Ain't Just About 'CUTE'
Group Blog
 
 
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
23 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
>> Death at a Funeral .. เสียงหัวเราะในงานศพ



เคยรู้สึกกันบ้างไหม..

ว่า หนังตลกจากฝั่งอังกฤษ มักจะออกมา "ดูดี มีตระกูล" มากกว่า หนังตลกจากฝั่งฮอลลีวู้ด..

ไม่ได้หมายความว่า หนังตลกจากฝั่งอังกฤษดีกว่าฝั่งฮอลลีวู้ดทั้งหมดนะ..

แต่ประมาณว่า .. หากได้ยินว่าเป็นหนังตลกสัญชาติอังกฤษเมื่อไหร่.. อุ่นใจได้ 70% ว่า น่าจะออกมาดี

ยกตัวอย่างง่ายๆ หนังตลกแนวล้อเลียน.. นานแค่ไหนแล้ว ที่ฮอลลีวู้ดจะผลิดหนังตลกล้อเลียนดีๆมาเรื่องหนึ่ง.. ในขณะที่ฝั่งบริท ส่งผลงานผ่านตาคนดูไปไม่นาน กับ ภาพยนตร์ตลกล้อเลียนหนังผีซอมบี้เรื่องดัง Shaun of the Dead ตามด้วยหนังตลกล้อเลียนหนังแอคชั่นอย่าง Hot Fuzz

Death at a Funeral ถึงจะเป็นงานกำกับของผู้กำกับ Frank Oz ที่แม้จะีมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่อังกฤษ แต่ผลงานส่วนใหญ่ของเขา ก็ไม่มีส่วนผสมของความเป็นอังกฤษอยู่เท่าไหร่..

หรือแม้ว่า หนังเรื่องนี้ จะไม่ได้ถือสัญชาติอังกฤษ 100%..

แต่น่าดีใจที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้รับ "ความดี" จากกลิ่นอายความเป็นหนังตลกสัญชาติอังกฤษมามากมาย.. ความเป็นอังกฤษ ในหนังเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่นักแสดง หรือสถานที่ถ่ายทำ..



ถึงแม้ว่า บทภาพยนตร์ของหนังเรื่องนี้ เลือกที่จะเล่นกับมุขตลก "ขำๆ" (silly joke) ซะส่วนใหญ่.. แต่นั่น ก็ไม่ได้หมายความว่า บทภาพยนตร์เรื่องนี้จะถูกเขียนขึ้นมาแบบ "โง่ๆ"

(ขอเลือกที่จะใช้คำว่า มุขตลกขำๆ อธิบายถึง มุขตลกที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยความคิดง่ายๆ -แต่ไม่ใช่คิดง่ายๆนะ- หรือ silly joke)

เพราะความฉลาดของบทภาพยนตร์เรื่องนี้ อยู่ที่การเรียงร้อย มุขตลกขำๆ เหล่านี้.. ให้เป็นตัวผลักดัน ให้เกิดเรื่องราวต่อๆมา ได้อย่างลื่นไหล.. ไม่ทำให้คนดูสะดุดกลางทาง.. ด้วยคำถาม ทำไม.. ทำไม.. ทำไม.. ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้น (ด้วยแรงส่งจาก มุขขำๆ) ปรากฏอยู่หน้าจอ โดยไม่ทิ้งให้คนดูนั่งงง (ด้วยความรำคาญ) ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง?

ที่สำคัญคือ.. มุขตลก เวลาถูกปล่อยมาที ก็ฮากระจาย..

ถึงจุดนี้ ก็อย่าเพิ่งคิดไปว่า หนังเรื่องนี้ จะเป็นหนังตลกประเภท หัวเราะตกเก้าอี้.. ซึ่งจริงๆแล้ว แม้มันจะ็มีมุขบางมุขที่ทำเอาเกือบตกเก้าอี้.. แต่นี่ไม่ใช่หนังที่เดินเรื่องไปเหมือน โรงงานผลิตมุขตลก.. ส่วนที่เป็นดราม่า ก็ถูกผลิตออกมา และถูกเล่าไปพร้อมๆกัน

สิ่งที่หนังเรื่องนี้ ได้รับมาจาก "กลิ่นอาย" ของความเป็นหนังตลกอังกฤษชั้นดี นอกจาก ความเป็นธรรมชาติ ของมุขตลก อย่างที่กล่าวมาข้างต้น.. ยังไปอยู่ในส่วนของ "บทพูด" ที่ "ฉลาด".. แต่ไม่ถูกปรุงแต่งจน "ประหลาด"..

รวมไปถึงตัวละครที่้มีอะไร "น่าสนใจ" อยู่ในตัว.. แต่ไม่พยายามเรียกร้องความสนใจจากคนดูมากไป ด้วยการใส่อะไรต่อมิอะไร จนกลายเป็นตัวละครที่ "แปลก" ผิดมนุษย์มนา..

หากข้อดีของหนังเรื่องนี้ คือ การได้รับ "กลิ่นอาย" ของความเป็นหนังตลกอังกฤษชั้นดี

ข้อเสียของ Death at a Funeral ก็คงอยู่ที่ การที่ไม่สามารถรับกลิ่นอายนั้นมาได้เต็มร้อย.. ในบางช่วง จะพบว่า มีมุขตลกที่เล่นกันง่ายๆ .. ง่ายเกินไป อันเป็นเครื่องหมายของการเดินไปเจอทางตันของบทภาพยนตร์.. ซึ่งไม่แตกต่างเท่าไหร่เลย กับมุขตลกที่เราเห็นเป็นประจำสี่ฤดู ในหนังตลกดาดๆของฮอลลีวู้ด .. นอกจากจะทำให้อารมณ์ตลกของหนังสะดุดแล้ว.. มันยังไม่ตลกเลย.. ไม่แม้แต่นิดเดียว.. แถมยัง "เหม็น" มากๆ

(อะไรเหม็น.. ไปดูกันเองแล้วกัน อิๆ)

แถมพล็อตเรื่องบางส่วน ก็ดูจะไร้ซึ่งคุณค่าเหลือเกิน.. แถมยังทำให้บางช่วงของหนัง ดำเนินไป อย่างไร้ความน่าติดตาม.. ซึ่งถ้าหากส่วนนี้ถูกตัดออกไป.. ก็จะไม่ส่งผลกระทบใดๆให้กับตัวหนังโดยรวม.. แถมยังจะทำให้หนังกระชับมากขึ้น

ยังดีที่ว่า ข้อผิดพลาดข้างต้น.. มันมีให้เห็นเป็นบางช่วงสั้นๆ.. และไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ..

และมันก็ยังไม่ใหญ่พอที่จะไปทำลายความดีงามส่วนอื่นๆที่หนังทำไว้..

แต่ก็นั้นแหละ..ข้อผิดพลาดเหล่านี้ มันก็ไม่ใช่สิ่งเล็กๆ ที่จะสามารถนำความดีส่วนอื่นๆมาบดบัง เพื่อกลบเกลื่อนได้เช่นกัน..



ในส่วนของผู้กำกับเอง.. หลายครั้งทีเดียว เวลาที่ตัวหนังเดินเรื่องมาถึงจุดๆหนึ่ง ที่มีเหตุการณ์หลายๆอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน ณ เวลานั้น.. จะรู้สึกได้ชัดว่า .. พี่ท่านจะเสียศูนย์ คุมหนังไม่อยู่..

ยกเว้น ในฉากไคลแมกซ์ช่วงท้ายเรื่อง.. ที่แม้ว่าจะเกิดเหตุยุ่งเหยิงวุ่นวาย (ในเนื้อเรื่อง) อย่างไร.. ตัวหนังก็ไม่ "หลุด".. หรือ สับสับอลหม่านไปตามเนื้อเรื่อง..

ส่วนนักแสดงในเรื่องนี้.. ก็ทำหน้าที่ได้ดีกันทุกคน.. อาจจะไม่มีใครโดดเด่น หรือควรคู่กับรางวัลออสการ์ ฯลฯ.. เพราะจริงๆแล้ว.. บทหนังเรื่องนี้ ก็ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นมา เพื่อโชว์ฝีมือการแสดงโดยเฉพาะ..

แต่หากจะพูดว่า.. ทีมดารานักแสดงทีมนี้ ไม่ได้มีความดีความชอบอะไรเลย.. มันก็ไม่ถูก..

ในบทภาพยนตร์ที่อยู่ในประเภท "โชว์เดี่ยว" .. คือ ประเภทที่เรื่องราวทั้งหมด ถูกทิ้งน้ำหนักลงบนตัวละครตัวเอกตัวเดียว (หรือสองถึงสาม) ... หากจะมีการแสดงแย่ๆจากตัวละครสมทบ.. หรือน่ารำคาญอยู่บ้าง.. มันก็จะไม่ส่งผลเสียมากเท่าไหร่

แต่ในบทภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวของคนหลายๆคน อย่างบทภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่เล่าเรื่องราวของคนกลุ่มนึง ในงานศพงานหนึ่ง และมันก็ได้ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดีในการแบ่งกระจายความเด่น ความสำคัญไปให้ทุกๆตัวละคร .. พูดได้เลยว่า ตัวละครทุกตัว นักแสดงทุกคน แบกหนังเรื่องนี้ไปพร้อมๆกัน.. เพราะฉะนั้น หนังจะไม่ออกมาเวิร์กอย่างนี้ ถ้ามีการแสดงที่น่ารำคาญจากคนใดคนหนึ่ง ปะปนอยู่

แต่ถ้าจะต้องเลือกมาพูด คงอยากพูดถึง Peter Dinklage และ Alan Tudyk .. คนแรกนั้น เล่นเป็นชายนิรนาม ผู้กุมความลับที่เป็นต้นเหตุของเรื่องป่วนๆ.. คนหลังรับบทเป็นชายหนุ่มที่ตั้งใจจะสร้างความประทับใจให้พ่อตาใน "งานศพ" งานนี้.. แต่กินยาผิด.. เลยกลายเป็นอีกต้นตอหนึ่งของเรื่องป่วนๆที่เกิดขึ้น



ตัวละครสองตัวนี้ เป็นสองในตัวละครไม่กี่ตัวในเรื่องนี้.. ที่ถูกเขียนมาเพื่อเป็นองค์ประกอบหลักของ "ความตลก" ในเรื่อง.. คนแรก ด้วยภาพลักษณ์ คนที่สอง ด้วยความซวย..

และทั้งสองตัวละคร ก็อยู่ท่ามกลางตัวละครอื่นๆ ที่เป็นผู้คนธรรมดา ไม่ได้ถูกเสริมแต่งดีกรีความตลกอะไรไปจากบทภาพยนตร์

จริงอยู่ว่า.. สิ่งที่นักแสดงทั้งสองได้ทำไว้ มันไม่ใช่เรื่องยากเย็น ถึงขั้นว่า ถ้าทำได้ ควรมอบออสการ์ไป..

แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเล่น "บทตลก" ในหนังที่ตัวละครอื่นๆ "ไม่ตลกเลย".. ให้ออกมาแล้วไม่ "โดด" จากคนอื่น.. ต้องขอบคุณ ความพอดีของนักแสดงทั้งสองในการใส่ "ความตลก" ลงไปในตัวละคร.. ไม่น้อยไป.. เพื่อไม่ให้เป็น "ตัวละครที่กะจะให้ตลก แต่ก็ฝืด".. และไม่มากเกินไป.. เพื่อไม่ให้กลายเป็น.. "ตัวละครที่ตลก แต่ปญอ.ชิบหาย"..

ถึงแม้ว่าหนังเรื่องนี้ จะเล่นกับอารมณ์ขำขัน ทำออกมาเป็นหนังตลก.. ซึ่งไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ หนังที่เล่นกับ "ความตาย" ควรจะเป็น.. แต่ Death at a Funeral ก็ไม่หลุดไปจากแนวคิด.. แก่นสาร ที่สามารถพบได้ในหนังที่เล่นกับเรื่องของ "คนตาย" ทั่วๆไป..

"ธีม" หรือ "แก่นสาร" นั้น ก็คือ การยอมรับความจริง.. ไม่ว่า "ความจริง" นั้น จะปวดร้าวเท่าไร..

แต่ก็เหมือนหน้าหนังนั่นแหละ.. ไอ้ธีมของ "การยอมรับความจริง" ในหนังเรื่องนี้นั้น.. ไม่ได้มาในรูปแบบที่จะได้เจอในหนัง "งานศพ" ทั่วๆไปหรอก..

แก่น (หรือธีม) ในเรื่องของ การยอมรับความจริง .. ถ้าเป็นในหนังที่มีพล็อตเรื่องวนเวียนกับ "คนตาย".. "งานศพ".. ส่วนใหญ่ก็คงอยู่ในกรอบของ การยอมรับความจริงว่า คนตาย ได้ตายไปแล้วนะ ตัดอกตัดใจ เงยหน้าสู้กับความจริงซะเถอะ อะไรประมาณนี้..

แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้เล่นกับการยอมรับความจริงอีกประเภท.. นั่นก็คือ การยอมรับความจริงใน "ความจริง" ของผู้ตาย..

ซึ่งอาจจะเปรียบได้ว่า ตัวละคร Peter นั้น.. ก็คือ ความจริง ของผู้ตาย ที่ไม่มีใครรู้.. ตัวพระเอกเอง พอได้รู้ "ความจริง" นี้ของผู้เป็นพ่อเข้า.. ก็ยอมรับความจริงไม่ได้ พยายามปกปิด.. ซึ่งก็นำำพาไปสู่เรื่องยุ่งๆวุ่นทั้งหมดในเรื่อง.. ยิ่งปิด ยิ่งวุ่น..

(ถ้ายังไม่ดู ข้ามส่วนนี้ไปดีกว่านะ)
.
.

สุดท้าย เรื่องทั้งหมดก็จบลงได้ ด้วยการที่พระเอกสามารถ "ยอมรับความจริงในความจริงของผู้เป็นพ่อ" ได้..

.
.
.
.
.

(กลับมาอ่านต่อได้)


เพราะถึงตัวจะตาย.. แต่ก็อย่างที่เราเคยได้ยินมา

ความจริง.. เป็นสิ่งไม่ตาย..

B+

ปล. การหลีกเลี่ยงการชมหนังตัวอย่าง(ของเรื่องนี้)ก่อนชมหนังเรื่องนี้ จะช่วยให้เกิดความสนุกไปกับหนังมากขึ้น 12.46%


Create Date : 23 เมษายน 2551
Last Update : 23 เมษายน 2551 11:16:37 น. 17 comments
Counter : 897 Pageviews.

 
มาแปะไว้ก่อน (เหมือนกัน )
เดี๋ยว บ่ายมาอ่านจ้า ^_^


โดย: haro_haro วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:11:58:41 น.  

 
เห็นชื่อเรื่องต้องแรกนึกว่าหนังผี


โดย: อนัญชนินทร์ วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:12:10:32 น.  

 
- เออ - -" เห็นด้วยกะความเห็นด้านบน ฮะคิดว่าเป็นหนังผีซะอีก

- ผมก็ไม่ค่อยถูกกะหนังตาหลก ซะด้วยง่ะ แต่เห็นยกตัวอย่าง มา Shaun of the Dead กะ Hot Fuzz แล้วจะพลาดได้งั้ยล่ะฮะ ..แต่เอาเรื่อง "งานศพ" มาพูดเนียะนะ มันจะตลกตรงไหนหว่า ....(หนังคงอยากให้เราพิสูทธื เองเเน่เลย เหอๆ )


- ขอบ่น ตรง ปล. ด้วยคนฮะ เห็นหลายเรื่องแล้ว ไม่ว่าหนังไทย หนังเทศ พอดูตัวอย่าง ดันเอามาให้เรารู้หมดอย่างนี้ มันยิ่งกว่าสปอยด์ อีกอ่า เซ็ง ๆ.. แต่บางเรื่องดูตัวอย่างซะเว่อ น่าดู หรูหรา ดันออกมาห่วยแตก ซะงั้นง่ะ

- ขอชมโปสเตอร์ด้วย สวยดี อะ แต่ก็ยังอยากดูเรื่อง บล็อกที่แล้วอยู่อะนะ (Lars and the Real Girl )


โดย: haro_haro วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:13:33:04 น.  

 
+ เคยอ่านพล็อตเรื่องนี้ตั้งนานแล้ว ออกจะชอบอยู่นะครับ ดูสร้างสรรค์ดีอ่า ... อยากดู แต่ในโรงเมืองไทยคงหมดหวัง อย่างเก่งก็ต้องรอแผ่นหรือเคเบิลทีวีอ่ะครับ

+ พี่เป็นอีกคนนึง ที่เคยประกาศว่า 'ชอบตลกแบบมุกตลกอังกฤษ' อ่า ... เพราะในขณะที่มุกโฉ่งฉ่างแอบอเมริกัน หรือโป๊งชึ่งตึ่งโป๊ะแบบตลกไทยๆ พี่ก็กลับไม่ค่อยขำเท่าไหร่ในหลายๆ มุก ... แต่มุกตลกแบบอังกฤษเนี่ย ส่วนใหญ่จะเวิร์คสำหรับพี่ ตั้งแต่เรียกรอยอมยิ้มน้อย, ขำหึๆ ไปจนถึงฮากร๊ากกก อ่ะครับ

+ กร๊ากก! หนังจริงก็คงยังได้ชมในเร็ววัน ... เพราะงั้นหนังตัวอย่างเรื่องนี้ ก็คงไม่มีโอกาสได้ดูหรอกครับ เหอๆๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:15:03:36 น.  

 
ตลกสัญชาติอังกฤษนี้ เราว่ามันให้อารมณ์แบบ Quirkyๆ ดีหน่ะ พูดไม่ถูกเหมือนกัน คือที่ในขณะที่มุขฝั่งมะกันต้องอาศัยท่อนฮุ๊ค เพื่อกระตุ้นให้คนดูฮา
แต่ว่าทางอังกฤษกลับใช้ความคิดสร้างสรรค์ ความนิ่ง ที่พอคิดตกได้แล้ว
มันกลับทำให้ขำมากกว่าเดิมเสียอีก

Alan Tudyk มาสะดุดตาตอนแรกที่เล่นเป็นเพื่อนเจ๊บุลล็อคในเรื่อง 28 Days
(รู้สึกว่าตอนนั้นดูบึ๊กมากกว่านี้แหะ) แล้วก็มาชอบสุดๆเมื่อได้ดูซีรี่ย Firefly
นี่เอง (รวมทั้งหนังใหญ่ด้วย)

ส่วน Peter Dinklage ถ้าดู Station Agent ก็จะรู้ว่า เค้ามีอะไร
ที่มากกว่ารูปลักษณ์ภายนอกของเค้าอีกน่ะ

แต่ก็น่ะ หนังตลกอังกฤษบางที ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นชั้นดีเสมอไป อย่าง
Run Fatboy Run ที่มีนาย Simon Pegg แสดงนำ นี่อาจจะเป็นตัว
อย่างว่าหนังตลกอังกิดๆบางที ก็บังอาจก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ของหนังตลกของ
พี่น้องฟาร์เรลลี่ได้อยู่เหมือนกัน

ที่พูดมายืดยาวแต่ยังไม่ได้เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้เลย เป็นเพราะว่ายังไม่ได้ดู
(555+) แต่รู้สึกเหมือนว่าจะเคยเห็นแผ่นวางขายอยู่เหมือนกัน เจอครั้งหน้า
น่าจะไม่พลาดหยิบติดมือมาล่ะ


โดย: BloodyMonday IP: 124.120.65.160 วันที่: 23 เมษายน 2551 เวลา:22:19:08 น.  

 
+ เห็นข่าวหนังในเทศกาล La Fete ปีนี้ที่น้องเมอร์ฯ เอามาประกาศไว้แล้วกี๊ซซซ อ่ะครับ ... อยากดู The diving bell and the butterfly มากมาย ได้ดูซะที ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่เหลือที่เค้ามาร์คไว้ให้ก็ดูเจ๋งๆ ทั้งนั้น เด๋วคงต้องไปดักซื้อตั๋วตั้งแต่วันแรกที่เปิดขายเลยนะเนี่ย ไปวันหลังๆ ที่นั่งจะเต็มซะก่อนอ่า


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 24 เมษายน 2551 เวลา:10:17:37 น.  

 
ขอบคุณที่มาฝากข่าวกันครับผม มีสิทธ์ไปดูๆ


โดย: BloodyMonday วันที่: 24 เมษายน 2551 เวลา:23:27:11 น.  

 
หนังน่าดูจังค่ะ แต่ไม่รู้จะหาดูได้หรือเปล่าหนอ

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมนะคะ
ตั๋วหนังที่ถ่ายมาเป็นตั๋วรอบพิเศษน่ะค่ะ
เลยสวยนิดนึง


โดย: แมวเอิง วันที่: 25 เมษายน 2551 เวลา:0:01:33 น.  

 
โย่ๆๆ หวัดดีคร้าบบบบบ...


อ่านดูแล้วน่าสนใจดีนะเรื่องเนี้ยะ มีโอกาสคงได้หามาดู รู้สึกเหมือนกันว่า...

หนังตลกจากฝั่งอังกฤษ มักจะออกมา "ดูดี มีตระกูล" มากกว่า หนังตลกจากฝั่งฮอลลีวู้ด..

เหมือน Harry Potter ทั้ง 5 ภาคที่ผ่านมา เราชอบภาคที่ 4 สุด เพราะ ผกก เป็นคนอังกฤษ (เกี่ยวกันมะ 555)

ปล. ขออภัยที่แฟนพี่บีมอวอร์ดไม่เปิดให้เมนต์ แบบว่ามันเป็นรางวัลที่เอาแต่ใจที่สุดในบรรณภพนี้ แบบว่าปิดหูปิดตาไม่ฟังความเห็นใครทั้งนั้น (แต่มันก็มีมาได้ 7 ปีแล้ว ใช่ย่อยนะเนี่ย กร๊ากกกกกก) อนึ่ง หากจูริงจังอยากเมนต์ก็เมนต์ไปไหนบล็อกไหนก็ได้เล้ยยยยย อยากอ่านเหมือนกันนะเนี่ยว่าจูรินจังจะคิดเห็นยังไง เอิ๊กเอิ๊ก


โดย: แฟนพี่บีม วันที่: 25 เมษายน 2551 เวลา:16:26:39 น.  

 
แหมก็เขียนออกจะดีนี่ครับ สไตล์คนละแบบกัน

ว่าแต่ไหเรื่องนี้ที่ไหนมาดูเนี่ย อยากดูจริงๆ


โดย: เด็กม.ปลาย (Onlineza ) วันที่: 25 เมษายน 2551 เวลา:21:32:26 น.  

 
say hi รอบดึก


โดย: haro_haro วันที่: 25 เมษายน 2551 เวลา:21:56:49 น.  

 
บางทีระหว่างการยอมรับความจริง การปฏิเสธกลับทำให้ชีวิตง่ายกว่า หรือว่าไงครับ...มาแล้วนะครับ ว่างๆ แวะไปเจอกันที่ Blog ของผมอีกนะ :)


โดย: JamK. IP: 58.10.90.211 วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:18:29:33 น.  

 
อยากหาหนังที่คุณจูริงแนะนำมาดูบ้างจัง
ร้านวิดีโอใหญ่ๆ อย่างพวกซึทาย่ามีไหมคะ

แบบว่าอยู่ต่างจังหวัด ช่างลำบากในการหาหนังดีๆ มาดูมาก
ร้านวิดีโอเล็กๆ ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

ปล.บล็อกนี้ยังเป็นรูปน้องพิชเหมือนเดิมเลยนะคะ เหมือนคนแถวๆ นี้เลย


โดย: กิมตึ๋ง วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:19:42:44 น.  

 
@กิมตึ๋ง

น่าจะมีแหละค่ะ แต่ถ้ายังไม่มีตอนนี้ ก็คงต้องรออีกหน่อย..

@JamK.

บางทีเราอาจจะคิดว่า มันอาจจะทำให้อะไรง่ายกว่่า.. แต่เอาเข้าจริงๆ มันอาจจะพาไปสู่ความยุ่งเหยิงมากมาย อย่างที่เราคิดไม่ถึงนา


โดย: จูริง วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:21:28:28 น.  

 
ไม่ถูกกับรอบปฐมทัศน์อ่ะ คนเยอะจริงๆ น่าจะรอสักอาทิตย์นึงครับ

จะอัพเรื่องอะไรหนา


โดย: บลัดดี้มันเดย์ IP: 124.120.63.53 วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:22:03:48 น.  

 
ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยไปอธิบาย .. เรื่อง The orphanage ให้เข้าใจอีกรอบครับผม ขอบคุณมากจริง ๆ ครับ


โดย: untalai IP: 58.9.42.137 วันที่: 27 เมษายน 2551 เวลา:1:26:42 น.  

 

ชอบหนังตลกจากเกาะอังกฤษมากค่ะ

มุกเค้าขั้นเทพ


โดย: ม่านฟ้านาคราช วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:11:30:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

จูริง
Location :
Cairo, Egypt

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คนดูหนังธรรมดาๆคนหนึ่ง

แต่ชอบดูมากๆ

เฉลี่ยแล้ว ดูหนังวันละ 1.2536 เรื่อง (เวอร์)

TOP 10 OF 2009 .. as of Jul. 21
1. Revanche
2. Lake Tahoe
3. Anvil! The Story of Anvil
4. Du levande (You, The Living)
5. Üç maymun (Three Monkeys)
6. L'heure d'été (Summer Hours)
7. Up
8. Forbidden Lie$
9. Tokyo Sonata
10. Harry Potter and the Half-Blood Prince

TOP 10 OF 2008 .. FINAL!!
1. Waltz with Bashir
2. Wendy and Lucy
3. Man On Wire
4. Dear Zachary: A Letter to a Son About His Father
5. Paranoid Park
6. The Edge of Heaven
7. Young@Heart
8. Happy-Go-Lucky
9. Hunger
10. Let the Right One In
Friends' blogs
[Add จูริง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.