทุกอย่าง แม้ต้องทำร้ายหัวใจตนเอง

ถ้าการทำลายความรักในหัวใจของเธอลง ทำให้เขามีแรงจะสู้ต่อ...

เธอจะยอม...รับไม้หอมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของไอศูรย์

หากคนที่หลับตาไปพร้อมรอยยิ้มคงไม่รู้เลยว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับใจดวงน้อยๆ ของเธอ...




ทันทีที่ได้ข่าวของไอศูรย์ เวหาก็รีบไปรับไม้หอมทันทีหลังเลิกเรียน พวกเขาแวะที่ห้างใกล้ๆ เพื่อซื้อของเยี่ยมไข้และของจำเป็นให้จีรนันท์

“คุณหอมว่าจีจะชอบสีฟ้าหรือสีชมพู?” ชายหนุ่มถามขึ้นขณะกำลังด้อมๆ มองๆ เสื้อยืดตัวจิ๋วที่แขวนโชว์เด่นอยู่หน้าร้านเสื้อผ้ากลางห้าง

“สีฟ้า ฉันว่ามันสวยดี” ตอบสั้นอย่างรวบรัดตัดความ แต่คนถามยังไม่ยอมหยุดง่ายๆ

“แต่ผมว่า...จีน่าจะชอบสีชมพูนะ” เวหาลากเสียงแล้วเดินวนไปมาอย่างอ้อยอิ่ง

“งั้นก็เอาสีชมพู เอาตัวนี้ล่ะค่ะ” ไม้หอมตัดบท หันไปบอกคนขาย ก่อนหันมาว่าต่อ “จะมัวชักช้าอยู่ที่นี่ทำไมล่ะคุณ รีบๆ ลงไปซื้อของใช้จำเป็นกับของเยี่ยมดีกว่า ปล่อยน้องจีดูแลคุณไอคนเดียวมาทั้งคืนคงเหนื่อยแย่”

“คุณหอมอ่ะ เป็นห่วงเจ้าไอก็ไม่บอกตรงๆ เอาจีมาอ้างอีก เดี๋ยวเจ้าไอน้อยใจตายเลย” เขาแซวอย่างนึกสนุก ไม่คิดว่าจะเห็นไม้หอมยืนทำตาขุ่นจ้องหน้าเขาเอาเป็นเอาตาย

“นี่ใช่เวลามาพูดเล่นที่ไหนกัน แล้วฉันก็ปากกับใจตรงกัน ไม่ต้องเอาใครมาอ้างให้เสียเวลา”

“ตกลง ไม่ห่วงเจ้าไอมันเลยเรอะ”

“ห่วง แต่ก็ห่วงน้องจีด้วย พอใจรึยัง!” ไม้หอมขี้เกียจต่อความ เลยเดินนำจ้ำเท้าไปตามทาง
ไม่รู้ว่าวันนี้นายเวหาเป็นอะไรถึงกวนเธอไม่ได้หยุด ถามซ้ำๆ อยู่ได้ว่าเธอห่วงไอศูรย์หรือเปล่า ห่วงมากไหมแค่ไหน ยังไง อะไร ทำไม โอ๊ย! จะไม่ให้ห่วงได้ยังไง...ก็นั่นลูกชายของครูสมจิตร แถมเป็นนายจ้างของเธอเชียวนะ!

พ้นจากร้านเดิมไปไม่กี่ก้าว ตาคู่เรียวก็สะดุดกับร่างเล็กบาง ผิวขาวใสของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังคุยโทรศัพท์และหมุนตัวไปมาหน้ากระจกในร้านถัดไป




“น้อยหน่า” ไม้หอมเรียกชื่อเพื่อนพร้อมกับเดินตรงเข้าไปหา

“อ้าว ไม้หอมบังเอิญจังเลย มาทำอะไรที่นี่ล่ะ?” นฤมลลดโทรศัพท์ที่เพิ่งตัดสายในมือลง แล้วทักเพื่อนรุ่นน้องด้วยรอยยิ้ม สีหน้ามีแววตื่นเต้นเล็กน้อยที่ได้เจอไม้หอม

“ก็มาซื้อของเยี่ยมคุณไอน่ะสิ เธอล่ะมาทำอะไร?”

“ฉันมาซื้อเสื้อผ้าใส่ไปงานเลี้ยงด่วนเย็นนี้น่ะสิ อยู่ๆ ก็โดนสั่งให้ไป น่าจะบอกเราไว้ก่อนสักอาทิตย์ จะได้ไปตัดชุดสวยๆ โชคดีที่พี่กันย์เขาว่างเลยอาสาพาฉันมาห้าง” ยิ้มหวานพลางชี้ไปที่ชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อคอโปโลสีพื้นกับกางเกงสแล็คส์สีดำที่ยืนหันหลังให้พวกเธอแต่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด

“อ่อ เธอรู้ข่าวคุณไอแล้วใช่ไหม?”

“รู้แต่ยังไปเยี่ยมไม่ได้ เพราะไอ้งานด่วนน่ารำคาญนี่น่ะแหละ แต่เดี๋ยวตอนดึกๆ ฉันก็ว่าจะไปเหมือนกัน แล้วไอมันเป็นไงบ้าง?” ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

“เห็นว่าปลอดภัยดีแล้ว ฉันก็ยังไม่เห็นสภาพจริงๆ เหมือนกัน”

“เฮ้อ! ค่อยโล่งใจหน่อย อย่างน้อยก็ยังไม่ตาย จริงสิ...แล้วเรื่องนั้นเป็นไง...” ลากเสียงยาวพลางส่งสายตาวิบวับอย่างเจ้าเล่ห์

“เรื่องไหน?” ไม้หอมถามอย่างไม่เข้าใจสัญญาณทางสายตาที่นฤมลส่งมาให้

“โอ๊ยตาย! บื้อพอกันกับพ่อรันทดรักนั่นเลย” ยกมือกุมหน้าผากแล้วส่ายหน้าระอา “ก็เรื่องที่ฉันบอกให้เธอลองมองๆ ไอมันไง แบบว่าถ้าชอบก็จีบเลยนั่นน่ะ” สุดท้ายก็ต้องเฉลยเมื่อทนความ ‘ซื่อ’ ของไม้หอมไม่ไหว

“เพิ่งพบกันไม่ถึงเดือน เธอจะให้ฉันมองไปทางไหนกัน แล้วอีกอย่างฉันแค่อยากทำงานหาเงิน ไม่ได้อยากหาแฟนสักหน่อย”

“งั้นเปลี่ยนคำถาม คบกันเป็นไงบ้าง?”

“แกล้งคบกันหลอกๆ!” ย้ำชัดพลางส่งสายตาดุ

“เออๆ ไอ้แกล้งคบกันหลอกๆ ของเธอนั่นแหละ เป็นไงบ้าง?”

“ก็ไม่มีอะไรนี่ แค่ไปเจอแม่คุณไอครั้งนึง แล้วนัดไปกินข้าว ไปคุยงานกันไม่กี่หน”

ฟังที่ไม้หอมเล่าแล้วเซ็งจัด เพราะมันไม่ต่างอะไรกับที่ไอศูรย์เคยทำกับเธอเท่าไรนัก นฤมลเลยขี้คร้านจะตามติดสถานการณ์ (ไม่) รัก ของเจ้าพวกนี้อีกต่อไป
“นี่เธอรู้เรื่องไอมันได้ยังไง แล้วนี่นั่งแท็กซี่มาคนเดียวงั้นสิ?”

“เปล่า คุณเวหาเพิ่งไปบอกแล้วรับฉันมาด้วยนี่แหละ”

“ว่าไงนะ มากับเวหา?!” คนร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองเธออย่างสงสัยเสียเต็มประดา

“ใช่ คุณเวหา มีอะไรเหรอ?”

“มากับไอ้ตัววุ่นนั่นนะ! โอ๊ยตาย...แล้วแผนพวกเธอไม่แตกแหกสะบั้นหรือยะ นายนั่นมันจุ้น ยุ่งเรื่องชาวบ้านไปทั่ว แถมฉลาดผิดมนุษย์มนา กว่าจะสร้างเรื่องหลอกมันได้ต้องวางแผนกันข้ามปีเชียวนะ แล้วถ้าหาเรื่องแกล้งมันได้สักครั้งฉันจะปิดห้างฉลองให้เลย”

“นินทาคนหล่อเป็นบาปนะครับ” เสียงทุ้มหนักดังขึ้นก่อนที่ไม้หอมจะทันอ้าปากพูดอะไร

นฤมลชำเลืองมองชายหนุ่มผมสีแดงที่เดินหิ้วถุงล้วงกระเป๋าเข้ามาในร้านอย่างนึกหมั่นไส้
“ไม่ได้นินทาย่ะ กำลังชม” พูดปดหน้าตาเฉย

“งั้นจะชมว่าจุ้นหรือฉลาด ก็เอาสักอย่างสิวะไอ้นพ” ว่าแล้วยักคิ้วให้เพื่อนหนุ่มในร่างสาวที่ดิ้นเร่าๆ ราวโดนสาดด้วยน้ำร้อน

“กรี๊ดด!!! ไอ้หยาบคาย แกกับฉันอย่าอยู่ร่วมร้านกันเลย ไม้หอมฉันไปนะแล้วค่อยเจอกัน”
ด้วยความโกรธหญิงสาวจึงสะบัดหน้าเชิด เดินดุ่มๆ ไปเรียกแฟนหนุ่มแล้วพากันออกจากร้านไปแทบจะทันที

“อะไรว้า เรียกชื่อจริงแค่นี้ก็โกรธ” ยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนหันไปหาไม้หอมที่ยืนนิ่งเหมือนถูกสะกดจิตเมื่อได้เห็นเสี้ยวหน้าของคนชื่อกันย์ “อะไรครับคุณหอม อย่าบอกนะว่าตะลึงในความหล่อของแฟนไอ้นพมัน”

เมื่อเห็นเธอไม่ตอบแต่ยังคงมองตามสองคนนั้นไปไม่วางตา คนแซวเล่นก็ชักร้อนตัว
“เฮ้ย! อย่าบอกนะว่าคิดแบบนั้นจริงๆ นี่ผมไม่ได้ชี้โพรงให้กระรอกนะ อย่าเพิ่งคิดนอกใจไอ้ไอมันเชียว!”

“ใช่เวลามาเล่นไหมคุณ” ไม้หอมขึงตาดุจนคนปากมากต้องชะงัก




“คุณหอมไปเป็นเพื่อนไอ้นพได้ยังไง ดูยังไงๆ คุณก็อ่อนกว่าพวกผมหลายปี” คนปากมากยังคงชวนคุยตลอดเวลาที่เดินทางมายังโรงพยาบาล และไม่เว้นแม้แต่ตอนรอลิฟท์

“ห้าปี” ไม้หอมตอบอย่างไม่อยากให้เวหาต้องเสียเวลามานั่งคาดเดา “ฉันเด็กกว่าน้อยหน่าห้าปี”

“แล้วรู้จักกันได้ไงอ่ะครับ?”

เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นหญิงสาวหลบสายตา มือเรียวกำตะกร้าผลไม้แน่นขึ้น ปรากฏแววลังเลในดวงตาคู่สวย ก่อนที่เธอจะตัดสินใจพูดออกมา “ความลับ”
แล้วคำตอบที่ได้ก็ไม่ทำให้เวหารู้อะไรไปมากกว่าเดิมแม้แต่น้อย...

“ไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร เฮ้อ...” ถอนหายใจเสียงดัง

ไม้หอมเหลือบมองชายหนุ่มที่เสยผมสีจัดจ้านของเขาอย่างลวกๆ ตีสีหน้าเหน็ดเหนื่อย แต่ชั่วแวบก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มร่าแบบที่ดูไม่ออกว่าแกล้งทำหรือไม่ ที่น่าแปลกใจคือความเงียบยาวนานที่ไม่น่าจะมีได้ของนายเวหา...นานจนประตูลิฟท์เปิดออก พวกเขาก้าวเข้าไปยืนในกล่องสี่เหลี่ยมที่เงียบสงัด

เมื่อเห็นว่าเงียบเกินปกติ ครูสาวจึงคิดหาเรื่องคุยเพื่อทำลายบรรยากาศชวนอึดอัดนั้นเสีย แต่นึกอยู่นานหลายอึดใจกว่าจะได้หัวข้อที่น่าสนใจ
“เอ่อ ผมคุณ...สีแดงดีนะ”

“โธ่คุณหอม ก็ผมย้อมสีแดงนี่ ถ้ามันออกมาเป็นสีเขียวก็น่าขำตายเลย สีผมจริงๆ มันออกจะด๊ำดำกว่าจะย้อมให้แดงขนาดนี้ได้ ผมต้องทนนั่งอยู่ในซาลอนตั้งหลายชั่วโมง” พอมีคนชวนคุยคนปากมากก็เริ่มจ้อตามนิสัย

“แล้วทำไมคุณไม่ปล่อยให้มันเป็นสีดำล่ะ”

“เรื่องมันยาวนิดหน่อย” ชายหนุ่มทำท่าลังเลเหมือนไม่อยากบอก

“งั้นไม่เป็นไร (ไม่ได้อยากฟัง)” แต่ยังไม่ทันพูดในสิ่งที่คิด นายเวหาก็แทรกขึ้นมาก่อน

“โอ๊ะ! อย่าเพิ่งน้อยใจสิครับคุณหอม ถึงเรื่องจะยาวแต่ผมเล่าให้ฟังสั้นๆ ก็ได้”

ไม้หอมถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างพยายามคุมสติ เพราะเกรงใจผู้ร่วมใช้อากาศหายใจในที่แคบคนอื่น
แต่เมื่อกี้ว่าใครใจน้อยไม่ทราบ!

“คืองี้นะ พอดีผมมีพี่ชายฝาแฝดหน้าเหมือนกันเด๊ะอย่างกับแกะโคลนนิ่งกันออกมา คนอื่นจำสลับกันวุ่นวายเลยคุณ เห็นแล้วน่ารำคาญเป็นบ้า แล้วทีนี้ตอนเริ่มโตผมก็สังเกตเห็นว่าหน้าผมมันเริ่มมีเค้าว่าจะกลายเป็นแกะ ผมกลัวน้องสาวจะสับสนเลยไปย้อมให้รู้กันชัดๆ ว่าใครเป็นใคร แต่พอโตขึ้นจริงๆ หน้าผมก็ไม่ยักจะเหมือนพี่ๆ นะ แบบว่าดูยังไงๆ ผมก็หล่อกว่า จะปล่อยให้ผมดำก็เท่ไปอีกแบบ แต่บังเอิญผมเห็นว่าผมสีแดงมันก็เด่นดี เดินไปไหนมาไหนสาวๆ นี่หันมามองกันทุกราย ก็เลยย้อมมันทุกรอบเลยนั่นล่ะ” เล่าจบก็ฉีกยิ้มรอคำตัดสิน...อย่างน้อยผู้หญิงรายล่าสุดที่เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง ยังเอ่ยปากชมเขาไม่ขาดปากว่าเป็นพี่ชายที่แสนดี เสียสละตัวเองเพื่อน้องสาว...

“อ๋อ อยากเด่น” ไม้หอมสรุปเรื่องที่ได้ฟังสั้น...จนไม่รู้จะสั้นยังไง

คนอยากเด่นเลยยิ้มค้างกลางอากาศ...ใครก็ได้ช่วยพาวัตถุประหลาดออกไปห่างๆ เขาที!

“คุณหอมเป็นคนแรกนะเนี่ยที่ชมผมตรงๆ แบบนี้” หัวเราะแห้งๆ แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนจะถูกสรรเสริญมากไปกว่าเก่า “เอ่อ...ที่บอกว่าจะย้ายบ้าน แล้วบ้านใหม่คุณหอมเป็นไงบ้างครับ”

“ไม่รู้ ยังไม่ได้อยู่”

ง่ะ!

“เอ่อ...แล้วยันต์ที่ผมให้คุณหอมเอาติดตัวไปด้วยหรือเปล่า ไปอยู่บ้านหลังใหม่ระวังเจ้าถิ่นเขาจะมาเยี่ยมเยียนเอานะ” ชายหนุ่มไม่ยอมแพ้หาเรื่องชวนคุยต่อไป

พอพูดถึงเรื่องนั้น ไม้หอมก็มีท่าทีอ่อนลง เธอยอมรับว่าเวลานั้นเวหามีน้ำใจกับเธอมาก ทั้งตามรับตามส่งคอยอยู่เป็นเพื่อนและจัดการหลายต่อหลายเรื่องให้ตอนที่เธอต้องไปให้ปากคำที่โรงพัก แล้วพอเห็นยันต์และของขลังที่เขาหอบหิ้วมาให้เธอด้วยความหวังดี...ก็อดดีใจแทนโลกใบนี้ไม่ได้ ว่ายังมีคนจิตใจงดงามหลงเหลืออยู่...

“พอดีครูชลไม่อยู่ ฉันเลยไม่รีบร้อนจะย้ายเท่าไหร่ แต่ก็ขนของไปไว้บ้างแล้ว ยันต์ฉันก็เอาไปนะ จะให้แปะโชว์ไว้ทั่วบ้านเลยม๊ะ เผื่อจะกันผีหัวแดงได้ด้วย” น้ำเสียงที่มีแววหยอกล้ออย่างไม่เคยได้ยินมาก่อนทำให้เกิดรอยยิ้มกว้างเต็มใบหน้า ‘ผีหัวแดง’

“ยิ้มอะไรของคุณน่ะ น่าขนลุก!” แต่ว่าแล้วไม่ได้ส่งสายตาระแวงระวังอย่างที่ทำอยู่เสมอ

ผีหัวแดงเลยแจกยิ้มเกลื่อนให้ทุกคนที่พบหน้าตลอดเวลาที่อยู่ในลิฟท์...ก็จะไม่ให้ดีใจได้ไงล่ะ กว่าจะทลายกำแพงความไม่ไว้วางใจที่ไม้หอมกางเอาไว้ป้องกันตัวจากเขาลงได้ ไม่ใช่ง่ายๆ เลยนะนั่น!


จบตอน 10




 

Create Date : 11 พฤศจิกายน 2551
0 comments
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2551 20:49:45 น.
Counter : 338 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


kakanan
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ขอความกรุณา
อย่านำภาพถ่าย, บทความ,
งานเขียน รวมถึงข้อความต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด
ใน Blog แห่งนี้ ไปใช้เผยแพร่
ไม่ว่าส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์
ก่อนได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรนะคะ

Friends' blogs
[Add kakanan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.