Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2549
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
9 พฤษภาคม 2549
 
All Blogs
 
Finding Neverland


นับเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งที่ได้รับการจับตามองในเวทีการมอบรางวัลต่างๆ ในปี 2004 สำหรับ Finding Neverland เรื่องนี้ซึ่งนอกจากจะรวบรวมนักแสดงฝีมือดีไว้หลายคนแล้ว ยังมีพลอตเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับแรงบันดาลใจของผู้แต่งนิยายชื่อดังเรื่อง Peter Pan อีกด้วย ตัวหนังทำได้ดีถึงขนาดได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 7 สาขา ก่อนจะคว้ามาได้เพียงตัวเดียวในสาขา Best Original Score การันตีดีกรีความยอดเยี่ยมของหนังเรื่องนี้มาตั้งเท่านี้ ผมเชื่อว่านี่น่าจะเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่คุณไม่ควรพลาดเลยล่ะ

Johnny Depp รับบทเจ. เอ็ม. แบร์รี่ หรือเซอร์เจมส์ แมทธิว แบร์รี่ นักประพันธ์บทละครชื่อดัง ที่ละครเรื่องล่าสุดของเขาเพิ่งจะล้มไม่เป็นท่า วันหนึ่งขณะนั่งนึกอะไรเพลินๆ ในสวนสาธารณะ เขาก็ได้พบกับซิลเวีย เลเวอลีน เดวิส (Kate Winslet) แม่หม้ายผู้กำลังใช้เวลาร่วมกับลูกๆ ทั้งสี่ของเธอ ซึ่งกำลังเล่นบทบาทสมมติกันอย่างสนุกสนาน เจมส์เกิดสนใจในจินตนาการอันน่าทึ่งของเด็กๆ เหล่านี้โดยเฉพาะกับหนูน้อยปีเตอร์ (Freddie Highmore) และเริ่มสนิทสนมกับครอบครัวนี้มากขึ้น ทั้งๆ ที่เขาเองก็มีภรรยา แมรี่ (Radha Mitchell) อยู่แล้ว จนในที่สุดเรื่องราวระหว่างเขากับครอบครัวนี้ก็นำไปสู่จุดกำเนิดของ Peter Pan และ Neverland ดินแดนในจินตนาการอันแสนมหัศจรรย์

Finding Neverland นับเป็นหนังอีกเรื่องที่มีองค์ประกอบทุกอย่างสมบูรณ์พร้อม ตัวบทนั้นก็ดูง่าย เข้าใจไม่ยาก และเล่นกับอารมณ์ของคนดูได้ดีในหลายๆ ตอน คุณภาพของงานโปรดักชั่นทั้งเสื้อผ้า การแต่งหน้า หรือฉากก็อยู่ในระดับที่พอเหมาะ ไม่เว่อร์จนเกินหน้าเกินตาแต่ในขณะเดียวกันก็ไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน เหตุการณ์ในเรื่องจะดำเนินไปพร้อมๆ กับเหตุการณ์ในจินตนาการซึ่งตัดต่อไปมาได้อย่างลงตัว และน่ารักมากๆ ดนตรีประกอบที่คอยแทรกเข้ามาประปรายนั้นก็ประสบผลสำเร็จในการเร้าอารมณ์คนดู โดยรวมแล้วแทบจะไม่มีอะไรที่ดูแล้วรู้สึกขัดใจเลย พูดแล้วจะหาว่ายอ ...แต่นี่เป็นหนังที่สมบูรณ์แบบมากที่สุดเรื่องหนึ่งเลยแหละ

ทั้งนี้มันจะเป็นภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ไม่ได้เลย ถ้าขาดทีมนักแสดงฝีมือคุณภาพคับกล่องทั้งหลายไป เรามาเริ่มที่ป๋า Johnny Depp กันเลยดีกว่า เรื่องนี้เขาดูจะได้บทที่ไม่เพี้ยนมากเท่าไหร่นัก อาจพูดได้ว่าบทนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อเขา แต่เขาก็ยังแสดงได้ยอดเยี่ยมจริงๆ และสวมบทบาทได้เนียนมากจนดูแล้วประหนึ่งว่าเราเป็นเจมส์ซะเองเลยล่ะ และแน่นอนผลงานการแสดงครั้งนี้ของเขาก็ได้รับการการันตีด้วยการเข้าชิงออสการ์ในสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมอีกด้วย ก็ขอเอาใจช่วยต่อไป ปีหน้าฟ้าใหม่ขอให้ได้ไปกอดสักตัวน้า... อีกคนที่ผมทึ่งไปเลยคือ Kate Winslet ที่ในปีนั้นหล่อนเองก็ได้เข้าชิงในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง Eternal Sunshine of the Spotless Mind เรื่องนี้เธอต้องรับบทเป็นแม่หม้ายผู้ต้องเลี้ยงดูลูกและต่อสู้กับโรคร้าย ต้องบอกว่าเธอเล่นได้โดนใจผมมากๆ สุดยอดและสุดยอดจริงๆ เธอทำให้ผมตาสว่างเสียทีว่าจริงๆ แล้วเธอนั้นมีฝีมือในการแสดงดีเยี่ยมมาตลอด แต่ผมมันบุญน้อยที่ไม่ค่อยจะมองเห็นมันเท่าไหร่ เธอทำให้ตัวละครตัวนี้มีพลังขึ้นมามาก เรียกได้ว่าต้องคอยจับจ้องเธอทุกครั้งที่เธอปรากฎตัวในหนังเลยแหละ หนูน้อย Freddie Highmore เองก็มีฝีมือทีเดียว นับเป็นดาราเด็กอีกคนที่ไม่ต้องกระแดะ แสแสร้ง หรือพยายามทำตัวเด่นเวลาปรากฎตัวก็ดูดีได้ รับรองว่าอนาคตไกลแน่น้องเอ๊ย นักแสดงท่านอื่นไม่ว่าจะ Julie Christie, Dustin Hoffman รวมถึง Radha Mitchell ต่างก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะรายหลังนี่ที่ดูแล้วอดสงสารในชะตากรรมของเธอไม่ได้ และท้ายสุด ขอชื่นชมน้องหมาของเจมส์นั่นด้วย ใจจริงอยากเรียกว่าหมาน้อย แต่ตัวมันไม่น้อยแล้วนิ ขนฟูฟ่อง ตัวก็บะลึ้บฮึ่บ น่ารักน่ากอดเสียนี่กระไร

ขอพูดถึงฉากที่ประทับใจกันบ้าง เริ่มที่ฉากน่ารักๆ อย่างฉากที่เจมส์เต้นรำกับน้องหมาตัวเขื่องนั่นไง เต้นกันจริงๆ นะไม่ได้โม้ แถมมีภาพตัดไปตัดมากับเรื่องราวในจินตนาการที่เจมส์เต้นรำกับหมีในโรงละครแล้วก็มีแดนเซอร์ด้วย เพราะเผอิญน้องหมาเค้าเชื่อว่าตัวเองเป็นหมีน่ะ 555+ น่ารักจริงจริ๊ง อยากได้น้องหมาแบบนี้สักตัวจัง จะนั่งกอดทั้งวันเลย ...หรือฉากซึ้งๆ อย่างฉากที่เด็กชายปีเตอร์นั่งเฝ้าแม่ผู้นอนป่วยอยู่นั่นแหละ ซิลเวียหยิบสมุดที่ปีเตอร์เขียนบทละครที่แต่งเองขึ้นมา แล้วก็พูดว่าแม่ไม่เคยภูมิใจในตัวลูกเท่านี้มาก่อนเลย แล้วทั้งคู่ก็กอดกัน ฮือๆ ซึ้งแสดดด และอีกฉากที่ผมชอบมากที่สุด คือฉากที่ซิลเวียเดินเข้าไปยัง Neverland ซึ่งช่างงดงามยากจะบรรยาย สองฉากนี้เล่นเอาผมปาดน้ำตาป้อยๆ เลยล่ะ ทั้งนี้ต้องขอบคุณการแสดงอันยอดเยี่ยม โดยเฉพาะแม่ Kate Winslet

หนังเรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกเต็มตื้นไปหมดพอดูจบ มันรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจยังไงบอกไม่ถูก ราวกับว่าตัวเองได้เข้าไปอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ ที่ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างสวยงามเป็นไปได้ และในโลกแห่งนี้ เราจะยังคงเป็นเด็กตลอดไป...


Create Date : 09 พฤษภาคม 2549
Last Update : 9 พฤษภาคม 2549 16:45:45 น. 8 comments
Counter : 520 Pageviews.

 
คนแรก(รึเปล่า)
เรื่องนี้อยากดูอ่ะ
แต่ยังไม่ได้ดู
เพราะยังทำใจไม่ได้
ก้อคนมันไม่ชอบหนังเศร้าอ่ะ
แต่ขอบอกว่ากรี๊ดพี่จอห์นนี่ เดปป์สุดๆ
พูดถึงแล้วก้ออยากดูไพเรทส์ฯภาค2
วันนี้เรามาเม้นให้แกเยอะมากเรยนะ
เหตุผลง่ายๆคือกรูว่าง
เจอกัน


โดย: mimu IP: 203.118.110.82 วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:08:12 น.  

 
ชอบ Johnny Depp มากๆ แก้มตอบได้ใจ แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ


โดย: เนียนอ๋อง วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:17:18:08 น.  

 
ชอบเรื่องนี้มากค่ะ ดูแล้วน้ำตาซึมเลยล่ะ


โดย: Mocha Macchiato วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:18:41:09 น.  

 
ได้ดูช่วงที่หนังเข้า ชอบเหมือนกันค่ะ แต่บางคนก็ว่าหนังเอื่อย >
จำได้ว่า แอบร้องไห้ตอนจบ...คิดถึงแม่


โดย: where is it? (unwell ) วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:18:41:42 น.  

 
ป๋าเด้ปเค้าเก่งจริงๆ...

นี่ผมรอดู Pirate อยู่เลยนะครับเนี่ย..


โดย: ... ณ มิตร ... (namit ) วันที่: 9 พฤษภาคม 2549 เวลา:23:16:41 น.  

 
ว่าจะดูหลายครั้งแล้วเรื่องนี้ แล้วก็เปลี่ยนใจไปดูเรื่องอื่นก่อนทุกที


โดย: ไ่่ก่ย่างคุกกี้กรอบหมีชอบหมด วันที่: 10 พฤษภาคม 2549 เวลา:13:29:26 น.  

 
เรื่องนี้ทุกสรรพเสียงแนะนำ แล้วก็ได้ดูจากการเช่า และซื้อเก็บแล้ว ดีสมคำร่ำลือครับ Johnny Depp ยังเป็นดาราในดวงใจเหมือนเดิม ยังจำสัมผัสแรกกับเขาด้วยเรื่อง What's Eating Gilberg Grape ได้เลย หลงเขาเลยเรา เนื้อเรื่องที่ดี Conflict กำลังดี ทำให้ชอบและติดตามดาราคนนี้มาตลอด และก็ไม่เคยผิดหวัง
กลับมาเรื่อง Finding Neverland สิ่งที่ได้คือ คนเราต้องการแรงบันดาลใจครับ ถึงจะสร้างงานระดับ Master Piece ได้ ดังนั้นสำหรับผมต้องหาแรงบรรดาลใจให้ได้แล้วคุณจะรักตัวเองมากขึ้นที่มี Master Piece ซักชิ้น ตอนนี้แรงบันดาลใจของผมเป็นเรื่องลูกครับ
มีหนังอีกเรื่องที่ยังไม่ได้ดูแต่เกี่ยวกับแรงบันดาลใจคือ The Muse เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักเขียนที่เขียนหนังสือไม่ออก และ หาแรงบันดาลใจจนเจอ หากดูแล้วจะเอามาเล่านะครับ


โดย: คนขับช้า วันที่: 21 กันยายน 2549 เวลา:5:26:28 น.  

 
เพิ่งซื้อมา แต่ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ
ไม่ค่อยชอบหนังเศร้าเหมือนกัน แต่เท่าทีอ่านมา ก็น่าสนใจ
ต้องพิสูจน์ !


โดย: nUt IP: 222.123.217.31 วันที่: 16 ตุลาคม 2551 เวลา:2:04:04 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Moonlight Mile
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




รูปคำอ้ายคุงโซ้ยไผ่โชว์ ถ่ายกับมือจากสวนสัตว์เชียงใหม่
Friends' blogs
[Add Moonlight Mile's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.