มุมน้อยๆๆๆๆ ค่อยๆๆๆๆ โตๆๆๆๆ

Ericlien
Location :
อุบลราชธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
 
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
24 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Ericlien's blog to your web]
Links
 

 

.:*~My Lovely Story~*:.ตอนที่ 3 (ตอนจบ)

My Lovely Story 3

พอฝนดาวมาถึง ทุกคนแทบจะกรูเข้ามาหาเธอทันที เสียงถามไถ่ดังขึ้นฟังแทบไม่ได้ศัพท์ จนเจ้าตัวต้องร้องบอกว่า...
“เดี๋ยวสิ..ขอฝนหายใจก่อน” ฝนดาวพูดพร้อมกับวางกระเป๋าลงบนพื้น แล้วค่อยทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างคนหมดแรง... น้ำอัดลมสีดำเย็นเจี๊ยบถูกยกขึ้นดื่มด้วยความกระหายไปหนึ่งอึกใหญ่ จากนั้นจึงคว้ากระเป๋าขึ้นมาควานหาอะไรบางอย่าง....
“ฝนตกลงว่า...เอริคของพี่เป็นยังไงบ้าง รีบเล่าเลยนะ อย่ามาทำเล่นตัวอย่างงี้” เจนนี่อดรนทนรอไม่ไหว
“เดี๋ยวสิพี่...ขอฝนโหลดรูปก่อน...น้า......” ฝนดาวรู้ว่า เพื่อนรุ่นพี่ของเธอใจร้อน จึงแกล้งยั่วให้รอเล่นๆ จังหวะเดียวกันกับที่พี่โอ๋ บ.ก. สุดเลิฟของเธอเข้ามาถึงพอดี...
“อ้าวฝน.ว่าไง เป็นไงบ้าง.....พี่นึกว่าจะกลับพรุ่งนี้ซะอีก..” คนถูกถามยิ้มแห้งๆแทนคำตอบ
“ก็ ไม่รู้ว่าจะอยู่ไปทำไมอะค่ะ..เพราะทางโน้น” ฝนดาวหมายถึงฝ่ายที่จัดการส่งเธอไปทำงานในครั้งนี้ “เขาบอกว่า ถ้าได้ข่าวอะไรเรียบร้อยแล้ว ก็อยากให้รีบกลับมา ก่อนที่เล่มอื่นๆ เขาจะไหวตัวทันน่ะค่ะ” จบประโยคหญิงสาวก็สะดุ้งตัว เหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้”
“แย่แล้ว!! ฝนยังไม่ได้โทรหาพี่แป้งเลยอะ..” ฝนดาวกดหมายเลยและพุดคุยกับปลายทางสองสามประโยค แล้วก็วางหูโทรศัพท์ลงที่เดิม
ทั้งฝนดาวและคนอื่นๆ จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังประมวลผลภาพอย่างใจจดใจจ่อ อริยาบทต่างๆ ของเอริค ที่ฝนดาวแอบจับภาพมานั้น ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงที่เขากำลังเล่นวอลเลย์บอลชายหาดกับเพื่อนของเขานั่นเอง

“กรี๊ดดด..เอริคของชั้นเท่ห์มั่กมาก..” เจนนี่ผู้ซึ่งเก็บอาการไม่อยู่หลังจากเห็นภาพทั้งหลายที่ค่อยๆโผล่ขึ้นมาบนจอมอนิเตอร์
ทุกคนหันมามองเจนนี่เป็นตาเดียวกัน พร้อมกับเสียงของพี่โอ๋สำทับขึ้นว่า
“นี่ นี่ ให้มันน้อย น้อยหน่อย... ดีนะที่ชั้นไม่เอาเธอไปนะ..คงเสียเรื่องแน่ๆ” โดนเข้าอย่างงี้ เจนนี่จึงยิ้มแหย๋แก๋ให้ ได้แต่ตอบเสียงอ่อยๆ ว่า
“โธ่ พี่โอ๋ก็......” ฝนดาวกำลังจะอ้าปากพูดอะไรขึ้นมาบ้าง ก็พอดีประตูห้องถูกเปิดออก พร้อมกับร่างของผู้หญิงสองคนที่เดินพุ่งตรงเข้ามาหาฝนดาว
“ไหนคะ..น้องฝน...รูปเอริคน่ะค่ะ” ทุกคนที่ยืนล้อมฝนดาวอยู่พร้อมใจกันแหวกทางให้กับผู้มาใหม่โดยอัดโนมัติ
“ฝนพยายามเต็มที่แล้วค่ะพี่...เค้าค่อนข้างระวังตัวเหมือนกัน....”
“แล้วเค้าเป็นยังไงบ้าง” พี่แป้งถามต่อ ส่วนตาก็จ้องที่จอมอนิเตอร์ไปเรื่อยๆ
“อ๋อ ... นี่เหรอ ตอนที่เล่นวอลเลย์บอลนะ”
“ค่ะ...”
“เขาเป็นอย่างที่มีข่าวมั้ย..” ผู้หญิงที่มากับพี่แป้งถามขึ้น
“เรื่องที่ว่าเขาเป็นเกย์นะเหรอคะ....อืม ฝนว่าไม่นะ...เขาก็ดูธรรมดา..”
“แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใครเหรอ?”คนถามพูดพร้อมกับเลื่อนเม้าท์ไปจิ้มที่รูปผู้หญิงที่สวมชุดบิกีนี ที่คอยยืนอยู่ข้างๆ เอริคเสมอ
“อ๋อ... เธอเป็นแดนซ์เซอร์ค่ะ ชื่ออะไรก็ไม่รู้ ..ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรอกค่ะ” ฝนดาวรีบบอก พี่แป้งพยักหน้า แล้วทุกคนก็ฟังเรื่องที่ฝนดาวเล่าไปเรื่อยๆ
“พี่เขียนข่าวดีๆ หน่อยนะ...” ฝนดาวพูดเสียงอ่อยๆ พร้อมกับยืนแผ่นซีดีที่มีรูปของเอริคส่งให้กับอีกฝ่าย
“จ๊ะ” คนรับของตอบยิ้มๆ
“แล้วจะเอาลงเมื่อไหร่คะ ” ฝนดาวถามด้วยความอยากรู้
“คงฉบับพรุ่งนี้เช้า.... แล้วที่กองนี้จะเอาลงฉบับนี้หรือเปล่า..”
“อ่า..คงไม่ทันแล้วละ...เพราะเราปิดต้นฉบับกันไปแล้ว”พี่โอ๋ตอบ แล้วก็เสริมต่ออีกว่า
“ที่สำคัญนะ กลัวโดนฟ้องด้วย 555.......” ทุกคนจึงหัวเราะกันเกรียว
และก่อนที่พี่แป้งจะผละไปนั้น ฝนดาวจึงถามขึ้นอีกครั้งว่า..
“พี่ค่ะ..จะเอาลงพรุ่งนี้เลยเหรอคะ....”
“จ้า..ต้องรีบลง เพราะไม่งั้นเล่มอื่นเค้าจะคว้าไปก่อน..” พี่แป้งพูดจบก็รีบผละไปทันที...
ฝนดาวใจเต้นตุ้มๆต่อมๆ พรุ่งนี้คงเป็นวันตัดสินชะตากรรมของเธอ สาธุ๊! ขออย่าให้เอริคเห็นหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นเลยนะ.....เพราะเขาต้องรู้แน่ๆ ว่ารูปเหล่านั้นเป็นฝีมือของใคร

หนังสือพิมพ์สตาร์เดลี่ลงรูปเอริคยืนคู่กับหญิงสาวคนหนึ่งสวมชุดบิกีนี่หรา พร้อมหัวข้อข่าวที่พาดไว้ว่า... “ซุปเปอร์สตาร์แดนกิมจิ ควงสาวสวีทหวานกลางชายหาด” ฝนดาวเห็นข่าวปุ๊บ ก็เกิดอาการมือไม้สั่น รีบพลิกไปดูหน้าที่มีข่าวต่อทันที หญิงสาวกวาดสายตามองดูรูปอย่างคร่าวๆ ไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก..เพราะข้อความที่ลงในหน้าข่าวนั้นน่าสนใจยิงกว่า เธออยากรู้ว่า เนื้อความข้างในนั้นจะเขียนไว้ว่าอย่างไร ในเมื่อหน้าแรกนั้น ขึ้นหัวข้อเสียใครเห็นเป็นต้องรีบคว้ามาดูอย่างแน่นอน เมื่ออ่านจบแล้ว ฝนดาวแทบจะปล่อยโฮออกมา...ทำไมเขาไม่เขียนอย่างที่เธอบอกไป..ทำไมถึงเขียนไปในทางข่าวคาวเรื่องชู้สาวเช่นนี้....ฝนดาวนึกอะไรไม่ออกคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะโทรหาใครดี............พี่โอ๋ พี่แป้ง พี่เจนนี่......หรือว่า จะโทรไปที่รีสอร์ทแห่งนั้น แล้วนิ้วก็ไล่กดตัวเลขไปตามความเคยชิน
“พี่เจนนี่ เห็นข่าวยัง”ฝนดาวพูดขึ้นทันที ที่ปลายทางรับสาย
“ฝน..เหรอ ...เออ.พี่เห็นแล้ว”
“พี่...ทำไมเขาทำกับหนูอย่างงี้ละ”ฝนดาวระเบิดเสียงไปตามอารมณ์
“หนูนึกว่าเค้าจะเขียนว่า เอริคแอบมาพักผ่อนซะอีก....อ่านแล้วน่าเกลียดจริงๆ “ฝนดาวพรั่งพรูออกมาเป็นชุด คนฟังก็ได้แต่บอกว่า
“ใจเย็นๆฝน โทรไปถามพี่โอ๋หรือยัง”
“ฝนกลัวอย่างเดียวอะ พี่เจนนี่ กลัวเค้าจะเห็น” จริงสิ...ทำไมเธอต้องแคร์ความรู้สึกของเขามากขนาดนั้นนะ
“แล้วนี่ฝนอยู่ที่ไหนเหรอ..”
“เพิ่งถ่ายงานเสร็จ กำลังจะเข้าออฟฟิศ.....พี่เจนนี่ฝนจะทำไงดี ถ้าเผื่อเค้าเห็นข่าวนี้เข้าอะ..”
“คงไม่หรอกน่า...เค้าคงเที่ยวของเค้าต่อไป คงไม่ได้สนใจอะไรหรอก...หนังสือพิมพ์ของวันนี้ พรุ่งนี้ก็กลายเป็นถุงกระดาษแล้ว” คำปลอบโยนของเจนนี่ทำให้ฝนดาวพอจะคลายความกังวลลงไปได้ถึงจะไม่ทั้งหมดก็ตาม หญิงสาวทำท่าจะระบายความในใจต่อแต่ก็ยั้งไว้ได้..เพราะเธอเกรงว่าคนฟังอาจจะเกิดความรำคาญก็เป็นได้ จึงได้แต่รับฟังคำแนะนำของอีกฝ่าย
“พี่ว่าเราอยู่เฉยๆ ดีกว่า เรื่องนั้นให้ผู้ใหญ่เค้าจัดการกันเองเหอะ.. เราเป็นแค่ลูกจ้าง ก็ทำไปตามหน้าที่ให้ดีที่สุดแค่นั้น...พี่รู้ว่าฝนคงรู้สึกไม่ดี..เพราะอย่างน้อยเท่าที่ฝนเล่าให้พี่ฟัง เอริคเค้าคงจะเริ่มไว้ใจ และเห็นว่าเราเป็นเพื่อนเค้าคนหนึ่ง แต่จู่ๆ ก็แอบมาหักหลัง เอารูปเค้ามาลงหนังสือพิมพ์อย่างงี้....... แต่รูปมันก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรนี่ มันน่าเกลียดตรงข้อความเท่านั้น และเอริคเค้าก็อ่านไม่ออกอยู่แล้ว”
ฝนดาวพยายามคิดตามที่เจนนี่บอก จะได้สบายใจ แต่เธอก็ยังอดกังวลไม่ได้ หรือเป็นเพราะใจของเธอไม่ได้คิดกับเขาเพียงแค่นั้น..........

“คนเขียนข่าวเอาอะไรคิดเนี่ย....งี่เง่าที่สุด”
“นั่นอะดิ..สักแต่ว่ามีปากกาอยู่ในมือ...ลงข่าวมั่วๆๆ
“คนถ่ายรูปมันก็จงใจถ่ายแต่มุมนั้นมุมเดียว” และอีกหลายๆ ข้อความที่ฝนดาวอ่านเจอในกระทู้ต่างๆ ทางอินเตอร์เน็ต ล้วนบั่นทอนความรู้สึกของเธอลงไปมากกว่าเดิม....ความรู้สึกว่าน้ำท่วมปากเป็นยังไง ฝนดาวเพิ่งเข้าใจในวันนี้เอง
เจนนี่เห็นสีหน้าที่ไม่สู้ดีของเพื่อนรุ่นน้องแล้ว..จึงเดินเข้าไปตบบ่าเป็นการปลอบโยน
“ พี่อ่านเจอตั้งแต่เช้าแล้ว ก่อนที่จะได้อ่านในหนังสือพิมพ์ซะอีก พี่ลองถามพี่คนหนึ่งดูแล้วนะ.. แกบอกว่า ให้ฝนส่งเมล์ไปหาผู้จัดการของเอริคดู ลองอธิบายว่าทำไมถึงเป็นอย่างนี้ แล้วให้ผู้จัดการเอ่... ชื่อไรน้า...คุณซองหรือไรนี่แหละ ช่วยพูดให้ เพราะเอริคค่อนข้างจะเคารพและเชื่อคุณซองไม่น้อยเลยแหละ”
“เอางั้นเลยเหรอค่ะ.พี่.. ว่าแต่พี่คนนั้นทำไมถึงได้รู้จักกับคุณซองไรนั่นละ”
“อ๋อ ป้าเม้าท์นะเหรอ(ชื่อล็อคอินในอินเตอร์เน็ท) รู้สึกว่าแกจะทำออแกไนซ์หรือไงนี่แหละ แกบอกว่าแกเจอมาเยอะเหมือนกัน พี่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับแกหลายเรื่อง อีกอย่างแกก็เป็นแฟนคลับของเอริคตัวยงด้วย...” เจนนี่อธิบายยืดยาว ฝนดาวกำลังจะเอ่ยปากถามอะไรต่อ ก็พอดีเสียงโทรศัพท์ที่โต๊ะดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
“สวัสดีค่า...นิตยสาร Intrend ค่ะ
“ขอเรียนสายคุณฝนดาวค่ะ”
“อ๋อ..กำลังพูดอยู่ค่ะ”
“น้องฝนเหรอค่ะ..พี่แอนที่เป็นประชาสัมพันธ์จากรีสอร์ทนะคะ”
“คะ!!” ฝนดาวเปล่งเสียงสูง
พี่แอนถามถึงที่มาที่ไปของรูปที่ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ ฝนดาวเล่าให้ฟังโดยไม่ปิดบังแต่อย่างใด
“โห....น้องฝนคะ..ตอนแรกพี่ก็หลงเชื่อ นึกว่าน้องนะ..มาจากโรงแรมที่กรุงเทพเค้าส่งมาจริงๆ. จนเมื่อวานพี่ถึงได้รู้ เพราะพี่วิทย์ ผู้จัดกัดการน่ะค่ะเป็นคนบอก.. ไม่อย่างนั้น ความแตกแน่ๆ..”
แล้วเธอคนนั้นก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงสายนี้ให้ฝนดาวฟัง
ในตอนแรกเธอก็ตกใจ ที่จู่ๆ เอริคก็เดินถือหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นมา...แล้วก็ถามว่ารูปเหล่านี้ ไปโผล่ในเล่มนั้นได้ยังไง ทุกคนงงเพราะเพิ่งเห็นข่าวที่ลงเหมือนกัน แต่ด้วยความเป็นประชาสัมพันธ์ จึงสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปได้เปราะนึง
“แล้วเค้าโวยวายไหมค่ะพี่แอน”
“ไม่นี่คะ..เขาถามเฉยๆ ดูไม่ออกเลยว่าโกธร หรือโมโห หน้าตาก็นิ่งๆ” ได้ยินคำนี้ฝนดาวนึกเห็นหน้าของเอริคขึ้นมาทันที จริงสินะ เขาเป็นคนไม่ค่อยแสดงอารมณ์และความรู้สึกใดๆ ให้เห็นเลย ฝนดาวจำได้ว่า เห็นเขายิ้มแค่สองครั้งเองมั้ง
“อ้อ...พี่ถามเขาไปว่า แล้วรู้ได้ยังไงว่า ออฟฟิศของเราอยู่ที่นี่ เค้าบอกว่าน้องฝนบอกเค้า” ฟังถึงตรงนี้ ฝนดาวจึงเผลอหัวเราะออกมาก่อนที่จะตอบพี่แอนไป..
“จริงเหรอค ะพี่...ก็วันนั้นจู่ๆ เอริคเขาถามหนูว่า ห้องทำงานอยู่ที่ไหน...หนูก็ไม่รู้จะตอบว่ายังไงก็เลยชี้ส่งเดชไปที่ห้องพักตรงชั้น 3 ตกลงว่าถูกใช่ไหมค่ะ..”
พอทางโน้นตอบว่าใช่ สองสาวจึงหัวเราะร่วนด้วยกันถึงความบังเอิญ

รายการข่าวช่วงเช้าที่มีพิธีกรอารมณ์ดีทำหน้าที่เสนอข่าวนั้น ได้นำเรื่องข่าวภาพถ่ายปาปาราซซี่ของเอริคที่หนังสือพิมพ์สยามเดลี่นำมาลง เป็นหัวข้อ
สนธนาในเช้าวันนี้ด้วย และทางรายการยังได้ต่อสายตรงไปยังพี่วิทย์ซึ่งผู้จัดการของโรงแรม
ผู้จัดการหนุ่มใหญ่ให้สัมภาษณ์ว่า เอริคได้แอบมาพักผ่อนที่นี่ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาจริง หลังจากที่เขาได้แสดงคอนเสิร์ทรอบสุดท้ายที่กรุงเทพสิ้นสุดลง และจะมีกำหนดการออกจากภูเก็ตในเย็นวันศุกร์ ซึ่งก็คือวันนี้ ส่วนเอริคจะบินกลับเกาหลีเลยหรือเปล่านั้น ผู้จัดการหนุ่มใหญ่บอกว่า เขาไม่ได้แจ้งให้ทราบ ส่วนเรื่องภาพของหญิงสาวที่ลงคู่กับเขานั้น ผู้จัดการหนุ่มใหญ่กล่าวว่า เธอคนนั้นเป็นเพียงทีมงานที่มาด้วยกัน ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ และเอริคก็ไม่ได้ซีเรียสกับข่าวที่เกิดขึ้น...เขายังคงพักผ่อนตามปกติ และยังบอกกับแฟนๆ ชาวไทยว่า ครั้งหน้า เขาจะมาเมืองไทยอีกแน่นอน...

ฝนดาวนั่งดูข่าวจนจบพลางถอนหายใจ กับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะตั้งแต่เมื่อเย็นวานนี้แล้ว ที่ทางกองหนังสือพิมพ์สยามเดลี่ โทรมาหาเธอ เพื่อจะขอเบอร์โทรศัพท์มือถือพี่วิทย์ผู้จัดการโรงแรมคนนั้น...โดยบอกกับเธอว่า ทางรายการเขาเห็นข่าวเอริคเข้า จึงเกิดความสงสัยถึงที่มาของภาพ และมีบรรดาแฟนคลับของเอริคโทรศัพท์มาที่รายการเยอะมาก.. ต่างพูดเป็นเสียงดียวกันว่า ใครกันที่แอบไปใกล้ชิดกับเอริคถึงขนาดจับภาพอิริยาบถต่างๆ ของเขามาได้
ฝนดาวจึงต้องจัดแจงโทรไปหาพี่วิทย์เพื่ออธิบายเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาให้เขารู้ ก่อนที่ทางรายการนั้นจะโทรศัพท์สัมภาษณ์ และตอนเย็นวันเดียวกันพี่วิทย์ก็โทรมาบอกฝนดาวว่า เอริคเปลี่ยนไฟล์บินกระทันหัน เพราะเดิมทีเขาต้องไปต่อเครื่องที่ดอนเมืองตอนประมาณ 1 ทุ่ม แต่เอริคกลับเปลี่ยนใจ เลือกที่จะบินตรงจากภูเก็ตมุ่งหน้าสู่กรุงโซลเลย ฝนดาวรู้สึกโล่งอกที่ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี... สิ่งที่ฝนดาวกลัวนักหนาก็ไม่เกิดขึ้น เขากลับไปแล้ว ทุกอย่างก็จะกลับมาดำเนินไปอย่างปกติ.....เธอก็คงต้องทำหน้าที่เป็นคอลัมน์นิสต์ต่อไปอย่างเดิม.....เรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นกับเธอในครั้งนี้ ฝนดาวคงจะเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีไปอีกนานแสนนาน หญิงสาวนั่งมองตัวเองในกระจก ก่อนที่จะยิ้มกริ่มพูดกับตัวเองว่า....
“ยัยฝนเอ้ย.....อย่างน้อยชีวิตนี้ เธอก็มีเรื่องเอาไว้อวดกับคนอื่นๆได้นะ.. ว่า ครั้งหนึ่งเธอเคยโดยเอริคกอดมาแล้ว...^_^ อิอิ”

ตอนเย็นในวันที่กลับจากอ่าวมาหยาหลังจากทุกคนแยกย้ายกันไปเพื่อเตรียมตัวที่จะไปเที่ยวผับกันนั้น เอริคซึ่งเอ่ยปากชวนฝนดาวไปสปาด้วยกันในวันรุ่งขึ้น พร้อมกับบอกราตรีสวัสดิ์
ฝนดาวก็เอ่ยตอบกลับไปเช่นกัน จู่ๆ เอริค ก็เข้ามาสวมกอดเธอไว้ แล้วพูดงึมงำเป็นภาษาเกาหลี ซึ่งฝนดาวมารู้ทีหลังว่า ประโยคนั้นแปลว่า “ฝันดี” นั่นเอง...แล้วเขาก็เดินจากไปทิ้งให้เธอยืนตัวแข็งทื่อกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น พอได้สติหญิงสาวแทบจะส่งเสียงกรี๊ดลงตรงนั้น
.............เฮ้ย! แต่ถ้าขืนเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครฟังก็คงไม่มีใครเขาเชื่อเธอแน่ๆ...แล้ว คุณล่ะเชื่อเรื่องที่ฝนดาวเล่าหรือเปล่า......^^

>>>>>>>>>>>>>>>>> จบแล้วค่า <<<<<<<<<<<<<<<<<<<<




 

Create Date : 24 ธันวาคม 2552
0 comments
Last Update : 25 ธันวาคม 2552 11:40:07 น.
Counter : 323 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.