Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2552
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
27 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 

Versus Arena Vol.2 FUJI S2000HD VS Panasonic FZ28

Versus Arena สังเวียนกล้องดิจิตอล by Jonaja




Free TextEditor


Fuji FinePix S2000HD VS FZ28 Panasonic Lumix





ตลาดกล้องดิจิตอลในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมานี้ ได้มีกล้องชนิดใหม่ประเภทหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นในตลาด เป็นการพัฒนาจากกล้องคอมแพคชนิดโปรซูมเมอร์ ( Prosumer ) ที่สามารถปรับแต่งการถ่ายภาพได้หลากหลายกว่ากล้องคอมแพคทั่วไป แต่พัฒนาความสามารถทางด้านเลนส์ให้มีกำลังซูมที่สูงขึ้น และออกแบบการใช้งานให้สามารถปรับตั้งค่าต่างๆได้สะดวกเหมือน DSLR จนมีบริษัทกล้องแห่งหนึ่งนิยามชื่อให้กับกล้องประเภทนี้ว่า “ DSLR Like” ซึ่งความหมายก็คือ กล้องที่ใกล้เคียง DSLR ( ทางรูปทรง ) แต่ก็ยังมีความแตกต่างทางด้านประสิทธิภาพต่างๆ เช่น ความเร็วในการจับโฟกัสที่ยังช้ากว่าเหมือนกล้องคอมแพคทั่วไป และเซ็นเซอร์ขนาดเล็กกว่ามาก จนชื่อ DSLR Like เป็นที่ใช้เรียกกันติดปากในหมู่ผู้ใช้งานทั่วไป แต่จะนับว่าเป็นคำแสลงก็ได้ เพราะในการจัดหมวดหมู่กล้องดิจิตอลอย่างเป็นทางการนั้น จะไม่มีการใช้ชื่อ DSLR Like แต่จะจัดกล้องประเภทนี้ไว้ในกลุ่มกล้องคอมแพค ( ตามลักษณะการทำงานของกล้อง ) ซึ่งก็จะนับว่าเป็นระดับ Top สุดในประเภทกล้องคอมแพค โดยกล้องประเภทนี้นั้น เคยได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงหนึ่งที่ DSLR ยังมีราคาสูง โดยจะได้ส่วนกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการกล้องดิจิตอลสมรรถนะสูง ทั้งการปรับตั้งค่าได้หลากหลาย และมีเลนส์ที่ครอบคลุมการใช้งานถ่ายภาพได้ทุกประเภท แต่ไม่ต้องการเปลี่ยนเลนส์ให้ยุ่งยากเหมือน DSLR และอีกกลุ่มหนึ่งก็คือ กลุ่มผู้ที่ต้องการใช้งาน DSLR แต่อาจจะมีงบประมาณไม่เพียงพอ จึงหันมาใช้งานกล้องประเภทนี้ เพราะมีการใช้งานที่ใกล้เคียงกัน และยังได้อารมณ์คล้ายกับการใช้ DSLR ( ประมาณว่าใช้แก้ขัดไปก่อนนั่นแหละ ) แต่เมื่อตลาดกล้องมีการเปลี่ยนแปลง DSLR มีราคาถูกลงจนใครๆก็สามารถซื้อหามาใช้ได้เป็นกล้องประจำบ้าน ไม่จำเป็นต้องเป็นกลุ่มช่างภาพหรือนักถ่ายภาพสมัครเล่นที่มีฐานะเหมือนสมัยก่อน กล้องประเภทนี้จึงได้รับความนิยมน้อยลง เพราะด้วยงบประมาณหมื่นปลายๆที่ใช้ซื้อคอมแพค DSLR Like ในสมัยก่อน ตอนนี้สามารถซื้อกล้อง DSLR แท้ๆพร้อมเลนส์คิทได้แล้ว จึงเหลือเพียงกลุ่มผู้ใช้ที่ไม่ชอบความยุ่งยากของ DSLR และต้องการกล้องที่จบได้ในตัวเดียว ที่ยังมีความนิยมใช้งานกล้องประเภทนี้อยู่


สำหรับ Fujifilm นั้นถือได้ว่าเป็นเจ้าแห่งตลาดคอมแพคประเภทนี้ก็ว่าได้ เพราะมีกล้องทำตลาดอยู่มากรุ่นที่สุด ตั้งแต่รุ่นเล็กสุดอย่าง S5800 ไปจนถึงรุ่นใหญ่สุดสำหรับคอมแพค DSLR Like อย่าง S100FS ซึ่งถือว่าเป็นตัว Top ด้วยการบรรจุเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากมาย และราคาที่สูงกว่า DSLR รุ่นเล็กๆบางรุ่นเสียอีก ถึงแม้ว่าความนิยมในกล้องประเภทนี้จะลดลงไปแต่ทางฟูจิก็ยังคงออกกล้องมารองรับในตลาดนี้อยู่ไม่ได้ขาด ต่างจากคู่แข่งรายอื่นๆที่หยุดการทำตลาดกล้องคอมแพค DSLR Like รุ่นใหญ่ไปแล้ว โดยทางพานาโซนิคได้หยุดอยู่ที่รุ่น FZ50 เหมือนกับทางโซนี่ที่ทิ้งทวนไว้ให้ผู้คนจดจำด้วย Cybershot R1 โดยค่ายต่างๆเหล่านีได้หันมาทำตลาด DSLR Like รุ่นเล็ก ราคาประหยัด ที่มีกลุ่มผู้ใช้กว้างกว่าแทน



รายละเอียดทั่วไป ( General Details )





Fujifilm Finepix S2000HD นับว่าเป็นกล้องรุ่นยอดนิยมรุ่นหนึ่งของฟูจิในตอนนี้ จากราคาเปิดตัวเพียงหมื่นต้นๆ แต่อัดแน่นไปด้วยคุณสมบัติต่างๆที่กล้องสมัยนี้ควรจะมี ตัวกล้องมีขนาดเล็กกะทัดรัด สามารถพกใส่ในกระเป๋าเป้ติดตัวไปได้อย่างสะดวก หรือหากใช้กระเป๋ากล้องโดยเฉพาะก็เหมาะกับกระเป๋ากล้องใบเล็กๆ ที่สามารถสะพายไปเที่ยวถ่ายภาพเล่นในวันพักผ่อนได้เป็นอย่างดี แต่คงไม่เหมาะสำหรับคนที่ชอบไปไหนมาไหนตัวเปล่า เพราะอย่างน้อยๆคุณก็ต้องมีกระเป๋าซักใบจึงจะสามารถพา S2000HD ไปกับคุณได้

เรื่องการออกแบบถือว่าทำได้ดูดีไม่ขี้เหร่ การออกแบบดูลงตัวกว่ารุ่นก่อนหน้านี้อย่าง S1000FD ที่ดูเหมือนกับว่าทีมออกแบบยังทำงานไม่เสร็จแล้วฝ่ายผลิตกลับแอบไปขโมยแบบมาทำขายซะก่อน โดยส่วนกริปมือจับดูลงตัวกับบอดี้มากขึ้น การจัดวางปุ่มด้านหลังดูเรียบร้อยไม่วุ่นวาย สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก และมีการเน้นสีในปุ่มที่สำคัญอย่างปุ่มเล่นภาพและปุ่มลบภาพ ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่ดี เพราะช่วยให้ผู้ที่ใช้งานใหม่ๆเกิดการจดจำได้ง่าย บริเวณขอบกระบอกเลนส์เป็นสีเงินมันวาวดูสะดุดตาและทำให้กล้องดูมีราคาขึ้น สิ่งที่ผมชอบอย่างนึงในกล้องตัวนี้คือ font คำว่า S2000HD ที่ติดอยู่ส่วนบนของแฟลชป๊อบอัพนี่แหละ มีการดีไซน์ได้ทันสมัยดีมาก โดยเฉพาะกับการเน้นกับคำว่า HD ในส่วนท้าย ซึ่งจริงๆแล้วก็คือการนำโลโก้สากลของ HD มาใช้นั่นแหละครับ มาวางต่อกับชื่อรุ่น ทำให้กล้องดูทันสมัย เป็นการเน้นจุดขายว่าสามารถถ่ายวิดีโอได้ในระดับ HD ถึงแม้ว่าตัวกล้องจะมีสีดำล้วน ดูเคร่งขรึมน่าจะเหมาะกับผู้ชาย แต่ถ้าผมแปลงเพศเป็นสาวเต็มตัวผมก็อาจจะยังชอบกล้องตัวนี้อยู่ก็ได้ เพราะดูแล้วมันเหมือนกับการนำเอา DSLR มาย่อส่วน ทำให้ดูเหมือนพวกโมเดลน่ารักๆอยู่เหมือนกัน คล้ายๆกับพวกหุ่นกันดั้ม SD สมัยก่อนนั่นแหละครับ ( ขออภัยหากบทความนี้ฟ้องอายุของผู้เขียน )






วัดกันที่สเปค Specifications Compare

กล้องทั้ง 2 รุ่นนี้ ต่างก็มีความละเอียด 10 ล้านพิกเซลเท่ากันทั้งคู่ แต่สิ่งที่ต่างกันคือเซ็นเซอร์ที่ใช้ โดยทางฟูจิจะใช้ CCD ที่พัฒนาขึ้นมาเป็นของตัวเอง ไม่เหมือนกับ CCD ของกล้องยี่ห้ออื่นที่ใช้กันทั่วไปในตลาด ซึ่งฟูจิภูมิใจเรียก CCD ชนิดนี้ว่า “ SUPER CCD ” โดยมีการออกแบบเซลล์รับแสงมีลักษณะแปดเหลี่ยมเรียงตัวกันคล้ายรังผึ้ง โดยให้เหตุผลว่าเป็นการลดช่องว่างระหว่างเซลล์รับแสงแต่ละตัว ส่งผลให้ได้ภาพที่มีคุณภาพสูงและสัญญาณรบกวนต่ำ โดยในตลาดตอนนี้ ฟูจิจะแบ่ง SUPER CCD ออกเป็น 2 ประเภท คือ HR ( High Resolution ) กับ SR ( super dynamic range ) และในอนาคตกำลังเตรียมออกใหม่อีก 1 ประเภท ใช้ชื่อว่า “ EXR ” ใน S2000HD นั้นใช้ SUPER CCD HR ซึ่งได้พัฒนามาเป็นรุ่นที่ 5 แล้ว ( SUPER CCD HR V ) และมีขนาดเซ็นเซอร์ใหญ่กว่าของ FZ28 อยู่เล็กน้อยเพียง 0.03 นิ้ว ซึ่งความต่างเพียงแค่นี้ ไม่น่าส่งผลต่อคุณภาพมากนัก งานนี้ความต่างทางด้านคุณภาพ ระบบประมวลผลน่าจะมีผลมากกว่า

สำหรับเลนส์ที่ใช้ติดกล้องนั้น S2000HD ใช้เลนส์ Fujinon ที่เป็นของทางฟูจิพัฒนาขึ้นมาเอง ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่ค่ายที่สามารถผลิตได้เองทั้งเซ็นเซอร์และเลนส์ โดย S2000HD มาพร้อมกับช่วงเลนส์ 28 x 414 มม. รูรับแสงกว้างสุดที่ F 3.5 -5.4 ซึ่งถือว่าเป็นมาตรฐานในปัจจุบันสำหรับการเริ่มต้นช่วงมุมกว้างที่ระยะ 28 มม. ระยะเลนส์ที่ให้มานับว่าครอบคลุมการใช้งานทั่วไปได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่การถ่ายวิวทิวทัศน์ที่ต้องการช่วงมุมกว้างๆเพื่อเก็บบรรยากาศที่สวยงาม ไปจนถึงการถ่ายภาพจากระยะไกลเช่นการถ่ายคอนเสิร์ต หรือแอบถ่ายสาวข้างบ้าน (อันนี้ไม่ดีนะครับ) เพียงแต่ว่ารูรับแสงอาจจะดูแคบไปสักหน่อย ถ้าให้เริ่มต้นได้ที่ F 2.8 คงจะสมบูรณ์แบบมากกว่านี้ แต่อย่างไรก็ตามก็ถือว่าเป็นเลนส์ที่น่าใช้งานในระดับนึง

แต่ทว่า เหนือฟ้าก็ย่อมมีฟ้า เลนส์ Fujinon ใน S2000HD อาจจะดูช่วงเลนส์ว่าน่าใช้แล้ว แต่เมื่อมาเทียบกับเลนส์ของทาง FZ28 ก็ต้องบอกว่าเหนือชั้นน่าใช้มากขึ้นไปอีก ทั้งจากชาติตระกูลที่ดูดี พะยี่ห้อ Leica ไว้ เปรียบเหมือนกับชายหนุ่มหน้าตาดีมีการศึกษาแล้วยังเสริมด้วยนามสกุลดังเข้าไปอีก จากช่วงเลนส์ที่ครอบคลุมกว่าที่ 27 – 486 มม. เหนือกว่าทั้งช่วงไวด์และช่วงเทเล แต่ช่วงไวด์นั้น เหมือนจะทำมาเพื่อข่มเพียงเท่านั้น เพราะระยะ 27 กับ 28 มม. นั้น แทบไม่มีความต่างอะไรเลยในการใช้งานจริง ทั้งจากตัวแปรที่เลนส์แต่ละตัวต่างยี่ห้อนั้น ระยะเดียวกันยังไม่เท่ากันด้วยซ้ำไป ดังนั้นระยะ 27 มม. ของ FZ28 จึงถือว่าได้เปรียบแค่ในกระดาษสเปคเท่านั้น แต่ของจริงเค้าอยู่ตรงที่ช่วงเทเลครับ ซึ่งสามารถซูมได้ไกลกว่าทางด้าน S2000HD อยู่พอตัว น่าจะพอสร้างประโยชน์ให้กับผู้ใช้ได้บ้าง แต่ก็ต้องอย่าลืมว่า ระยะที่ยิ่งซูมไกลมากเท่าใดนั้นก็ยิ่งส่งผลต่อความเบลอของภาพอันเกิดจากการสั่นของมือได้ แต่ก็ยังได้เปรียบนิดหน่อยที่เลนส์ยังมีความไวแสงกว่า โดยรูรับแสงกว้างสุดเริ่มต้นที่ F 2.8 – 4.4 ช่วยให้ได้ความไวชัตเตอร์ที่เร็วขึ้นเล็กน้อย แต่การถ่ายภาพที่ระยะไกลด้วยช่วงเลนส์ถึงระดับสี่ร้อยกว่ามิลลิเมตรนี้ ถ้าไม่ได้ถ่ายกลางแจ้งหรือในที่ๆมีแสงสว่างมากเพียงพอหรือใช้ขาตั้งแล้ว โอกาสที่จะได้ภาพที่ดีไม่สั่นไม่เบลอนั้นก็คงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปได้ง่ายๆอยู่เหมือนกัน

ความไวชัตเตอร์ของ S2000HD ให้มาเพียงพอต่อการถ่ายภาพไฟกลางคืนทั่วไป แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นแสงสีด้วยการเปิดรูรับแสงนานๆนั้นอาจจะรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง เพราะสามารถใช้ความไวชัตเตอร์ต่ำสุดได้เพียง 8 วินาทีเท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยไปนิด แต่ก็เพียงพอต่อการถ่ายรถที่วิ่งพลุกพล่านในถนนให้เห็นแสงไฟเป็นทางยาวสวยงามได้ แต่คุณอาจจะต้องเลือกถนนที่มีรถเยอะซักหน่อย เช่น ถนนราชดำเนิน หรืออนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ในขณะที่ความไวชัตเตอร์สูงสุดอยู่ที่ 1/1000 วินาที ซึ่งดูว่าน้อยมากๆเมื่อเทียบกับกล้องรุ่นอื่นๆ แต่ต้องลองย้อนถามกันสักนิดนึงว่า มีโอกาสซักกี่ครั้งที่เราจะได้ใช้ความไวชัตเตอร์เกิน 1/1000 วินาที ซึ่งทางฟูจิอาจจะมองเห็นถึงความต้องการในการใช้งานจริง จึงจำกัดสเปคมาให้เพียงแค่นี้ก็เพียงพอต่อการใช้งาน แต่ก็ต้องยอมรับว่า เมื่อตัวเลขนี้อยู่บนตารางเปรียบเทียบสเปคแล้ว มันก็ดูด้อยๆกว่าชาวบ้านเค้าอยู่เหมือนกันนะ

และก็แน่นอนว่า FZ28 สามารถทำได้เหนือกว่าอีกแล้วด้วยความไวชัตเตอร์ต่ำสุด 60 วินาที และสูงสุดที่ 1/2000 วินาที ซึ่งความไวชัตเตอร์ระดับ 60 วินาทีนี้ ทำให้คุณสามารถสร้างสรรค์ภาพถ่ายในยามค่ำคืนได้ง่ายและหลากหลายกว่า โดยใช้ร่วมกับขาตั้งกล้อง แม้ว่าจะเป็นสถานที่ที่มีแสงน้อย หรือภาพที่ต้องการเปิดรับแสงนานเป็นพิเศษอย่างการถ่ายท้องฟ้า สำหรับคนที่ชอบถ่ายไฟกลางคืนเน้นแสงสีหรือธรรมชาติยามค่ำคืนน่าจะชอบข้อดีตรงส่วนนี้ ส่วนความไวชัตเตอร์สูงสุดก็เป็นไปตามมาตรฐานของกล้องระดับนี้ที่ 1/2000 วินาที ฟังดูเยอะกว่า S2000HD ถึงเท่าตัว แต่ก็ไม่ได้นับว่าเหนือกว่ากันมากในการใช้งานทั่วไป โดยข้อดีที่เหนือกว่าตรงนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับการถ่ายภาพแอคชั่นกลางแจ้ง เช่นการถ่ายนกนางนวลที่บางปูในวันที่แดดจัดมากๆ โดยความไวชัตเตอร์ที่สูงมากๆนั้นจะช่วยให้นกที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วหยุดนิ่งราวกับถูกสตาฟเอาไว้ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะแพนกล้องตามมันทันรึเปล่าด้วยนะ

ระบบวัดแสงในตัวกล้องนั้น ทั้ง 2 รุ่นถือว่าเสมอภาคต่อกัน มีระบบวัดแสงที่จำเป็นต่อการใช้งานมาให้ 3 แบบเหมือนกัน คือ ระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยทั้งภาพ เหมาะกับการถ่ายภาพที่สภาพแสงมีความใกล้เคียงกันทั้งภาพ เช่นทิวทัศน์ยามเย็นหรือในห้องที่เปิดไฟสว่างทั้งห้อง ระบบวัดแสงแบบเฉลี่ยหนักกลาง เหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่เน้นบริเวณส่วนกลางของภาพ เช่นการถ่ายภาพบุคคลหรือวัตถุที่อยู่ตรงกลางภาพ และระบบวัดแสงเฉพาะจุด สำหรับภาพที่มีสภาพแสงที่ซับซ้อน เช่นต้องการถ่ายคนในห้องที่มีแสงลอดเข้ามา หากใช้วัดแสงแบบอื่น ส่วนที่เป็นเงามืดก็จะสว่างเกินไปไม่เป็นสีดำสนิทและส่วนที่ได้รับแสงก็จะสว่างจ้าจนเสียรายละเอียดไป โดยการวัดแสงแบบเฉพาะจุดนั้นค่อนข้างละเอียดอ่อน ต้องใช้ความแม่นยำในการเลือกจุดที่ต้องให้ค่าแสงพอดี ในกรณีนี้ต้องวัดแสงที่บริเวณส่วนที่โดนแสงลอดเข้ามา เพื่อให้บริเวณนั้นได้รับแสงพอดี และส่วนที่เป็นเงาก็จะมืดสนิทจริงๆ ซึ่งถ้าเป็นใน DSLR ผู้ใช้โหมดนี้จะต้องมีความชำนาญและประสบการณ์มากพอสมควร แต่ในกล้องคอมแพคที่จอสามารถแสดงผลแบบ Live View ได้อยู่แล้วนั้น ถือเป็นเรื่องที่ง่ายกว่ามาก เพียงแค่นำจุดกลางภาพซึ่งเป็นส่วนที่ใช้วัดแสงเลื่อนไปเรื่อยๆในบริเวณที่ต้องการวัดแสงในภาพและกดชัตเตอร์ลงครึ่งนึงเพื่อวัดแสง จอภาพก็จะแสดงสภาพแสงให้เห็นว่าถ้าเราวัดแสงที่บริเวณนี้ภาพจะออกมาเป็นอย่างไร สำหรับคนที่ใช้กล้องคอมแพคเป็นทางผ่านเพื่อจะไปสู่ DSLR ในอนาคตจึงสามารถฝึกฝนและเรียนรู้การวัดแสงแบบเฉพาะจุดได้อย่างไม่ยาก





ด้านความเร็วในการถ่ายภาพ S2000HD ถือว่าอยู่ในระดับพอใช้ โดยสามารถถ่ายต่อเนื่องได้ 1.4 ภาพต่อวินาที สูงสุด 3 ภาพเพียงเท่านั้น ดังนั้นในการถ่ายภาพแอคชั่นจึงควรกะจังหวะให้พอดี เพราะไม่สามารถคาดหวังว่าจะได้ภาพมาเลือกมากนักจากการถ่ายรัวเป็นชุด ขณะที่ FZ28 นั้นทำได้ดีกว่านิดหน่อย สามารถถ่ายด้วยความเร็ว 2.5 ภาพต่อวินาที สูงสุดที่ 5 ภาพ และเมื่อถ่ายจนครบตามที่จำกัดไว้ ก็จะต้องรออีกชั่วครู่หนึ่ง ในระหว่างนี้กล้องจะไม่สามารถใช้งานอะไรได้ เพื่อให้กล้องเขียนข้อมูลลงการ์ดจนเสร็จเสียก่อน จึงจะสามารถถ่ายภาพต่อไปได้
การถ่ายวิดีโอของ S2000HD สามารถถ่ายได้ความละเอียดสูงสุดระดับ HD ( High Defination ) อันเป็นที่มาของชื่อรุ่นที่มี HD ต่อท้าย ( คงไม่มีใครคิดว่าหมายถึงใช้หน่วยความจำแบบฮาร์ดดิสนะครับ ) ความละเอียดสูงสุดที่ 1280 x 720 สามารถนำไปเปิดกับจอ LCD ขนาด 22 นิ้วได้อย่างสบาย ซึ่งขณะนี้กำลังเข้ามาเป็นมาตรฐานใหม่ของความละเอียดวิดีโอในปัจจุบัน แต่ก็ต้องแลกมากับการใช้เนื้อที่ที่สูงมากกว่าคลิปวิดีโอธรรมดา ถ้าต้องการถ่ายวิดีโออย่างเป็นเรื่องเป็นราวควรหา SDHC ความละเอียดสูงๆมาใช้เพิ่มอีกซักตัวครับ แต่หากใครที่ต้องการถ่ายคลิปเล่นๆเอาไว้ดูสนุกๆก็สามารถเลือกความละเอียดที่ต่ำลงมาได้ เพื่อไม่ให้กินเนื้อที่มากจนเกินไป
ส่วน FZ28 นั้นก็สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียดระดับ HD ได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่ไม่ยกมานำเป็นจุดขายเหมือนทางฟูจิเท่านั้นเอง และดูเหมือนมาตรฐานทางวิดีโอนี้ จะถูกบรรจุไว้ใน Lumix รุ่นใหม่ๆทุกรุ่นอีกด้วย ( ก็บริษัทเค้าผลิตทีวีด้วยนี่ครับ เลยต้องทำอะไรๆให้ออกมารองรับกันหน่อย ) ในโหมดการถ่ายวิดีโอนี้ FZ28 จะมีความละเอียดให้เลือกมากกว่า โดยมีความละเอียด 848 x 480 เพิ่มขึ้นมาให้เลือกใช้อีก 1 ขนาด ซึ่งเป็นสัดส่วนแบบ Wide Screeen อีก 1 ขนาดให้เลือกใช้ Fujifilm นั้นอาจจะมีเทคโนโลยีทางด้านกล้องที่เหนือกว่า สามารถผลิตได้ทั้งเลนส์และเซ็นเซอร์ แต่ในโลกของสื่อทางภาพและเสียงนั้น ก็ต้องยอมรับให้กับ Panasonic เพราะเป็นผู้ผลิตและพัฒนา SD Card ขึ้นมาเป็นเจ้าแรกและเป็นมาตรฐานของโลกดิจิตอลในทุกวันนี้ โดยผลิตครบในด้านการแสดงผลภาพที่ต่อเนื่องจากการถ่ายภาพ ทั้ง SD Card ที่ใช้เพื่อบันทึกภาพ และจอภาพ LCD สำหรับแสดงผลทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว หรือจะเรียกได้ว่า Fujifilm เป็นผู้นำทางด้านการ Input ( กระบวนการสร้างและกำเนิดภาพ ) และ Panasonic เป็นผู้นำทางด้าน Output ( กระบวนการแสดงผลภาพ ) นั่นเอง

การ์ดหน่วยความจำที่รองรับนั้น ทั้ง 2 รุ่นต่างก็รองรับ SD , SDHC , และ MMC เหมือนกัน แต่ S2000HD จะเพิ่มการรองรับ XD Card เพิ่มขึ้นมาอีก 1 อย่าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่เป็นลูกค้าเก่าของฟูจิเองเท่านั้น ที่อาจจะมีการ์ดเก่าๆหลงเหลืออยู่ ให้สามารถนำมาใช้ด้วยกันได้ ดีกว่าที่จะนำไปโยนทิ้งให้เจ็บใจ ถือเป็นการช่วยลดโลกร้อนได้ทางหนึ่ง ( ขนาดนั้นเลย ) แต่สำหรับผู้ใช้งานที่ซื้อกล้องดิจิตอลเป็นตัวแรกก็นับว่าไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะขณะนี้ XD Card ถือได้ว่าเป็นอะไรที่ดับเอามากๆ จากราคาที่แพงกว่าการ์ดชนิดอื่นและกำลังค่อยๆหายไปจากตลาดแล้ว หลังจากที่ฟูจิกับโอลิมปัสพยายามช่วยกันดันอยู่นานหลายปี จนตอนนี้กล้องรุ่นใหม่ๆของฟูจิเริ่มปรับตัวตามความนิยมของตลาดด้วยการออกแบบให้สามารถใช้ SD Card ได้ด้วย จากเมื่อก่อนที่สามารถใช้ XD Card ได้แค่เพียงอย่างเดียว

ด้านจอแสดงผลนั้นเป็นจอขนาด 2.7 นิ้ว ทั้งคู่ และมีความละเอียดกันที่ 230,000 พิกเซล ซึ่งถ้าขยายขนาดเป็น 3 นิ้วและเพิ่มความละเอียดหน้าจอขึ้นอีกซักหน่อยคงจะเป็นการดีมาก เพราะสมัยนี้นั้นมาตรฐานของกล้องดิจิตอลควรจะอยู่ที่ขนาด 3 นิ้วกันแล้ว แต่ด้วยขนาดของหน้าจอที่เล็กกว่าและความละเอียดที่ไม่มากแบบสุดๆนั้นก็ส่งผลดีในเรื่องของอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ช่วยให้ประหยัดพลังงานมากกว่าจอสเปคสูงๆที่กำลังเป็นที่นิยมกันในกล้องคอมแพคระดับพรีเมี่ยมทั่วไป

ในเรื่องของแบตเตอรี่นั้น S2000HD เลือกใช้แบตเตอรี่ขนาด AA จำนวน 4 ก้อน ซึ่งมีข้อดีคือหากคุณไปเที่ยวกับเพื่อนที่ใช้ FZ28 และเกิดแบตเตอรี่หมดเหมือนกันระหว่างที่อยู่บนดอยสุเทพทั้งๆที่เพิ่งเดินขึ้นมาถึง คุณก็สามารถเดินไปซื้อถ่านอัลคาไลน์ที่ร้านค้ามาใช้แทนได้ และปล่อยให้เพื่อนที่ใช้ FZ28 นั่งเซ็งไปคนเดียว หรือจะชวนเค้ามาถ่ายรูปร่วมกันแทน แต่ข้อเสียก็คือ คุณอาจจะต้องศึกษาหาความรู้เรื่องแบตเตอรี่แบบชาร์จได้เพิ่มขึ้นอีก เพื่อเลือกแบตเตอรี่ AA คุณภาพดีมาใช้กับกล้องของคุณ โดยแบตเตอรี่ประเภทนี้จะเป็นชนิด ลิเธียม เมทัลไฮดราย ซึ่งอายุการใช้งานในการชาร์จซ้ำก็จะค่อนข้างจำกัด และยังมีปัญหาเรื่องการคายประจุเมื่อไม่ได้ใช้เวลานาน คุณอาจจะต้องเตรียมแบต เตอรี่สำรองไว้ด้วยขณะไปเที่ยวเผื่อกรณีที่แบตเตอรี่ของคุณมีปัญหาขึ้นมา ซึ่งต่างจาก FZ28 ที่ใช้แบตเตอรี่แบบลิเธียมอิออน ที่เมื่อคุณชาร์จไว้เต็มแล้ว ก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีก หรือถ้าต้องการถ่ายหนักๆระหว่างวัน (ไม่ใช่ท้องเสียนะครับ) ก็อาจจะซื้อแบตเตอรี่ที่ตรงกับรุ่นที่ใช้มาสำรองไว้อีกซักก้อนก็อุ่นใจได้แล้ว

จะเห็นได้ว่า กล้องทั้ง 2 ตัวนี้ต่างก็มีทั้งความเหมือนและแตกต่างกันทั้งทางด้านสเปคและราคา โดยที่ FZ28 นั้นจะราคาสูงกว่าประมาณ 3 พันบาท ( อ้างอิงจากราคาประกันร้าน ) แต่ก็มีความเหนือกว่าในบางด้าน สำหรับใครที่มองว่าความต่างตรงนั้นไม่สำคัญสำหรับตัวเอง การเลือก S2000HD ก็อาจจะคุ้มค่ากว่า แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวในหลายๆเรื่องทั้งรูปทรงและแบรนด์ ซึ่งสุดท้ายก็อยู่ที่การตัดสินใจของแต่ละคนแล้วละครับ







ผู้เขียน/ เจ้าของบทความ วิทวัส เหนี่ยวองอาจ ( Jonaja )
เว็บไซต์ http://jonaja.multiply.com email : jo_naja@hotmail.com




 

Create Date : 27 กรกฎาคม 2552
1 comments
Last Update : 27 กรกฎาคม 2552 15:23:26 น.
Counter : 1806 Pageviews.

 

 

โดย: 360D Gallery 20 สิงหาคม 2552 22:21:34 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


jonaja
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add jonaja's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.