Group Blog
 
<<
มีนาคม 2556
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
2 มีนาคม 2556
 
All Blogs
 
16 days to my first marathon

เวลาผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน เผลอแป็ปเดียวก็เหลืออีกเพียงแค่ 16 วันก็จะถึงมาราธอนครั้งแรกของฉัน คิดขึ้นมาทีไรในหัวตอนนี้ก็มีแต่คำถามว่า แล้วฉันจะวิ่งผ่านเข้าเส้นชัยได้จริง ๆ หรือ ระยะทาง 26.2 ไมล์ไม่ใช่น้อย ๆ เลย แม้ฉันจะทุ่มเทเวลาทั้ง 4 เดือนที่ผ่านเทรนสำหรับมาราธอนแล้วจนถึงจุดนี้ใจฉันก็ยังไม่มั่นใจว่าฉันจะทำได้ ฉันคิดว่าการที่ใครคนหนึ่งจะลุกขึ้นมาวิ่งมาราธอนเป็นเรื่องยากมาก ๆ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ร่างกายต้องสมบูรณ์ผ่านการเทรนมาอย่างดี ส่วนจิตใจก็ต้องแข็งแกร่งโดยเฉพาะพอถึงไมล์ท้าย ๆ ที่ขามันไม่อยากจะก้าวอีกต่อไป

 I definitely think that running a marathon is equally mental and physical challenge.

ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ชีวิตฉันยุ่งเหยิงเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นการที่ต้องแบ่งเวลาไปทาสี ทำบ้านใหม่ แล้วก็ต้องหาเวลาไปวิ่ง นี่เป็นตารางวิ่งของฉันในช่วงเดือนกพ ที่ผ่านมา


จริง ๆ แล้ววันที่ 16 กพ ฉันตั้งใจว่าจะวิ่ง 22 ไมล์แล้วอากาศก็ดีมาก แต่วันนั้นเป็นวันที่ฉันยุ่งวุ่นวายกับเรื่องบ้านมาก ๆ ฉันวิ่งได้แค่ 6 ไมล์ก็ตัดสินใจกลับบ้านไปทำบ้านต่อ ตั้งใจว่าจะลองวิ่งใหม่วันที่ 17 กพ ซึ่งกลายเป็นว่ามันช่างเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดมาก ๆ เพราะอากาศวันที่ 17 กพหนาวมาก อุณหภฺูมิน่าจะอยู่ที่ประมาณไม่เกินสามสิบองศา (ติดลบ 1-2 C) จริง ๆ แล้วเรื่องอากาศหนาว ฉันไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่ แต่เรื่องลมนี่สู้ไม่ไหวจริง ๆวันนั้นลมแรงมาก พัดตลอดเวลาอยู่ที่ประมาณ 25-30 ไมล์ แล้วก็มีช่วงทีลมแรงสุดเกิน 40 mph

แผนที่วิ่งของวันที่ 17 กพ



1 mi 10:57 min/mi
2 mi 10:47 min/mi
3 mi 10:42 min/mi
4 mi 11:02 min/mi
5 mi 11:39 min/mi (หกล้มที่ไมล์นี้)
6 mi 10:27 min/mi
7 mi 10:31 min/mi
8 mi 10:45 min/mi
9 mi 10:26 min/mi
10 mi 10:45 min/mi
11 mi 11:34 min/mi
12 mi 11:36 min/mi
13 mi 10:47 min/mi
14 mi 10:30 min/mi
15 mi 10:47 min/mi
16 mi 11:13 min/mi
17 mi 12:38 min/mi
18 mi 11:08 min/mi
19 mi 10:57 min/mi
20 mi 07:39 min/mi ( GPS คลาดเคลื่อน)
20.5 mi 09:59 min/mi

ฉันเริ่มต้นวิ่งอย่างช้า ๆ ตั้งใจว่าจะค่อย ๆ เพิ่มความเร็วในช่วงหลังของการวิ่ง ลมพัดมาตลอดเวลา ขนาดใส่ถุงมือ มือฉันก็ยังเย็น รู้สึกเหมือนนิ้วจะแข็งไปหทด ขนาดใส่หมวกใส่ฮู้ดก็ยังรู้สึกได้ถึงลมที่พัดแทรกผ่านเนื้อผ้าเข้ามา วิ่งไปเรื่อยๆ  จนถึงไมล์ 5 ฉันหกล้ม โชคดีที่ใส่กางเกงขายาวพร้อมกับสนับเข่าลดแรงกระแทก (หัวเข่าขวาฉันไม่ดี เพราะเคยเอ็นหัวเข่าฉีกมาแล้ว ดังนั้นเวลาวิ่ง ฉันจะใส่สนับเข่าลดแรงกระแทกเสมอ) สำรวจดูตัวเองแล้ว ปรากฏว่าแขนเสื้อตรงนิ้วขาดเป็นรู มีรอยถลอกที่มือนิดหน่อย ส่วนหัวเข่าซ้ายเจ็บแต่ไม่มาก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาไบรอัน บอกว่า ฉันหกล้ม ฉันคิดว่า ฉันพอแล้วสำหรับวันนี้ วางหูแล้วก็ลองค่อย ๆ เดินช้า ๆ แล้วก็เริ่มวิ่งเหยาะ ๆ เอ๊ะ ก็ไม่เจ็บมากนี่นา ตัดสินใจวิ่งต่อไป ลมก็ยังพัดมาอย่างไม่ปราณี  ในใจคิดไปคิดมา ว่า ฉันมาทำอะไรอยู่เนี่ย หนาวขนาดนี้ทำไมต้องมาทรมานตัวเอง  แต่ยังแข็งใจวิ่งต่อไป

จนมาถึงไมล์ 14 ออกมาบนถนนใหญ่ เป็นทางขึ้นเนิน ตัดสินใจว่าพอดีกว่ามั้ง ไม่ไหวแล้วจริง ๆ ลมพัดแรง น้ำหูน้ำตาไกล แสบตาไปหมด แต่ไม่รู้อะไรดลใจ บอกให้สู้ต่อไป ไหน ๆ ก็มาถึงไมล์ 14 แล้ว แข็งใจวิ่งต่อไป จากไมล์ 16-20 นี่อยากร้องไห้มาก เหนือ่ยสุด ๆ ปกติแทบจะไม่เดินระหว่างวิ่งเลย กลายเป็นว่าวิ่งได้สักพักก็หยุดเดิน เป็นอย่างนี้เป็นระยะ ๆ ๆ ทั้งลม ทั้งความหนาว ทั้งเหนื่อย หิวก็หิว หยิบ energy bar ออกมาเคี้ยวกินระหว่างไมล์  18 แข็งเป็นหินเลยจริง ๆ อยากจะกินน้ำช่วยย่อยน้ำก็หมด  จากไมล์ 19-20 เป็นทางขึ้นเนินใหญ่มาก แข็งใจวิ่งตลอดทั้งไมล์ จริง ๆ ก่อนเริ่มวิ่งแอบคิดในใจว่าอยากทำเวลาให่ได้ออกมาดีกว่าคราวที่แล้วที่วิ่ง 20 ไมล์ แต่ ณ จุดนี้คือ ขอแค่ให้วิ่งครบเป็นพอ วิ่งกลับมาถึงบ้าน วิ่งไปทั้งหมดประมาณ 20.5 ไมล์ หนาวมากกกก เล่าให้ไบรอันฟังแล้วน้ำตาไหลไปด้วย ถึงมันจะไม่ใช่วันวิ่งที่ดีที่สุดของฉ้น แต่เป็นการวิ่งครั้งหนึ่งที่ฉันภูมิใจมาก ว่า ฉันไม่ยอมแพ้

It was actually one of my toughest run so far. The wind, the weather, the hills, I was definitely all drained. After falling on my knees at mile 5, I was thinking about giving up.But, I felt that my knees were ok, so I kept going. The wind still blew like crazy, and it was freezing. I thought to myself at mile 14 that "I'm DONE". I wanted to just run home. But, instead of going home , I ran to the opposite direction and kept going. A few miles afterwards, I thought that that I did make the wrong decision. My body was exhausted, my legs were all jelly. I wanted to just stop and laid on the ground. I slowed down a lot. But I told myself to just keep moving, left and right, and left and right. I definitely hit the BIG wall. I didn't care that my running forms were so messy, I didn't care that I walked a lot, I didn't care about running faster at that point. All I care was to just keep going. Finally, I made it through 20.5 miles. I looked back and I'm SUPER PROUD of myself. I think to myself that if I hit the wall (which I know I will) during the marathon, I will think about those moments on that day that I didn't give up.

สัปดาห์ระหว่างวันที่ 19-24 ฉันตัดสินใจว่าจะลงมาราธอนวันที่ 16 มีนา แทนที่จะเป็นวีนที่ 24 มีนาคม กลายเป็นว่า ฉันจะมีเวลาเทรนน้อยลงหนึ่งอาทิตย์ ฉันเลยตัดสินใจว่า ฉันจะต้องวิ่งระยะทาง 22 ไมล์ก่อนจะเข้าช่วง taper สัปดาห์หน้า  ฉันไม่ได้วิ่งเลยจนถึงวันที่พฤหัสที่ 21 ที่ฉันออกไปทำงานเช้าเป็นพิเศษเพื่อที่จะได้กลับบ้านแต่หัววัน แล้วจะได้วิ่ง 22 ไมล์ตามที่ตั้งใจเอาไว้

วันนี้อากาศค่อนข้างโอเคกว่าเมื่อวันอาทิตย์มาก อากาศอยู่ที่ประมาณ 45 (ประมาณ 5-7 C) แต่ยังมีลมพัดมาเป็นระยะ ๆ แค่ไม่แรงเท่ากับคราวที่แล้ว ความเร็วลมอยู่ที่ประมาณ 15-20 mph คราวนี้วิ่งแบบสบาย ๆ ไม่แย่เหมือนกับคราวที่แล้ว ไมล์ 20 วิ่งกลับมาใกล้ ๆ บ้าน แต่คิดว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ เอาให้ครบ 22 ไมล์ ก็เลยวิ่งต่อไปที่สนามวิ่งรร. พอถึงไมล์ 21 นิด ๆ เริ่มเหนือ่ย เอามือถือออกมา กะจะกดปุ่มหยุด ปรากฏว่ามันไม่ยอมหยุด เลยแข็งใจวิ่งต่อไปอีกสี่รอบสนาม ได้ครบ 22 ไมล์ เอามือถือออกมาดู ปรากฏว่าที่ฉันคิดว่ามันไม่หยุด มันดันหยุดหลังจากฉันยัดมือถือกลับใส่กระเป่า แอบเซ็ง แต่ยังดีที่มีนาฬิกาข้อมือมาด้วย ฉันเลยรู้ว่า ฉันวิ่ง 22 ไมล์ ที่ 3:49:xx ประมาณ 10.25 นาทีต่อไมล์ จบการเทรนมาราธอนที่ต้องวิ่งไมล์อันยาวไกลแค่นี้ ที่เหลือก็จะเป็นช่วงพักผ่อนก่อนถึงวันวิ่งจริงอีกสามอาทิตย์





1 mi 10:25 min/mi
2 mi 11:19 min/mi
3 mi 09:04 min/mi
4 mi 09:47 min/mi
5 mi 10:34 min/mi
6 mi 09:46 min/mi
7 mi 09:46 min/mi
8 mi 10:24 min/mi
9 mi 11:02 min/mi
10 mi 10:06 min/mi
11 mi 10:39 min/mi
12 mi 10:25 min/mi
13 mi 10:29 min/mi
14 mi 11:19 min/mi
15 mi 10:02 min/mi
16 mi 10:13 min/mi
17 mi 10:37 min/mi
18 mi 10:35 min/mi
19 mi 10:23 min/mi
20 mi 10:10 min/mi
21 mi 10:51 min/mi
21.5 mi 10:22 min/mi

วันอาทิตย์ที่ 24 เป็นวันแข่ง 10 ไมล์ รายการนี้ฉันลงเล่น ๆ ซ้อมสนามเพราะว่าค่าลงสมัครถูกมาก อยากจะลองวิ่งดูก่อนถึงวันวิ่งมาราธอนจริง ๆ

มีเรื่องเซ็งกับรายการวิ่งอันนี้สองเรื่อง คือ อันแรก ไม่รู้ว่า เค้าสตาร์ทที่จุดเริ่มต้นเวลาเดียวกันหมด ไม่ว่าคุณจะอยู่ข้างหลังหรือข้างหน้า ฉันไม่รู้เรื่อง นึกว่าเค้าจะนับเวลาเริ่มตอนที่ฉันเดินผ่านจุดเริ่มต้น ฉันก็เอ้อระเหยอยู่หลังสุด แล้วค่อย ๆ เดินข้ามผ่านจุดเริ่มต้นก่อนจะเริ่มวิ่ง ในขณะที่บรรดานักวิ่งคนอื่น ๆ เค้าวิ่งกันไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

 เรื่องที่สองคือ ฉันวิ่งไมล์แรกเร็วอยู่ที่ 8:32 ฉันก็ตกใจ เลยพยายามลดความเร็วลงเรื่อย ๆ เพราะกะว่าค่อยเก็บแรงไว้วิงครึ่งหลัง พอประมาณไมล์ 3 ไบรอันถามฉันว่า ฉันเหนื่อยเหรอ ทำไมวิ่งช้าลงเรื่อย ๆ  ฉันบอกว่าไม่เหนื่อยเลย แต่ฉันจะเก็บแรงไว้สปีดครึ่งหลัง ปรากฏว่า ครึ่งแรกเป็นทางลงเนินหมด ส่วนครึ่งหลังเป็นทางขึ้นเนินหมดเลย ไอ้ที่คิดว่าจะทำเวลาให้ดีกว่าครึ่งแรกก็เลยไม่ค่อยออกมาเป็นที่น่าพอใจเท่าไหร่



1 mi 08:38 min/mi
2 mi 08:55 min/mi
3 mi 09:01 min/mi
4 mi 09:03 min/mi
5 mi 09:06 min/mi
6 mi 09:05 min/mi
7 mi 08:41 min/mi
8 mi 09:03 min/mi
9 mi 08:45 min/mi
10 mi 08:23 min/mi

ถ้าหากว่าเป็นเวลาตามนาฬิกาแข่ง ฉันเข้าเส้นชัยที่ 1:29:43 แต่ถ้าเป็นนาฬิกาของฉันเอง เวลาอยู่ที่ 1:29:05  ฉันคิดว่าเวลาตามนาฬิกาของฉีนถูกต้องมากกว่าเนื่องจากอย่างที่บอกว่า ฉันเอ้อระเหยลอยชายกว่าจะเดินผ่านจุดเริ่มต้นไปได้ก็กินเวลาไปหลายอยู่  แต่อย่างน้อยฉันก็พอใจที่เวลาของฉันออกมาน้อยกว่า 90 นาที ถือว่าโอเคทีเดียว เอาไว้ปีหน้า จะลองรายการนี้ใหม่ แล้วก็จะวางแผนวิ่งซะใหม่

มีอีกเรื่องหนึ่งคือ รายการมาราธอนที่ฉันจะเข้าร่วมมี pacer ด้วย ฉันคิดไปคิดมา ลองกูเกิ้ลดูข้อดีข้อเสียของการใช้ pacer และลองถามเพื่อน ๆ นักวิ่งของฉันดู แล้วฉันก็ตัดสินใจว่าจะวิ่งมาราธอนรายการแรกกับ pacer 4:25 ฉันอยากให้เวลาของฉันออกมาน้อยกว่า 4:30 จริง ๆ แล้วฉันไม่อยากที่จะตั้งเป้าเวลากับมาราธอนรายการแรกของฉันเลย ฉันไม่อยากกดดันตัวฉันเอง ฉันกลัวว่าหากฉันวิ่งออกมาแล้ว ไม่ได้เวลาที่ตั้งเป้าไว้แล้วฉันจะผิดหวัง แต่มันก็อดไม่ได้จริงๆ  ฉันรู้ว่าระหว่างวิ่งซ้อม ฉันยังไม่เคยวิ่งได้ pace ต่ำกว่า 10:15 ในท้งสามครั้งที่ซ้อมวิ่งเกิน 20 ไมล์ แต่ฉันรู้ว่าวันที่เข้าวิ่งแข่งจริง ทั้งความตื่นเต้น ทีั้งคนเชียร์ ความรู้สึกมันคงจะต่างจากวันที่ซ้อม  ณ จุดนี้ ขอแค่วันที่ไปวิ่งมาราธอน ขอให้อากาศดี ไม่ร้อนไม่หนาว ลมไม่แรง เท่านั้นจริง ๆ

เดี๋ยววันอาทิตย์นี้จะไปวิ่งระยะไกลที่ 15 ไมล์ กะว่าระหว่างวิ่งจะลองใช้ Gu gel ดู มีแต่คนบอกว่าดี แต่ฉันยังไม่เคยลอง แล้วฉันรู้สึกว่า ระหว่างวิ่งฉันหมดแรงมาก ๆ คงเพราะไม่มีอะไรตกถึงท้อง แต่ก็ไม่อยากรอไปลองวันแข่ง เพราะเกิดกระเพราะฉันเพี้ยนขึ้นมาระหว่างวิ่งคงแย่เลย หลังจากใช้แล้ว ฉันจะมาเล่าประสบการณ์การใช้ gu gel ของฉันว่ามันจะช่วยทำให้ฉันวิ่งได้ดีขึ้นหรือเปล่า

I can run further, I can run longer!!



Create Date : 02 มีนาคม 2556
Last Update : 4 เมษายน 2556 10:46:41 น. 0 comments
Counter : 416 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

แมวเหมียวลาย ๆ สบาย ๆ อ้วนพี
Location :
Maryland United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อยากเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่ที่เราได้ไปเยี่ยมเยียนมา แต่ตัวขี้เกียจยังคงเข้าสิงอยู่ เฮ้ออออ....
Friends' blogs
[Add แมวเหมียวลาย ๆ สบาย ๆ อ้วนพี's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.