+ W e l c o m e . . t o . . m y . . B l o g

+++บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาสมองของเด็ก+++

การพัฒนาสมองของเด็ก
การพัฒนาสมองของเด็กวัย 0-2 ขวบนั้นมีหลายวิธีค่ะ แต่มีวิธีง่ายๆวิธีหนึ่งที่ทางผู้บรรยายได้กล่าวถึงคือการสัมผัส เช่น ลูบหัว, กอด, หอม ซึ่งการสัมผัสดังกล่าวหากทำอย่างต่อเนื่องและถูกวิธีจะทำให้เส้นใยในสมองมีการพัฒนาซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาสมองของเด็กในช่วงอายุดังกล่าวได้ดีค่ะ

IQ ของเด็กไทยองค์กรอนามัยโลก ได้ทำการสำรวจ IQ ของเด็กทั่วโลก และพบว่า IQ ของเด็กไทยมีการ ลดลงๆ จากปีก่อนๆ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 88 ซึ่งต่ำกว่าระดับ IQ ของเด็กในประเทศอื่นๆเช่น เด็กในประเทศ จีน ญี่ปุ่น และฮ่องกง ซึ่งมี IQ อยู่ที่ประมาณ 100 กว่า ส่วนอังกฤษ และอเมริกานั้นเด็กมี IQ ประมาณ 90-100 กว่า ซึ่งทางผู้บรรยายได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ว่าการที่เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน อาจส่งผลให้เด็กมีระดับ IQ ที่ต่างกัน โดยการเลี้ยงดูที่ดีและสิ่งแวดล้อมที่ดีนั้น จะส่งผลให้เด็กมี IQ ที่ดี ฉะนั้นการเลี้ยงดูเด็กให้ถูวิธีในสถาพแวดล้อมที่ดีจะมีผลต่อการพัฒนา IQ ของเด็กแต่ละคนค่ะ



สิ่งแวดล้อมที่ดี
ก็ประกอบด้วย สถานที่ที่ดีและผู้เลี้ยงที่ดี ในวิจัยดังกล่าวยังมีข้อสรุปที่น่าคิดก็คือว่าถ้าเด็กมี IQ สูงก็จะส่งผลให้ประชากรมีรายได้ต่อหัว(GDP)สูงตามไปด้วย เนื่องจากประชากรนั้นมีคุณภาพมากกว่านั่นเองค่ะ

คนเราทุกคนเกิดมานั้นมีเซลล์สมองที่เท่ากัน นั่นคือ 1 แสนล้านเซลล์ แต่เด็กแต่ละคนจะเติมโตขึ้นจากสิ่งแวดล้อมที่ต่างกันจึงได้รับการพัฒนาที่ต่างกัน
สิ่งแวดล้อมหลักๆก็็คือ สถานที่เลี้ยงและผู้ดูแล หรือสถานรับเลี้ยงเด็กและพี่เลี้ยงค่้่ะ ฉะนั้นคุณแม่ต้องให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มากๆค่ะเพราะว่า เด็กๆจะเรียนรู้จากสิ่งที่เค้าเห็นและสัมผัส สิ่งแวดล้อมที่ดีก็จะหล่อหลอมให้เค้าเป็นเด็กที่ดีและเก่งค่ะ



พี่เลี้ยงที่ดี
พี่เลี้ยงที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้ค่ะ รักเด็ก, ยิ้มง่าย, มี IQ พอสมควร, มีความรับผิดชอบต่อเด็ก, มีปฏิสัมพันธ์ และใจดี ซึ่งบุคลิกและอารมณ์ของพี่เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญมากค่่ะ


สถานที่ที่ดี
สถานที่ที่ดีต้องเป็นสถานที่ๆเป็นมิตรกับเด็กค่ะ มีอุปกรณ์และของเล่นให้เด็กสามารถพัฒนาทักษะ มีการจัดสถานที่เป็นสัดเป็นส่วนชัดเจนว่าส่วนไหนทำอะไร ของเล่นควรจัดให้ให้เป็นระเบียบ ควรมีการแยกแยะห้องเล่น ห้องทานข้าว กับห้องดูทีวีค่ะ สาเหตุก็เพราะว่า เด็กเกิดความสับสนต่อสิ่งแวดล้อม เช่นถ้าเด็กทานข้าวในห้องดูทีวีบ่อยๆต่อไปเด็กอาจจะไม่ยอมนั่งที่โต๊ะอาหารแต่จะร้องไปทานในห้องดูทีวีแทน เป็นต้นค่ะ


การเลี้ยงดูด้วยการชม
จากการวิจัยพบว่า การเลี้ยงดูด้วยการชมโดย ทำดีแล้วชมดีกว่าทำผิดแล้วลงโทษ ค่ะ

การทำดีแล้วชมจะให้ผลที่ดีกว่าทำผิดแล้วลงโทษมากเนื่องจากการที่พ่อแม่ชอบทำโทษเด็กเวลาที่เด็กทำผิด จะทำให้เด็กปลูกฝังความรู้สึกนั้นไว้ในใจ และจะส่งผลต่อเด็กถึงในอนาคตเช่น พอโตขึ้นแล้วทำผิด เด็กก็จะไม่กล้าที่จะบอกความจริงเพราะกลัวถูกที่จะทำโทษ



ความฉลาดของเด็ก
ความฉลาดของเด็กมาจาก 2 ปัจจัยใหญ่ๆ
1 พันธุกรรม (50%)
2 พ่อแม่ และสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวเด็ก (พ่อแม่ต้องคอยมีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก เช่น การพูดคุยกับลูก)
ถ้าสิ่งแวดล้อมดีและคุณภาพของพี่เลี้ยงที่ดี ก็จะส่งผลให้เด็กเป็นคนดี และคนฉลาด



อาหารสมองที่ดี
อาหารสมองประกอบด้วยปัจจัยหลักๆดังนี้ค่ะ
1 การเลี้ยงดูที่ดี
2 อาหาร ควรมีสัดส่วนที่เหมาะสม คือมีสารอาหารครบทั้ง 5หมู่

อย่างไรก็ตามเด็กเล็กควรทานนมแม่เพราะในน้ำนมแม่นั้นมีสาร DHA และOMEGA ซึ่งเป็นสารธรรมชาติถ้าเด็กทานแล้วก็จะดีต่อการพัฒนาและเจริญเติบโตของเด็ก เด็กควรทาน ปลาทะเล เพราะในปลาทะเลนั้นมีสาร DHA ทำให้เด็กไม่อ้วนและยังบำรุงสมองอีกด้วย ทางผู้บรรยายแนะนำให้เด็กๆทานปลาอาทิตย์ละ 3 มื้อ
เต้าหู้ มีสารโคลีน เป็นสารสำคัญในสมองช่วยในเรื่องของความจำ และสติปัญญา เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์,เด็ก และคนสูงอายุ สำหรับคนสูงอายุช่วยให้ไม่เป็นอัลไซเมอร์ และที่สำคัญไม่แพง หาซื้อง่าย และมีประโยชน์อีกด้วย
ไข่แดง ก็มีสารโคลีน และโฟเลท สารเหล่านี้จะทำให้เด็กฉลาด ควรทานอาทิตย์ละ 3 มื้อเช่นกันค่ะ



การออกกำลังกาย
เราควรพยายามหากิจกรรมให้เด็กออกกำลังกาย เพื่อที่เด็กจะได้ไม่เป็นโรคอ้วนและมีร่างกายแข็งแรง เช่น เต้นรำ,วิ่งไล่จับ และกระโดดเชือก การออกกำลังกายด้วยวิธี Aerobic จะช่วยพัฒนาสมองทั้งสองส่วนคือทั้ง ซีกซ้าย และซีกขวา ค่ะ (ซีกซ้ายใช้คิดคำนวณและวิเคราะห์ ส่วนซีกขวาใช้สำหรับการจินตนาการ นึกคิดเรื่อยไป)
การออกกำลังกายจะส่งผลให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ซึ่งก็จะทำให้สมองพัฒนาได้ดีขึ้นค่ะ



วัสดุอุปกรณ์การเล่น
กิจกรรมและการเล่นต่างๆ มีประโยชน์กับเด็กมากค่ะ ยกตัวอย่างเช่น การเล่นขายของ หรือเล่นทำอาหาร จะทำให้เด็กเกิด การจินตนาการ ส่วนการคลาน การปีนป่ายเครื่องเล่นที่ปลอดภัย นอกจากทำให้เด็กสนุกแล้วยังทำให้สร้างสรรค์สมาธิ และจะช่วยให้เป็นเด็กที่มีสมาธิไม่สั้นค่ะ


สื่อ
สื่อทุกชนิดมีอิธิพลต่อการพัฒนาของเด็กค่ะ ผู้บรรยายแนะนำว่าเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบไม่ควรดูทีวีมากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน มีการวิจัยพบว่าว่าเด็กที่ดูทีวีมากเกินไปจะเป็นเด็กที่ก้าวร้าว ดื้อ สมาธิสั้น ไม่มีความรับผิดชอบ หรือหากปล่อยให้เด็กดูทีวีูตามอำเภอใจก็จะกลายเป็นเด็กที่ไม่มีระเบียบวินัย หนังบางชนิดเช่นหนัง Action หรือ Hero เป็นหนังที่ไม่มีประโยชน์และี้ไม่ได้สอนอะไรแก่เด็กเลย แต่ในขณะเดียวกันก็มีรายการ หลายๆรายการที่ผลิดสื่อที่มีประโยชน์สำหรับเด็กเช่นรายการเพลงและรายการเสริมสร้างความรู้ต่างๆ ก็มีประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็กมากค่ะ



ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก รศ.พญ.ศันสนีย์ ฉัตรคุปต์ ค่ะ
















 

Create Date : 30 พฤษภาคม 2551
2 comments
Last Update : 30 พฤษภาคม 2551 13:23:50 น.
Counter : 385 Pageviews.

 

บลอกดีๆ อย่างนี้ ทำไมเราเพิ่งเห็นนะ ขอแอดเด้อ

 

โดย: rainfull 6 มิถุนายน 2551 11:56:42 น.  

 

ทำได้ดีขอชื้นชมนะค่ะ สาระดี

 

โดย: tu IP: 203.144.187.18 6 กรกฎาคม 2551 13:09:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


kaiopp
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]












The most successful people
in the world
Have made many mistakes
And experienced far
more failure than the rest.















V i s i t o r s
Free Counters
: U s e r s O n l i n e
 
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2551
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
30 พฤษภาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add kaiopp's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.