แผนรักจัดฉากหัวใจ บทที่สี่ปรับตัวใหม่ แต่หัวใจดวงเดิม
บทที่สี่
ปรับตัวใหม่ แต่หัวใจดวงเดิม


เมื่อจิตตกานต์นอนคิดจนตกผลึกทางความคิดแล้ว ก็ตัดสินใจได้ว่า ถึงเวลาที่ต้องแก้ไขปัญหาแล้ว เริ่มจาก หาแนวร่วม


หนูจิตเข้าไปคุยกับพี่โจเพื่อช่วยกันหาทางออกเรื่องการเรียนต่อ และเรื่องหาเงินปลดหนี้ เรื่องหลังนี้เมื่อไปสำรวจสิ่งของที่มีอยู่ในครอบครองแล้ว พบว่า

มีของเเบรนเนมจำนวนมากอย่างทั้ง กระเป๋า ด้านรองเท้าก็เหมือนกัน นาฬิกา เสื้อผ้า และน้ำหอม และอื่นอีกมากมายกองเป็นภูเขาเลากา ที่ไม่ค่อยได้ใช้บางชิ้นใช้แค่ครั้งเดียว หรือยังไม่ได้ใช้เลยก็มี ทุกชิ้นเจ้าหล่อนรักมากจนไม่อยากตัดใจขายเลยสักชิ้น ซึ่งหนูจิตเสียดายก็สุดแสนเสียดาย แต่ก็ต้องคัดเลือกอยู่นานหลายหน ว่าชิ้นไหนควรจะอยู่ต่อชิ้นไหนควรจะไป

“เฮ้อ อันนี่ Mulberry เชียวนะ ฮือชี้นนี้ Bottega veneta อืมอันนี้ก็ Fendi ลูกรักนี่ อูยเสียดาย Pucci แล้วก็ YSL และ CHLOE ด้วย โอ๊ย ตัดใจไม่ลงอะ”

(เชื่อแล้วว่าบัตรเครดิตหล่อนทำไมถึงเกินวงเงินทุกใบ)

แต่สุดท้ายก็ต้องตัดใจเลือกเฉพาะที่รักที่สุดในแต่ละหมวดมาสามลำดับแรก นอกนั้นไปอยู่กับคนอื่นเถอะนะ (ถ้ามีคนซื้อนะ) ในตอนแรกหนูจิตคิดว่าจะเปิดเว็ปไซด์ขายของรักของหวงเหล่านี้ จึงปรึกษาพี่โจที่เป็นโปรแกรมเมอร์น่าจะได้การ

พี่โจเมื่อได้ฟังกลยุทธ์ปลดหนี้ของน้องสาวก็ถามว่า

“แกจะทนได้หรอ ถ้าขายแพงเท่าราคาที่แกซื้อมาใครเค้าจะซื้อ มันต้องตั้งราคาลดลงซัก 20-30 % ขึ้นไปนะ แกอย่ามาร้องไห้เสียดายของไม่ได้นะ ไม่ใช่ว่าถึงเวลาเกิดมีคนซื้อจริงถึงเวลาไม่อยากส่งให้เค้าซะงั้นอีกละ เสียคนละงานนี้”


“ ก็เสียดายนะสิ แต่ละชิ้นนะหนูจิตรักมาแล้วต้องไปช่วงชิงมาตอนที่ Sale นะ ต้องไปรอตั้งแต่ห้างยังไม่เปิดด้วยนะบางที แต่หนูจิตอยากหาเงินใช้หนี้ แม้ยังไม่ทั้งหมดก็จริง แต่ดีกว่าไม่ทำอะไร พี่โจช่วยหนูจิตหน่อยนะ นะค่ะ นะค่ะ”


เท่านั้นแหละพอน้องสาวอ้อนหน่อยนายโจก็ให้การสนับสนุนกิจการของน้องสาว โดยสัญญาว่าจะทำหน้าเว็บไซด์ให้ และให้หนูจิตไปลิตส์รายชื่อของสิ่งของจิปาทะที่จะขายและถ่ายรูปมาพร้อมทั้งเขียนบรรยายสรรพคุณสินค้าหรือโฆษณาชวนเชื่อมาให้เรียบร้อยด้วย


เอาเป็นว่าเรื่องแรกผ่านไป เรื่องต่อมา หนูจิตเริ่มต้นเล่าเรื่องให้พี่ชายฟังว่าจากที่ได้สอบชิงทุนเรียนต่อปริญญาโทไว้สองสามที แล้วผลออกมาคือสอบผ่านทั้งหมด แต่หนูจิตอยากเรียนต่อที่ออสเตรเลีย ทั้งที่ใจจริงอยากไปต่อที่ญี่ปุ่นใจจะขาด แต่เพราะติดเรื่องค่าครองชีพสูงมาก

(เพราะหนูจิตตอนนี้คงอยู่อย่างหรูหราไม่ได้) บวกต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มอีกหกเดือนจึงต้องพับไป การเรียนต่อครั้งนี้จะได้ไปหรือไม่ต้องขอแรงพี่ชายในการเป็นแบ็คและกระบอกเสียงในการเกลี่ยกล่อมคุณพ่อคุณแม่ที่เคารพให้คล้อยตามฝ่ายพี่โจเมื่อได้ฟังเรื่องของน้องสาวก็คิดว่า

’จะบอกไงดีว่าคุณยายจะส่งแกเรียนแล้ว แหละไม่ต้องคิดมากหรอก ตอนนี้รับปากว่าจะช่วยพูดก่อนดีกว่าแล้วค่อยคุณยายหรือคุณพ่อพูดเองดีกว่า’


“เอโช น้องรัก พี่เห็นว่าแกตั้งใจจริงและอยากปรับปรุงก็ควรสนับสนุน พี่จะช่วยแล้วกัน แต่ไปเรียนเมืองนอกจะใช้เงินฟุ่มเฟือยไม่ได้เหมือนก่อนแล้วนะ พี่เป็นห่วงกลัวแกจะทนกัดก้อนเกลือกินไม่ได้ “

“พี่โจหนูจิตเอาจริงนะ จะตั้งใจแล้วว่าปรับปรุงตัวด้วย ต่อไปนี้จะซื้ออะไรจะซื้อเท่าที่จำเป็นต้องใช้ ไม่ต้องคำนึกถึงแฟชั่นมากแล้ว แต่เรื่องเครื่องสำอางเห็นจะต้องลดลงบ้างแต่ตัดหมดไม่ได้มันต้องมีบ้าง เพราะผู้หญิงอย่าหยุดสวยค่ะ เพราะหนูจิตไม่ยอมกลับไปเป็นหนูจิตคนเดิมหรอก เรื่องกัดก้อนเกลือกินนะหนูจิตเรื่องกินคงไม่เยอะเท่าไหร่ แล้วก็จะหางานพิเศษทำด้วย”

“เอาเป็นว่า ถ้าขาดอะไรก็บอกแล้วกัน เรานะไม่เคยไปอยู่ไกลหูไกลตาพี่และครอบครัวเลย พี่เป็นห่วงจริงๆ แล้วนี่ถ้าใครมาจีบแก ใครจะคอยกันให้ละเนี่ย ยิ่งมีน้องสาวกับเค้าคนเดียวอยู่ด้วย ไม่ได้การแล้ว ฉันต้องบินไปดูแลแกก่อนสักสามเดือน”

พี่โจเริ่มออกอาการหวงน้องสาวอีกแล้ว คิดดูสิขนาดเรียนที่เมืองไทยแท้ๆ พี่แกยังคอยไปรับไปส่งเลย

“พี่โจ พอเลย หนูจิตดูแลตัวเองได้ น้องสาวพี่ไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น แล้วไหนงานการพี่ละ พี่โจเป็นห่วงหนูจิตเข้าใจและดีใจที่มีพี่ชายที่แสนดีขนาดนี้ แต่ถ้าไม่ปล่อยให้ออกไปเผชิญโลกกว้างละก็แล้วหนูจิตจะดูแลตัวเองได้ยังไง แล้วพี่ก็อยู่ดูแลหนูจิตไม่ได้ตลอดหรอกน่า สักวันหนูจิตก็ต้องยืนด้วยขาของตัวเองอยู่ดี”

“ที่แกพูดมามันก็มีเหตุผล แต่ยังไงพี่ก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี เอาเป็นว่าเราพบกันครึ่งทาง เอางี้ วันเดินทางพี่ไปส่งแล้วอยู่ช่วยแก หาที่พัก ดูมหาลัย ดูลาดลาวหรือท่องเที่ยวกันแถวๆนั้นตามประสาพี่น้องก่อนสักเดือนสองเดือน น่า พี่จะอยู่ดูจนแน่ใจว่าแกอยู่ได้ไม่มีปัญหาจริงๆ พี่จะได้หมดห่วง น้องพี่เป็นสาวเป็นแส่ต้องไปอยู่ห่างไกลบ้านขนาดนั้น ส่วนเรื่องงานของฉัน แกไม่ต้องเป็นห่วงขอแค่ที่นั้นมีอินเทอร์เน็ต ที่ไหนฉันก็ทำงานได้ ไม่ลำบากหรอกน่า เฮ้อ ยิ่งคิดฉันก็ยิ่งเป็นห่วงแกจริงๆ ถ้าที่โน่นมีไอ้คนจอมตื้อเหมือนไอ้ต้นกล้าที่มันคอยตามแกอยู่นี่ใครจะคอยช่วยแกละเนี่ย”


พี่โจกลับเข้าสู่โหมดหวงน้องสาวอีกแล้ว แต่เหตุผลก็ดูเข้าทีเหมือนกัน เพราะเวลามีปัญหาพี่เราก็เป็นคนคอยช่วยเหลือเราตลอดไม่ว่าเรื่องอะไร พอต้องไปอยู่ไกลๆ คนเดียวมันก็ใจหายเหมือนกันนะ


“เอาละ พี่โจเอาอย่างนั้นแหละจ๊ะ หนูจิตรักพี่โจจัง ขอบคุณค่ะ” หนูจิตโผเข้ากอดพี่ชายแล้วน้ำตาซึมด้วยความซาบซึ้งในความรักความเป็นห่วงของพี่ชาย


“เออ ทีนี่มาทำซึ้ง พี่ต้องห่วงแกอยู่แล้ว แกเป็นน้องสาวคนเดียวของพี่นะ ไม่ห่วงน้องแล้วจะห่วงใคร เรื่องแค่นี้เอง ไอ้เด็กขี้แยเอ้ย” พี่โจพูดพลางขยี้ผมน้องสาวอย่างเอ็นดู


ตกเย็น หลังจากทานข้าวเย็นเสร็จแล้ว สมาชิกในครอบครัวทุกคนอยู่พร้อมหน้า หนูจิตก็ได้เล่าเรื่องแผนการเรียนต่อให้พ่อแม่รับฟัง พร้อมขอร้องให้คุณพ่อที่รักยอมให้ไปเรียนต่อด้วย เมื่อหนูจิตเล่าจบ พี่โจทำหน้าที่ก็เป็นลูกคู่สนับสนุนน้องสาว แล้วแจ้งว่าจะตามไปดูแลความเรียบร้อยในช่วงแรกเป็นเวลาสองเดือนด้วย ซึ่งเมื่อพ่อและแม่ได้ฟังเรื่องราวจากสองพี่น้องก็ได้พูดว่า


“เรื่องเรียนหนูจิตสอบชิงทุนได้พ่อกับแม่ก็ดีใจด้วย ลูกเก่งมาก แต่พ่อเป็นห่วงหนูจิตต้องไปอยู่เมืองนอกตัวคนเดียว ทุกอย่างไม่ได้สะดวกสบายเหมือนที่บ้านเรา ที่มีพ่อ แม่ พี่โจ ให้คอยพึ่งพิงแล้ว แต่ก็ยังดีที่เจ้าโจตามไปดูช่วงแรก และที่สำคัญถ้าหนูจิตยังใช้จ่ายเหมือนเดิมพ่อก็ไม่อยากให้ไป หนูจิตสัญญาว่าหนูปรับตัวเรื่องการใช้จ่ายได้ไหม หนูสัญญากับพ่อได้ไหม”

“หนูจิตสัญญา จะใช้เรื่องที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้นค่ะ”


“แล้วอีกเรื่องบัตรเครดิตของหนูจิต ลูกใช้เกินวงเงินหมดทั้งสามบัตรเลยนะ รู้ไหมว่าคุณยายเค้ารู้เรื่องแล้วและท่านจะใช้หนี้บัตรครั้งนี่ให้ลูกรวมทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายในการเรียนในส่วนที่ทุนไม่ได้ให้รวมทั้ง ที่พักของลูกด้วย ส่วนพ่อกับแม่ค่าใช้จ่ายเป็นเดือนให้หนูจิตเอง แต่คราวนี้เราว่าจะให้บัตรเครดิตลูกแค่บัตรเดียวไว้ใช้เมื่อจำเป็น แต่มีเงื่อนไขคือเมื่อลูกเรียนจบกลับต้องไปทำงานชดใช้หนี้สินทั้งหมดกับคุณยายที่บ้านไร่”


“แต่เงื่อนไขของทุนคือลูกต้องทำงานใช้ทุนอีกหนึ่งปีเป็นอย่างน้อยนะค่ะ”

“พ่อว่าให้ลูกตัดสินใจเองนะว่าลูกทำงานใช้ทุนที่มหาวิทยาลัยหนึ่งปี หรือเราจะจ่ายเงินใช้ทุนก็ได้”

“หนูจิต ที่แม่อยากให้ลูกไปทำงานที่บ้านไร่เพราะคุณยายท่านก็แก่มากแล้ว ดูไร่เองไม่ค่อยไหว ถ้ามีหนูไปช่วยแม่ก็เบาใจ ยังไงไม่ช้าก็เร็วมันก็ต้องเป็นของลูกอยู่แล้ว เพราะช่วงนี้แม่ไม่ค่อยมีเวลาไปดูแลเพราะงานที่บริษัทมันยุ่งมาก”

หนูจิตเมื่อได้ฟังเหตุผลของทุกคนก็จำเป็นต้องรับข้อเสนอ ตอบตกลงในที่สุด ซึ่งเมื่อคุณยายทราบเรื่องก็ยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าแผนการต้องเลื่อนออกจากกำหนดอีกหนึ่งปี เพราะหนูจิตต้องใช้ทุนก็เถอะ เถอะ รอมาได้ตั้งนานรออีกนิดจะเป็นไรไป

ส่วนคุณยายทั้งสองก็มานั่งหารือกันถึงแผนการขั้นต่อไป โดยคุณทองสุขเล่าถึงแผนการที่ได้วางไว้เริ่มจากที่ลงทุนออกเงินให้หลานสาวไปเรียนต่อออสเตรเลีย แล้วผูกเงื่อนไขให้มาทำงานสืบต่อกิจการที่ไร่ และอีกอาทิตย์เดียวตรีภพจะกลับมาแล้ว ซึ่งก็น่าดีใจแม้ว่าหลานชายจะกลับมาเพราะประสบกับปัญหาชีวิตก็เถอะ แต่ก็ดีคนกำลังผิดหวังอกหักหัวใจจะอ่อนไหวเป็นพิเศษ แต่ก็น่าจะให้สองพระนางไม่ได้เจอกันตอนที่จังหวะเหมาะเหม็งอย่างนี้ ต้องได้ผลแน่ๆ



Create Date : 09 มีนาคม 2554
Last Update : 9 มีนาคม 2554 13:27:46 น.
Counter : 412 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

joyey
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ดีจ้า
ชื่อ joy ค่ะ


มีงานเขียนนิยาย เป็นเรื่องความรักสดใส แต่เจือปนไปด้วยความฮา ของความรั่วของนางเอกและพี่ชายที่เท็กทีมกันกับคุณยายหัวใจยังเเหวว ร่วมกันจับคู่หลานชายกับหลายสาว จนเกิดความรักใสๆ หัวใจฮาๆ


เป้าหมายของเราคือเขียนนิยายรัก สดใส เฮฮา อ่านแล้วอมยิ้ม เป้าหมายมีไว้พุ่งชน
มีนาคม 2554

 
 
1
2
5
6
8
10
11
12
13
15
16
17
19
20
21
22
23
24
26
27
29
30
31