Thailand
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
6 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
ตีแผ่คดียึดทรัพย์ (3) [3 ก.ย. 50 - 17:17]

ตีแผ่คดียึดทรัพย์ (3) [3 ก.ย. 50 - 17:17]

ต่อมาเป็นบทความของนายชัยพัฒน์ ชินวงศ์ ได้เขียนโดยอ้างคำสั่งศาลฎีกาคดียึดทรัพย์ที่ 913/2536 ซึ่งตัดสินให้คำสั่งของ รสช.ฉบับที่ 26 ขัดต่อธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ. 2534 และมีผลให้คำสั่งยึดทรัพย์นักการเมืองที่ร่ำรวยผิดปกติ กลายเป็นคำสั่งอันมิชอบ

นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอหมายเหตุท้ายฎีกาที่นายอธิคม อินทุภูติ ได้บันทึกไว้เพื่อแสดงเหตุและผลเพิ่มเติมในบางประเด็น รวมทั้งกฎหมายและคำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวข้องเอาไว้อย่างพร้อมมูลครบถ้วน

นายชัยพัฒน์ระบุว่า ขณะที่ศาลฎีกากำลังพิจารณาตัดสินคดีนี้ สถานการณ์ทางการเมืองได้ตึงเครียดมาโดยตลอด เนื่องจากผลของคำสั่งย่อมส่งผลกระทบต่อเงื่อนไขทางการเมืองของรัฐบาลในขณะนั้น รวมทั้งปัญหาการคานอำนาจกันของอำนาจรัฐ 3 ฝ่าย ซึ่งเป็นข้อที่ถกเถียงกันอยู่กว้างขวาง

ดังนั้น การวินิจฉัยของศาลฎีกาจึงจำเป็นต้องปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง และเป็นไปเพื่อความถูกต้องตามหลักกฎหมาย และต้องเป็นการวางรากฐานสำหรับนิติปฏิบัติที่จะมีต่อไปในภายภาคหน้าด้วย คำสั่งฉบับนี้จึงอาจกล่าวได้ว่า เป็นคำสั่งที่สำคัญมากที่สุดในช่วงทศวรรษนี้ก็ว่าได้

หลังจากผมได้อ่านบทความดังกล่าวแล้ว ถือว่าได้ความรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายเพิ่มขึ้นมากมาย โดยเฉพาะหมายเหตุท้ายฎีกาที่นายอธิคม อินทุภูติ ได้บันทึกเอาไว้นั้น ยิ่งทำให้เข้าใจข้อกฎหมายได้กระจ่างชัดขึ้น

ยกตัวอย่างในเรื่องที่ศาลฎีกาเห็นว่าการตั้ง คตส.เป็นการตั้งคณะบุคคลที่มิใช่ศาลให้มีอำนาจพิจารณาพิพากษาอรรถคดี ก็มีข้อชวนให้คิดไปได้ว่า จะถือได้หรือไม่ คตส.เป็นเพียงกลไกพิเศษของฝ่ายบริหารที่ต้องการป้องกันมิให้ผู้ไม่สุจริตได้รับประโยชน์ จากการฉ้อราษฎร์บังหลวงทำนองเดียวกับการยึดทรัพย์ในอดีต

คตส.จึงอาจจะมิใช่การตั้งคณะบุคคลที่มิใช่ศาลให้มีอำนาจพิจารณาพิพากษาอรรถคดี โดยเฉพาะภายหลังการแก้ไขเพิ่มเติมให้นักการเมืองทั้งหลาย มีสิทธิยื่นคำร้องขอพิสูจน์ทรัพย์สินต่อศาล อำนาจของ คตส. มิได้มีลักษณะเป็นอำนาจที่เด็ดขาดอีกต่อไป จะถือว่าเป็นอำนาจทำนองเดียวกับอำนาจศาล น่าจะไม่ได้

ในข้อนี้ ผู้บันทึกเห็นว่า คงต้องแยกอำนาจของ คตส.ออกเป็น 2 ส่วน คือช่วงก่อนมีการแก้ไขกับช่วงภายหลังมีการแก้ไข ในช่วงก่อนมีการแก้ไขนั้น อำนาจ คตส.มีลักษณะเป็นอำนาจที่เด็ดขาดแน่นอน เพราะไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือบุคคลอื่นที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่แท้จริง นำคดีไปฟ้องร้องเป็นอย่างอื่น

ส่วนต่อมามีการแก้ไขให้สิทธิผู้ถูกกล่าวหายื่นคำร้องขอพิสูจน์ ทรัพย์สิน แต่ศาลฎีกายังคงเห็นว่าอำนาจของ คตส.มีลักษณะเป็นอำนาจในการพิจารณาพิพากษาคดีนั้น ผู้บันทึกเองก็เห็นว่า อำนาจของ คตส. ตอนนี้ไม่ได้เป็นอำนาจที่เด็ดขาดแล้ว แต่เมื่อพิจารณาถึงเหตุผลของศาลฎีกาที่มองว่า บทบัญญัติที่แก้ไขใหม่มิได้แก้ไขให้มีทางเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยของ คตส. ในข้อที่ว่านักการเมืองคนนั้นๆมีทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบหรือมีเพิ่มขึ้นผิดปกติ และร่ำรวยผิดปกติผิดวิสัยของผู้ประกอบอาชีพโดยสุจริต

ผู้บันทึกเข้าใจว่า ศาลฎีกาคงมองในแง่ที่ว่า แม้อำนาจของ คตส.ในส่วนที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน ของผู้ถูกกล่าวหาจะคลายความเด็ดขาดไปแล้ว แต่ในส่วนที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียงของผู้ถูกกล่าวหายังมีอยู่ ศาลยังไม่อาจลบล้างได้ ซึ่งก็มีเหตุผล

จริงๆแล้วยังมีข้อกฎหมายที่น่าศึกษาอีกมากมายในคดีประวัติศาสตร์ ยึดทรัพย์นักการเมืองของ รสช. แต่ข้อมูลเพียงเท่านี้ก็คงจะพอแล้วสำหรับการปูพื้นฐานความรู้ด้านกฎหมาย ให้แก่ประชาชนเพื่อนำมาเปรียบเทียบกับกรณี คตส.ของ คมช.ที่กำลังไล่ล่าอายัดทรัพย์นักการเมืองอยู่ตอนนี้

พรุ่งนี้เป็นตอนจบ ผมจะนำปมปัญหาข้อกฎหมายมาถกกัน.

"เห่าดง"






Create Date : 06 กันยายน 2550
Last Update : 6 กันยายน 2550 16:56:24 น. 0 comments
Counter : 125 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

จอบศักดิ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Thailand
Friends' blogs
[Add จอบศักดิ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.