Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
25 ธันวาคม 2554
 
All Blogs
 
'ท็อป-นุ่น'ต่างปรับตัว บ่มรัก4ปี-รอชัวร์ค่อยแต่ง

สุวัฒน์ ฉัตรสง่า - เรื่อง / สมรัก บัลลังก์ - ภาพ



ไหนๆ ก็ควงคู่แฟนสาว 'นุ่น'ศิรพันธ์ วัฒนจินดา มาโปรโมตหนังสือ "คู่มือกลับบ้านหลังน้ำท่วม" ที่ทางพิธีกรหนุ่มสุดอาร์ต 'ท็อป' พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร เป็นผู้ริเริ่ม

วันนี้เลยถือโอกาสเปลือยหัวใจของคู่รักอาร์ติสต์กันซะหน่อย หลังบ่มรักกันมานาน 4 ปี ที่ก่อนหน้านี้หวุดหวิดเลิกรากันมาแล้ว

โดยยึดอาคาร มติชน อคาเดมี เป็นสถานที่พูดคุยและแอ๊กชั่นถ่ายรูป

ช่วงนี้นุ่นดูสวยขึ้นไปทำอะไรมาหรือเปล่า?

นุ่น - "เหมือนเดิมค่ะ อาจจะอวบอั๋นขึ้น (หัวเราะ) เมื่อก่อนจะเข้าใจไปเองว่าถ้าผอมแล้วเราจะโอเค แต่พอแก่ตัวขึ้นมาเริ่มขี้เกียจและอยากกินมากขึ้น พอน้ำหนักประมาณนี้คนก็เลยแปลกหูแปลกตา ไม่เคยเห็นลุกส์นี้ ตอนนี้นุ่นไม่ได้ชั่งน้ำหนักเลย ไม่กล้าชั่ง กลัวช็อก (หัวเราะ)"

ที่สวยขึ้นเพราะรักกลับมาสวยงามอีกครั้ง?

นุ่น - "ไม่จริงเลย (หัวเราะ) เรารักตัวเองมากขึ้น เมื่อก่อนเอาใจให้ข้างนอกหมด แต่ตอนนี้รู้สึกเรามีคุณค่า มองและดูแลตัวเองมากขึ้น เพราะสุดท้ายคนที่อยู่กับเราคือตัวเราเอง ไม่มีใครจะอยู่กับเราตลอดและรักในสิ่งที่เราเป็นนอกจากตัวเอง"

ท็อปชอบนุ่นแบบนี้หรือสมัยก่อนที่ดูผอม?

ท็อป - "ผมได้หมดทุกแนว เขาอ้วน ผอม ไว้ผมสั้น ผมยาวได้หมด นุ่นโอเคอยู่แล้วสำหรับผม (หัวเราะ) ช่วงที่เขาลดน้ำหนักเยอะๆ ผมเป็นห่วงเรื่องที่เขาจะปวดท้องมากกว่า เขาเป็นโรคกระเพาะ ส่วนจะอ้วนหรือผอมไม่ได้ซีเรียส"

หลังเลิกกันแล้วกลับมาคืนดีชีวิตเป็นไง?

ท็อป - "โอเคขึ้น ดีขึ้น ไม่ใช่สวีตกันมากขึ้น แต่เข้าใจกันมากขึ้น ตัวผมลดในส่วนความเลวร้ายลง จากที่อารมณ์เสียง่ายก็ดีขึ้น ลุกส์ผมกับนิสัยจะต่างกัน (หัวเราะ) เรามีความเป็นมนุษย์ที่มีความเลวร้ายบ้าง ทำในบางสิ่งที่เกินคาด"

ท็อปทำให้นุ่นเสียใจเยอะหรือเปล่า?

นุ่น - "(หัวเราะ) เราปล่อยได้ค่ะ โชคดีที่ได้เห็นความรักอีกมุมมองหนึ่งคือคุณแม่ กับเพื่อนๆ ค่อนข้างเยอะ และได้เรียนรู้ว่าบางอย่างของเราก็ไม่ได้ดี เรามีส่วนที่ต้องปรับปรุง พอกลับมาพูดคุยกันอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าท็อปแย่คนเดียว นุ่นเองก็มีส่วนแย่เหมือนกัน เราก็มาแลกเปลี่ยนกันค่ะ"

"นุ่นเป็นผู้หญิงที่มีอารมณ์ศิลปินนักแสดงเยอะมาก พูดนิดนึงน้ำตาร่วงแล้ว จริงๆ ไม่ต้องร่วงก็ได้ (หัวเราะ) แต่มันไหลมาเอง เราเป็นพวกอารมณ์เยอะ คิดเยอะเกิน ขี้น้อยใจ คนปกติอาจจะน้อยใจหน่อยแต่เวลานุ่นน้อยใจอาจจะแอ๊กติ้งเยอะกว่าคนอื่น (หัวเราะ) แล้วช่วงนั้นท็อปหงุดหงิดมาใส่นุ่น เราก็ยิ่งแอ๊กติ้งเข้าไปใหญ่"

วิกฤตความรักครั้งนี้เกิดขึ้นนานหรือเปล่า?

นุ่น - "ประมาณ 2-3 เดือนค่ะ ดีค่ะเป็นช่วงที่เราผอม สวย (หัวเราะ) แต่งตัวเก่งเลย"

ช่วงนั้นใครเป็นฝ่ายง้อก่อน?

ท็อป - "ต้องเป็นผมสิ ช่วงนั้นผมยุ่งเพราะทำงานออกแบบ แล้วกำลังยุ่งกับร้านที่ดิจิตอล เกตเวย์ เลยทำให้วุ่นวายไปหมด และในช่วงตั้งแต่เริ่มต้นเปิดร้านนุ่นอยู่กับผมตลอด แต่พอวันหนึ่งร้านอยู่ตัวมีคนรู้จักกันมากขึ้น เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เราหันไปไม่เจอคนที่เริ่มต้นกับเรามา เขาไม่ได้อยู่ข้างเราก็รู้สึกเหวอเหมือนกัน ก็เลยโทร.ไปหาเขา ถามเขาว่าเป็นอย่างไรบ้าง เราโทร.ไปเขาไม่เล่นตัวและคุยกับเราดี ตอนที่เราห่างกันแรกๆ ผมทำงานแบบเต็มที่ เราใช้ชีวิตแบบคนโสดพักหนึ่ง แต่อย่างที่บอกหันกลับมาไม่มีเขามันใจหาย"



แล้วนุ่นเป็นอย่างไรบ้าง ช่วงที่ห่างท็อป?

นุ่น - "อยู่ได้ค่ะ เศร้าและเสียใจแต่อยู่ได้ ถามว่าแอบลุ้นให้เขามาคืนดีมั้ย ไม่คิดแล้วค่ะ ถือว่าเป็นช่วงที่นุ่นโตขึ้น เป็นช่วงที่นุ่นว่าเราเวิร์กมาก นุ่นโตทางความคิดขึ้นเยอะมากเลย"

ความรักของทั้งคู่ดำเนินมากี่ปีแล้ว?

นุ่น - "4 ปีแล้วค่ะ หลายคนมองว่าเป็นอาถรรพ์ แต่คู่เราลุ้นมาตั้งแต่เดือนแรกที่คบ(หัวเราะ) เพราะนิสัยเราเข้ากันได้ยาก"

ท็อป - "คือเราพยายามเป็นตัวของตัวเองตั้งแต่แรกเพื่อที่ต่อไปจะได้ไม่ต้องมาบอกว่าเราเปลี่ยนไป แต่เราคงต้องปรับไปเรื่อยๆ แต่จะไม่เปลี่ยนตัวเอง เพราะฉะนั้นด้วยความที่เราเป็นตัวของตัวเองตั้งแต่แรก พื้นฐานครอบครัวที่แตกต่างกันมันก็เลยทำให้เราต้องปรับกันพอสมควรเหมือนกันครับ มา ณ วันนี้ก็ยังต้องปรับ อย่างคู่ของพ่อแม่ของผมก็ยังต้องปรับอยู่เลยครับ"

เชื่อในเรื่องอาถรรพ์ 4 ปีหรือเปล่า?

นุ่น - "ท็อปจะไม่เชื่อ เขาจะบอกว่าไร้สาระเวลาที่ดูดวง นุ่นจะชอบแอบดูดวง (หัวเราะ) แต่พอหลังๆ เรารู้สึกว่าถ้าดวงเดือนนี้บอกว่าดี แล้วอยู่ๆ เราทะเลาะกันก็ไม่แม่นแล้ว มาตอนนี้เราสบายๆ เชื่อตัวเองมากกว่า"

ท็อป - "ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อเลยนะครับ แต่ผมว่าเรื่องหลายๆ เรื่องมันอาจจะเชื่อได้ แต่เรื่องของคู่และความรัก ผมว่าเชื่อเรื่องดวงไม่ได้ เราต้องลิขิตเอง เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของคนสองคน เราจะไปให้คำแนะนำในคู่อื่นๆ ก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะเขาอยู่กันสองคน เขาจะรู้กันดีมากกว่าอยู่แล้ว และเวลาที่มีปัญหา เราจะไปตัดสินว่าใครผิดใครถูกเลยก็ไม่ได้อีก เพราะมันมีเบื้องลึกเบื้องหลังที่เราก็ไม่รู้อีก เพราะฉะนั้นในเรื่องคู่และความรัก ผมเลยไม่เอาเรื่องดวงเข้ามาตัดสินด้วยแน่ๆ"

อย่างเรื่องครอบครัวนุ่นเป็นไทยแท้ แต่ของท็อปเป็นคนจีน ต้องปรับกันเยอะหรือเปล่า?

นุ่น - "นุ่นว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหา แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องสังคมมากกว่า อย่างนุ่นที่บ้านคุณพ่อเป็นข้าราชการทหารชั้นผู้ใหญ่อยู่ต่างจังหวัด นุ่นไม่ได้ชินกับการมีเพื่อนเยอะๆ ไม่ชินกับการเข้าสังคมกลางคืน นุ่นจะอยู่ในค่ายทหาร คุณพ่อมีเพื่อนน้อย แต่ท็อปจะมีเพื่อนเยอะ สังคมเยอะ มีปาร์ตี้บ่อยๆ"

"บางทีท็อปก็บอกว่านุ่นมีปัญหาเรื่องการเข้าสังคม เพราะนุ่นจะชินกับคนน้อยๆ นั่งเงียบๆ ซึ่งนุ่นก็ปรับตัวค่ะ ไม่รู้ว่าจะดีขึ้นหรือเปล่า แต่นุ่นก็พยายามอยู่ ที่ผ่านมานุ่นไม่เคยไปเที่ยวกลางคืนกับเขาเลย จริงๆ แล้วท็อปก็ไม่ได้ไปเที่ยวบ่อย แต่เขามีกลุ่มเพื่อนซึ่งเราไม่ถนัดมาก แต่ช่วงที่ห่างกันมันทำให้นุ่นเริ่มมีเพื่อนและเริ่มเข้าใจในบางอย่าง"

ท็อป - "ผมไม่ได้เป็นพวกที่เข้าสังคมเยอะมาก แต่เหมือนว่าเรามีเพื่อนก็ออกไปเจอเพื่อน ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน พอกลับมาคุยกันใหม่ท็อปก็ปรับตัวให้เขาเหมือนกัน เที่ยวน้อยลง ให้ความสำคัญกับเพื่อนน้อยลงหน่อย หรือเวลาจะดื่มก็ให้มีลิมิต ทุกทีดื่มแล้วไหลยาวจนถึงเช้า จนตอนนี้ก็ดื่มเสร็จแล้วรีบกลับ อีกอย่างเป็นเพราะเราโตขึ้นและร่างกายรับไม่ไหวเหมือนเด็กๆ ครับ"

4 ปีที่คบกันมาถือว่าเรียนรู้กันและกันเยอะหรือเปล่า?

นุ่น - "ถือว่ายังไม่เยอะมาก เราต้องดูกันอีก ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรด้วยซ้ำ นุ่นอาจปรับเข้าหาเขาไม่ได้ หรือเขาอาจรับในสิ่งที่นุ่นเป็นอีกไม่ได้ ตรงนี้ก็ตอบไม่ได้ แต่วันนี้ก็โอเคแล้ว ส่วนมากนุ่นจะเรียนรู้ตัวเอง เพราะนุ่นมีข้อแย่ที่ต้องปรับปรุง"

คิดว่าถึงเวลาหรือยังที่จะตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน?

ท็อป - "ยังครับ เราโชคดีที่เรายังไม่มีใครเร่ง ผมว่าต้องมีสักวันที่เราจะต้องแต่งงานหรือมีครอบครัว แต่วันนี้เรายังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้ ยังสนุกกับเวลาที่เป็นแบบนี้อยู่ ยังไม่ได้กำหนดเรื่องเวลาว่าอีกกี่ปีจะแต่งงานนะ"

นุ่น - "นุ่นว่ามันมีบางอย่างเปลี่ยนไปในความคิดเรา ซับซ้อนมากขึ้น อย่างเมื่อก่อนคิดว่าผู้หญิงอายุ 30 ปีแก่แล้ว แต่ตอนนี้รู้สึกว่ายัง และนุ่นโชคดีที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้เร่งให้แต่งงานเร็วๆ คุณแม่สนับสนุนให้เป็นโสดและอยู่คนเดียวด้วย นุ่นรู้สึกว่าความรักมันไม่จีรังยั่งยืน มันเปลี่ยนได้ตลอด ถ้าเรายังไม่พร้อมจริงๆ ก็ไม่อยากทำอะไรลงไป ไม่อย่างนั้นจะเกิดผลเสียระยะยาว เอาให้ชัวร์มั่นใจก่อน ดูๆ กันไปก่อนดีกว่า นุ่นยังปรับเข้าหาเขาได้ไม่เต็มที่เลย ไม่แน่วันหนึ่งเราอาจจะไม่ได้คบกันแล้วก็ได้ ตอนนี้ไปแบบนี้สบายๆ ดีแล้วค่ะ"

เรียกว่า ช้าๆ แต่ชัวร์





เป็นส่วนหนึ่งของการให้-ผุด'คู่มือกลับบ้านหลังน้ำท่วม'

นอกจากเป็นจิตอาสาลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว คู่รักอาร์ติสต์ 'ท็อป-พิพัฒน์' และ 'นุ่น-ศิรพันธ์' ยังร่วมกันทำหนังสือ "คู่มือกลับบ้านหลังน้ำท่วม"

โดย 'ท็อป' หัวเรือใหญ่เผยที่มาว่า "จริงๆ เหตุการณ์น้ำท่วมมีสักพักแล้ว เราเห็นว่าน่าจะทำอะไรมากกว่าที่ทำอยู่ คือผมจบออกแบบมา มีร้านขายของดีไซน์เพื่อสิ่งแวดล้อม และมีเพื่อนที่เป็นสถาปนิก เลยคิดว่าเรามาหาอะไรทำเพื่อช่วยเขาอีกทางหนึ่ง"

"คือเวลาผู้ประสบภัยกลับบ้านแล้วยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ก็เลยเอาสิ่งที่เราถนัด เอาความรู้ที่มี เอาเพื่อนที่รู้จักมาช่วยออกแบบ หาข้อมูล ทำให้ง่ายที่สุด แล้วก็ทำให้ได้ผลมากที่สุด เลยเริ่มทำตรงนั้นขึ้นมากับคู่มือกลับบ้านหลังน้ำท่วม"

เงินที่เอามาทำมาจากไหน ท็อปกล่าวว่า "ตอนแรกยังไม่มี แต่นุ่นบอกทำเลย พอมีคนกระตุ้นเลยทำให้อยากทำ นุ่นถือเป็นกำลังใจเป็นแรงสนับสนุนที่ดีครับ"

ทำไม 'นุ่น' ถึงสนับสนุน ดาราสาวกล่าวว่า "ความคิดเขาดี เขามีโปรเจ็กต์ในสิ่งที่คิด มันโอเค เราเป็นหนึ่งเสียงที่โหวตว่าให้ทำเถอะ"

นานไหมกว่าหนังสือจะออกเป็นรูปเล่ม ท็อปแง้ม "มันเร็วกว่าเวลาที่ควรจะเป็นเยอะ คือ เล่มนี้มีกว่า 25 ขั้นตอนที่ควรทำหลังเข้าบ้านไปแล้ว ข้อมูลต่างๆ ต้องใช้ได้จริง เราเริ่มทำ 1 เดือน แต่เวลาทำทั้งหมด 2 อาทิตย์ ต้องขอบคุณทางอาสา เพราะอาสาเป็นส่วนหนึ่งของสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ข้อมูลต่างๆ เหมือนได้คัดกรองมาเป็นที่เรียบร้อยว่าถูกต้องชัดเจน เราก็สบายใจเหมือนว่ามีองค์กรมาสนับสนุนเราว่าข้อมูลถูกต้องจริงๆ"

ภาพประกอบในหนังสือเล่มนี้ วาดเองหรือเปล่า พิธีกรหนุ่มปฏิเสธ "เปล่าครับ ในเล่มนี้ผมช่วยคิดคอนเซ็ปต์โดยรวม คือผมทำเรื่องดีไซน์เรื่องสิ่งแวดล้อมอยากให้คู่มือนี้เป็นมิตรกับสิ่งแวด ล้อมด้วย โดยเราเลือกใช้สีที่ทำมาจากถั่วเหลือง ซึ่งจะไม่มีสารระเหยที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ"

"ซึ่งหนังสือคู่มือเล่มนี้วางแจกอยู่ที่ร้าน ECOSHOP ชั้น 1 ดิจิตอลเกตเวย์ สยามสแควร์ ซึ่งเป็นร้านของผม และที่อาสาเซ็นเตอร์ ชั้น 5 สยามดิสคัฟเวอรี่ อยากกระจายหนังสือเล่มนี้ไปยัง 36 เขตที่ประสบอุทกภัยและศาลากลาง จ.ปทุมธานี และศาลากลางจ.นนทบุรี"

คาดหวังกับหนังสือเล่มนี้อย่างไรบ้าง "อยากให้ทุกคนที่ประสบภัยได้ใช้คู่มือเล่มนี้ครับ"

นุ่นกล่าวเสริม "อยากให้ผู้เดือดร้อนได้ใช้ เข้าบ้านแล้วไม่จิต ตกว่าทำอะไรก่อนหลัง คู่มือเล่มนี้เหมือนเป็นการจัดระเบียบทางความคิดไม่ให้ตื่นตระหนกมากเกินไปค่ะ"

ต่อไปจะมีโครงการฟื้นฟูอะไรอีกหรือเปล่า ท็อปกล่าวว่า "สิ่งที่เกิดขึ้นหลังน้ำท่วมที่ห็นชัดเลยคือ เรื่องขยะ มันฟ้องให้เห็นว่าความมักง่ายเป็นอย่างไร พอขยะเยอะปุ๊บสิ่งที่ตามมาคือโรคภัยไข้เจ็บ และคนที่ได้รับคือคนที่อยู่ในชุมชนนั้นแหละ ฉะนั้นผมอยากจะรณรงค์ คิดว่าเรื่องขยะจะเป็นโครงการหนึ่งที่จะทำใน ปีཱི"

อุทกภัยน้ำท่วมครั้งนี้ให้อะไรบ้าง ท็อปกล่าวว่า "ทำให้ผมห็นความสามัคคี ในเรื่องราวร้ายๆ ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มักสอดแทรกเรื่องดีๆ ไว้ เราได้เห็นสมาชิกในบ้านช่วยกัน และสิ่งที่ดีอีกอย่างคือ เราเห็นหลายๆ อย่าง เช่น ความเห็นแก่ตัว ความไม่สามัคคี สิ่งเหล่านี้จะทำให้คนปรับตัว ต้องมีประสบ การณ์ก่อนและมีการปรับให้มันดีขึ้นตามมา"

'นุ่น' กล่าวบ้างว่า "ได้เวลาของครอบครัวคืนมา และถ้ามองในแง่ของสังคม นุ่นว่าเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่าจิตอาสาที่เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน คนในสังคมไทยได้รู้จักการให้จริงๆ จากที่เมื่อก่อนได้แต่พูดกัน แต่มาคราวนี้เป็นเรื่องของการกระทำ ทำให้เด็กรุ่นใหม่ได้เห็นภาพต่างๆ"

"ตรงนี้เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นนับหนึ่งของการให้ ต่อไปสังคมเราจะดีและน่าอยู่ขึ้นค่ะ" นุ่นกล่าว


Create Date : 25 ธันวาคม 2554
Last Update : 25 ธันวาคม 2554 0:11:07 น. 0 comments
Counter : 315 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

JitJai
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Friends' blogs
[Add JitJai's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.