Thailand
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
6 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
วิกฤติแบงก์รอบใหม่ [3 ก.ย. 50 - 16:56]

วิกฤติแบงก์รอบใหม่ [3 ก.ย. 50 - 16:56]

จู่ๆ “ครม.ขิงแก่” ก็เกิด “ขยันทำในเรื่องที่ไม่ควรทำ” ขึ้นมาในช่วงที่เศรษฐกิจอ่อนแออย่างนี้ เห็นชอบผ่าน ร่าง พ.ร.บ.สถาบันคุ้มครองเงินฝาก ที่รัฐบาลก่อนหลายรัฐบาลดึงเรื่องไว้หลายปี ทำให้ผู้ฝากเงินรายใหญ่และธนาคารพาณิชย์ปั่นป่วนกันอีกระลอก ในขณะที่วิกฤติเศรษฐกิจก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข

ผมดูผลงานรัฐบาลขิงแก่แต่ละเรื่องแล้ว ก็ได้แต่ทอดถอนใจด้วยความเหนื่อยใจ ไม่รู้จะร้องเพลงอะไรดีกับรัฐบาลบ้อเท่าโล่วแบบนี้

ก็คาดว่ากันว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีผลใช้บังคับกลางปีหน้า ถ้าผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติสมัยนี้ ผลที่จะเกิดขึ้นก็คือ ผู้ฝากเงินรายใหญ่ในธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินทุกแห่งที่มีเงินฝากตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับการคุ้มครองเงินต้นแค่ 1 ล้านบาทเท่านั้น ถ้าธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้นเกิดเจ๊งขึ้นมา

ยกเว้น ธนาคารอิสลาม, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ฯ, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ ธนาคารออมสิน

ส่วนเงินฝากของ กบข. หรือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ 2 ล้านกว่าคน วงเงินหลายแสนล้านบาท ส่วนที่ฝากแบงก์จะเหลือแค่ 1 ล้านบาทหรือไม่ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ของพนักงานลูกจ้างเอกชน กองทุนอื่นๆที่รัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนไปลงทุนอีกไม่รู้กี่แสนกี่ล้านคน ซึ่งต้องฝากเงินส่วนหนึ่งไว้กับธนาคาร จะเหลือแค่ 1 ล้านบาทหรือไม่ ไม่มีการพูดถึง

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าแบงก์เกิดเจ๊งกันขึ้นมาเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อน จะส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างยิ่งกว่าเมื่อสิบปีก่อนหลายเท่า

ผมไม่แน่ใจว่าธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง ได้วิเคราะห์ผลดี ผลเสียกันถี่ถ้วนรอบคอบแค่ไหน

ตัวเลขจากแบงก์ชาติบอกแต่ว่า บัญชีเงินฝากที่มีเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท มีประมาณ 70.4 ล้านบัญชี คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 98.77 ส่วนบัญชีเงินฝากที่มากกว่า 1 ล้านบาท มี 8 แสนกว่าบัญชี คิดเป็นร้อยละ 1.23 เพราะฉะนั้นคนส่วนใหญ่ที่เงินฝากต่ำกว่า 1 ล้านบาทลงมา ไม่เดือดร้อน

แต่ข้อมูลที่น่าสนใจก็คือ ผู้ฝากส่วนน้อย 8 แสนกว่าบัญชี กลับมียอดเงินฝากสูงถึง 3 ล้านล้านบาท จากยอดเงินฝากในธนาคารพาณิชย์ 6.6 ล้านล้านบาท เงินฝากจากลูกค้ารายใหญ่นี้แหละ คือเงินออมหลักที่ธนาคารพาณิชย์นำไปปล่อยกู้ต่อเพื่อนำไปลงทุน ทำให้เศรษฐกิจประเทศขยายตัว

เมื่อไรที่กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก 1 ล้านบาท มีผลใช้บังคับ ผมกล้าฟันธงล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้เลยว่า เงินฝากลูกค้ารายใหญ่ประเภท 100 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นฐานเงินออมหลักของธนาคารพาณิชย์ จะค่อยๆหายไป

จะมีการเคลื่อนย้ายเงินฝากจากธนาคารเอกชน ไปฝากธนาคารของรัฐทั้ง 4 แห่ง ที่ได้รับการยกเว้น ทำให้ธนาคารพาณิชย์ทั่วไปในระบบเกิดความอ่อนแอ โดยเฉพาะธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็ก และธนาคารเฉพาะกิจที่แบงก์ชาติส่งเสริมให้เกิดขึ้น ก็เสี่ยงต่อการปิดกิจการ หรือไม่ก็ต้องขายให้ต่างชาติ

นักธุรกิจที่มีช่องทาง ก็จะทยอยนำเงินออกไปฝากธนาคารใหญ่ระดับโลก ในต่างประเทศที่น่าเชื่อถือว่าจะไม่ล้มในสิงคโปร์ ฮ่องกง ยุโรป ปัจจุบันทั้งเศรษฐี นักธุรกิจ ข้าราชการระดับบิ๊ก และนักการเมือง ก็มีเงินฝากนอกประเทศกันทั้งนั้น

อีก 4-5 ปีข้างหน้า ประเทศอาเซียนทั้งหมดจะเปิดเขตเสรีทางการค้า กันแทบจะครบทุกหมวดธุรกิจ การนำเงินเข้าออกจะยิ่งง่ายกว่าสมัยนี้

บริษัทจัดการกองทุนรวมทั้งหลายอาจจะดีใจ จะมีเงินไหลจากแบงก์ไปเข้ากองทุนเป็นจำนวนมาก แต่ความเสี่ยงในกองทุนรวมก็มีมากกว่าฝากธนาคารแน่นอน

ผมไม่ได้คัดค้านการมีสถาบันประกันเงินฝาก แค่ค้านวันนี้เพราะเห็นว่าตั้งผิดเวลา ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจการเงินในปัจจุบัน สถาบันนี้ควรจะตั้งเมื่อเศรษฐกิจประเทศอยู่ในช่วงขาขึ้น และธนาคารมีฐานะที่มั่นคงแล้ว ไม่ใช่ในสภาพเศรษฐกิจที่อ่อนปวกเปียกอย่างนี้.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

http://www.thairath.com/news.php?section=society03&content=59637



Create Date : 06 กันยายน 2550
Last Update : 6 กันยายน 2550 16:53:53 น. 0 comments
Counter : 121 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

จอบศักดิ์
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Thailand
Friends' blogs
[Add จอบศักดิ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.