Group Blog
 
 
มกราคม 2556
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
30 มกราคม 2556
 
All Blogs
 

เล่าสู่กันฟัง : ยัง โจนส์

เธอจ๊ะ... 

นานแล้วสินะ ที่ไม่ได้เขียนจดหมายถึงกัน หวังว่าเธอคงสบายดี...

ส่วนเราเองสบายดี เอ หรือจะบอกว่าเรื่อยๆดีล่ะ (เหมือนกันมั้ยนะ “สบายดี”กับ”เรื่อยๆ”?) ยังบ้าอ่านหนังสือเหมือนเดิม แต่ช่วงนี้จะอ่านหนังสือซ้ำๆบ่อยๆ ที่มาแรงในตอนนี้ก็คือ “คุยกับประภาส”นี่แหละ อ่านได้หลายๆรอบในหลายๆเวลา เมื่อคืนก็ได้อ่านก่อนนอน  

 

เธอว่ามั้ย อ่าน”คุยกับประภาส” ช่วยให้หลับสบายขึ้น? (เธออาจไม่ว่า แต่เราว่านะ)

  จะว่าไป (ตกลงใครว่าใคร?) เธอเองนั่นแหละที่เป็นคนทำให้เราได้รู้จักกับคุณประภาสผ่านตัวอักษร เพราะเราจำได้ว่าเธอเป็นคนซื้อมาอ่านก่อน แล้วเราก็อ่านตาม แล้วก็ติดใจ เลยได้อ่านแล้วอ่านอีกมาจนทุกวันนี้…

เมื่อคืนก็ได้อ่านเรื่องของ ควินซี่ โจนส์(Quincy Jones) ที่คุณประภาสนำมาเล่าให้ฟัง(อ่าน) เสร็จแล้วก็เลยไปหาอ่านเพิ่มเติมอีก เพราะเราว่าเรื่องราวของเขา เร้าใจดี สุดท้ายก็เลยอยากเล่าให้เธอฟังบ้าง

   

แล้วตกลง ควินซี่ โจนส์ นี่ เขาเป็นใครกันล่ะ ?

 

เป็นใครน่ะหรือ ก็เป็นคอนดักเตอร์ชาวอเมริกัน โปรดิวเซอร์เพลง ผู้เรียบเรียงดนตรี ผู้ประพันธ์เพลงภาพยนตร์และนักทรัมเปต น่ะสิ แล้วผลงานของเขาก็ไม่ใช่ธรรมดานะ โจนส์ได้รับรางวัลแกรมมี่นับครั้งไม่ถ้วน หลายๆคนยกย่องว่านี่คือตำนานของวงการเพลง และเขาเคยได้ร่วมงานกับศิลปินชื่อก้องโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แฟรงค์ ซิเนตร้า,เรย์ ชาร์ลส, ไมลส์ เดวิส,ดุ๊ค เอลลิงตัน รวมไปถึง  ไมเคิล แจ๊กสัน (แม้จะบอกว่าเป็นศิลปินชื่อก้องโลก แต่เราก็รู้จักแค่สองคน คือแฟรงค์ ซิเนตร้า และ ไมเคิล แจ็กสัน แหะ แหะ)

สิ่งที่กล่าวมาข้างต้น เรียกได้ว่าเป็นงานของเขาที่คนส่วนใหญ่รับรู้ แต่ถ้าให้ถามอีกทีว่าเขาเป็นใคร?  

เป็นใครน่ะหรือ? (อย่าเพิ่งเบื่อนะ เราก็บ้าๆอย่างนี้แหละ)

  อย่างแรกเลยเราว่าเขาเป็น”คนอยากรู้อยากเห็น” …

   

ไม่ได้หมายความว่าเขาชอบอ่านหนังสือซุบซิบนะ แต่อยากรู้อยากเห็นในที่นี้ หมายถึงอยากรู้อยากเห็นในสิ่งใหม่ๆ ชอบที่จะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆอยู่เสมอ ตั้งแต่ยังเด็ก หลายๆคนพูดถึงโจนส์น้อย(เอ่อ หมายถึง โจนส์ตอนเป็นเด็ก) ว่าเขาเป็นคน”กระหายใคร่รู้ตลอดเวลา” คือมีโอกาสเมื่อใด ต้องขอเข้าไปคุย สอบถาม ศึกษาในสิ่งที่เขาชอบซึ่งก็คือเรื่องดนตรีอยู่เนืองๆ และนี่แหละที่ทำให้เขาได้พัฒนาความสามารถจนเป็นดั่งตำนานของวงการเพลง…

 

นอกจาก“ความอยากรู้อยากเห็น” ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของเขาแล้ว เราคิดว่า ลุงโจนส์(พอเห็นคนเก่งก็เริ่มนับเป็นญาติแล้ว เห็นไหม?) เขายังมีสิ่งที่เด็ดกว่านั้นอีกนะ และด้วยสิ่งนี้แหละที่ทำให้เขาเป็นไอดอลของใครอีกหลายๆคน

 

ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ “ความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง” ที่เราว่าเด็ดเพราะหลายๆคนก็มีความอยากรู้อยากเห็นคล้ายลุงโจนส์ แต่หลายคนนั้นกลับขาดความกล้าที่จะเริ่มทำในสิ่งใหม่ๆเช่นเขา  

ลุงโจนส์ไม่เคยยึดติดอยู่กับความสำเร็จเดิมๆ และ”รัก”ที่จะเริ่มทำในสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ โดยไม่ได้ใส่ใจกับ”คำพิพากษา”ของสังคมหรือแม้กระทั่งเรื่อง”เงิน” ก็ไม่ได้สำคัญไปกว่าการได้ลองทำอะไรใหม่ๆ  

ประโยคเด็ดของลุงแกก็คือ “สิ่งที่สำคัญมากกว่าเงินและชื่อเสียงก็คือ งานใหม่ๆ ที่ทำให้รู้สึกเหมือนกลับไปมีอายุสิบห้าอีกครั้ง” ( ……อืม จะว่าไปจริงๆลุงแกอาจจะแค่ไม่อยากแก่ก็ได้นะ)  

เมื่อครั้งลุงโจนส์มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการเพลงแจ๊ซ แล้วจู่ๆกลับตัดสินใจที่จะมาร่วมงานกลับไมเคิล แจ็กสัน ซึ่งบางคนในวงการแจ๊ซวิจารณ์เขาในทำนองว่าเป็นการทำเพื่อเงิน... เอาล่ะสิ เธอลองนึกดูนะ คนๆหนึ่งมีชื่อเสียงอยู่ในวงการดนตรีที่หลายคนมองว่าเป็นดนตรีชั้นสูง แล้วพอตัดสินใจไปทำงานดนตรีอีกประเภท(ซึ่งบางคนอาจมองว่าเป็นงานในระดับต่ำกว่าเดิม) ก็โดนสังคมพิพากษาว่าสิ่งที่ทำไป ก็เพื่อเงินเท่านั้น

  สำหรับเรื่องนี้ สิ่งที่ลุงแกแสดงออกก็แค่พูดประมาณว่า”ไม่เห็นเป็นไร ทำงานกับใครก็เหมือนกัน”

  ใช่ ทำงานกับใครก็เหมือนกัน ถ้าเรานึกสนุกที่จะทำ แต่พี่ว่าลุงแกคงสนุกจนเลยเถิดไปสักหน่อย เพราะอัลบั้มThriller ที่แกได้ทำงานร่วมกับ ไมเคิล แจ็กสัน นั้น เป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดในโลกอัลบั้มหนึ่งเลยทีเดียว!  

และแม้เมื่อได้ประสบความสำเร็จกับวงการดนตรีแล้ว ลุงโจนส์ แกก็ยังโจน(มาจากคำว่า young Jones)เข้าใส่วงการอื่นๆ แทบไม่ได้หยุดได้หย่อน จนอายุปาเข้าไปเจ็ดสิบกว่าๆ แล้ว และแม้จะมีฐานะเข้าขั้นมหาเศรษฐีแล้วก็ตาม ก็ยังสนุกที่จะทำงานใหม่ๆอยู่เสมอ  

เมื่อตอนลุงโจนส์อายุ74 ปี มีคนไปสัมภาษณ์ในทำนองว่า จะร่วมงานกับไมเคิล แจ็กสันอีกไหม? และจะด้วยอายุของลุงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่ทำให้ลุงตอบปฎิเสธไป ด้วยประโยคที่ว่า

“ได้โปรดเถอะคุณ ผมมีสิ่งที่จะทำมากพออยู่แล้ว เรา(โจนส์และไมเคิล)เคยได้ร่วมงานกันมาแล้ว ผมเองเคยได้คุยกับเขาเกี่ยวกับการร่วมงานกันอีกครั้ง แต่ว่า…ผมมีสิ่งที่อยากจะทำมากเกินไป ผมมีงานอยู่อีก900 โครงการที่จะทำ! ผมอายุ74แล้ว ให้ผมได้พักบ้างเถอะ”…………………

.......โถ  ลุงโจนส์

  ลุงแกน่ารักดีเนอะ กล้าซะจริงเชียว

  

เราคิดว่า ถ้าจะมีคำพูดใดของโจนส์ ที่แสดงถึงตัวตนของเขา ก็คงจะเป็นประโยคนี้แหละ  "การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องใหญ่ มันอยู่ที่ว่าเรามองมันอย่างไร กลัวมันหรือสนุกกับมัน”

เธอว่ามั้ย เรื่องของลุงโจนส์ทำให้นอนหลับสบายขึ้นเนอะ...  

โอ้ รู้สึกว่าจะเป็นจดหมายที่ยาวใช่เล่นนะเนี่ย เอาเป็นว่าพอแค่นี้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวเธอจะเบื่อ เอ หรือเบื่อไปตั้งนานแล้ว?

  …..ดูแลตัวเองมากๆนะ……

          เราเอง

 

 




 

Create Date : 30 มกราคม 2556
0 comments
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2556 17:13:56 น.
Counter : 447 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Singkhon2008
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ใครกันหนอบอกไว้ 'เมื่ออ่านมากๆเข้า ไม่นาน ตัวหนังสือจะไหลออกมาเอง' ... (มีด้วยเหรอ แบบนี้!)

ครับ เป็นเช่นนั้น ด้วยความที่ชอบอ่านมากถึงมากที่สุด เมื่อนานเข้า อาจเป็นด้วยไม่มีพื้นที่เหลือพอให้เก็บตัวอักษรอีกต่อไป จึงต้องปล่อยให้มันไหลออกมาบ้าง...

เขียนสนุกๆครับ ก็อยากให้อ่านสนุกๆเช่นกัน

ขอบคุณครับ
Friends' blogs
[Add Singkhon2008's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.