บางครั้งการหยุดเดินในยามที่เหนื่อยล้า ก็ยังดีกว่าการทรมานตัวเองด้วยการเดินต่อไป
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2550
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
24 สิงหาคม 2550
 
All Blogs
 

บาป...(เพราะ)...การเมือง





เมื่อไม่นานมานี้ได้มีโอกาสชมรายการดีๆอย่างรายการ “ตาสว่าง” เป็นครั้งแรกที่ได้ชม ซึ่งไม่ได้ตั้งใจล่วงหน้ามาก่อนว่าจะดู หรือไม่ก็ไม่เคยรู้จักรายการนี้ด้วยซ้ำ

ภาพแรกที่เห็นคือ “คุณดู๋” สัญญา คุณากร ซึ่งทำหน้าที่เป็นพิธีกร และข้างๆคุณ สัญญา เป็นพระอาจารย์ท่านหนึ่ง แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ คำถามของคุณกรรชัย กำเนิดพลอย ที่ถามเพราะอาจารย์ท่านนี้ว่า...

คุณกรรชัย : หากมีคนมานินทาว่าร้ายคนอื่นให้เราฟัง จะถือว่าคนที่รับฟังบาปหรือไม่บาป ครับพระอาจารย์?

พระอาจารย์ : หากมีคนมาเล่าเรื่องราวของบุคคลอื่นให้เราฟังที่เป็นในทางลบ หรือที่เราเรียกว่า
นิ นทาคนอื่นให้เราฟัง พระอาจารย์ถือว่าคนฟังไม่บาป

คุณกรรชัย : หากคนที่ฟังนำไปเล่าต่อล่ะครับพระอาจารย์

พระอาจารย์ : การที่เรารับฟังคนอื่นนั้นถือว่าไม่บาป แต่ถ้าเมื่อใดที่เรามีการเล่าต่อ หรือเห็นด้วยกับคำพูดของเขา สนับสนุนกับคำพูดของเขา ซึ่งเป็นคำพูดที่ตัดพ้อ ว่าร้ายนั่นเท่ากับว่าเรากำลังทำบาปอยู่ เพราะถือว่าเป็นการให้ร้ายพูดอื่น ซึ่งหลายคนอาจไม่รู้ตัว พระอาจารย์ถือว่าเป็นคำถามที่ดีมาก

คำถามบวกกับคำตอบ ทำให้เกิดคำถามขึ้นในใจมากมาย อันดับแรกที่นึกถึงเลยคือ การวิพากษ์กันทางการเมือง ซึ่งเป็นที่เห็นและรู้กันดีว่ามีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกันอย่างชัดเจน ต่างฝ่ายก็หาข้อไม่ดีของกันและกันมาพูดถึง บ้างก็มีการพูดถึงฝ่ายตรงข้ามเสียๆหายๆ ซึ่งความจริงแล้วไม่เป็นอย่างไร ไม่มีใครรู้ หรือบ้างก็รู้มาจากคนอื่นอีกทีและก็บอกต่อๆกันไป

ส่วนผู้ที่รับสาร หากมีใจเอนเอียงอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พอได้จังหวะมีคนมาพูดอย่างโน่นอย่างนี้ ก็เชื่อเออออไปกับเขาด้วย ซึ่งจริงแล้วเป็นอย่างไรก็ไม่รู้

คิดหรือว่าคนที่รู้เรื่องมาจะไม่มีการพูดปากต่อปากหรือเล่าต่อ เพราะอย่างน้อยหากมีการหยิบยกประเด็นทางการเมืองขึ้นมา ไม่มีใครหรอกที่จะนั่งเงียบอยู่ หากเป็นการแสดงความคิดเห็นอย่างเดียวคงไม่เป็นอะไร แต่อย่างน้อยทุกคนก็ต้อง พูดดีเข้าข้างในสิ่งที่ตัวเองชอบ และก็ว่าร้ายในสิ่งที่ตัวไม่ชอบ ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าเป็นการสร้างบาปให้กับตัวเองแล้ว เพราะนั่นถือว่าเราได้ว่าร้ายผู้อื่นไป เหมือนที่พระอาจารย์บอกไว้ข้างต้น ซึ่งเราอาจไม่รู้ตัว

เชื่อได้เลยว่าคงมีคนที่ทำบาปเพราะเรื่องการเมืองมาก ยิ่งในช่วงนี้ เคยได้ยินข่าวมาว่าเพื่อนกัน 2 คนนั่งคุยกันเรื่องการเมือง คุยไปคุยมาทะเลาะกัน มีเรื่องกัน นั่นไม่เป็นเพราะการเมืองหรอกหรือ หรือไม่ก็พวกคนที่ถูกจ้างไปเดินประท้วง ก่อกวน ก่อม็อบ ฯลฯ นั่นก็ล้วนแต่ทำบาปทั้งสิ้น เพราะถือว่าเป็นการสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมือง เพียงเพราะต้องการออกมาเพื่อจุดประสงค์ใดประสงค์หนึ่งซึ่งเราไม่อาจทราบได้หรือไม่ก็เพื่อเงินไม่กี่บาท และก็ยอมบาปเพื่อเม็ดเงินนั้น

สิ่งที่พระอาจารย์แนะนำก็คือ การทำใจให้เป็นกลาง อย่าตัดสินใครง่ายๆ ให้ค่อยๆคิด ค่อยๆทำ รู้สิ่งใดมากก็ให้เก็บไว้พิจารณา และอย่าเชื่อในสิ่งที่ตนไม่เห็น

นอกจากนี้พระอาจารย์บอกว่า ใครทำอะไรก็ได้ผลอย่างนั้น อย่าคิดว่า “ทำดีไม่ได้ดี ทำชั่วได้ดีมีถ่มไป” เพราะสักวันหนึ่งสิ่งที่เราทำมันจะปรากฎออกมาในที่สุด ไม่ช้าก็เร็ว ส่วนคนที่ทำดีก็ให้คิดว่าเราทำดีเพื่อวันข้างหน้า ส่วนคนที่ทำชั่วก็คิดเหมือนกันคือ เราทำเลวเพื่อความล้มเหลวในวันข้างหน้า

ลองถามตัวคุณเองดูว่า คุณบาป...(เพราะ)...การเมือง หรือไม่ก็ถามว่า การเมืองทำให้คุณบาปมากขึ้นหรือไม่


ปล. เรื่องปาบ-บุญ เป็นเรื่องที่ลึกซึ้งจริงๆ




 

Create Date : 24 สิงหาคม 2550
18 comments
Last Update : 25 สิงหาคม 2550 15:11:46 น.
Counter : 297 Pageviews.

 

บาป บุญ มีจริง เกิดขึ้นจากการกระทำล้วนๆ คิดดี ทำดี ทำให้จิตใจสบายค่ะ
โชคดีนะคะ

 

โดย: เหมือนเดิม (paris bale ) 25 สิงหาคม 2550 15:14:05 น.  

 

ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ยังใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย
แวะมาทักทายค่ะ มีความสุขนะค่ะ

 

โดย: โลมาน้อยน่ารัก 26 สิงหาคม 2550 4:11:24 น.  

 

เชื่อมั้ย ผมไม่ชอบเลย เรื่องการเมือง

พูดตามตรง แต่มันก็ต้องเข้าหูตลอด

จนต้องเก็บเอาไปคิด

แล้วในที่สุด ก็ต้องมานั่งรออยู่ใน

นรกบนดินที่พวกนั้นมันก่อขึ้น

 

โดย: note182 (note182 ) 26 สิงหาคม 2550 11:44:42 น.  

 

แน่นอน ใครชอบข้างไหนก็ต้องพูดเอนเอียงไปทางข้างนั้นอยู่แล้ว ทำพูดที่ว่าร้าย เสียดสีถือว่าเป็นบาปอยู่แล้ว เพราะเป็นการผิดศีลข้อสี่ หมายถึงการพูดปดและรวมถึงการพูดส่อเสียด พูดคำหยาบด้วย และเชื่อได้เลยว่าหลายคนคงได้ทำบาปเพราะการเมืองกันมากพอสมควร และคงจะบาปมากขึ้นไปอีก

เลือกเรื่องมาเผยแพร่ได้น่าสนใจดี รู้หรือเปล่าว่าการเผยแพร่คำของพระท่านครั้งนี้ตัวผู้เขียนเองจะพลอยได้กุศลไปด้วย

 

โดย: วลีรมย์ 26 สิงหาคม 2550 16:59:29 น.  

 

การเมืองทำให้ หลายคนยอมบาปเพื่อแลกกับอำนาจและเงินตรา

 

โดย: โรมรัน IP: 58.10.84.188 26 สิงหาคม 2550 19:39:28 น.  

 

กรรม(การกระทำ)ใดใครก่อ
กรรม(การกระทำ)นั้นต้องตามสนอง

ปล.ภาพสวยงามมากค่ะ

 

โดย: กระต่ายน้อย (tai_kko ) 27 สิงหาคม 2550 19:32:51 น.  

 

"บาป" หลายคนคงยอมหใกดิหากตนได้รับประโยชน์ และคุมกับสิ่งที่แลกมา
หวังใน

"คุณ" ประโชยน์ที่จะเกิดกับตัว

โดยไม่คำนึงถึง

"โทษ" ที่(อาจ)จะตาม(ติดจรวด)มา.....

 

โดย: jaa (- จอมจุ้น - ) 27 สิงหาคม 2550 21:34:19 น.  

 

มนุษย์เราทำบาปเพราะการนินทา...นับครั้งไม่ถ้วน
...เพราะมันไม่ได้มีแค่บาปการเมือง...

 

โดย: ภูผาเดียวดาย (peanka ) 27 สิงหาคม 2550 23:39:51 น.  

 

บุญ-บาป
เกิดจากการกระทำ

ปล.เบื่อชีวิต ณ เวลานี้ เริ่มจะไม่มีความสุขอีกเเล้ว

 

โดย: นักรบขี้เมา (communist ) 29 สิงหาคม 2550 20:47:20 น.  

 

เบื่อการเมืองแล้ว เมื่อไรจะจบๆซะทีประชาชนเดือดร้อนนะคับ

 

โดย: ตัวแสบ IP: 58.11.78.69 29 สิงหาคม 2550 23:19:58 น.  

 

บาปไม่บาปอยุที่ตัวเราเนอะๆๆ

 

โดย: pheung BuA IP: 203.155.120.56 30 สิงหาคม 2550 20:49:56 น.  

 

 

โดย: กุ๊กกิ 5 กันยายน 2550 13:00:34 น.  

 

 

โดย: jaa (- จอมจุ้น - ) 7 กันยายน 2550 20:50:55 น.  

 

ถึงอย่างไรบาปบุญต้องมีจริงแน่นอน

 

โดย: Teddy BearZa IP: 58.9.125.92 15 กันยายน 2550 0:57:33 น.  

 


 

โดย: คนเคยดื้อ (คนเคยดื้อ ) 16 กันยายน 2550 16:39:18 น.  

 

เรื่องบาปกับบุญ มันเป็นของคู่ขนาน เราควรจะเลือกอะไรกันดี

 

โดย: นักบวช (jumong ) 25 กันยายน 2550 21:56:15 น.  

 

จริงๆ ถ้าจะบาป คงต้องบอกว่าเป็นเพราะตัวเราเองมากกว่า

 

โดย: วลีวิไล 12 ตุลาคม 2550 18:36:12 น.  

 

 

โดย: cherryhip 15 ตุลาคม 2550 7:45:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


junaka
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Google





ความรัก
เคยไมที่คุณรู้สึกรักใครสักคนหนึ่งมากๆ แต่เขากลับไม่เห็นความสำคัญของเราเลย... แล้วทำไมเราถึงไม่เลิกรักเขา ไม่เข้าใจจริง

Friends' blogs
[Add junaka's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.