บล็อคของพีอาร์ชมรมหมีแพนด้า
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
22 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
Harry Potter and the Half Blood Prince .... ยืดยาด น่าเบื่อหน่าย เหมาะสำหรับคนนอนไม่ค่อยหลับ !!

.......................เมื่อคืนเปิดหนัง Harry Potter 6 ชมก่อนนอนครับ ปกติแล้วแม้ว่าผมจะง่วงขนาดใหน ส่วนใหญ่ก็จะดูหนังจนจบก่อนแล้วถึงจะหลับครับ มีหนังน้อยเรื่องมากที่ผมทนดูจนจบไม่ไหว เผลอหลับไปซะก่อน แล้ว Harry ภาคใหม่นี้ก็เป็นหนึ่งในภาพยนตร์น้อยเรื่องที่ว่าที่ผมเผลอหลับไปก่อนจะจบแผ่น 1 ครับ ลุกขึ้นมา อ้าวหนังจบซะแล้ว ปิดทีวีนอนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยดูต่อ ( แป่ว ) เนื้อหาของหนังนี้มันไม่มีอะไรเลยครับ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นผู้กำกับคนเดียวกับที่ทำภาคที่แล้วครับ !! จำได้ว่า สามภาคที่ผ่านมาของ Harry ผมให้สามดาวมาตลอดนะครับ มีภาคนี้นี่แหละที่ดรอปลงไปเลย เป็นภาคที่ห่วยที่สุดเท่าที่เคยดูมาทุกภาค !!

.......................Harry 6 เหมือนหนังส่วนเกินที่ขยายความจากภาคก่อนๆ หากินกับความสำเร็จของชื่อ แฮรี่ เท่านั้น หนังไม่มีเนื้อหาอะไรใหม่ๆ ไม่มีเรื่องราวที่น่าสนใจ ซ้ำซาก เยิ่นเย้อ เล่าเรื่องได้น่าเบื่อหน่าย และชวนหลับเป็นที่สุด !! ตัวละครก็เริ่มโตขึ้นจนหมดความน่ารักซะแล้ว งงมากๆว่าเนื้อหาแค่นี้ถ้าเล่าเป็นหนังสือ คนที่ไปหาซื้อมาอ่านจนจบได้นี่ ไม่บ้าก็โง่แล้วครับ เดาว่าคงเป็นพวกบ้าตัวละคร หรือบ้านิยายเรื่องนี้ซะมากกว่า ก็เนื้อหามันไม่มีอะไรเลย เขียนวนไปวนมา น้ำท่วมทุ่ง จิ้นกันไปเรื่อยๆ โชคดีฉิบหายที่ผมไม่ได้ไปตีตั๋วดูในโรง ไม่งั้นคงด่าฉิบหายวายป่วงแน่ๆ นึกๆแล้ว หนังชุดแฮรรี่ มันก็ไม่มีอะไรมากไปว่า ขายของเก่ากินไปวันๆ ~

.......................ความโดดเด่นที่ทำให้ผมชื่นชมแฮรรี่ ภาคที่ผ่านมา เพราะว่าหนังมีพัฒนาการของตัวละครที่ค่อนข้างชัดเจน มีจุดหักเหของเรื่องราว แล้วก็สไตล์ความเป็นตัวตนของผู้กำกับแต่ละภาคค่อนข้างชัดเจนครับ แต่มาภาคนี้เหมือนเขาไม่มีอะไรใหม่ๆมานำเสนอแล้ว ถ้าเปลี่ยนผู้กำกับเป็นคนอื่นก็อาจจะทำให้หนังดูดีกว่านี้ก็ได้นะ เอฟเฟคซ์ในหนังเรื่องนี้ก็ดูเฉิ่มเชยเอามากๆ แล้วขอโทษนะครับ ไอ้ฉากแข่งกีฬานี่นะ ไม่รู้จะใส่เข้ามาทำตะบักตะบวยอะไร แทบจะทุกภาค มันไม่ได้มีความน่าสนใจ น่าสนุก น่าเชียร์เลยสักกะนิด แถมฉากทำซึ้งช่วงท้ายยิ่งไปกันใหญ่ หนังไม่ได้สร้างความรู้สึกให้ผูกพันกับตัวละครเลย จริงๆในหนังแบบนี้ ถึงใครจะตาย เดี๋ยวมันฟื้นได้เองแหละครับ เพราะงั้นไม่รู้จะซึ้งไปทำไม ?

.......................ความสำเร็จประการเดียวของหนังเรื่องนี้ก็คือ มันคือยานอนหลับชั้นดี ที่กลมกล่อมพอสมควร ไม่ทำให้ผมรู้สึกตะขิดตะขวง หรือหงุดหงิดใจก่อนที่จะหลับ เหมือนหนังอย่าง Nim's Island หรือเรื่อง Stardust ที่ผมดูแล้วรู้สึกแย่มากๆตั้งแต่ต้นเรื่อง จนทนดูจนจบแผ่นไม่ไหว ต้องข้ามไปดูต่ออีกวัน ซึ่งก็ยังพบว่ามันไม่มีความดีอะไรแม้แต่น้อย !! แต่ Harry 6 นี่กล่อมประสาทอย่างเนียนๆเลยครับ ดูไปแล้วจะเริ่มเคิล้มมม แล้วเริ่มฝันดี จากนั้นก็สามารถทำให้คนดูหลับไปได้อย่างไม่รู้ตัว เผลอๆอาจจะฝันถึง แฮรรี่ หรือ เฮอร์ไมโอนี่ เลยก็เป็นได้ครับ !! งานภาพแบบฟุ้งๆเพ้อๆชวนหลอน ก็ยิ่งทำให้คนดูเข้าสู่ห้วงภวังค์ได้ไม่ยาก ใครที่นอนไม่ค่อยหลับ หรืออยากพักผ่อนแบบเพลินๆ ก็แนะนำให้เช่าหาซื้อมาดูติดห้องนอนครับ .... สองดาว ....

ป.ล. คุยกันต่อได้ที่เวปหมีแพนด้านะครับ

http://www.pandagroup.pantown.com/




Create Date : 22 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 22 พฤศจิกายน 2552 13:21:27 น. 10 comments
Counter : 733 Pageviews.

 
ปากหมาจังเลยเนาะ กุส์ไม่ได้บ้าตัวละครกูส์ก็อ่าน ไม่ได้บอกว่าชอบเป็นพิเศษ แต่เมิงมาตัดสินคนที่อ่านว่าบ้าหรือโง่แบบนี้ พ่อเมิงสอนเหรอ คนเรามีสิทธิชอบไม่เหมือนกันเว้ย ถ้าไม่ชอบก็ด่าที่หนังสือหรือหนังสิวะ เมิงพ่วงคนอ่านเข้ามาด้วยทำไม สานดา


โดย: .... IP: 222.123.207.69 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2552 เวลา:17:14:15 น.  

 
เอ่อ ถ้าจะติหนังก็ไม่ว่านะ แต่หนังสือที่เจเคแต่งเราว่าแต่งได้ดีนะ กรุณาอย่่าหาว่าคนที่ซื้อหนังสือโง่ได้มั้ย แบบนี้วิจารณ์แค่สนุกปากตัวเองรึเปล่า


โดย: มิไดโดโกโระ IP: 125.24.82.42 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2552 เวลา:19:49:23 น.  

 
สนุก ดี นิ

จะ เอา มันส์ ไป ถึง ไหน

เค้า ทำ ออก มา ดี ที่ สุด เเล้ว


โดย: 0.0 IP: 192.168.1.126, 124.157.129.221 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2552 เวลา:20:55:33 น.  

 
ยังคงรีวิวหนังแบบล่อเป้าสม่ำเสมอนะครับ
แบบนี้เขาเรียกไม่แคร์สื่อใช่มั้ยเนี่ย... อิอิ


โดย: Nanatakara วันที่: 23 พฤศจิกายน 2552 เวลา:0:58:56 น.  

 
ผมรู้สึกว่าภาคนี้สิ่งที่แฮรี่ต้องเผชิญนั้นยังไม่ค่อยชัดเจนหรือแรงเท่าภาคที่แล้วหรือภาคก่อนๆ อาจจะด้วยความที่ตัวคนเขียนบทเองตั้งใจจะสานต่อเรื่องราวหรืออารมณ์ในภาค 7.1 และ 7.2 อยู่แล้วด้วย ภาคนี้จึงเน้นวนเวียนเกี่ยวสภาะทางอารมณ์ที่ตัวเอกทั้งสามต้องเผชิญ จริงๆผมว่าอารมณ์ขันแบบอังกฤษที่อยู่ในภาคนี้ตลกดีนะครับ และนักแสดงแต่ละคนก็ฉายแววมากขึ้นโดยเฉพาะเอมม่า วัตสันที่น่าเสียดายว่าอาจจะไม่ได้แสดงต่อ ดังนั้นรอลุ้นภาคต่อไปดีกว่าครับว่าจะสานต่อเรื่องราวและขมวดปมจบอย่างไร อย่าลืมว่าเรื่องนี้เป็นภาคต่อนะครับ


โดย: Teeraratsakul วันที่: 26 พฤศจิกายน 2552 เวลา:8:07:35 น.  

 
ถ้าคุณได้อ่านหนังสือภาค 6 คุณจะรู้ว่า ในหนังสือละเอียดมาก และน่าติดตามอ่านเหลือเกิน หนังอ่าจจะมีข้อด้อยที่เวลา งบประมาณและสถานที่ที่หาเหมือนเดิมไม่ได้ แต่ถ้าคุณไม่เคยอ่านหนังสือมาก่อนเลย หนังเรื่องนี้ก็โอเคนะ ดาราทุกคนดีมาก


โดย: สาวกแฮรี่ IP: unknown, 202.143.150.98 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:56:59 น.  

 
ผมเห็นด้วยนะครับว่าดูหนังเรื่องนี้แล้วง่วงนอน แต่จะว่ามันไม่มีอะไรดีเลยก็คงจะไม่ยุติธรรมกับมันไปหน่อย ผมลองแกะข้อคิดที่ได้จากหนังเรื่องนี้ออกมา ผมว่ามันไม่เลวเลยนะครับ ลองอ่านดูในอีกมุมมองนะครับ
Harry Potter and The Half - Blood Prince
“หัวใจที่ถูกกระทำ ... ของผู้ถูกเลือก”
“ความภูมิใจครั้งสุดท้ายที่คุณมอบให้ตัวเอง คืออะไร?...”
เรื่องราวของเด็กชายที่มีแผลเป็นรูปสายฟ้าบนหน้าผาก ซึ่งคนทั่วโลกรู้จักกันดี กำลังจะก้าวถึงบทสุดท้ายบนหนทางที่แสนยาวนานเกินกว่าที่เขาจะรู้ด้วยซ้ำ กับปีที่ 6 บนแผ่นฟิล์มภาคต่อที่มีชื่อว่า “Harry Potter and The Half - Blood Prince” หนังเรื่องนี้คงไม่ต้องเล่าเรื่องย่อกันอีกแล้ว เพราะนี่คือมหากาพย์อีกเรื่องหนึ่งที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในโลก ทั้งในวงการหนังสือ หรือ วงการภาพยนตร์ก็ตาม
หากกล่าวว่าชีวิตของ ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’ ได้เริ่มต้นขึ้นก่อนที่เขาจะลืมตาดูโลกเสียด้วยซ้ำก็คงไม่ผิด การต้องแบกรับกับเรื่องราวต่างๆมากมายที่ตนเองไม่เคยรับรู้ แต่กลับต้องมาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตั้งแต่การเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกกดดันกับสภาพความเป็นอยู่มาตลอด จนกระทั่งมาถึงการได้รับรู้ว่าตนเองเป็นพ่อมด แถมยังเป็นพ่อมดซูเปอร์สตาร์ที่เคยปราบ ‘คนที่คุณก็รู้ว่าใคร’ หรือ ‘ลอร์ดโวลเดอร์มอร์ท’ เจ้าพ่อศาสตร์มืดที่ทุกคนเกรงกลัวได้เสียอีก
ในภาคนี้ ‘แฮร์รี่’ เข้าสู่การเป็นหนุ่มใหญ่เกือบจะเต็มตัวแล้ว เรื่องราวต่างๆที่ถาโถมสู่เขาทุกปี สร้างให้เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งมากขึ้น หรืออย่างน้อยก็พยายามเข้มแข็งให้คนอื่นเห็น เขาเริ่มที่จะมีโลกส่วนตัวที่เป็นพื้นที่ของตนเอง พยายามแก้ไขปัญหาต่างๆโดยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภารกิจที่ได้รับจากดัมเบิลดอร์ , การค้นหาความลึกลับของหนังสือที่บังเอิญได้พบพร้อมกับสมญานามลึกลับว่า “เจ้าชายเลือดผสม” ที่ยังไม่รู้ว่าจะดีหรือร้าย , หรือแม้กระทั่งเรื่องของหัวใจที่ทำยังไงก็ยังไม่ลงตัวเสียที
ถ้าหากมีคนถามเขาว่าตั้งแต่เขาเกิดมา และ เจอปัญหาต่างๆมาอย่างมากมาย สิ่งใดที่ยากที่สุดในชีวิตเขาแล้วล่ะก็ ผมเดาเอาว่าคำตอบคงจะเป็นว่า “การเป็น ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’ นี่แหละที่ยากที่สุด” เพราะหากคุณได้ติดตามชีวิตของเขามาตั้งแต่ต้นแล้วละก็ คงเข้าใจว่าสิ่งที่เขาได้เจอะเจอมาตั้งแต่เด็กนั้น เริ่มมาตั้งแต่ ความขมขื่นจากการไม่เป็นที่ต้องการของคนในครอบครัวทั้งลุงและป้าของตัวเอง แต่แล้วจู่ๆทุกอย่างก็พลิกกลับแบบรับไม่ทัน เขากลายเป็นมหาเศรษฐีตัวน้อยในโลกแห่งเวทย์มนต์ เป็นคนมีชื่อเสียง ก่อนที่จะนำเขาเข้าสู่การผจญภัยในหลากหลายเหตุการณ์แบบแทบจะเอาชีวิตไม่รอด
ในเรื่องของการผจญภัยนั้น ผมว่า ‘แฮร์รี่’ เองคงจะชื่นชอบอยู่ในตัวอยู่แล้ว เพราะแม้จะอันตราย แต่ก็นำมาซึ่งความตื่นเต้น และ คำตอบที่เขาพยายามตามหา อีกทั้งที่สำคัญ เหตุการณ์เหล่านั้นทำให้เขาค้นพบเพื่อนซี้ที่แสนดี ทั้ง ‘รอน’ และ ‘เฮอร์ไมโอนี่’ ถึงแม้ว่าในช่วงหลังๆเขาจะไม่อยากให้เพื่อนของเขาต้องมาเสี่ยงด้วยก็ตาม แต่สิ่งที่น่าจะรบกวนจิตใจของ ‘แฮร์รี่’ มาโดยตลอด คงจะเป็นการถูกคาดหวังจากทุกคนมาตั้งแต่แรก เนื่องด้วยเขาเป็นคนที่เคยปราบจอมมารได้ เพราะมันทำให้เขาอึดอัดมาโดยตลอด เมื่อเขาทำดี สิ่งที่เขาได้รับนั้นไม่ได้มากไปกว่าความเมินเฉยจากผู้อื่น แต่เมื่อเขาทำพลาดนั้น เขากลับกลายเป็นคนที่ถูกพิพากษาให้รับโทษที่มากกว่าเหตุจากสังคมทุกครั้ง ทั้งการมองอย่างตำหนิ , อิจฉา , หมั่นไส้ , ทับถม ,จนถึงเหยียดหยามในที่สุด
สิ่งเหล่านี้เองที่เป็นความปวดร้าวของเขามาตลอด แต่เขาก็ยังโชคดีที่มีคนที่คอยอยู่ข้างเขาเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิททั้งสอง หรือ ดัมเบิลดอร์ ครูใหญ่ใจดีผู้รอบรู้ ทั้งหมดนี้คอยเสริมสร้างให้เขาแข็งแกร่งขึ้น จนมาถึงภาคนี้ที่เราจะเห็นว่าเขาเข้มแข็งกว่าที่เคย และ ยังสามารถรับมือกับปัญหาต่างๆได้ดีขึ้นด้วย นอกจากนี้กับภาคที่ผ่านมาทำให้เขากลายเป็น “ผู้ที่ถูกเลือก” ในสายตาของทุกคนอีกครั้ง นำมาซึ่งการกลับมาเป็นที่สนใจ การคาดหวัง และ การถูกจ้องมอง
แน่นอนว่า คราวนี้เขาเองทำได้ดีขึ้น เขาไม่สะทกสะท้านต่อสายตาของคนอื่นมากเท่าเมื่อก่อน แต่ทราบไหมครับว่าด้วยเวลาที่ก้าวไปเรื่อยๆ มันก็นำปัญหาใหม่ๆมาสู่เขาเช่นกัน แถมยังเป็นเรื่องที่เขาต้องแก้ไขด้วยตัวคนเดียวอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก มิตรภาพ หรือการใช้ชีวิต การเป็น ‘ผู้ที่ถูกเลือก’ คือการกลายเป็น ‘ผู้ถูกกระทำ’ โดยไม่ได้เลือกเอง นั่นคงมาจากคำว่า ‘ถูกเลือก’ (The Chosen One) หากเป็นภาษาอังกฤษก็คงเป็น ‘passive voice’
การถูกเลือกเพียงผู้เดียว หากดูเผินๆก็คงจะเป็นเหมือนฮีโร่ เป็นผู้ชนะ เป็นความหวัง ใช่ครับ ! มันเท่ห์มาก แต่สำหรับ ‘แฮร์รี่’ แล้ว การถูกเลือก คือการบังคับให้เขาต้องเจอกับความเจ็บปวด และ เหนือไปกว่านั้น เป็นการบังคับให้เขาต้องเจ็บปวดจากความเปล่าเปลี่ยวด้วยการอยู่คนเดียว เข้าทำนอง ‘ยิ่งสูงยิ่งหนาว’ แหละครับ แต่การถูกเลือกก็ได้ฝึกฝนให้เขาได้มีความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว เข้มแข็ง มั่นใจ และที่สำคัญสิ่งเหล่านี้เอง ที่ทำให้หัวใจของเขาสะกดคำว่า “ความภูมิใจ” ได้
แน่นอนครับ เมื่อเราได้ก้าวพ้นจากความเจ็บปวดทั้งหมดได้ เราก็สร้างความภูมิใจในตัวเองขึ้นมาได้ นั่นแหละ เราก็จะเข้าใจว่า ‘ทำไมเราจึงเป็นผู้ที่ถูกเลือก’… เช่นเดียวกับพวกเราทุกคนนี่แหละครับ หลายครั้งที่เราต้องเจอกับปัญหาต่างๆที่ถาโถมเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องความรัก หรือเรื่องใดๆก็ตาม ยิ่งเราอยู่ในที่สูงมากเพียงใด เราก็จะยิ่งเจอปัญหาที่หนักหนาตามมาด้วยทุกครั้ง บางครั้งเราท้อ บางครั้งเรานั่งปรับทุกข์กับตัวเองบ่อยๆ ว่าทำไม่ต้องเป็นเราด้วย บางครั้งเราก็เหนื่อยจนแทบไม่กล้าจะเดินหน้าต่อไปอีกด้วยซ้ำ แต่เชื่อไหมครับ “ผู้ชนะจะไม่เคยหยุดนิ่ง” และ “คนส่วนใหญ่พร้อมจะเป็นผู้ชนะ”
ปัญหาต่างๆที่เราได้เจอะเจอในชีวิตประจำวัน การถูกคาดหวังจากคนรอบข้าง ล้วนสร้างความยากในการใช้ชีวิตกับเรา แต่เราทุกคนก็อยากที่จะทะเยอทะยานไปให้สูงที่สุด เราทุกคนล้วนแต่อยากเป็น ‘ผู้ที่ถูกเลือก’ นั่นเพราะว่าเราเองอยากจะได้รับการถูกยอมรับ การถูกยอมรับนั้นจะนำมาซึ่งความพอใจ และมากกว่าความพอใจของคนอื่นนั้น หากเราสามารถเอาชนะปัญหาทั้งหมดได้ เราก็จะสามารถให้ “ความภูมิใจกับตัวเอง” ได้ เชื่อผมเถอะครับ...มันเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่มาก
ช่วงหนึ่งของ Harry Potter and The Half - Blood Prince ‘แฮร์รี่’ ได้พูดกับ ‘ศจ.สลักฮอร์น’ ว่า “เขาคือผู้ถูกเลือก” เพื่อแสดงให้ ‘สลักฮอร์น’ ได้เห็นว่า เขาพร้อม และ แข็งแกร่งพอที่จะเผชิญปัญหาทุกสิ่ง และ ตัวเขาเองได้ยอมรับแล้วว่าความเจ็บปวดทั้งหมดที่เขาเจอ และ ถูกกระทำนั้น มันไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่า การที่เขาจะยืดอกรับกับการกระทำของตนเองที่จะภูมิใจ และ พร้อมจะเรียกตนเองได้ว่า ‘ผู้ถูกเลือก’แล้ว อีกทั้งยังถามกลับไปว่า “แล้วคุณล่ะ!! กล้าหาญพอที่จะยอมรับมันหรือไม่”
สำหรับเรื่องนี้ คงต้องยอมรับว่าการเป็น ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’ ในชีวิตจริงนั้นไม่ง่ายเลย แต่ก็เป็นการพิสูจน์ตัวเองได้อย่างดีเยี่ยมด้วย บางทีการเป็น ‘ผู้ถูกเลือก’ ในความหมายของ ‘แฮร์รี่’นั้น ไม่ได้หมายถึงการเป็นผู้ที่ถูกผู้อื่นเลือก หากแต่เขาเองต่างหาก ที่พร้อมจะกลายเป็น ‘ผู้ถูกเลือก’ ด้วยตัวเองให้กลายเป็นผู้ชนะแทนที่จะเป็นผู้ถูกกระทำเหมือนที่ผ่านๆมา... แล้วคุณทุกคนล่ะครับ หากเราแสวงหาเส้นทางที่จะเลือกให้กับตนเองแล้ว “คุณพร้อมหรือยังที่จะเป็นผู้ถูกเลือก และ ภูมิใจไปกับคำนั้นด้วยตัวของคุณเอง?”.... จงเป็นกำลังใจให้กับตนเอง ยอมรับตนเองให้บ่อยกว่ายอมรับปัญหา เพียงแค่นี้ “คุณก็จะเป็น ‘ผู้ถูกเลือก’(The Chosen One)โดยไม่ต้อง ‘ถูกกระทำ’ แล้วครับ...”


โดย: คนขี่แผ่น IP: 112.142.3.5 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2552 เวลา:2:36:08 น.  

 
ครับ คุณคนขี่แผ่น กระทู้คุณที่พันทิป ผมตามเข้าไปอ่านแล้วล่ะครับ


โดย: joblovenuk วันที่: 1 ธันวาคม 2552 เวลา:15:22:29 น.  

 
ยาวไม่อ่าน


โดย: aaa IP: 172.30.218.191, 172.30.218.191, 127.0.0.1, 58.8.1.123 วันที่: 2 ธันวาคม 2552 เวลา:18:47:47 น.  

 
งงมากๆว่าเนื้อหาแค่นี้ถ้าเล่าเป็นหนังสือ คนที่ไปหาซื้อมาอ่านจนจบได้นี่ ไม่บ้าก็โง่แล้วครับ

เค้าหมายถึงว่าถ้าเนื้อหาในหนังสือมันเป็นอย่างที่หนังทำออกมาอ่ะค่ะทุกๆคน

อ่านเจอ 2 คห บนสุดแล้ว งง เลย อ่านกันไม่ละเอียดหรือเปล่าคะ

ส่วนตัวเราชอบอ่านหนังสือเรื่องนี้ และไม่คิดว่าน่าเบื่อ

แต่ภาคนี้เราไม่ไหวจริงจังค่ะ เราว่าแย่สุดเมื่อเทียบกับภาคก่อนๆอ่ะค่ะ ดูแล้วง่วงด้วย (ดีนะที่ไปดูที่โรงหนัง ถ้าดูที่บ้านก็คงหลับก่อนหนังจบอ่ะ)

แต่มีเราคนเดียวที่เห็นอย่างนี้ เพราะเพื่อนๆกับน้องชายเราก็ยังคงชอบอยู่ดีอ่ะนะ


โดย: ริ IP: 125.25.231.4 วันที่: 24 ธันวาคม 2552 เวลา:0:06:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

joblovenuk
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




บล็อคของพีอาร์ชมรมหมีแพนด้า พีอาร์ประจำชมรมหมีจีนครับ
คิดว่ามิตรภาพในโลกไซเบอร์มีจริงๆ


ใครๆเค้าว่าผมพูดมาก ชอบเม๊าท์ ปากจัด ส่วนนิสัยเหรอครับ ไม่รู้เหมือนกันครับ อาจจะดีหรือแย่ก็ได้ แล้วแต่คนจะมองครับ ชอบทำความรู้จักผู้คนเยอะๆ ขี้เหงา นอนไม่หลับ ประจำ คิดเล็กคิดน้อย ฟุ้งซ่าน เบื่อๆ เซ็งๆ




Friends' blogs
[Add joblovenuk's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.