Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2550
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
2 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 

" มาปล่อยสัตว์....ทุกวัน....กันเถอะ..."

มาปล่อยสัตว์....ทุกวัน....กันเถอะ
ยังมีงานเขียนค้างอยู่ที่เครื่องผมเรื่องหนึ่งยังเขียนไม่เสร็จ แต่วันนี้มันมีเรื่องให้ต้องหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเขียนก่อน
วันนี้ผมมีโอกาสได้ไปเดินเที่ยวที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ที่พระประแดงเป็นตลาดที่
น่ารักมาก ส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านในแถบนั้นและบริเวณใกล้เคียง นำผลไม้อาหารพื้นบ้านมาขายกัน ผักผลไม้ก็จะเป็นแบบไม่ค่อยมีขายในตลาดทั่วไป
ทั้งราคาก็ยังถูกอีกด้วย ถุงละ5บาท10บาท ส่วนขนมหรืออาหาร ก็จะอยู่ที่ราคาประมาณ20-30บาม มีขนมและอาหาร ผักผลไม้ หลายชนิดที่ผมอยากจะนำเสนอ แต่พอก่อนเถอะเดี๋ยวจะกลายเป็นการ “ชวนเที่ยว”ไปซะก่อนกลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ
ระหว่างที่ผมนั่งที่ศาลาท่าน้ำ ก็มีคุณแม่กับลูกสาวและลูกชายน่าจะเรียนอยู่ประถมทั้งคู่ ตัวคุณแม่ก็ถือถังใส่ปลาไหล ส่วนมืออีกข้างก็ถือกระดาษแผ่นเล็ก น่าจะเป็นบทกรวดน้ำ ส่วนลูกสาวและลูกชายต่างก็ถือถังใส่เต่านา คงจะนำมาปล่อยที่คลองนั้น น้ำค่อนข้างลึกมาก ปลาไหลน่าจะรอด
แต่เต่านาทั้ง2ตัวผมเกรงว่าจะไม่รอด เพราะมันยังเด็กมากและต้องว่ายไปให้ถึงฝั่ง
ผมก็ละล้าละลังว่าจะลุกไปบอกให้ทั้ง3คนย้ายที่ปล่อยดีกว่าไหม สุดท้ายก็ลองดูละกันไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อเต่าทั้ง2ตัว ผมก็เข้าไปบอกเจ้าตัวเล็กก่อน
>“เอาเตานามาปล่อยในน้ำลึกแบบนี้ไม่ได้นะลูก เดี๋ยวมันจะตาย เพราะมันเป็นเต่านา มันว่ายน้ำไม่เก่ง”
เจ้าพี่สาวทำหน้ายุ่ง คิ้วชนกันตอบว่า “ทำไมไม่ได้ มันเป็นสัตว์น้ำ”
“เต่า มันเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำนะ ไม่ใช่สัตว์น้ำ” พลางคิดว่าโรงเรียนที่ไหน (วะ) ถึงสอนเด็กว่าเต่าเป็นสัตว์น้ำ

“น่าจะปล่อยฝั่งโน้นนะ” ผมชี้ไปอีกด้านของทางเดิน แค่เดินไปไม่ถึง10ก้าวก็ถึง (มันเป็นร่องสวน)

แต่คุณแม่ลูกสองก็ยังยืนยันที่จะปล่อยที่เดิม
” อ๋อ...หรือคะ งั้นราก็ปล่อยหันหน้ามันไปทางฝั่งนั้นแล้วกัน “
นี่คือการแก้ปัญหาของเขา ที่เขาบอกผม ผมไม่ได้รู้สึกอะไรเลยในสิ่งที่ผม
ตั้งใจดี แม้มันจะไม่เป็นไปตามนั้น ผมถือว่าผมทำดีที่สุดแล้วสำหรับเรื่องนี้

ผลบุญที่ปล่อยสัตว์แบบนี้หรือเปล่า ที่ทำให้คนบ้างคนที่คิดว่า(ทำดี)ให้กับคนอื่น แต่คนที่รับเขาไม่เห็นดีด้วย หรือที่หลายคนเคยรู้จักในนาม “ทำคุณ บูชาโทษ” (เพราะสิ่งที่คุณคิดว่ามันเป็นคุณ สำหรับคนอื่น ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ มันเป็นโทษต่อเขา) ก็เลยได้รับผลตอบแทนมาเป็นโทษ (เหมือนกับสิ่งที่ทำ)
ยิ่งพูดก็ยิ่งงง เรื่องคุณๆ โทษๆ

ไม่รู้ว่าเคยเป็นกันไหมครับ แต่ผมเคย สงสัยจะเคยปล่อยสัตว์แบบนั้น
ก็เลยเคยได้รับผลกรรมเข้าตำรา ทำคุณ บูชาโทษ

แต่ประเด็นที่ผมจะเขียนไม่ใช่ว่าจะมาว่าแม่ลูกทั้ง3คน จะทำผิดอะไรมากมาย จิตเขาก็ยังเป็นกุศลก็ยังดีมากที่สอนให้ลูกรู้จักการให้ทานชีวิต และเรื่องนี้ไม่ได้เกิดแค่ 3 คนแม่ลูกนี้ มันเกิดในคนหมู่มากในสังคมไทย
มันก็เลยเป็นประเด็นที่ทำให้ผมนำเรื่องนี้ขึ้นมาเขียนก่อน ที่จริงเรื่อง “ปล่อยสัตว์” นี้มันอยู่ในหัวผมตั้งแต่ เมื่อคืนวานว่าตั้งใจว่าจะเขียน แต่ไม่เร็วขนาดนี้
บังเอิญวันนี้เจอตัวอย่างพอดี เลยไม่อยากให้มันผ่านไปเปล่าๆ

คุณว่าคนส่วนใหญ่ที่ต้องการปล่อยสัตว์นั้น เขาต้องการปล่อยเพื่ออะไร
การให้ทานชีวิต เป็นสิ่งที่ดีมาก แต่เบื้องหลังหรือเจตจำนงนั้น
ควรจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ที่จะได้รับชีวิต ไม่ใช่เพื่อผู้ที่จะให้ พูดง่ายๆคือ การปล่อยสัตว์ ควรเกิดจาก การมองเห็นความทุกข์ยากที่สัตว์ตัวนั้นได้รับ หรือการปลื้มใจในอิสรภาพที่สัตว์พวกนั้นจะได้รับอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อตัวคนปล่อยเอง หวังจะได้บุญหรือฟาดเคราะห์จากการ
อิสรภาพหรือชีวิตนั้น


สิ่งที่ต้องคำนึงในการปล่อย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้ง 3ฝ่าย
(ได้บุญสมใจนีก บางลำภู)

1.เจตนาอันบริสุทธิ์ของผู้ปล่อย ต้องเพื่ออยากช่วยเหลือสัตว์เหล่านั้นให้พ้นทุกข์ ไม่ใช่เพื่อให้ตัวเองพ้นทุกข์ หรือจะเป็นเพราะหมอดูสั่งมา พระทักมา

2.สัตว์พวกนั้นต้องไม่เป็นสัตว์ที่นำมาขายเพื่อการปล่อย หมายความว่า ไม่ควรมีสัตว์ที่ถูกจับมาขาย
เพื่อนำมาให้คนปล่อย เพราะถ้าไม่มีใครซื้อสัตว์พวกนี้ปล่อย สัตว์พวกนี้จะไม่ถูกจับมาขายเพื่อให้คนปล่อย
ซึ่งเป็นการสร้างวงจรบาป โดยหลงคิดว่าตนเองเป็นคนทำบุญ เป็นคนมีเมตตา
คนเรามีความเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ เอาเปรียบเบียดเบียนสัตว์ตลอดเวลา
นอกจากจะฆ่าสัตว์เพื่อเป็นอาหาร ใช้แรงงาน พรากลูกพรากแม่เพื่อใช้เป็นเครื่องแก้เหงา ฆ่าเพื่อนำมันมาเป็นเครื่องประดับบารมี หรือแม้แค่เพื่อความสนุกสนาน
พอมีผลกรรมหรือบาปเคราะห์ก็คิด จะใช้สัตว์เหล่านั้น เป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ในการสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา ชีวิตตัวเองหรือคนที่ตัวเองรัก
โดยไม่สนใจเลยว่า มันจะอยู่รอดปลอดภัยหรือไม่

แต่ผมเห็นด้วยกับคนที่เดินเข้าไปในตลาดสด แล้วซื้อปลาหรือสัตว์ที่กำลังจะถูกคนซื้อไปประกอบอาหารมาปล่อย นี่แหละบุญแน่นอน เพราะไม่ได้ไปสร้างวงจรบาป

3.และข้อนี้จะขาดเสียไม่ได้เลยคือ ปล่อยแล้ว ต้องคาดการณ์ได้ว่าเขาต้องรอด บริเวณที่ปล่อยต้องเอื้อให้เขาอยู่รอด อยู่แล้วต้องไม่ทุกข์ทรมาน ถ้าปล่อยแล้วตายหรือทรมาณ คุณจะได้บุญหรือบาป พิจารณาดู
เช่นถ้าจะปล่อยปลาช่อนก็ปล่อยในแม่น้ำได้ ปลาดุกผมไม่แน่ใจว่าชอบน้ำลึกไหม หรือปลาไหลที่จะชอบลักษณะของโคลนตม ไม่ใช่น้ำลึกแน่นอน ปล่อยในแม่น้ำเขาก็จะอยู่ยากหากินลำบาก หรือเต่านาถ้ามาปล่อยในแม่น้ำ
ก็น่าสงสารมัน ต้องตระเกียกตระกายชูคอหายใจ คุณลองคิดดูซิว่ามันจะทรมานขนาดไหน

ผมมีข้อเสนอสำหรับเพื่อนๆ ที่สามารถปล่อยสัตว์ได้โดย ไม่เสียเงินเสียทอง
ไม่ต้องเสี่ยงกับการทำบาปโดยไม่รู้ตัว

เราก็ปล่อยสัตว์ที่มีอยู่รอบตัวเรา เจ้าพวกที่ทำลายความสุขเราบ้าง บางทีก็สร้างความรำคาญ

เจ้าพวกที่เราฆ่ามันโดยปกติ ฆ่ามันจนเป็นเรื่องธรรมชาติ หรือ ฆ่าโดยธรรมดา
ฆ่ามันโดยเป็นสัญชาติญาณ(โหด) กัดปุ๊บตบปั๊บ อ้าว..ตายแล้วหลอ..ไม่ได้ตั้งใจนะตัวเอง โหสิ โหสิ>(ที่พูดได้เพราะเคยทำมาทั้งน้าน)ให้เลิกฆ่า เลิกทำลายล้างกัน แก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นแทนการ ฆ่า
ไม่ว่าจะเป็น ยุง มด แมลงสาป ผมเลิกรบกับไอ้เจ้าพวกนี้มานานแล้ว และก็ไม่เห็นจะทุกข์อะไร ออกจะมีความสุขดีมากด้วย ก็แปลกนะ ตั้งแต่ที่ผมเลิกทุบเจ้าพวกนี้ เขาก็ไม่ค่อยจะทำร้ายผม (เชื่อก็ดี ไม่เชื่อก็ได้) ต่างกับคนข้างๆที่ไปไหนมาไหนกัน ชอบบ่นว่ายุงชุมบ้าง กัดเจ็บบ้าง (หรือเป็นเพราะเลือดเราไม่หอมหวาน มัน )

ถ้าพูดไป เราก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปตีเขานะ เพราะมันไม่ได้กัดเราเพราะความเกียจหรือหมั่นไส้เรา แต่ที่ยุงมันกัดเรา ก็เพราะว่ามันก็ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด เหมือนเราทุกๆคนที่ต้องทำมาหากิน มันก็ต้องทำมาหากินเหมือนเรา แต่การทำมาหากินของมัน อาจจะสร้างความไม่พอใจรำคาญใจให้คนรอบข้างบ้าง (ก็เหมือนเราอีกเหมือนกัน) แต่โทษของมัน ก็ไม่น่าจะถึงขั้นต้องโทษประหารเลยนี่ หรืออย่างพวกมดนี่ ส่วนใหญ่ที่มันกัดเรา เพราะมันคิดว่าเรารังแกมันก่อน ไอ้ประเภทที่ อยู่ดีดี หิวก็ไม่หิวแล้วตรงดิ่งเข้ากัด ไม่ค่อยมีนะ

เมื่อ1-2 ปีที่แล้วกระมังที่ผมไปต่างจังหวัด
แล้วเผลอตัวให้เจ้าก้นลายมันซดเลือดผม ไอ้เจ้านี่ปากเบามากไม่รู้สึกเจ็บเลย กว่าจะรู้สึกว่าคันๆ มันก็ซดจนตูดแดงแจ๋แล้ว ขยับแขนแล้วมันยังไม่ยอมไปเลย ต้องใช้นิ้วเขี่ยมันเบาๆ ถึงจะยอมแบกก้นหนักๆออกไป

ตอนวิปแรกที่เจอก็โกรธเหมือนกัน(ก็กินซะตูดแดงเลยอ่ะ) แต่ผมก็ถามตัวเองว่า ถ้าผมตบมันตาย ผมจะได้อะไร
เลือดก็ไม่ได้คืน ยังจะมาเสียศีลข้อแรกอีก ก็คิดซะว่าทำทานก็แล้วกัน คิดแค่นั้นก็สบายใจ ยุงตัวนั้นแหละคือสัตว์ที่ผมตั้งใจปล่อย

หรือแม้แต่ทุกวันนี้ เวลาเจอเจ้าปีเตอร์(แมลงสาป) ผมจะไม่ฆ่ามัน แต่จะเอามันส่งภัตตาคาร ที่คอนโดที่ผม อยู่แม่บ้านเขาจะแยกถังขยะเป็นเศษอาหาร และขยะทั่วไป
ผมก็จะเอากระดาษทิชชู่วิ่งไล่จับเจ้าปีเตอร์ไปส่งภัตตาคาร
มันน่าจะชอบ เพราะเห็นว่าไม่กลับมาอีกเลย เรียกได้ว่าไปที่ชอบ ที่ชอบเหมือนกัน

ส่วนเรื่องมด มันก็อยู่เต็มบ้านผมนะ ส่วนใหญ่จะเป็นมดดำตัวเล็ก ก็ต่างคนต่างอยู่ นี่ก็เดินกันให้ยั้วเยี้ยที่โต๊ะทำงาน ก็ยังไม่เห็นว่าจะทำความเสียหายอะไร
อ้อ ก็มีเมื่อเช้ามาไต่ที่คอ ผมก็จับมาวางที่โต๊ะทำงาน
มองไม่เห็นประโยชน์ที่จะไปฆ่าเขา

นอกจากความหมองเศร้าที่จิตใจจะตามมาถ้าคุณไม่ชอบให้มันมาเดินฉุยฉายให้เห็น คุณก็ใช้แป้งฝุ่นหอมเด็ก โรยบริเวณที่คุณหวงห้าม เขาก็จะไม่มาให้คุณเห็น

นอกจากเราจะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขแล้ว บางครั้งเราก็ช่วยเหลือกันยามเดือดร้อน บางวันไม่รู้ว่าร้อนหรือไงชอบลงไปในถ้วยน้ำ คงเคยเห็นมด
ที่มันกำลังจะจมน้ำ อย่าสาดน้ำนั้นทิ้งเสีย โดยไม่สนใจชีวิตที่อยู่ตรงหน้า

เราก็ให้ชีวิตมันได้ โดยใช้ไม้จิ้มฟันหรือกระดาษ แหย่ลงไปให้มันเกาะขึ้นมา
บางคนไม่สาดทิ้งเปล่ามีเสียง อี๋....อ ตามมาให้เจ็บกระดองใจมดด้วย

โชคดีที่ผมไม่มีปัญหาเรื่องหนู ถ้ามีอาจจะต้องดักและเอาไปปล่อยที่ไหนซักแห่งที่เขาน่าจะอยู่ได้ ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อปลาในตลาดสด

ถ้ายิ่งคุณโกรธมากเท่าไรแล้วคุณยอม หรือยินดีที่จะปล่อยเขามากเท่าไร คุณก็จะได้กุศลมากเท่านั้น
การที่เราจะเปลี่ยนความโกรธเป็นเมตตา เปลี่ยนการฆ่าหรือทำลายเป็นการให้

ลองคิดดูว่ากี่เด้ง

หลายคนอาจจะคิดว่า แค่ยุงหรือมดตัวเดียวจะไปมีค่าหรือมีความหมายอะไร
แต่ผมไม่คิดเช่นนั้นนะ
เพราะหนึ่งชีวิตเหมือนกัน อย่าลืมนะครับว่าชีวิตหนึ่งนั้น เราจะเจอยุง มด หรือแมลงสาป และสัตว์เล็กๆน้อยๆ
ทั่วไปที่เราจะให้ชีวิตแทนการฆ่า เป็นจำนวนเท่าไร

ตราบใดที่มือคุณยังเปรื้อนเลือดอยู่ แล้วจะเป็นมือที่สร้างบุญกุศลได้อย่างไร

อย่าลืมนะครับว่า ทุกๆสิ่งที่คุณทำ ทุกๆยุงหรือมดที่คุณฆ่า หรือคุณให้ชีวิต

มันคือแต้มสะสมในจิตใจคุณ
แล้วคุณต้องการสะสมแต้มชนิดไหนไว้ล่ะ......ในใจคุณ




 

Create Date : 02 ตุลาคม 2550
4 comments
Last Update : 2 ตุลาคม 2550 16:46:00 น.
Counter : 186 Pageviews.

 

อนุโมทนาคะ

 

โดย: หนูนิ้ม (nimmanoradee ) 2 ตุลาคม 2550 16:49:18 น.  

 

อนุโมทนาบุญนี้ด้วยนะครับ
ผมเองก็ไม่แตะต้องเขาเลยอ่ะครับ ถ้ามดขึ้นมือ หรือตัวก็เป่าเขาออกไป ถ้าเจอแมลงสาปก็ปล่อยไว้ ไม่อยากจะไปจับเขาอ่ะครับ แต่หลายครั้งที่คางคกเข้าไปในบ้าน อันนี้ก็มีจับครับ เอาไปปล่อยนอกบ้าน เพราะเขาน่าจะอยู่สบายกว่าในบ้านอ่ะ

 

โดย: sak (psak28 ) 2 ตุลาคม 2550 17:15:39 น.  

 

ใจดีนะเรา

พี่ฝน

 

โดย: จณิตส์ IP: 124.121.34.57 6 ตุลาคม 2550 22:32:06 น.  

 

ขออนุโมทนาค่ะ
เคยซื้อเต่า กบ(ตัวใหญ่ๆ) ในตลาดไปปล่อยตลิ่งริมคลองข้างๆ บ้าน ก่อนมันเดินจากไป มันหันกลับมามอง แถมฟังที่เราพูดว่าให้ไปดี ดูแลรักษาชีวิตตัวเองด้วย
ชื่นใจจังค่ะ เพราะเรารู้ว่ามันจะรอด และอีกหลายๆ ปีต่อมา เราก็เจอเต่าตัวที่ปล่อยโดยบังเอิญ (มีคนงานจับได้ แม่ก็ไปขอเขามา โดยบอกว่าเป็นเต่าที่ลูกปล่อยไว้หลายปีแล้ว) น่าแปลกที่แม่จำมันได้ แต่เราไม่รู้สิ (อิอิ)
ตัวมันโตกว่าเดิมมาก แล้วเราก็ปล่อยมันไปที่เดิมอีก
ส่วนกบ พอวันไหนฝนตก เราก็จะได้ยินเสียง อ๊บๆๆๆ ระงม เราจำเสียงได้เพราะแถวบ้านไม่เคยมีกบตัวใหญ่มากๆ ร้องมาก่อน

ทีแรกเราซื้อตัวใหญ่ กิโลนึงได้ไม่กี่ตัว ตอนหลังก็เลยซื้อตัวเล็กลงมาจะได้ปล่อยทีละหลายๆ ตัว

เราปล่อยเพราะอยากปล่อยนะ ไม่เคยเชื่อเรื่องหมอดูหรือเรื่องสะเดาะห์เคราะห์

เสียใจอยู่อย่างนึง แม่ค้าในตลาดขึ้นราคาทุกครั้งที่ไปซึ้อ
จาก กก.ละ 80 - 90 จนกระทั่ง 100 บาท (แพงเว่อร์)
แต่ก็ไม่เป็นไร คิดซะว่าช่วยได้ตั้งหลายชีวิตนะ

 

โดย: อ๊บอ๊บ IP: 158.108.166.251 23 พฤศจิกายน 2553 12:34:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


รังสิโยภาส
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add รังสิโยภาส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.