แผนรักจัดฉากหัวใจ บทที่หก ประกาศตัวอย่างอลังการ
บทที่หก
การประกาศตัวอย่างอลังการ


รุ่งเช้าหนูจิตตื่นแต่เช้าแต่งตัวสวยตามปกติเพื่อไปซ้อมรับปริญญาในวันที่สอง และต้องเอาเสริมสร้างสิริมงคลให้ชีวิตเสียหน่อยด้วยความตั้งใจตื่นขึ้นมาใส่บาตรตอนเช้าพร้อมกับคุณแม่ และถือโอกาสล้างตาที่เมื่อวานที่ใส่บาตรได้เพียงรูปเดียว ก็ต้องหลบฉากตรีภพเสียก่อน จึงตั้งใจอย่างเต็มที่

แต่แล้วเมื่อลงมาในครัว ก็พบว่าแม่ของเธอมีลูกมือคนใหม่แล้วคือตรีภพนั้นเอง ที่ลงมาใส่บาตรด้วยเหมือนกัน ดังนั้น หนูจิตจึงเลี่ยงไปจัดโต๊ะที่หน้าบ้าน และเตรียมดอกไม้ที่หน้าบ้านแทน

ขณะที่จัดของอยู่เพลินๆ ก็รู้สึกว่ามีคนเดินมาหยุดอยู่ด้านหลัง เมื่อหันมาก็พบว่าเป็นคนที่กวนใจเธอคนเดิม เดินถือถาดข้าวปลาอาหารแห้งออกมาอย่างหน้าตาผ่องใส แล้วก็เอ่ยทักเธอว่า

“อรุณสวัสดิ์ ครับ หนูจิต ตื่นเช้ามาใส่บาตรทุกวันเลยหรอครับ”

“ค่ะ” เธอจำต้องตอบสั้นๆ ประหยัดคำพูดพลางก้มหน้าก้มตาดึงถาดในมือชายหนุ่มมาจัดบนโต๊ะ แต่ตรีภพก็ยื้อถาดไว้ให้เธอเงยหน้าขึ้นมาพูดจากันดีๆ เมื่อคู่สนทนาสาวยอมสบตาผู้พูดแล้วจึงได้พูดว่า

“งั้นก็ดีแล้วละครับวันพรุ่งนี้ พี่จะได้มาใส่บาตรด้วยอีก ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน เกิดชาติหน้าจะได้เจอกันอีก”
พูดแล้วก็ยิ้มอย่างแจ่มใสแต่กวนประสาทสิ้นดีใส่ตาของหนูจิต แต่กระนั้นรอยยิ้มพิฆาตใจนั้นก็ทำให้หนูจิตตาพร่านะจังงังไปสามวินาที

จนเมื่อคุณแม่ของหนูจิตตามออกมาสมทบ พร้อมกับขวดน้ำสำหรับกรวดน้ำสองขวด ชายหนุ่มจึงถือโอกาสดึงถาดในมือหนูจิตไปจัดวางเรียงไว้ที่โต๊ะ ขณะที่หนูจิตเฝ้าครุ่นคิดวกวนว่าพี่ภพหมายความอย่างที่พูดจริงๆ รึป่าวนะ มันเธอทำให้ปั่นป่วนและหวั่นไหวนะเนี่ย

เมื่อถึงเวลาใส่บาตร หนูจิตเตรียมตักข้าวใส่บาตรก็มีมือหนาของตรีภพฉวยข้อมือของหนูจิตจับทัพพีอยู่บีบเล็กน้อยไม่ให้มือบางสลัดออกได้ บรรจงหย่อนข้าวใส่บาตรด้วยกัน
(อุ้ยตายๆ ทำยังกะค่ะคู่แต่งงานใหม่แนะ หนูจิตกรีดร้องในใจ)

หนูจิตหน้าร้อนแดงฉ่าจะสะบัดมือมือนั้นออก ก็อยู่ต่อหน้าพระสงฆ์องค์เจ้า จึงต้องข่มใจใส่บาตรให้เสร็จๆ ไปก่อน แล้วค่อยถทึงตามองเจ้าของมือ ที่ทำไม่รู้ไม่ชี้

ส่วนแม่ของเธอก็ไม่ว่าอะไรแถมยังเสไปหยิบถุงแกงมาใส่บาตรต่อหน้าเฉย หนูจิตได้แต่เพียรส่งสายตาให้ว่า ‘แม่ค่ะหลานชายแม่ แตะอั๋งหนูอยู่นะค่ะ สนใจกันบ้างสิ โธ่’

(แล้วเธอปล่อยให้เค้าจับมืออยู่ทำไมละยะ ถ้าไม่เต็มใจ)

เมื่อพระท่านบิณฑบาตผ่านไปแล้ว จึงกระซิบคู่กรณี
“หนูจิตตักข้าวเองได้ พี่ภพ ไปหยิบถุงแกงช่วยคุณแม่เถอะค่ะ”

“ไม่เป็นไรพี่อยากช่วย” ชายหนุ่มกระซิบตอบ แต่ดวงตาพราวระยับอย่างสุขใจที่ได้แกล้ง หนูจิตทำได้เพียงสะบัดหน้าไปอีกทางให้พ้นลูกกระตาคู่นั้น

เช้าวันนั้นมีพระบิณฑบาตทั้งสิ้น 9 รูป แล้วหนูจิตก็โดนจับมือตั้ง 9 ครั้ง พอหันมาหยิบของหวานใส่บาตรมือหนาเจ้ากรรมก็ตามมาจับถุงเดียวกันอีก เลยโดนจับมืออีก 9 ครั้ง รวมเป็น 18 ครั้ง หนูจิตสะดุ้งสะเทือนปานหัวใจจะวายทุกครั้งที่มือสัมผัสกัน ประหนึ่งโดนซ็อตด้วยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ จนต้องสะดุ้งโหยงทุกครั้ง

ท่าทีสะดุ้งโหยงของหญิงสาวสร้างความขบขันและจุดรอยยิ้มล้อๆ จากเด็กวัดตัวเล็กๆ ที่ติดตามหลวงตามาบิณฑบาต (อายเด็กเว้ย) แต่อีตาคนต้นเรื่องกลับตีหน้าตายทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ยังผลให้หน้านวลๆแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างไม่ต้องพึ่งบลัช ออนของ Bobbi Brown ให้ลำบากเลย ยังไม่พอเมื่อใส่บาตรเสร็จจะไปกรวดน้ำ คุณแม่ของเธอที่แยกไปกรวดน้ำคนเดียวอย่างรวดเร็ว จนหนูจิตต้องกรวดน้ำขวดเดียวกับตรีภพโดยชายหนุ่มทำหน้าที่กรวดน้ำส่วนเธอก็ต้องแตะข้อศอกอีกฝ่ายอย่างกล้าๆ กลัวๆ พร้อมทั้งอธิษฐานอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลผิดๆ ถูกๆ พร้อมทั้งแอบขอพร

‘สาธุ เทวดาประจำตัวช่วยลูกช้างด้วย อย่าให้เสียฟอร์มเป็นลมตอนนี้เลย เจ้าพระคู้ณ’

แต่จะด้วยเพราะได้ทำบุญร่วมกันเมื่อครู่ ทำให้ทั้งคู่บังเกิดความอบอุ่นใจอย่างประหลาดที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานร่วมกัน ทั้งสองไม่มีใครรู้ว่าได้เกิดสายใยบางๆ ที่เชื่อมโยงทั้งคู่เอาไว้ นอกจากเหล่าไทมุงที่แอบดูอยู่ในครัว ประกอบด้วย พ่อ แม่ พี่โจที่อุตส่าห์ตื่นมาดูกับเขาด้วย

“แหม โรแมนติกแบบไทยไทยดีจังเลยนะ ตักบาตรจับมือกันด้วย ทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขันกันขนาดนี้คงหนีกันไม่พ้นหรอกเจ้าคู่นี้”

“ดีจังเลยนะได้มาใส่บาตรแบบนี้” ตรีภพเอ่ยขึ้นเมื่อเดินเข้าบ้านด้วยกัน

“ค่ะ” หนูจิตตอบเสียงเบา

“หวังว่าพรุ่งนี้เราคงได้มาใส่บาตรด้วยกันอีกนะ ถ้าใครบางคนไม่กลัวหลบหน้าไปก่อนนะ” เมื่อทิ้งท้ายให้เธอฉิวแล้วเขาก็เดินลอยชายเข้าบ้านไปอย่างลอยนวล

“หยึย ใครกลัวกันยะไม่หลบแน่ พรุ่งนี้เจอกันเลย ชิ” ผู้ชายคนนี้จับจุดอ่อนของเจ้าหล่อนได้ชะงัดนักว่าห้ามท้า

‘งั้นก็เข้าทางพี่นะสิ สาวน้อย’ ชายหนุ่มคิดอย่างนึกสนุกที่ได้แกล้ง ‘เฮอะ หนูจิตเอ้ย แม้ภายนอกจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน แต่ข้างในมันก็ยังเป็นคงเป็นหนูจิตคนเดิมนั้นแหละ’

ในวันนี้พี่โจและพี่ภพได้แท็คทีมมาส่งหนูจิตที่มหาวิทยาลัยซึ่งการปรากฏตัวพร้อมกันของชายหนุ่มรูปงามทั้งสองเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจแก่เหล่าเพื่อนสาวๆ ของหนูจิตมากที่มายืนรออยู่หน้าห้องประชุม โดยต่างมีเป้าหมายหลักเพื่อมาชมโฉมพี่โจที่มารับมาส่งน้องสาวทุกวัน
(พูดแล้วอาจจะไม่เชื่อว่า พี่ชายหนูจิตหล่อใสถูกใจหญิงไม่แพ้ใครนะจะบอกให้)

และตัวพี่โจเองก็ชอบมาหลีหญิงที่มหาวิทยาลัยเองด้วยบวกกับหวงน้องสาวเข้าไปอีก เลยทำให้ชอบแวะเวียนมารับมาส่งน้องสาวเป็นประจำ แต่วันนี้กลุ่มเพื่อนสาวของหนูจิตก็ได้ตื่นตาตื่นใจมากขึ้นไปอีกเพราะมีหนุ่มหล่อ แมน แอนด์แฮนสั่ม อีกคนพ่วงมาด้วย

เพื่อนๆจึงได้ส่งหน่วยกล้าตายวิ่งเข้ามาหาหนูจิตซึ่งก็คือยายแป๊วนั่นเอง ซึ่งแม่คนนี้ก็สนิทกับพี่โจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เนื่องจากเป็นสปายคอยส่งข่าวหนุ่มๆ ที่มาเกาะแกะน้องสาวให้ประจำ จึงถือโอกาสเนียนเข้ามาทำความรู้จักกับตรีภพที่ยืนหล่ออยู่ข้างๆ เสียด้วยเลย แล้วยายแป๊วนี่แหละที่เสนอหน้ารายงานว่านายต้นกล้ามายืนดักรอหนูจิตอยู่ที่หน้าประตูห้องประชุม ให้เพื่อนสาวหาทางหลบฉากโดยด่วน

เมื่อพี่โจได้ยินดังนั้น ก็คิดแผนการเปิดตัวคู่หมั้นกำมะลอของหนูจิตให้นายต้นกล้าเห็นคาตาไปเลยว่า สาวเจ้าเค้ามีเจ้าของแล้วนะโว้ย เอ็งอย่าได้มาแหยม นายต้นกล้าบ้ารักจะได้ตัดใจเลิกตื้อเสียที ซึ่งมีลูกคู่คอยสนับสนุนแผนการคือยายแป๊วตัวดีนั่นเอง

ฝ่ายหนูจิตเมื่อได้ฟังแผนการก็หน้าถอดสี แอบเหลือบมองหน้าผู้รับบทคู่หมั้นกำมะลอ กลัวใจเหลือเกินว่าจะได้ยินคำปฏิเสธ ให้หน้าแตกได้อายทั้งกันพี่ทั้งน้องก็คราวนี้ละ แต่ก็ไม่พบว่าชายหนุ่มที่ถูกดึงเข้าร่วมในแผนการจะทำเช่นนั้น กลับพบแต่รอยยิ้มอย่างกับเห็นว่าเป็นเรื่องสนุกเป็นนักหนา พร้อมกับหันมาจับมือหนูจิตกุมเอาไว้ แล้วบอกกับเพื่อนรักว่า

“ได้สิ เรื่องแค่นี้ทำไมฉันจะช่วยน้องสาวที่น่ารักของฉันไม่ได้ละ ปะ พร้อมรึยัง ไปลุยกันเลย”

“ดีมาก หนูจิตแกยิ้มหน่อยสิ ทำหน้าทำตาให้มันดีใจสมบทบาทเหมือนควงกับคู่หมั้นที่รักกันเหลือเกินหน่อยสิวะ”

หนูจิตที่ตั้งท่าจะดึงมือออกจากมือตุ๊กแกนั้น หันมามองพี่ชายที่ไม่หยุดสร้างความขายหน้าให้สักที จนพี่ชายตัวดีต้องดึงแก้มฉีกยิ้มให้ พร้อมกับกระซิบพอได้ยินกันสองคนพี่น้องว่า

“ฉันคิดแผนนี้เพื่อช่วยแกนะ เอาน่ากลั้นใจแสดงไปเถอะน่า แกอย่าคิดว่าฉันไม่รู้ ว่าน่ะแกแอบดีใจอยู่ ถ้าแกยังขืนดื้ออยู่ ฉันจะแฉเรื่องแกแอบรักไอ้ภพตั้งแต่ตัวกระเปี้ยกให้มันรู้”

หนูจิตได้ฟังคำขู่นั้นก็ตาค้างจ้องมองอย่างไม่คาดคิดว่าพี่ชายจะล่วงรู้ความในใจจนหมดสิ้น หน้าซีดสลับแดง เหวออยู่สามวินาทีเต็มๆ จนตรีภพที่สังเกตท่าทางกระซิบกระซาบของสองพี่น้อง โดยเฉพาะหนูจิตที่หน้าซีดเป็นไก่ต้มสลับแดง ก็กะแฮ่มให้สัญญาณสองพี่น้อง

“ไปกันเถอะหนูจิต พี่ชักจะตื่นเต้นที่จะได้แสดงให้สมบทบาทแล้ว”

หล่อนจึงได้สติหันกลับมาสบตากับนัยน์ตาที่ระยับระยับที่เหมือนจะรู้ทันพร้อมทั้งเสียงหัวเราะในลำคอ อย่างคนถือไพ่เหนือกว่า‘ก็เสียงไอ้โจมันไม่ได้ตั้งใจกระซิบเลย เต็มสองหูแบบไม่ต้องรอให้แฉเลยละ’

‘เอ๊ะ หมอนี่ก็รู้อะไรด้วยหรอ เฮ้ยแล้วฉันจะเอาหน้าไปไว้ไหนเนี่ย โธ่ หมดกัน ทำไมน้า เวลาที่คนคนนี้อยู่ใกล้ๆ ฉันไม่เคยคอนโทรลอะไรในชีวิตได้เลย ใจก็เสียหน้าก็เสีย’

แล้วหนูจิตก็โดนลากไปยังประตูที่เป้าหมายรึก็คือนายต้นกล้ายืนตาโตจ้องมองหนูจิตที่โดนผู้ชายที่ไหนไม่รู้จูงมือเดินเข้าตรงมาหาอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ แล้วทั้งคู่ก็เดินจูงมือกันอย่างหวานชื่นไม่รู้ไม่ชี้เดินผ่านหน้านายต้นกล้าที่ยืนจ้องตาแทบถลนอยู่เข้าไปในห้องประชุม

ภาพบาดตาบาดใจนั้น ทำให้นายต้นกล้าสติแตกวิ่งไปแล้วฉุดข้อมือของหนูจิตเอาไว้ อารามตกใจตามสัญชาติญาณหนูจิตก็ใช้ศิลปะป้องกันที่ฝึกมา หมุนข้อมือออกจากมือนายต้นกล้าอย่างรวดเร็วและบิดข้อมืออีกฝ่ายจนหมุนไปข้างหลังทันที ซึ่งเมื่อได้ยินเสียงร้องโอ้ยดังลั่นจากคู่กรณีก็รีบปล่อยมือทันที แล้วรีบเข้าไปยืนเกาะแขนตรีภพอย่างทันทีทันใด

ท่ามกลางสายตาสนอกสนใจของผู้คนที่ทยอยกันเข้าห้องประชุม แล้วเริ่มหยุดมุงดูด้วยความสนใจ

“ต้นนายทำอะไรเนี่ย ฉันตกใจนะ ไม่ทุ่มไปกองกับพื้นก็บุญแล้ว”

หนูจิตถามขึ้นอย่างไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะกล้าบุกจู่โจม ส่วนตรีภพได้แต่มองการป้องกันตัวของหญิงสาวอย่างทึ่งๆ

‘เห็นทีเราต้องระวังตัวบ้างแล้ว ปฏิกิริยาตอบสนองน่าสนใจดีจริงๆ เลย เอ ระหว่างคนที่ชอบกับคนที่ไม่ชอบมีผลให้สัญชาติญาณในการป้องกันตัวไม่เหมือนกันหรอไงนะ’ (ครุ่นคิดเป็นวิทยาศาสตร์เชียวนะ)

“เราสิต้องถามเธอ ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร” นายต้นถามด้วยแววตาร้าวรานใจ

“เป็นคำถามที่ดีมากครับ ผมชื่อตรีภพเป็นคู่หมั้นของหนูจิตครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณคงเป็นเพื่อนกับคู่หมั้นผมสินะ แต่คงไม่ใช่เพื่อนที่ดีนักหรอกนะ
เพราะการทักทายผู้หญิงแบบที่คุณทำมันเลยไม่ดีเลยนะ โดยเฉพาะผู้หญิงคนนี้เค้ามีเจ้าของแล้วด้วย”

ตรีภพที่บอกด้วยท่าทางเหนือกว่าพร้อมทั้งกุมมือสาวเจ้าอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ ทำให้หญิงสาวเจ้าสาวมือหน้าแดงซ่านตั้งแต่ฟังยังไม่จบประโยคด้วยซ้ำ พร้อมทั้งชำเลืองมองสีหน้าคนที่พูดประโยคฆาตกรรมออกมาง่ายๆ อย่างนี้ ว่าเขาแสดงสีหน้ายังไงนะเวลาพูดออกมานะ แต่ก็พบเพียงสีหน้าที่ดูจริงจัง และแววตาที่ฉายแววมั่นใจในถ้อยคำที่แสดงออกมาเท่านั้น และสิ่งที่ทำให้เธอต้องตาค้างจนเพ้อไปเลยก็คือแววตาหวาน ๆ ที่เขาส่งเข้าตาของเธอเต็มๆ

‘พี่ภพแสดงได้สมจริงมากเลยค่ะ จนหนูจิตเองก็อยากจะเชื่อยังงั้นจัง’

“ที่หมอนี่พูดเป็นความจริงหรอ หนูจิต เราไม่เชื่อต้องเป็นเรื่องโกหกแน่ๆ”
หนูจิตที่ขณะนั้นที่ตกอยู่ในภวังค์ที่สะกดโดยตรีภพก็ตอบออกมาอย่างเผลอไผลว่า

“จริง เรารักพี่ภพมานานแล้ว”

เมื่อหลุดประโยคฆ่าตัวตายให้ออกมาไล่ฆ่าตัวเอง แล้วสติก็กลับมา ปัญญาเกิด ว่าเธอพลาดไปแล้ว จึงรีบหลบสายตาที่แพรวพราวดุจกำลังหัวเราะเริงร่าดุจพอใจในคำตอบนั้น ทำให้ต้องรีบหลบสายตาพญามารก้มงุดมองพื้นด้วยความอายที่สารภาพรักผู้ชายออกไปโต้งๆ

“เป็นไงได้ยินชัดไหม ได้ยินแล้วก็เลิกถามซักที ผมขอเตือนให้เลิกยุ่งวุ่นวายกับแฟนคนอื่นเค้าสักทีนะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน ไปกันเถอะครับหนูจิต”

ตรีภพได้ทีขี่แพะไล่ทันทีพร้อมเอ่ยเน้นๆที่คำว่าแฟนให้ลงไปทิ่มแทงหัวใจอ่อนๆของนายต้นกล้า แล้วก็เดินจูงมือหนูจิตหนีไปอย่างลอยนวล ท่ามกลางไทมุงที่ฮือฮากับข่าวใหม่และได้เป็นสักขีพยานในศึกชิงนางและการประกาศตัวของคู่หมั้นอย่างเอิกเกริกของดาว(ค้างฟ้า)ของคณะ

ในมุมหนึ่งพี่โจของหนูจิตยืนเนียนทำตัวเป็นไทมุงดูเหตุการณ์อยู่กับเขาด้วย คนเจ้าเล่ห์ยิ้มอย่างสาสมใจที่เป็นไปตามแผนขายน้องสาว จนเก็บความสาแก่ใจเอาไว้คนเดียวไม่ได้ต้องโทรไปรายงานคุณยายทั้งสองให้ร่วมยินดีด้วย

“หูย แก เห็นแฟนยายจิตตกานต์ที่อยู่คณะฟูดเทครึยัง หล่อระเบิดเทิดเทิงไปเลยละ แกเห็นรึยัง คือยังงี้เมื่อเช้านี้นะ....”

เสียงเมาท์ของเพื่อนๆ ในระยะเผาขน ที่ดังขึ้นในตอนกลางวันพร้อมกับชี้ชวนกันให้มองมาที่หนูจิต กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวในวันนั้นเลยทีเดียว พวกที่ไม่สนิทก็ตั้งวงเมาท์อยู่ห่างๆ ส่วนพวกที่สนิทกันหน่อยก็เดินเข้ามาถามเหตุการณ์เมื่อเช้าอย่างอยากรู้อยากเห็น ซึ่งหนูจิตก็มีโฆษกประจำตัวคอยแถลงว่าเหตุการณ์เป็นยังไงมาไง และยังซักถามว่ารักกันได้ยัง ตรีภพเป็นใคร ฯลฯ

ซึ่งหนูจิตได้แต่ตีหน้าปุเลี่ยนๆ อย่างอ่อนใจ ปล่อยให้ยายแป๊วชี้แจงแถลงไขแทนอย่างออกรส

เฮ้อ สงสัยพี่โจ อัดข้อมูลมาให้อย่างดีละสิ


ตกเย็นเมื่อซ้อมเสร็จ ผู้คนทยอยกันออกจากห้องประชุมที่ฝึกซ้อม และเป็นไปตามคาดบรรดาฝูงชนที่ติดตามเหตุการณ์เมื่อเช้าต่างมายืนออกมายืนออหน้าห้องประชุมรอดูหน้าหนุ่มหล่อที่ลือกันว่าหล่อนักหล่อหนา แฟนของดาวค้างฟ้าตลอดกาลของคณะ แล้วก็สมใจกองเชียร์ที่ติดตามเหตุการณ์อยู่

ตรีภพปรากฏตัวในสภาพที่หล่อบาดจิตเหมือนเดิม แต่สำหรับเธอมันก็ยังไม่คุ้นชินสักทีสิน่า ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนดูทะมันทะแมง และเท่บาดใจในกางเกงยีนที่ดูดีกว่าที่ควรจะเป็น จนน่าจะไปเป็นนายแบบให้กางเกงยีนลีวาย ซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยนะ จะมัวไปสอนหนังสืออยู่ทำไมก็ไม่รู้ อันนี้ประชด

ชายหนุ่มเดินเข้ามาหาหนูจิตด้วยท่าทางสบายๆ แล้วก็ตรงเข้ามาจูงมือพร้อมถือประเป๋าให้หญิงสาวอย่างสุภาพบุรุษประหนึ่งว่ารักและทะนุถนอมหญิงสาวซะเต็มประดา ซึ่งก็สร้างความอิจฉาแก่บรรดาสาวๆ ที่มารอชมโฉมเป็นอย่างยิ่ง‘แหม น่าอิจฉาจัง มีแฟนที่ทั้งหล่อทั้งใจดี ดูสิท่าทางจะรักกันมากนะ’

เสียงกระซิบนินทาแกมหมั่นใส้ที่ดังจากฝูงชะนีไทมุงนั้น สมใจพี่โจที่เดินตามคู่รักกำมะลอเป็นอย่างยิ่ง ดี ลือกันเข้าไป เรื่องนี้ประโยชน์หลายอย่าง ทั้งทำให้สองคนนั้นอินกับบทบาทแล้วหนึ่งล่ะ และสองเขี่ยพวกตื้อน้องสาวเราไปไกลๆ ซะ ฮึ ฮึ ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว

แล้วคณะของหนูจิตก็ได้ไปรับประทานส้มตำเจ้าอร่อยที่งานนี้พี่โจเป็นเจ้ามือเลี้ยงเองด้วยครึ้มใจที่แผนการประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม
(แต่แอบคิดว่ายังไม่ใช่ที่สุดของเรื่องราวหรอก มันมีตอนต่อไปเว้ย นี่แค่น้ำจิ้ม)

“ขอบใจมากนะเว้ย ไอ้ภพที่ช่วยอย่างเต็มที่สมบทบาทมาก แต่อย่าอินนะเว้ย” พี่โจกล่าวอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส

(พี่โจจะอารมณ์ดีไปไหนเนี่ย เห็นแก่หน้าน้องสาวบ้างเถอะ)
หนูจิตคิดอย่างท้อแท้ใจที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้ต้องคอยไหลไปตามเกมของพี่โจเท่านั้น

“อ้าวแกสองคนกินให้เติมที่ ฉันรู้ว่าแกอยากกินส้มตำปูปลาร้า แกจากบ้านไปนานคงคิดถึงรสชาติปลาร้าไทย ส่วนแก่หนูจิตเอาลาบน้ำตก ต้มแซ่บ ไก่ย่าง และคอหมูย่าง เหมือนเดิมใช่ไหมจัดไป”

“ได้จะล้มทับเสี่ยโจทั้งทีมันต้องให้เต็มที่สุดๆไปเลย”
ว่าแล้วหนูจิตก็สั่งอาหารมาจนเต็มโต๊ะ แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตากินเพื่อระบายความคับแค้นในจิตใจ
‘วุ้ย ไม่ต้องรักษามันแล้วภาพพจน์ มันเสียจนไม่มีอะไรจะเสียแล้ว’

“หนูจิตกินเสร็จแล้ว พี่ไม่ขออะไรมาก แกตอบแทนพี่โดยการร้องคาราโอเกะให้พี่ฟังหน่อยนะ ร้องให้เต็มที่ไม่มีอั้น แต่เพลงแรกฉันขอ เล่นของสูงของบิ๊กแอส ต่อด้วยวัดใจของซิลลี่ฟูลนะ แกร้องแล้วมันได้อารมณ์จริงๆ พี่ชอบ”

“จัดไป เดี๋ยวแถมเพลงคิดฮอดของบอดี้แสลมให้ด้วย”

หนูจิตที่ไม่มีภาพพจน์ให้รักษาแล้วก็ตอบตกลงทันที เพราะชอบร้องคาราโอเกะมากอยู่ถึงขนาดสามารถร้องได้ตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืนเลยก็ได้

(เอาเข้าไป)

และร้านนี้สองพี่น้องมากินและมาร้องคาราโอเกะเป็นประจำจนสนิทกับเจ้าของร้านแค่โทรมาล่วงหน้า มาถึงเข้าห้องเดี่ยวคาราโอเกะได้เลย

ส่วนตรีภพได้แต่มองด้วยความอึ้ง ทึ่ง และอมยิ้มขบขันสองพี่น้องคู่นี้ที่ร่วมกันร้องเพลงคาราโอเกะด้วยกันอย่างสนุกสนาน และตัวเขาเองก็สนุกที่ได้เห็นตัวตนอีกด้านหนึ่งของหนูจิตที่สุดๆ ไปเลยในตอนนี้ ทั้งร้องทั้งเต้นอย่างสนุกสุดเหวี่ยงลืมตาย เฮ้ย ลืมอายกันไปเลย

นี่เจ้าโจมันพาน้องมันมาละลายพฤติกรรม รึไงวะ หึ หึ โคตรฮาเลย คนอะไร
เมื่อเห็นน้องสาวทั้งร้องทั้งเต้นอย่างสุดเหวี่ยงแล้ว พี่โจก็หันมาชวนเพื่อนรักครวญเพลงให้ฟังเป็นเกียรติแก่เจ้าภาพสักเพลง ซึ่งตรีภพก็อิดออดไม่อยากร้องเท่าไหร่นัก แต่ทนกระแสคะยั้นคะยอของเพื่อนรักไม่ไหวจึงต้องจำใจร้อง

เพลง Superman (it not Easy) เพลงโปรดที่งัดมาร้องในเวลาฉุกเฉินอย่างนี้
I'can't stand to fly
I'm not that naive
I'm just out to find
The better part of me

I'm more than a bird:I'm more than a plane
More than some pretty face beside a train
It's not easy to be me

Wish that I could cry
Fall upon my knees
Find a way to lie
About a home I'll never see

It may sound absurd:but don't be naive
Even Heroes have the right to bleed
I may be disturbed:but won't you conceed
Even Heroes have the right to dream
It's not easy to be me

Up, up and away:away from me
It's all right:You can all sleep sound tonight
I'm not crazy:or anything:

I can't stand to fly
I'm not that naive
Men weren't meant to ride
With clouds between their knees

I'm only a man in a silly red sheet
Digging for kryptonite on this one way street
Only a man in a funny red sheet
Looking for special things inside of me
It's not easy to be me.

ฉันไม่อยากฝืนบินต่อไปอีกแล้ว
แล้วก็ไม่ได้แกล้งตีหน้าซื่อหรอกนะ
ฉันเพียงแค่อยากออกไปค้นหา
ในส่วนที่ดีกว่านี้ในตัวฉันเอง

ฉันเป็นยิ่งกว่านก เร็วกว่าเครื่องบินซะอีก
เป็นได้มากกว่าหน้าหล่อๆ ที่คอยบินตามหยุดรถไฟ
มันไม่ง่ายเลยนะ ที่จะเป็นตัวฉันเอง
ฉันหวังจะได้ร้องไห้เสียบ้าง
และอยากนอนเอกเขนก
อยู่ในบ้านของตัวเอง ที่ฉันก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ไหน

มันอาจจะฟังดูแล้วเหลวไหลไร้สาระ
แต่อย่าโปรดอย่าหัวเราะเลย
แม้แต่ วีรบุรุษก็มีสิทธิที่จะได้รับบาดเจ็บ
ฉันอาจพูดจากวนๆ แต่คุณคงต้องยอมรับว่า
แม้แต่วีรบุรุษก็มีสิทธิที่จะฝันกับเขาเช่นกัน
เป็นตัวฉันนี่มันไม่ง่ายเอาซะเลย

บินสูงขึ้น และสูงขึ้นไป หนีไปจากตัวตนของฉันเอง
แต่ไม่ต้องกลัวหรอกนะ คืนนี้พวกคุณทุกคนนอนหลับอย่างสบายใจได้
ฉันไม่ได้เป็นบ้า หรือเป็นอะไรไปหรอก

ฉันไม่อยากทนฝืนบินต่อไปอีกแล้ว
ฉันไม่ได้งี่เง่านะ
ฉันก็เป็นแค่คนๆนึงที่ไม่คิดเคยฝันว่า
จะต้องมาเหาะเหิน เหนือก้อนเมฆอย่างนี้

เป็นแค่ชายธรรมดาคนหนึ่ง ภายใต้ผ้าคลุมสีแดงที่ดูงี่เง่านี้
คอยขุดหาแร่คริปโตไนท์ตามถนนที่หาทางกลับไม่ได้สายนี้
ฉันก็เป็นแค่ผู้ชายภายใต้ผ้าคลุมสีแดง ที่ดูน่าขัน
ที่คอยมองหาสิ่งพิเศษอื่นๆในตัวเอง

ไม่ง่ายเลยที่จะเป็นซุปเปอร์แมน

หนูจิตเมื่อได้ฟังเสียงของชายหนุ่มในฝันก็ดั่งต้องมนตราในเสียงร้องที่ทุ้ม หวาน แต่แฝงด้วยความเศร้า เพราะเมื่อได้ฟังแล้วเธอคิดว่าเพลงนี้สะท้อนตัวตนที่ซ่อนอยู่ภายในของตรีภพนั่นเอง ข้างในของเขาเหมือนร่ำร้องบอกว่าการเป็นตัวฉันนั้น มันไม่ง่ายเลยที่ต้องซ่อนความอ่อนแอไว้ภายใต้ท่าทางที่เข้มแข็งที่แสดงออกให้ทุกคนเห็น คิดๆ ไปมันก็น่าสงสารเหมือนกันนะ


วันรุ่งขึ้น วันนี้เป็นวันซ้อมใหญ่ของการซ้องรับปริญญา ต้องใส่ชุดจริง หนูจิตจึงตื่นแต่เช้าตรู่บรรจงแต่งตัวอย่างสวยปราณีตกว่าทุกวัน เพราะวันนี้เป็นวันที่บัณฑิตจะได้ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกอย่างจุใจ เพราะถึงวันจริงมักไม่มีโอกาสได้ถ่ายภาพมากนักด้วยเวลาที่มีจำกัดและผู้คนที่มากมายไม่สะดวกในการถ่ายรูป ทำให้หนูจิตในวันนี้ พิถีพิถันทำผมเปียกางปลารอบศีรษะที่ยิ่งส่งให้ใบหน้าดูหวานเด่นชัดมากขึ้น เมื่อประกอบกับแต่งหน้าอ่อนๆอย่างเป็นธรรมชาติสวยงามน่ารักในชุดนักศึกษาถูกระเบียบ เมื่อเธอปรากฏกายลงมาด้านล่างเพื่อเตรียมตัวใส่บาตรร่วมกับคุณแม่และคนบางคนที่ส่งคำท้ามาให้เมื่อวาน ยังผลให้คนบางคนนั้นเมื่อเห็นสาวเจ้าก็ตะลึงไปชั่ววินาทีแต่รีบเก็บอาการก่อนที่ใครจะสังเกตเห็น


แต่ช้าไปแล้ว ต๋อย ยกเว้นพี่โจของเธอที่ที่เห็นเต็มสองตา แหม ไม่เสียแรงที่วันนี้ลงทุนตื่นแต่เช้า เพื่อมาสังเกตการณ์และจัดเตรียมกล้องถ่ายรูปสมรรถนะสูง ที่ทั้งเช็ด ทั้งถู เลนส์และกล้องอย่างทะนุถนอม

ซึ่งเหตุการณ์การใส่บาตรของทั้งคู่ก็ยังหมุนวนซ้ำรอยเดิมของเมื่อวานที่ตักบาตรกันไปจับมือกันไป มองดูน่ารักน่าเอ็นดูในสายตากองเชียร์ยิ่งนัก โดยเฉพาะพี่โจที่แอบเก็บภาพความสนิทสนมของทั้งคู่ที่ตักบาตรกระชับความสัมพันธ์โดยใช้พระพุทธศาสนาเป็นสื่อสายใยเชื่อมรักไว้หลายภาพที่เดียว

(หึ หึ เอาไว้แบล็กเมล์ไอ้ภพ และส่งให้คุณยายดู หุ หุ)

เมื่อสบโอกาสตอนที่กรวดน้ำร่วมกัน ตรีภพก็ได้เอ่ยปากชมหญิงสาวว่า
“วันนี้สวย น่ารักมากครับหนูจิต”
เล่นเอาสาวเจ้าเขินหน้าแดงแจ๋อายม้วนต้วนไปไม่เป็นอยู่ครู่หนึ่ง จนได้ยินเสียงชัตเตอร์จากด้านหลังนั่นแหละถึงสะดุ้งลงขึ้นยืน แล้วหันมาเอาเรื่องพี่ชายตัวดี ที่บังอาจเป็นปาปารัชซี่ถ่ายรูปทีเผลอ แต่พี่โจก็ไวปานวอกหลังจากเก็บภาพซ็อตเด็ดได้แล้วก็วิ่งหายเข้าบ้านไปทันที

ทั้งครอบครัวเดินทางมาถึงมหาวิทยาลัยและถ่ายภาพครอบครัวร่วมกันจนเป็นที่พอใจแล้ว พ่อแม่ก็ปล่อยให้เด็กๆ ถ่ายรูปกันต่อโดยขอตัวกลับไปทำงานก่อน แล้วเป็นโอกาสให้พี่โจก็เจ้ากี้เจ้าการจัดการให้ตรีภพมาถ่ายรูปคู่กับน้องสาวหลายรูป
(โอย ถ้ามีพานอยู่แถวนั้นก็คงจะจับมัดมือมัดเท้าใส่ประเคนให้ไปแล้วละ)


ซึ่งแรกๆหนูจิตก็เขินๆไม่กล้ายืนใกล้ชายหนุ่ม จนตากล้องใหญ่ทนไม่ไหว ต้องมาจัดท่าให้ใกล้ชิดด้วยตัวเอง แต่ด้วยความชอบถ่ายรูปเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อผ่านไปสักพักหนูจิตก็ไหลลื่นโพสต์ท่าคล่องแคล้วปานนางแบบเลยทีเดียว ฝ่ายพี่โจนั้นสมใจอยู่แล้วเก็บภาพน้องสาวกับเพื่อนรักอย่างมีความสุขมั่กๆๆ


‘หนูจิตดวงตาแกมันช่างฉายแววแห่งความสุขจังเลยนะ ส่วนไอ้ภพก็ไม่เห็นมองที่อื่นนอกจากหน้าน้องฉันเลยนะ จะตาหวานไปไหนเนี่ย เป็นเอามากนะไอ้คู่นี้ แต่ปากแข็งทั้งคู่ เดี๋ยวมันต้องยอมจำนนด้วยฝีมือการถ่ายภาพของเรา ภาพมันฟ้องเว้ย ฮึ ฮึ’

โจมองทั้งคู่ด้วยสายตาหมายมาด ไอ้ภพ เอ้ย แกมันน้องเขยที่ฉันคัดเลือกเองกับมือ ฉันไม่ปล่อยให้แกหลุดมือน้องสาวฉันง่ายๆ หรอก

เพราะจะว่าไปในมุมของโจจอมจุ้นนั้น เขาเป็นคนหวงน้องสาวเป็นชีวิตจิตใจ ดังนั้น คนที่จะมาเป็นน้องเขยของเขาต้องผ่านเกณฑ์ที่ตั้งเขาไว้ ซึ่งก็ไม่มีอะไรมากต้องมีคุณสมบัติที่มากกว่าหรือเท่ากับเขาเท่านั้น และผู้ชายในรอบ 25 ปีที่ผ่านมา คนที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานก็มีตรีภพนี่แหละ ที่เขาสามารถการันตรีได้ว่ามันเป็นคนดีจริงเหมาะที่จะโอนให้ดูแล (ภาระ) น้องสาวต่อไป และเหตุผลสำคัญคือ มันเป็นพันธะสัญญาของตระกูลที่ต้องทำให้สำเร็จให้ได้ ไม่งั้นบรรพบุรุษจะนอนตายตาไม่หลับ ดังนั้น เหตุผลด้วยประการใดๆ ทั้งปวงนี่ แหละที่ทำให้ตรีภพมีคุณค่าที่คุณคู่ควรที่สุด

‘แต่ขอโทษเถอะชีวิตมันไม่ได้ง่ายขนาดหรอก นายประเมินฉันต่ำเกินไปแล้วไอ้เพื่อนยาก’


ส่วนหนูจิตภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มในอารมณ์ที่มีความสุขเหมือนตกอยู่ในห้วงรัก แต่ภายใต้ท่าทางนั้นได้ซ่อนความรู้สึกที่มีต่อคนที่ยืนอยู่ข้างๆ แน่นอนละความรู้สึกที่มีต่อผู้ชายคนนี้เธอเฝ้าถามตัวเองไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งว่ามันเป็นความรักหรือความเกลียดกันแน่ คำตอบก็มีอยู่แล้วว่าเป็นความรักมากกว่าความชัง แต่ไอ้ความรู้สึกนั่นมันก็ยังไม่มากเพียงพอที่จะมองข้ามทำเป็นมองไม่เห็นบางสิ่งที่มีอยู่ในตัวของผู้ชายคนนี้ จะว่าไปเขาก็เหมือนปริศนาเรขาคณิตที่ซับซ้อนแก้ยากมากที่สุดโจทย์หนึ่งของชีวิต เธอเฝ้าถอดรหัสผู้ชายคนนี้อย่างสงสัยว่าท่าทีที่แสดงออกกับสิ่งที่อยู่ในจิตใจมันเป็นสิ่งเดียวกันหรือไม่ ไอ้ท่าทางที่จี๋จ๋าหวานจ๋อยกับเธอตั้งแต่กลับถึงเมืองไทยมันเป็นเรื่องจริงหรือแค่การแสดงเท่านั้น เพราะจะว่าไปไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เขาทำมันก็แค่ฉากหน้าของจิ้งจอกเก้าหางที่สวมบทบาทที่คนอื่นๆ คาดหวังอยากจะเห็นจากบุรุษต้นแบบคนนี้เท่านั้น แต่ใจจริงๆ ของเขานั้น ยังไม่มีใครหยั่งถึง

แต่เธอก็รอที่ได้รู้เหมือนกันว่ามันเป็นยังไงแน่ ถามว่าเธอรู้ได้ยังไงนะหรอก็อาจเป็นเพราะเคยตกเป็นเครื่องมือทดลองทางวิทยาศาสตร์ของเค้ามาตั้งแต่เด็ก ทำไมจะจำไม่ได้ว่าแววตาของคนคนนี้เวลาที่ได้ทดลองนั้นเป็นยังไงมันก็เหมือนกับตอนนี้นี่แหละ สนุกที่ได้รอคอยชมความปั่นป่วนของคนอื่น ให้เป็นไปตามการวางแผนของเขา เอาละ เอาเป็นว่า การแสดงออกนี้มันดูจงใจเกินไป ตั้งใจเกินไปหน่อยก็แล้วกันละ

แต่ก็นะ ตามประสาเธอ อีกใจหนึ่งเธอก็แอบหวังให้การแสดงออกของผู้ชายคนนี้ ว่าเป็นความรู้สึกที่ออกมาจากใจส่วนลึกของเค้า เพราะถ้ามันเป็นอย่างที่แอบหวังจริงๆได้ละก็ การกระทำที่เขาเคยทำกับเธอเธอจะยกประโยชน์ให้จำเลยทั้งหมด เมื่อมีความรักก็ไม่มีการกระทำใด ที่ความรักเอาชนะไม่ได้ ก็ตัวเธอเองนี่ที่ดันรักเขาฝังจิตฝังใจ ทำไงก็แกะไม่ออกเอง จะโทษใครได้นอกจากใจเธอเองที่เอนเอียงไปหาเขา

เอาเป็นว่ามันจะเป็นการแสดงที่แนบเนียนหรือเป็นเรื่องจริงก็แล้วแต่ละ ถ้าถึงเวลาที่จะได้รู้มันก็คงจะได้รู้เองแหละ เพราะแม้แต่ตรีภพก็เล่นละครไม่ได้ตลอดเวลาหรอกน่า หนูจิตจะให้เวลาคนคนนี้พิสูจน์ความจริงสองปีก็แล้วกัน เพราะตอนนี้เป้าหมายจริงๆ ของเธอคือการเรียนต่อ ระยะเวลาที่ห่างกันมันคงพิสูจน์อะไรได้บ้างละนะ คงจะพอพิสูจน์ใจคนได้นะ ทั้งใจเขาและใจของเธอเองด้วย


หลังจากเหตุการณ์นั้น ผ่านพ้นไป ตรีภพก็กลับไปบ้านไร่พร้อมทั้งส่งข่าวมาว่าขณะนี้กำลังยุ่งง่วนในการไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัยซึ่งกำลังจะเปิดเทอมในอีกสองเดือนข้างหน้าทำให้ชายหนุ่มต้องเตรียมการสอนในเทอมหน้าที่จะมาถึง และไม่แน่ใจว่าจะสามารถมาร่วมงานรับปริญญาของหนูจิตในวันจริงได้หรือไม่ ตัวเธอเองบอกผ่านพี่โจว่า

“พี่ภพ เพิ่งไปทำงานใหม่ไม่ต้องเสียงานเสียการมาเลยค่ะ เพราะยังไงพี่ภพก็แสดงความยินดีกับหนูจิตแล้วนี่นา แค่นี้ก็พอแล้ว”

แม้ปากจะพูดอย่างนั้น แต่ก็อดแอบหวังไม่ได้ว่า เขาอาจจะมาเซอร์ไพรส์ก็ได้นะ (ตามประสาคนชอบให้กำลังใจตัวเอง)

แต่เธอเองก็ไม่มีเวลาคิดเรื่องตรีภพมากนัก เพราะยุ่งกับการเตรียมตัวไปเรียนต่อที่ใกล้เข้ามาทุกที ไหนจะเตรียมของ เตรียมเอกสารการเรียนต่อ เอกสารการเดินทาง การติดต่อมหาวิทยาลัย การหาที่พัก เพราะว่าในช่วงแรกพี่โจไปด้วยทำให้ต้องหาที่พักที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยและพี่โจก็อยู่ด้วยได้ จึงลงตัวที่บ้านพักของคุณยายแมรี่ ที่เพื่อนของพี่โจแนะนำให้อีกที เพราะว่าผู้เช่าคนเดิมเป็นนักเรียนไทยที่เรียนจบแล้วกำลังจะกลับเมืองไทยพอดี ทำให้มีบ้านพักว่างเข้าทางหนูจิตต้องการพอดี

แล้วไหนจะเรื่องต้องขายของรักของหวงของหนูจิตที่ต้องระบายออกก่อนจะไปเมืองนอก (แม้ว่าจะไม่อยากขายก็เถอะแต่มันจำเป็นต้องการเงินนี่นา) ซึ่งก็มีออร์เดอร์ส่งซื้อล็อตใหญ่เข้ามาเหมาหมดพอดี จ่ายเงินอย่างรวดเร็วอีกต่างหาก แต่เพราะเธอมัวยุ่งกับการเตรียมตัวไปเรียนต่อ จึงต้องรบกวนพี่โจเป็นธุระส่งสินค้าให้แทน และต้องเตรียมตัวรับปริญญาอีกละ เห็นไหมละว่าแต่ละวันที่ผ่านไปนั้น หนูจิตยุ่งขนาดไหนจนไม่ได้มีเวลาคิดถึงคนบางคนมากนัก




Create Date : 18 มีนาคม 2554
Last Update : 25 มีนาคม 2554 10:31:16 น.
Counter : 374 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

joyey
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ดีจ้า
ชื่อ joy ค่ะ


มีงานเขียนนิยาย เป็นเรื่องความรักสดใส แต่เจือปนไปด้วยความฮา ของความรั่วของนางเอกและพี่ชายที่เท็กทีมกันกับคุณยายหัวใจยังเเหวว ร่วมกันจับคู่หลานชายกับหลายสาว จนเกิดความรักใสๆ หัวใจฮาๆ


เป้าหมายของเราคือเขียนนิยายรัก สดใส เฮฮา อ่านแล้วอมยิ้ม เป้าหมายมีไว้พุ่งชน
มีนาคม 2554

 
 
1
2
5
6
8
10
11
12
13
15
16
17
19
20
21
22
23
24
26
27
29
30
31