JyHorseman
Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2555
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
26 พฤศจิกายน 2555
 
All Blogs
 

2012m12d07-10: Agenda [กำหนดการ] (น่าน ซิตี้ทัวร์ ดอยเสมอดาว ผาชู้ ดอยภูคา บ่อเกลือ)

========================================================
2012m12d07-10: Agenda [กำหนดการ] (น่าน ซิตี้ทัวร์ ดอยเสมอดาว ผาชู้ ดอยภูคา บ่อเกลือ)

========================================================

เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้ไปร่วมงานไทยเที่ยวไทย ที่เมืองทองธานี และได้พบรายการไปเที่ยวที่จังหวัดน่าน ที่น่าสนใจหลายๆ รายการ ประกอบกับ ตั้งใจว่าเมื่อมีโอกาส จะไปชมภาพวาดที่วัดภูมินทร์ สักครั้ง

ครั้งนี้ ได้โอกาสที่เหมาะทั้งด้านเวลาและกิจกรรม จึงได้เลือกร่วมทริปไปในครั้งนี้ และจะมีรายการสถานที่ไปต่างๆ ก่อนไป ขอเตรียมข้อมูลดูหน่อย จากเว็บต่างๆ เพื่อว่า เวลาไปยังสถานที่จริง จะได้รู้ว่า ต้องไปดูอะไรบ้าง

Agenda [กำหนดการ] (น่าน ซิตี้ทัวร์ ดอยเสมอดาว ผาชู้ ดอยภูคา บ่อเกลือ)

พระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก ... ดอยเสมอดาว
สุดยอดวิวเหนือลำน้ำน่านและตำนานรักสามเศร้า ... ผาชู้
ศูนย์ภูฟ้าและโรงต้มเกลือสินเธาว์ ... บ่อเกลือ
ดอกชมพูภูคาและป่าดึกดำบรรพ์ ... ดอยภูคา




วันแรก: กรุงเทพ - น่าน
19.30 น. คณะพร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย เทสโก้ โลตัส ลาดพร้าว-ถนนพหลโยธิน (คลิกดูแผนที่) โดยมีทีมงานบริการในเรื่องกระเป๋าสัมภาระ ออกเดินทางสู่ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน อ.นาน้อย จ.น่าน ด้วย รถตู้ปรับอากาศ VIP รุ่นใหม่ พร้อมบริการอาหารว่างและเครื่องดื่ม


[Map, จุดนัดพบของ Double Enjoy at Tesco Lotus- Ladpraw]




วันที่ 2: อช.ศรีน่าน - ดอยเสมอดาว – ผาหัวสิงห์ - ผาชู้ - เสาดินนาน้อย - วัดพระธาตุเขาน้อย –วัดพระธาตุช้างค้ำ – พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน(งาช้างดำ) – วัดมิ่งเมือง – วัดภูมินทร์- ร้านใจ๋เมือง Milk Club - หอศิลป์ริมน่าน - วิหารวัดหนองบัว - อ.ปัว


[อุทยานฯศรีน่าน Map, Source: http://www.tiaownan.blogspot.com]


05.30 น. ถึง อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่ ดอยเสมอดาว นอกจากนี้ยังสามารถชม ผาหัวสิงห์ ได้ในเวลาเดียวกันอีกด้วย


[อุทยานฯศรีน่าน, Source: http://www.Bosnos.com]



[ดอยเสมอดาว, Source: http://www.OceanSmile.com]



[ผาหัวสิงห์, Source: http://www.OceanSmile.com]


07.30 น. บริการอาหารเช้า (1) ณ ที่ทำการ อช. หลังอาหาร ให้เวลาถ่ายรูปกับสายธงชาติที่ยาวที่สุดในโลกและตำนานรักสามเส้า ....ผาชู้


[ทะเลหมอก ผาชู้, Source: http://www.OceanSmie.com]



[ ผาชู้: Source: http://www.learners.in.th/blogs/posts/426344 ]


บริเวณเชิงผาชู้เป็นจุดที่ตั้งที่ทำการอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ในช่วงฤดูหนาวจะสามารถมองเห็นทะเลหมอกได้จากยอดผาชู้ และเมื่อหมอกจางจะมองเห็นลำน้ำน่านทอดตัวคดเคี้ยวอยู่ที่ปลายผืนป่า หากจะขึ้นไปชมต้องขึ้นแต่เช้ามืดก่อนพระอาทิตย์ขึ้นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ช่วงใกล้ขึ้นถึงยอดจะเป็นหินแหลมคม จึงต้องเตรียมรองเท้าผ้าใบที่ใส่กระชับไปด้วยเพื่อความสะดวกในการปีนป่าย ใช้เวลาในการเดินประมาณ 1 ชั่วโมง ผู้ที่ประสงค์จะเดินขึ้นยอดผาชู้ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตู้ ปณ.14 อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน 55150

คำว่า “ ชู้ ” ไม่ได้หมายถึงชู้สาว แต่หมายถึงคนรัก ซึ่งผาชู้แห่งนี้มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันมีทิวทัศน์สวยงาม และยังมีเรื่องราวเป็นตำนานในหลายเวอร์ชั่นเล่าสืบต่อกันมา

[1]
ตามตำนานที่เล่ากันมาเกี่ยวกับผาชู้กล่าวว่า เจ้าเอื้องผึ้งซึ่งเป็นคู่รักกับเจ้าจันทน์ผา จำใจต้องแต่งงานกับเจ้าจ๋วง เจ้าเอื้องผึ้งเสียใจที่ไม่ได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองรักจึงตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดจากหน้าผา เจ้าจันทน์ผาตามมาพบว่าเจ้าเอื้องผึ้งได้กระโดดหน้าผาไปแล้ว จึงกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายตามคนรักตกไปอยู่ใกล้กัน และเจ้าจ๋วงได้เห็นหญิงที่ตนรักกระโดดหน้าผาไปจึงรู้สึกเสียใจและตัดสินใจกระโดดหน้าผาตามลงไปด้วยแต่กระเด็นห่างออกไป ด้วยความรักแท้ระหว่างเจ้าเอื้องผึ้งและเจ้าจันทน์ผา ในชาติต่อมาเจ้าเอื้องผึ้งจึงเกิดเป็นดอกกล้วยไม้เกาะอยู่ใต้ต้นจันทน์ผา และเจ้าจ๋วงก็เกิดเป็นต้นสน ณ จุดที่ตกไปนั้นเอง ( “จ๋วง” เป็นภาษาเหนือแปลว่าต้นสน “เอื้องผึ้ง” แปลว่ากล้วยไม้) หน้าผาแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า “ผาชู้” นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

[2]
ส่วนอีกตำนานหนึ่งซึ่งเป็นต้นแบบแห่งการเขียนเพลง เอื้องผึ้ง จันผา ของอ.จรัล มโนเพ็ชร ได้มีผู้เล่าต่อกันมาว่า แต่เดิมเอื้องผึ้งและจันทร์ผานั้น เป็นคู่รักกัน ทั้งสองให้สัญญาว่าจะรักกันตลอดไป ไม่พรากจากกัน ถ้าหากแม้นคนหนึ่งตายไป อีกคนหนึ่งก็ไม่ขออยู่ต่อ และแล้วโศกนาฏกรรมก็มาถึง หนุ่มจันทร์ผา พาสาวเอื้องผึ้งไปเที่ยวที่ดอย เขาเห็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง มีกลิ่นหอม งอกอยู่ที่ต้นไม้ริมผา จึงคิดจะเก็บมาให้สาวเอื้องผึ้ง คนรักของตน จึงปีนไปเก็บดอกไม้ชนิดนั้นมา แม้เอื้องผึ้งจะห้ามแต่จันทร์ผาก็ยังพยายามจะไปเด็ดดอกไม้มาให้ได้

และแล้วในที่สุดสิ่งที่เอื้องผึ้งกลัวก็เป็นความจริง จันทร์ผาพลาด ตกลงไปในเหว เลือดไหลนอง คอหัก ตายสนิท เอื้องผึ้งร่ำไห้ หัวใจแตกสลาย จึงวิ่งเอาหัวชนกับแง่หินที่หน้าผา ตายตามจันทร์ผา เหมือนที่เคยให้สัญญาว่าจะรักกันตลอดไป ดอกไม้ที่จันทร์ผาพยายามจะเก็บนั้น ต่อมาคนให้ชื่อว่า ดอกเอื้องผึ้ง ส่วนที่ๆจันทร์ผาตกลงไปตาย ก็มีต้นไม้ชนิดหนึ่งงอกขึ้นมา ผู้คนกล่าวขานเรียกว่า ต้นจันทร์ผาเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ความรักที่ยั่งยืนของคนทั้งคู่ตลอดไป....

[3]
บ้างก็เล่าว่ามีหนุ่มสาวคู่หนึ่งเกิดรักกัน โดยที่ครอบครัวของฝ่ายหญิงมีฐานะดีกว่าฝ่ายชาย จึงถูกกีดกันจากญาติของผู้ใหญ่ ด้วยความรักกัน ฝ่ายหญิงจึงมา ณ ที่แห่งนี้แล้วได้กระโดดหน้าผาฆ่าตัวตาย เมื่อฝ่ายชายทราบเรื่องจึงตามมาและได้พบศพของหญิงสาว จึงเสียใจและกระโดดหน้าผาตายตามกัน หน้าผาแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า ผาชู้ นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

[4]
แต่อีกบางตำนานก็ว่าเป็นเรื่องราวของบุตรสาวผู้เลอโฉมของเจ้าเมืองน่าน ไปหลงรักชายหนุ่มสามัญชนผู้ต้อยต่ำ แต่ถูกกำแพงแห่งชนชั้นขวางกั้น จึงพากันหลบหนีไป ฝ่ายเจ้าเมืองน่านจึงได้สั่งให้ทหารออกติดตามมาจนถึงหน้าผาแห่งนี้ ครั้นเมื่อจวนตัวทั้งสองหมดหนทางที่จะหนีต่อไปได้ จึงตัดสินใจกระโดดหน้าผาสูงชันลงมาสิ้นใจ เพราะไม่ต้องการพรากจากคนรัก.....ต่อมาชาวบ้านจึงเรียกหน้าผาแห่งนี้ว่า “ผาชู้ ”

[5]
และบ้างก็บอกว่า ที่มาของชื่อ ผาชู้ นั้นมาจากคำว่า ผาชูธง เนื่องจากบนยอดผานั้น มีเสาธงปักอยู่ และมีการโรยเชือกลงมาด้านล่าง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ชักธงขึ้นสู่ยอดเสาบนผาได้ นับเป็นสายธงชาติที่ยาวที่สุดในประเทศไทย คือมีความยาวถึง 200 เมตรเลยทีเดียว นอกจกนี้ที่จุดชมวิวผาชู้ ยังสามารถมองเห็นทิวทัศน์และแม่น้ำน่านที่ทอดตัวคดเคี้ยวไปตามที่ราบลุ่มอย่างงดงาม




08.30 น. จากนั้นมุ่งหน้าสู่ อ.นาน้อย ชม เสาดินนาน้อย ซึ่งเกิดจากการกัดกร่อนจากธรรมชาติ แหว่งเว้าเป็นรูปทรงต่างๆ ดูแล้วงามตาครับ ให้เวลาถ่ายรูปกันประมาณครึ่งชั่วโมง


[เสาดินนาน้อย, Source: http://www.OcenSmile.com]


10.00 น. ออกเดินทางสู่ อ.เมือง จ.น่าน นำท่านขึ้นไปชมวิวเมืองน่านที่ วัดพระธาตุเขาน้อย ปูชนียสถานที่สำคัญและเก่าแก่ สันนิษฐานว่ามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง ตรงบริเวณลานปูนพระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ คือ พระพุทธมหาอุตมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่าน ถือเป็นจุดเดียวที่เห็นเมืองน่านจากมุมสูง


[ วัดพระธาตุเขาน้อย, http://www.DooAsia.com]



[ วัดพระธาตุเขาน้อย, http://www.NanLover.com]



[ วัดพระธาตุเขาน้อย, http://www.ThaiDPhoto.com]

Source:
วัดพระธาตุเขาน้อย (Wat Phrathat Khao Noi):
[ http://www.dooasia.com/nan/037k002.shtml ]

12.00 น. บริการอาหารกลางวัน (2) หลังอาหาร นำท่านชม วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร (พระอารามหลวง) เป็นศิลปะสมัยสุโขทัย มีอายุเก่าแก่กว่า 600 ปี จากนั้นนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน มี “งาช้างดำ” วัตถุโบราณสำคัญคู่เมืองน่าน จากนั้นนำท่านสักการะ ศาลพระหลักเมืองน่าน และชมความอลังการของ วัดมิ่งเมือง ซึ่งมีวิหารปูนปั้น สีขาวงาช้าง โดดเด่นสวยงามยิ่งนัก จากนั้นนำท่านชม ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่ วัดภูมินทร์ วัดที่สร้างทรงจตุรมุขหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ดูคล้ายตั้งอยู่บนหลังพญานาค 2 ตัว โบสถ์และวิหาร สร้างเป็นอาคารหลังเดียวกัน ประตูไม้ทั้ง 4 ทิศ แกะสลักลวดลายงดงาม โดยฝีมือช่างเมืองน่าน


[ วัดช้างค้ำวรวิหาร, http://www.OceanSmile.com ]

Source:
วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร:
[ http://www.dooasia.com/nan/037k003.shtml ]

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร อยู่ตรงข้ามพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน เดิมชื่อ วัดหลวงกลางเวียง เจ้าผู้ครองนครน่าน พญาภูเข่ง เป็นผู้สร้างขึ้น เมื่อปี พ.ศ.1949 พระวิหารหลวงวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เป็นวิหารขนาดใหญ่ รูปทรง สร้างตามสถาปัตยกรรม ทางภาคเหนือ ลักษณะภายในโอ่โถง ด้านหน้ามีสิงห์คู่ ยืนตรงเชิงบันได ด้านละตัว มีทางเข้า 3 ทาง ประตูกลาง ทำเป็นประตูใหญ่ และประตูเล็ก อยู่ด้านซ้ายและด้านขวา มีทางขึ้นเป็นประตูเล็ก ๆ ตรงข้ามพระประธาน ด้านทิศตะวันออกและตะวันตกอีก 2 ข้าง ทำหลังคาซ้อนกัน 2 ชั้น มุขลดด้านหน้า และด้านหลัง หน้าบัน ตีด้วยแผ่นกระดานเรียงต่อกัน แล้วประดับที่ขอบเสา ด้านหน้าทุกต้น ตามลักษณะ สถาปัตยกรรมล้านนาไทย ภายในพระวิหารกว้างขวาง มีเสาปูนกลมขนาดใหญ่ ขนาด 2 คนโอบรอบ จำหลัก ลวดลายปูนปั้นนูนสูงไว้ เหนือจากระดับพื้นพระวิหาร 1.50 เมตร เป็นลวดลาย กนกระย้าย้อย เหมือนลวดลาย ที่เสาในวิหารวัดภูมินทร์

ภายในวัดประดิษฐาน เจดีย์ช้างค้ำ ซึ่งเป็นศิลปสมัยสุโขทัย อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 รอบเจดีย์ มีรูปปั้นช้างปูนปั้น เพียงครึ่งตัวประดับอยู่โดยรอบ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปทองคำปางลีลา คือ พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนี ซึ่งเป็นทองคำ 65 % สูง 145 เซ็นติเมตร ยอดพระโมฬีทำเสริมเมื่อ พ.ศ. 2442 หนัก 69 บาท เจ้างั่วฬารผาสุม เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 14 แห่งราชวงค์ภูคา เป็นผู้สร้าง เมื่อวันพุธ เดือน 6 เหนือ พ.ศ. 1969 เป็นศิลปะสุโขทัย ประดิษฐานอยู่ที่หอพระไตรปิฎก ใหญ่ที่สุดในประเทศ

พระธาตุเจดีย์ช้างค้ำวรวิหาร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีลิกธาตุไว้ภายใน นับเป็น ปูชนียสถาน สำคัญ เป็นเจดีย์ ที่ได้รับอิทธิพลทางด้านศิลปะสุโขทัย จากเจดีย์ทรงลังกา คือเจดีย์วัดช้างล้อมนั่นเอง พระธาตุเจดีย์ สร้างด้วยอิฐถือปูน มีสัณฐานเป็นรูปสี่เหลื่ยมจัตุรัส ซ้อนกัน 3 ชั้น กว้างด้านละ 9 วา ฐานจากชั้นแรกสูงถึงชั้นสอง มีรูปช้างค้ำอยู่ในลักษณะ เหมือนฐานรองรับไว้ด้านละ 6 เชือก รวมทั้งหมด 24 เชือก ช้างแต่ละตัว โผล่ส่วนหัว ลอยออกมาครึ่งตัว ขาหน้าทั้งคู่ ยื่นพ้นออกมาจากเหลี่ยมฐาน เหนือขึ้นไปเป็นฐานปัทม์ (ฐานบัว) ซ้อนกัน 3 ชัน และเป็นองค์ระฆังแบบลังกา ต่อจากองค์ระฆัง ทำเป็นฐานเขียง รองรับมาลัยลูกแก้ว ลดหลั่นกันไป เป็นส่วนยอด ปัจจุบันพระธาตุเจดีย์ช้างค้ำ ได้รับการบูรณะซ่อมแซม และหุ้นด้วยแผ่นทองเหลืองทั้งองค์ มีความสวยงามมาก

หอไตรวัดช้างค้ำวรวิหาร สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ดังปรากฏในพระประวัติ ของพระองค์ว่า "ร.ศ. 127 พ.ศ. 2453 ก่อสร้างหอพระไตรปิฏก ในบริเวณวัดช้างค้ำ 1 หลัง 8 ห้อง ยาว 16 วา 1 ศอก กว้าง 5 วา 2 ศอก สูงตั้งแต่ดินถึงอกไก่ 13 วา หลังคาทำเป็นชั้น ๆ ก่ออิฐทาสี เครื่องบนไม้สัก มุงกระเบื้องไม้สัก ทำอย่างแน่นหนา มีเพดานจั่ว 2 ข้าง และเพดาน ทำด้วยลวดลายต่าง ๆ พระสมุห์อิน เจ้าอาวาสวัดหัวข่วง กับจีนอิ๋วจีนซาง เป็นสล่าสิ้นเงิน 12,558 บาท

ลักษณะ โครงสร้างสถาปัตยกรรมมีลักษณะอย่างเดียวกับวิหารและโบสถ์ ตั้งอยู่ด้านหน้า คู่กับ พระวิหารหลวง อาคารก่ออิฐโบกปูน ยกพื้นสูงมีสิงห์ยืนอยู่ด้านหน้า ตรงเชิงบันใดด้านละ 1 ตัว ตั้งเสาราย รับหลังคาเชิงชายแทนผนัง และก่อผนังปิด ทำเป็นห้องไว้พระธรรม และพระไตรปิฏก ตรงแนวเสาที่รับคาน มีทางเข้าด้านหน้าเป็นประตูทางเดียว บานประตูสลักเป็นรูปเทวดา 2 องค์ และมีลายปูนปั้น เป็นรูปยอดปราสาท ทำเป็นชั้นติดหน้าต่างด้านละ 3 บาน ผนังด้านหลังปิดทึบ ด้านนอกสองข้างทาง ระหว่างเสารายและผนัง เป็นทางเดินถึงกันได้ตลอดโดยรอบ อาคารสูงหลังคาช้อน 3 ชั้น

ไม่มีมุขลด ที่หน้าบัน ใช้แผ่นไม้เรียงต่อกัน เป็นแผ่นๆ ประดับลายปูนปั้น เป็นรูปกนกล้อพระยาครุฑ ระหว่างช่วงเสาประดับด้วยแผ่นไม้จำหลัก ลายกนก เป็นรูปสามเหลี่ยม สลับลายพุ่มข้าวบิณฑ์คว่ำ และรูปพระยาครุฑห้อยลงมาตามแบบสถาปัตยกรรมของล้านนา ภายในมีลักษณะส่วนกว้างแคบ ส่วนยาวลึก เข้าไปภายใน และส่วนสูงชะลูดขึ้นไปมาก ใช้เป็นที่เก็บ พระไตรปิฏก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นใบลาน จารอักษรตัวธรรมมีอยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันได้ปรับปรุงเป็นวิหาร ใช้เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมนี





[ วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร, Source: http://www.www.dooasia.com ]





[วัดมิ่งเมือง น่าน (Wat Ming Mueang) http://www.travel.mthai.com]


14.30 น. นำท่านแวะดื่มนมสดและขนมให้หายเหนื่อย ที่ ร้านใจ๋เมือง Milk Club *ฟรีเครื่องดื่มท่านละ 1 อย่าง ในร้านนี้สามารถถ่ายรูปสวยๆได้หลายมุมและมีของที่ระลึกจำหน่ายมากมายเช่นกัน
จากนั้นพาไป หอศิลป์ริมน่าน ชมผลงานศิลปะ ของศิลปินท้องถิ่นของน่าน มีทั้งภาพวาด และงานศิลปะอื่นๆมากมาย


[หอศิลป์ริมน่าน, http://www.NanArtGallery.com]

Source:
หอศิลป์ริมน่าน [Nan Riverside ArtGllery]:
[ http://www.nanartgallery.com ]

16.30 น. มุ่งหน้าสู่ อ.ปัว แวะ ชุมชนไทลื้อ บ้านหนองบัว อ.ท่าวังผา ชมจิตรกรรมฝาผนังไทลื้ออันงดงามและเก่าแก่ภายใน วิหารวัดหนองบัว และเลือกซื้อผ้าทอพื้นเมืองที่มีชื่อเสียง


[วิหารวัดหนองบัว จังหวัดน่าน, http://www.OceanSmile.com ]


17.30 น. Check in เข้าที่พัก
ที่พัก : อูปแก้วรีสอร์ท (หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน)


[ อุปแก้วรีสอร์ท น่าน, http://www.OopKaewResort.com ]

Source:
[ http://www.pua108.com/smf/index.php?topic=1848.0 ]
[ http://travel.edtguide.com/72092_Oopkaew-Resort-%E0%B8%AD%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%97-%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%97 ]

19.00 น. บริการอาหารเย็น (3) จากนั้น พักผ่อนตามอัธยาศัย หลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์



วันที่ 3: อุทยานแห่งชาติดอยภูคา – โรงต้มเกลือสินเธาว์ – น้ำตกสะปัน – ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา - พระธาตุแช่แห้ง - ถนนคนเดิน

07.00 น. บริการอาหารเช้า (4) ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

08.30 น. Check out ออกจากที่พัก เดินทางไปยัง อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ชมพันธุ์ไม้หายาก เช่น ชมพูภูคา (ออกดอกช่วง ม.ค. – มี.ค.) ต้นเต่าร้างยักษ์ เป็นพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นของดอยภูคา ลักษณะเป็นปาล์มลำต้นเดียว สูงประมาณ 40 เมตรนอกจากนี้ยังมี ต้นก่วมภูคา พืชหายากวงค์เดียวกับเมเปิ้ล


[อุทยานแห่งชาติดอยภูคา, http://www.OceanSmile.com]

Source:
ดอยภูคา [Doi Phu Kha]
[ http://park.dnp.go.th/visitor/nationparkshow.php?PTA_CODE=1096 ]

10.00 น. เดินทางต่อไปยังอ.บ่อเกลือ แวะชม โรงต้มเกลือสินเธาว์ ที่ยังใช้วิธีการต้มแบบโบราณมานานหลายร้อยปีแล้ว


[บ่อเกลือ, http://www.OceanSmile.com]



[บ่อเกลือ, http://www.OceanSmile.com]



[บ่อเกลือ, http://www.OceanSmile.com]


11.00 น. เดินทางต่อไปยัง อุทยานแห่งชาติขุนน่าน นำท่านชม น้ำตกสะปัน ซึ่งเป็นน้ำตกขนาดกลาง มีทั้งหมด 3 ชั้น


[อุทยานแห่งชาติขุนน่าน, http://www.OceanSmile.com]



[อุทยานแห่งชาติขุนน่าน, http://www.OceanSmile.com]



[น้ำตกสะปัน น่าน, http://www.ThaiZa.com]


12.30 น. บริการอาหารกลางวัน (5) หลังอาหาร นำท่านชม ศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ พร้อมทั้งยังอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอีกด้วย


[ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา, http://www.LannaTouring com]

Source:
ศูนย์ภูฟ้าพัฒนา: http://www.lannatouring.com/Nan/Destination-guide/Muangnan4.htm

14.00 น. ออกเดินทางกลับสู่ อ.เมืองน่าน Check in เข้าที่พัก
ที่พัก : น่านฟ้าใส รีสอร์ท (หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน)


[ น่านฟ้าใสรีสอร์ท, http://www.nanvisit.com ]



[ น่านฟ้าใสรีสอร์ท, http://www.Nan2Day.com ]



[ น่านฟ้าใสรีสอร์ท, http://www.Nan2Day.com ]


16.30 น. นำท่านไปนมัสการ พระธาตุแช่แห้ง ปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองน่านมาช้านาน เป็นพระธาตุประจำปีเถาะ ตามปีนักษัตรของชาวล้านนา


[วัดพระธาตุแช่แห้ง, http://www.gotoknow.org]



[วัดพระธาตุแช่แห้ง, http://www.OKLampang.com]



[วัดพระธาตุแช่แห้ง, http://www.thailandtravelplace.com]

Source:
2 ตำนาน /2 ประวัติเกี่ยวกับวัดพะธาตุแช่แห้ง
1. พาไปเที่ยวด้วยกัน : นครน่าน เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว --- วัดพระธาตุแช่แห้ง:
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/343298

2. วัดพระธาตุแช่แห้ง จังหวัดน่าน:
http://www.oklampang.com/show.php?No=971

จาก ... พาไปเที่ยวด้วยกัน ...
ตามตำนานกล่าวว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับสรงน้ำที่ริมฝั่ง แม่น้ำน่านทางทิศตะวันออก ที่บ้านห้วยไค้ และเสวยผลสมอแห้ง ซึ่งพระยามลราชนำมาถวาย แต่ผลสมอนั้นแห้งมาก พระพุทธเจ้าจึงทรงนำผลสมอนั้นไปแช่น้ำก่อนเสวย และทรงพยากรณ์ว่า ต่อไปที่นี่จะมีผู้นำพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐาน จึงเรียกพระสถูปที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุแห่งนี้ว่า พระธาตุแช่แห้ง

จาก ... วัดพระธาตุแช่แห้ง ... โดย OKLampang ...
คนเมืองน่านมักจะพูดกันว่า หากใครที่มาเมืองน่านแล้วไม่ได้มาสักการะพระธาตุแช่แห้ง ก็เหมือนมายังไม่ถึงเมืองน่าน เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของจังหวัดน่านดังปรากฎในคำขวัญประจำจังหวัดที่ว่า

"แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์
แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง"


ประวัติของพระธาตุแช่แห้งนั้นเกี่ยวเนื่องกับการสร้างเมืองน่านในระยะแรกเริ่ม กล่าวคือ ในปี พ.ศ. 1902 สมัยพญาการเมือง ชุมชนที่เมืองปัว (อยู่ใน อ.ปัว) ได้ขยายตัวอย่างมาก ได้นำผู้คนลงมาตั้งถิ่นฐานที่ภูเพียงแช่แห้ง ก่อสร้างพระธาตุแช่แห้งเป็นศูนย์กลางของเมือง และนำพระธาตุ 7 องค์ พระพิมพ์ทองคำ 20 องค์ พระพิมพ์เงินอีก 20 องค์ ที่ได้รับพระราชทานมาจากพระมหาธรรมราชาลิไทแห่งกรุงสุโขทัย บรรจุเอาไว้ในองค์เจดีย์ จากนั้นในปี พ.ศ. 1911 พญาผากอง โอรสของพญาการเมืองจึงได้ย้ายเมืองและผู้คนจากภูเพียงแช่แห้ง มาตั้งเมืองใหม่ในบริเวณที่เป็นเมืองน่านในปัจจุบัน

แต่อย่างไรก็ตาม พระธาตุแช่แห้งก็ยังเป็นพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองสืบต่อมาจนถึงทุกวันนี้

นอกจากนี้พระธาตุแช่แห้งยังเป็นพระธาตุประจำปีเถาะตามคติความเชื่อของชาวล้านนาอีกด้วย


18.00 น. บริการอาหารเย็น (6) ณ ร้านอาหารบรรยากาศริมน้ำน่าน จากนั้นอิสระในการท่องราตรี เดินเล่นถนนคนเดิน (มีเฉพาะบางช่วงเท่านั้น) Shopping ของที่ระลึกกันพอหอมปากหอมคอ

21.00 น. กลับที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย Good night



วันที่ 4: นั่งรถรางชมเมืองน่าน - ร้านขนมหวานป้านิ่ม – แพะเมืองผี - พระธาตุช่อแฮ - กรุงเทพฯ

07.30 น. บริการอาหารเช้า (7) ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

09.00 น. Check out ออกจากที่พัก นำท่าน นั่งรถรางชมเมืองน่าน โดยมีไกด์ท้องถิ่นบรรยายให้ความรู้ตลอดเส้นทาง ใช้เวลาประมาณ 40 นาที


[ นั่งรถรางชมเมืองน่าน Source: http://www.Moohin.com ]



[ แผนที่นั่งรถรางชมเมืองน่าน Source: http://www.Moohin.com ]

Source:
นั่งรถรางชมเมืองน่าน
[ http://www.moohin.com/trips/nan/tram_nan/index.shtml ]

11.00 น. นำท่านแวะทานขนมหวานร้านดังของเมืองน่าน ... ร้านขนมหวานป้านิ่ม *ฟรีขนมหวานท่านละ 1 อย่าง จากนั้นเดินทางสู่ จ.แพร่ บริการอาหารกลางวัน (8) หลังอาหาร แวะชม แพะเมืองผี ชมปฎิมากรรมธรรมชาติของเสาดิน เกิดจากการพังทลายโดยการกัดเซาะตามธรรมชาติ จากนั้นนำท่านนมัสการ พระธาตุช่อแฮ พระธาตุประจำปีเกิดปีขาล เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนกลับ


[วนอุทยาน แพะเมืองผี, http://www.Teenee.com]

Source:
ตำนาน วนอุทยานแพะเมืองผี
[http://variety.teenee.com/world/36713.html]

..........."แพะเมืองผี " มีตำนานเล่าขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ ความลี้ลับจนเป็นความเชื่อของคนในท้องถิ่นที่บรรพบุรุษได้เล่าสืลต่อกันมาว่า

มียายชราคนหนึ่ง เข้าไปในป่าถึงสถานที่แห่งหนึ่งได้พบหลุมเงินหลุมทองยายชราพยายามจะเอาเงิน เอาทองใส่หาบกลับบ้าน แต่เทพยาดาอารักษ์ไม่ให้เอาไปเพียงแต่เอาอวดให้เห็นเท่านั้น พอไปตามชาวบ้านมาดูก็พบแต่รอยเท้า หาบเงิน หาบทอง หายไป ชาวบ้านจึงเรียกสถานที่นี้ว่า "แพะเมืองผี"


พระธาตุช่อแฮ

[วัดพระธาตุช่อแฮ, http://www.moohin.com เส้นทางอ้อมบุญ]



[พระธาตุช่อแฮ, http://www.siamfreestyle.com]


"วัดพระธาตุช่อแฮ" ... จาก SiamFreeStyle.com
[http://www.siamfreestyle.com/travel-attraction/prae/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%AE.html]

ความเป็นมาของพระธาตุช่อแฮสืบได้หลายทางแต่ จากพระราชพงศาวดารว่าด้วยกรุงสุโขทัย หอสมุดแห่งชาติ กล่าวถึงวัดพระธาตุช่อแฮว่า สร้างขึ้นระหว่างจุลศักราช 586 - 588 (พ.ศ. 1879 - 1881ในสมัยที่พระมหาธรรมราชาธิราช (ลิไท) ยังทรงเป็นพระมหาอุปราช ครองเมืองศรีสัชนาลัย (สวรรคโลก) พระองค์มีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา และทรงวางแบบแผนคณะสงฆ์ตามลังกาทวีป โปรดจัดให้มีพระสงฆ์ 2 ฝ่าย คือ คามวาสี ศึกษาพระธรรมวินัย เพื่อสั่งสอนคน และอรัญญวาสี ศึกษาวิปัสสนา มุ่งความสงบแห่งจิตใจ นอกจากนั้นยังทรงทะนุบำรุงพระพุทธศานาโดยโปรดให้สร้างสถานที่ทางศาสนาตาม ที่ปรากฏในพุทธประวัติในที่ต่างๆและทางเลือกสถานที่ยอดดอยโกสิยธชัคคะจึง โปรดให้สร้างพระเจดีย์ 1 องค์ และขนานนามตามความหมายของยอดดอยว่า "พระธาตุช่อแฮ"

ตำนานเมืองสุโขทัยกล่าวถึงความตอนนี้ว่า พระมหาธรรมราชาลิไท พระราชทาน พระบรมสารีริกธาตุแก่ ขุนลัวะอ้ายก้อม นำไปบรรจุไว้ในฐานเจดีย์ ฝ่ายขุนลัวะอ้ายก้อมได้ชักชวนหัวเมืองต่างๆได้มาร่วมกันสร้างพระเจดีย์ โดยช่วยกันสำรวจสถานที่ที่จะสร้าง เมื่อขุนลัวะอ้ายก้อมมาถึงบริเวณดอยโกสิยธชัคคะเห็นเป็นทำเลดีเหมาะสมจึงให้ สร้างพระเจดีย์ขึ้น ขุนลัวะอ้ายก้อมเอาผอบพระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ในสิงห์ทองคำสร้างแท่นที่ตั้งผอบด้วยเงินและทอง แล้วตั้งสิงห์ทองคำไว้ ให้โบกปูนทับอีกชั้นหนึ่ง หลังจากนั้นก็จัดงานบำเพ็ญกุศลเฉลิมฉลอง 7 วัน 7 คืน

จากวันนั้นอีก 500 ปีต่อมา พระธาตุช่อแฮก็ทรุดโทรมปรักหักพังลงเป็นอันมาก จนถึง พ.ศ. 2467 ครูบาศรีวิชัย (หรือตุ๊เจ้าวัดบ้านปาง จังหวัดลำพูน) นักบุญแห่งลานนา ได้มาเป็นประธานบูรณะปฏิสังขรณ์พระธาตุ ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดแพร่ ประชาชนชาวจังหวัดแพร่ ซึ่งมี พระมหาเมธังกร (พรหม พฺรหฺมเทโว) อดีตเจ้าคณะจังหวัดแพร่ โดยรื้อเอาทองจังโกออกแล้วเสริมสร้างองค์พระเจดีย์ให้มีขนาดกว้างและสูงขึ้น โดยกว้าง 11 เมตร สูง 33 เมตร โดยรอบองค์พระธาตุมีลำเวียง หรือรั้วเหล็กล้อมรอบหนาแน่น มีประตูเข้า ออก 4 ประตู อยู่ทิศละประตูแต่ละประตูมีซุ้มสลักลวดลายอย่างงดงาม

กรมศิลปากร ได้ประกาศขึ้นทะเบียนองค์พระเจดีย์พระธาตุช่อแฮ เป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478 และได้ประกาศกำหนดขอบเขตโบราณสถาน วันที่ 14 ตุลาคม 2532 วัดพระธาตุช่อแฮ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกวัดราษฎร์ ขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2549



[พระธาตุช่อแฮ, http://www.moohin.com]


... จาก "นมัสการพระธาตุช่อแฮ สำหรับคนปีขาล" ...
[http://www.learners.in.th/blogs/posts/370081]

พระธาตุช่อแฮ พระธาตุประจำปีเกิดปีเสือ (ปีขาล)
พระธาตุช่อแฮ เป็นพระธาตุ1 ใน12 ราศี คือ เป็นพระธาตุประจำปีเกิดสำหรับคนที่เกิดปีเสือ (ปีขาล) หากนำผ้าแพรสามสีไปถวายจะทำให้ชีวิตมีพลังคุ้มครองป้องกันศัตรูได้

การสวดและไหว้ ให้เริ่มต้นนะโม 3 จบ แล้วสวดตามด้วยคาถาบูชาพระธาตุ 5 จบ พลังบารมีจะดลบันดาลให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

พระธาตุช่อแฮ หมายถึง เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายและพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและประดับบูชาด้วยผ้าแพรอย่างดี


16.00 น. ออกเดินทางกลับ กทม. โดยจะแวะให้ทานอาหารเย็นกันตามอัธยาศัยระหว่างทาง ถึง กทม. ไม่เกินห้าทุ่ม โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ



More Informations:
- จังหวัดน่าน โดย MThai: http://travel.mthai.com/region/5702.html
- เที่ยวน่าน พักผ่อนที่น่าน สวรรค์บนดิน: http://tiaownan.blogspot.com/2012/02/blog-post_1492.html


ได้ข้อมูลรายการทริปแล้ว เมื่อกลับมา คงได้มีโอกาสมาเล่าข้อมูลปัจจุบันในสถานที่เหล่านี้ เป็นข้อมูลบ้าง ^o^

แต่ที่สำคัญคือ การเดินทางโดยรถตู้เป็นเวลานานๆ ร่างกายจะไหวหรือไม่ ต้องลุ้นดูแลกันหน่อย เดี๋ยวไม่สนุก ... ....




[ Weather Nan at 7 Dec 2012 -01, Source: http://www.tmd.go.th ]





[ Weather Nan at 7 Dec 2012 - 02, Source: http://www.tmd.go.th ]






 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2555
4 comments
Last Update : 7 ธันวาคม 2555 11:27:47 น.
Counter : 6116 Pageviews.

 

สวัสดีค่ะ
แวะมาเยี่ยมนานๆครั้ง
เมืองน่านป็นเมืองในฝันที่อยากไปเที่ยว
คงได้ไปเที่ยวแน่นอน
ภาพสวยคมชัดดีค่ะ

 

โดย: pantawan 29 พฤศจิกายน 2555 23:24:42 น.  

 

สวัสดียามดึกค่ะ แวะมาชมทริบน่านค่ะ เก็บภาพมาสวยมากมาย ขอบคุณที่แบ่งปันนะคะ กิ่งเคยไปจังหวัดน่านนานแล้วค่ะได้ไปกราบไหว้พระธาตุแช่แห้งมาแล้วตอนนั้นเป็นอาจารย์แนะแนวได้ไปน่านอยู่ 2-3 ครั้ง ค่ะ

ภาพวิวสวยมากนะคะ
ดีจังทริบนี้พาทัวร์สองจังหวัดเลยแพร่ น่าน แล้วจะรอชม
ภาพสวยๆต่อนะคะขอให้เดินทางโชคดีและปลอดภัยพร้อมทั้งเดินทางอย่างมีความสุขค่ะ

คืนนี้อยู่ดีกได้เพราะหลับไปแล้วตอนหัวค่ำค่ะ อิอิ

หลับฝันดีมีความสุขนะคะ



 

โดย: กิ่งฟ้า 3 ธันวาคม 2555 2:02:49 น.  

 

สวัสดียามดึกค่ะคุณยอด ขอบคุณที่ไปอ่านงานตะพาบกิ่งอย่างตั้งใจนะคะ แหะ แหะ ยังไม่มีเวลาอัพบล็อกใหม่เลยค่ะ ก็ดองไว้ก่อน

คุณยอดกลับจากทัวร์น่านแล้วเหรอคะ คงเพลิดเพลินมีความสุขกับการท่องเที่ยวนะคะ

จะรอชมภาพทัวร์น่านนะคะ

หลับฝันดีนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ




 

โดย: กิ่งฟ้า 7 ธันวาคม 2555 0:22:58 น.  

 

สวัสดียามบ่ายค่ะคุณยอด คงกำลังเตรียมตัวออกเดินทางคืนนี้นะคะ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะคะ ขอให้โชคดีมีความสุขในการเดินทาง กิ่งจะรอชมภาพสวยๆค่ะ




 

โดย: กิ่งฟ้า 7 ธันวาคม 2555 13:44:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


yoadjarust
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




:Users Online
Jy Horseman
New Comments
Friends' blogs
[Add yoadjarust's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.