Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2549
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
11 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
The Good Girl


หลังจากที่รายได้หลักที่ปกติต้องได้รับเหนาะๆ เป็นประจำสูญหายไปพร้อมๆ กับการปิดฉากของซีรี่ส์ที่ฮิตถล่มทลายอย่าง Friends รวมถึงการจากไปอย่างกระเหี้ยนกระหือรือของสามีบังเกิดเกล้าอย่างนาย Brad Pitt... แม่ Jennifer Aniston จึงต้องรีบถอนทุนคืนโดยด่วน ด้วยการหันมาเอาดีทางด้านการแสดงภาพยนตร์แทน สังเกตได้จากการที่พักหลังๆ มานี้แม่รับเล่นหนังกันติดๆ จนทำเอาคนดูบางคนเอียนจนต้องเมินหน้าหนีจนหนังแต่ละเรื่องที่แม่เล่นเจ๊งบ๊งไปตามๆ กัน อย่างไรก็ตาม หากลองย้อนกลับมาดูผลงานทางจอเงินของเธอ มีเรื่องหนึ่งที่ได้รับคำวิจารณ์ค่อนไปทางสรรเสริญ เยินยอในบทบาทการแสดงอันยอดเยี่ยมของเธอ คงจะเป็นเรื่องอื่นไปไม่ได้นอกจาก The Good Girl ในปี 2002 เรื่องนี้นี่เอง... (โปรดอ่านแบบใส่สำเนียงโฆษกทีวีแชมเปี้ยน)

จัสตีน ลาสต์ (Jennifer Aniston) อายุ 30 ปีอาศัยอยู่ในย่านชานเมืองกับสามีผู้น่าเบื่อหน่าย ฟิล ลาสต์ (John C. Reilly) ซึ่งเป็นช่างทาสี ส่วนเธอนั้นเป็นพนักงานขายเครื่องสำอางในห้างสรรพสินค้ารีเทล โรดีโอ เธอเบื่อหน่ายและเกลียดชังชีวิตของตัวเองในขณะนี้เต็มทนจนเธอได้พบกับเด็กหนุ่มที่มีหัวอกเดียวกัน โฮลเด้น เวอร์เธอร์ (Jake Gyllenhaal) ผู้ที่ตอนนี้อาศัยอยู่กับพ่อแม่ หลังจากดร็อปจากมหาวิทยาลัยเพราะความประพฤติไม่ดี ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มเกินเลยไปจนถึงขั้นชู้สาว สุดท้ายแล้วจัสตีนจะเลือกทางเดินชีวิตของเธอต่อไปอย่างไร เธอจะทนอยู่อย่างเดิม ที่ทั้งงาน สามี และทุกสิ่งทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่วาดฝันไว้ หรือจะโบยบินไปอย่างไร้จุดหมายกับคนที่เธอเข้าใจ และเข้าใจเธอกันแน่

เป็นหนังดรามาที่ค่อนข้างจะเรียบง่ายทั้งวิธีการดำเนินเรื่อง รวมไปถึงตัวบทเองด้วย แต่มีมุกตลกเข้ามาสอดแทรกไว้เยอะมาก พูดอย่างนี้อย่าเพิ่งเข้าใจไปว่าเป็นมุกตลกแบบขำบ้านแตกอะไรทำนองนั้น เพราะมุกที่เขาใส่เข้ามานั้นส่วนมากจะเป็นแนวตลกร้าย แบบที่ดูแล้วขำไม่ค่อยออก เวลาดูแล้วจะแอบคิดในใจว่า "มันเล่นงี้เลยเหรอ..." ซึ่งกระจายอยู่ค่อนข้างเยอะในหนังจนตัวหนังเองแทบจะกลายเป็น black comedy อยู่กลายๆ
นอกจากนี้ต้องขอชมเชยเรื่องโลเกชั่นที่ถ่ายทำเพราะดูแล้วมันเป็นชานเมืองอันเคว้งคว้างว่างเปล่า อยู่แล้วน่าจะสติแตกอยากหนีไปที่อื่นได้ง่ายๆ รวมทั้งดนตรีประกอบที่เพิ่มอารมณ์ความเหงา ความว่างเปล่าในจิตใจได้ดีทีเดียว เออ! ขอเตือนอีกอย่างหนังเรื่องนี้ติดเรตอาร์นะจ๊ะ เพราะมีทั้งฉากจับนมผู้หญิง ฉากผู้ชายปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือตัวเอง และฉากเซ็กซ์ที่...ซะสปริงเตียงแทบจะเสื่อมหมด แต่ว่าไม่เห็นไอ้นั่นไอ้นี่นะ เอาเป็นว่าถ้าใครรับไม่ได้กับของพรรค์นี้ก็ดู UBC ซะ เค้าตัดออกเรียบ...

บทบาทของจัสตีนนั้นคือเป็นผู้หญิงหน้าตาดี แต่ไร้จุดหมายในชีวิต เธอเซ็งกับงานที่ทำอยู่ ในห้างที่ล้าสมัยแบบนี้งานของเธอไม่มีอะไรนอกจากนั่งเฝ้าเคานเตอร์ทั้งวัน กับจำใจแต่งหน้าลูกค้าที่อยากทดลองแต่งหน้าฟรี เธอเบื่อหน่ายสามีของเธอที่แม้จะรักเธอเท่าไหร่ ก็ไม่มีวันจะเข้าใจหัวอกเธอได้ Jennifer Aniston เล่นได้ยอดเยี่ยม ไร้ที่ติทั้งในบทเบื่อหน่ายชีวิต และบทอินเลิฟกับโฮลเด้น ราวกับว่าเรากำลังไปจับจ้องชีวิตจริงของผู้หญิงคนนี้อย่างนั้นเลย อีกอย่างคือผมชอบเสียงของเธอมากเลยล่ะ ในเรื่องนี้มีหลายตอนที่ใช้เสียงของจัสตีนเล่าเรื่อง เธอจะพูดได้เป็นธรรมชาติมากๆ มันฟังแล้วสบายใจดี ใครที่รู้จักเธอแค่ในฐานะเมีย Brad Pitt ลองมาดูเรื่องนี้แล้วคุณจะพบเธอในฐานะใหม่ คือฐานะนักแสดงขายฝีมืออีกคนของวงการเลยล่ะ ผมกล้าการันตีว่า จนถึง ณ ตอนนี้ นี่คือบทบาทการแสดงบนจอเงินที่ดีที่สุดในชีวิตของ Jennifer Aniston ...มาถึงบทบาทของโฮลเด้น เด็กหนุ่มอายุ 22 ปีที่ตั้งชื่อตามตัวละคร Holden Caulfield จากวรรณกรรมชื่อดัง The Catcher in the Rye คาแรกเตอร์จะเป็นวัยรุ่น กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ดูป่วยทางจิตหน่อยๆ เหมือนจะหลุดได้ง่ายๆ บางทีก็ทำตัวเป็นเด็กๆ ไม่มีเหตุผล ร้องไห้กระจองอแง และดูจะไม่ค่อยแคร์จัสตีนเรื่องอื่นเท่าไหร่นอกจากเรื่องเซ็กซ์ Jake Gyllenhaal เหมาะกับบทบาทอย่างนี้มากเลยทีเดียว เวลาขี้แยก็ทำตัวงี่เง่าแบบไม่ห่วงหล่อเลย เวลาละเมอเพ้อพกไปในจินตนาการของตัวเองก็จะทำหน้าหลงๆ เขาเล่นได้ดีมาก พอเหมาะกำลังดี ไม่ด้อยและไม่เว่อร์จนเกินไป ถ้าใครสงสัยว่าหมอนี่เข้าชิงออสการ์ได้ไง หลังจากดู Brokeback Mountain จบก็มาดูเรื่องนี้หรือหนังเก่าๆ เรื่องอื่นของหมอนี่เค้าซะ ...บทบาทสามีที่แสนดีและรักภรรยาหมดใจอย่างฟิล รับบทโดย John C. Reilly รายนี้คงไม่ต้องเจียระไนอะไรมากเพราะเล่นได้ยอดเยี่ยมมาแต่ไหนแต่ไร ...นักแสดงสมทบท่านอื่นๆ อย่าง Tim Blake Nelson, John Carroll Lynch, Mike White และ Deborah Rush ต่างก็มีดีมาโชว์กันทั้งสิ้น แต่ที่เด่นเด้งกว่าใครคงหนีไม่พ้น Zooey Deschanel ในบทเชอริล ฮิปปี้สาวเพื่อนร่วมงานของจัสตีนที่ชอบแต่งหน้าบ้าๆ บอๆ มุกนึงของเธอที่ผมชอบมากคือตอนที่พูดกับลูกค้าว่า 'F*ck you very much.' ก่อนจะแก้ใหม่ว่า 'Thank you very much.' ...เกือบฟังไม่ออกเลยนะ 555+

จัสตีนได้รับคำชมเชยจากเจ้านายครั้งหนึ่งว่า You're the good girl. ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรื่อง จริงๆ แล้วการกระทำของเธอในเรื่องนี้จะถูกต้องหรือเปล่านั้น ไม่ใช่หน้าที่ของหนังที่จะมาตัดสินให้คุณดู ชีวิตไม่ว่าจะของใครก็ตามไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป แต่มันเต็มไปด้วยปัญหามากมายที่ยากแก่การตัดสินใจลงไปแน่นอนว่าจะเลือกสิ่งไหนดี ไม่แน่สักวันคุณอาจจะต้องพบเจอกับการตัดสินใจอันแสนยากลำบากเช่นเดียวกับที่จัสตีนต้องเจอ ถ้าถึงวันนั้น... เป็นคุณ คุณจะทำอย่างไร?


Create Date : 11 พฤษภาคม 2549
Last Update : 13 พฤษภาคม 2549 9:42:27 น. 11 comments
Counter : 1107 Pageviews.

 
ช้านเคยดูเรื่องนี้แหละ
ดุแล้วก้อหดหู่นิดหน่อย
แล้วก้อนะเลิฟซีนนี่สุดๆอย่างที่แกว่าน่ะแหละ
แต่เอาเข้าจิงๆช้านก้อดูไม่จบอ่ะ
มาถามตอนจบจากแกนี่ล่ะเหอๆ
แต่เจคนี่รับบทแนวโรคจิตหน่อยๆหรือไม่ปกตินี่รุ่งแฮะ
เอาล่ะๆขอนอกเรื่องยังไงช้านก้ออยู่ข้างอนิสตันย่ะ
ไม่อยู่ข้างโจลี่แน่ๆ แต่ยังไงแบรด ก้อแย่ที่สุดฮือๆ
นี่คือความเหนส่วนตัว คนอื่นไม่เหนด้วยอย่ามาด่าโอเค๊
ช้านจะมาทำบล็อกแกปั่นป่วนป่ะนิ
บาย


โดย: mimu (darksky ) วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:21:39:52 น.  

 
เคยดูผ่านๆ ตาครับ ตอนสมัยอยู่หอ เรียนมหาลัย ผมเลยไม่ค่อยได้ซึมซับอารมณ์เท่าไรนัก เห็นทีต้องหามาดู เล้วครับ อยากรู้ว่าเตียวสปริงมันจะพังเลยเหรอเนี่ย



ปล. Up แล้วครับ ตอนนี้ได้เพลงใหม่ล่ามาเลยครับ ลองไปฟังดูนะครับ


โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 11 พฤษภาคม 2549 เวลา:23:48:44 น.  

 
ผมเคยดูหนังที่ aniston เล่นเพียงเรื่องเดียวคือ came along the polly (อืมมมม... ชื่อประมาณนี้น่ะ)
คงจะต้องไปหาเรื่องนี้มาดูซะแล้ว

อืมมมม...
up-date blog แล้วครับ


โดย: คุณหนูลมหวน (zardamon ) วันที่: 12 พฤษภาคม 2549 เวลา:18:45:27 น.  

 
ก็เคยดูเรื่องนี้จาก UBC แหละค่ะ เลยไม่รู้ว่ามันมีฉากนั่นนี่ด้วยอ่ะ.........ชอบนะหนังเรื่องนี้ ชอบตัวละครทั้งของอนิสตัน และ เจค จิลเลนฮาน ชอบตัวละครที่มีบุคคลิคและความคิดที่แตกต่างออกไป มันจะมองเห็นอีกมิตินึง ที่เราๆมองว่าเราปกติ แต่เค๊าไม่ปกติ

เหมือนพี่ๆคนสุพรรณที่ว่าตนเองพูดสำเนียงปกติ แต่คนกรุงเทพเองน่ะแหละที่พูดเหน่อ......

สรุปว่า ชอบหนังเรื่องนี้อ่ะค่ะ


โดย: octavio วันที่: 12 พฤษภาคม 2549 เวลา:20:11:44 น.  

 
ยังไม่เคยดูหนังเรื่องนี้เลย จริงๆแล้วไม่ค่อยอยากดูหนังที่อนิสตันเล่นเท่าไหร่เลยอ่ะ เพราะเราติดภาพเค้าจาก friends ไปแล้วอ่า พอเค้าไปโผล่ในหนังเรื่องไหน มันก็สลัดความเป็นยัยราเชลออกไปจากหัวเราไม่ได้ทู้กกกกที เฮ่อออ

แวะมาทักทายและขอบคุณสำหรับพรวันเกิดนะฮ้าบบบ ว่าแต่ จขบ. ชื่อบีมเหรอ งั้นก็เป็นแฟนเราอ่ะจิ กร๊ากกกกกก


โดย: แฟนพี่บีม วันที่: 14 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:24:56 น.  

 
จนทุกวันนี้ยังหาเรื่องนี้ version ไม่ตัดมาดูไม่ได้เลยครับ
แย่จัง

enjoy your day


โดย: Holden Caulfield วันที่: 15 พฤษภาคม 2549 เวลา:12:26:33 น.  

 
เหอ สปริงเสื่อมเรยหรอบีม
งั้นต้องไปหาดูซะแล้ว555

แต่เรื่องนี้เรามะเหงรุจักเรยอ่ะ


โดย: *pi-Zzu* IP: 58.64.105.40 วันที่: 15 พฤษภาคม 2549 เวลา:21:24:18 น.  

 
I think it's quite disturbing (for me) to see American sweetheart goes down with Tim Blake Nelson.

Anyway, overall it's actually quite good movie.

From you Neighbour
Bloodymonday


โดย: BloodyMonday วันที่: 17 พฤษภาคม 2549 เวลา:13:51:33 น.  

 
เพิ่งได้ดูมาเมื่อวานเองค่ะ
เก็บหนังไว้ในเครื่องจนล้น พอดีเมื่อวานว่างเลยจัดการซะ
เช่ามาเพราะมีทั้ง aniston และ gillenhal

แต่ดูแล้วมันหม่นจัง ไม่คิดว่าจะหม่นขนาดนั้นเลย
ดูแล้วคล้ายๆเรื่องของซิ่วๆ เธอบริสุทธิ์(ก็บ้าแล้ว)

คนเขียนบทก็อีตา mike white นั่นไง


โดย: quin toki วันที่: 7 กันยายน 2549 เวลา:13:35:44 น.  

 
เพิ่งได้ดูเมื่อวานนี้ค่ะ ซื้อของจริงมาดู 3 เรื่อง 99 บาท ดูเสร็จก้ได้แต่คิดว่า นี่คือเรื่องจริงของชีวิต ชีวิตจริงนั้นน่าเบื่อเสียยิ่งกระไร ต้องทำอะไรซ้ำๆตลอดเวลา เฮ้อ เบื่อ


โดย: jet IP: 101.108.34.44 วันที่: 28 เมษายน 2555 เวลา:22:55:24 น.  

 
ผู้ชายอย่างฟิวส์


โดย: Tone IP: 49.230.116.16 วันที่: 21 กรกฎาคม 2557 เวลา:11:31:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Moonlight Mile
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




รูปคำอ้ายคุงโซ้ยไผ่โชว์ ถ่ายกับมือจากสวนสัตว์เชียงใหม่
Friends' blogs
[Add Moonlight Mile's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.