จิปาถะ - สารพัน : ว่ากันไปตามที่ใจอยากจะเขียน
Group Blog
 
 
กันยายน 2551
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
27 กันยายน 2551
 
All Blogs
 

รับน้องหอที่ มอ. ตานี

การรับน้องถือได้ว่าเป็นประเพณีปฏิบัติอย่างหนึ่งที่นักศึกษาใหม่ของแทบทุกสถาบันจะต้องได้มีโอกาสเข้าร่วมกับกิจกรรมนี้

ผมเองเมื่อสอบเข้า มอ. ปัตตานีได้ ก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องกับเขาบ้างเหมือนกัน ซึ่งกิจกรรมรับน้องที่ มอ. ตานี ในสมัยนั้น (ประมาณ พ.ศ. 2537) มีหลากหลายมาก ทั้งรับน้องมาลัย รับน้องคณะ รับน้องเอก และรับน้องหอ เป็นต้น ซึ่งในบรรดาการรับน้องทั้งหมด การรับน้องหอถือเป็นกิจกรรมที่มีสีสันมากที่สุด

การรับน้องหอ เป็นการรับน้องสำหรับน้องใหม่ที่พักอยูู่่ที่หอใน(มหาวิทยาลัย) สมัยนั้น จะมีหอชาย 4 หอ คือ หอ 1 - หอ 4 และหอหญิงอีก 4 หอ คือ หอ 5 - หอ 8 โดยหอหญิงกับหอชายจะทำการรับน้องแยกจากกัน คือ รุ่นพี่ผู้หญิงก็รับน้องหอหญิง รุ่นพี่ผู้ชายก็รับน้องหอชาย แต่แม้ว่ากิจกรรมจะแยกจากกัน แต่ก็อยู่ในหลักการที่ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่นัก นั่นก็คือจะเน้นที่การ "ว้าำก" ยกเว้นในส่วนของหอ 1 ซึ่งเป็นหอมุสลิม (ในส่วนของหอชาย หอมุสลิมจะแยกจากหออื่นชัดเจน แต่ส่วนของหอหญิงไม่มีการแยกหอมุสลิมอย่างหอชาย) การรับน้องของเขาจะแตกต่างจากเพื่อนๆ หออื่น

การรับน้องหอจะมีกฎกติกาหลักๆ ดังนี้ คือ ในส่วนของหอชายจะเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ตี 4 น้องใหม่จะต้องตื่นมาวิ่งจ๊อกกิ้งออกกำลังกายรอบๆ มหาวิทยาลัย โดยพี่ๆ จะวิ่งนำระหว่างวิ่งก็อาจจะมีคำสั่งที่ไม่พึงประสงค์ แทรกมาเป็นระยะๆ ตั้งแต่ง่ายๆ อย่าง หมอบ คลาน จนกระทั่งไปถึงการร้องตะโกนเรียกสาวๆ ที่หลังหอพักหญิง วิ่งไปถึงอาคารไหน รุ่นพี่ก็จะให้หยุดพักแล้วก็ถือโอกาสแนะนำอาคารต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยให้น้องใหม่ได้รู้จัก พร้อมกันนั้นก็จะมีกิจกรรมให้น้องใหม่ที่อยู่หอเดียวกัน และต่างหอได้รู้จักกัน (ประมาณว่า มึงไปจำชื่อ วิชาเอก คณะ หอ ห้อง ของเพืื่อนๆ ให้ได้ 10 คน ถ้าไม่ได้ มึงโดน..อะไรประมาณนี้) อันนี้เป็นส่วนของการรับน้องหอชาย ส่วนหอหญิงเขาทำอะไรบ้างตอนเช้านั้น บอกตรงๆ ว่า ผมเองก็อยากรู้เหมือนกัน

หลังจากนั้นระหว่างวันเราก็ไปเรียนตามปกติแต่มีเงื่อนไขหลักๆ อยู่ 3 ข้อคือ

1. จะต้องแต่งกายให้ถูกระเบียบของมหาวิทยาลัยเสมอ นั่นคือ ผู้ชายต้องแต่งชุดนักศึกษาผูกไทด์ใส่รองเท้าหุ้มส้นห้ามใส่กางเกงยีนส์

2. ระหว่างวันเจอรุ่นพี่ที่ไหนต้องรีบยกมือไหว้ และถ้ารุ่นพี่สั่งให้ทำอะไรต้องทำ (ประมาณว่า ถ้าไม่ทำก็คืนนี้เจอกันนะไอ้น้อง)

3. ห้ามน้องใหม่หอชายเหยียบย่างไปในเขตหอหญิงอย่างเด็ดขาด

พอเรียนเสร็จก็รอเวลาที่จะโดน "ว้าก" จะเริ่มว้ากกันประมาณ 1 ทุ่ม แต่ระหว่างที่รอให้ถึง 1 ทุ่มนั้น ก็ยังจะต้องยึดถือตามกฎกติกาที่ว่าต้องรีบยกมือไหว้เมื่อเจอรุ่นพี่ และต้องทำตาที่รุ่นพี่สั่ง กับห้ามเข้าเขตหอหญิงอย่างเด็ดขาด ดังนั้นจังหวะเวลานี้ ถ้าใครเรียนเสร็จแล้วรีบกลับหอพัก ก็เรียกได้ว่า "โง่สิ้นดี" เพราะเข้าไปปุ๊ปก็เจอรุ่นพี่ ทำให้ต้องยกมือไหว้กันจ้าละหวั่น แถมยังต้องทำอะไรบ๊องๆ ตามที่รุ่นพี่จะสั่งอีก ดังนั้นเวลานี้หลายๆ คนจึงมักเลือกที่จะเข้าหอสมุด เพราะเป็นที่ที่รุ่นพี่อยู่กันน้อยที่สุด และยังไม่เคยเห็นรุ่นพี่คนไหนกล้าสั่งให้น้องๆ ทำอะไรแผลงๆ ในหอสมุด

พอ 1 ทุ่มปุ๊ป ก็จะเริ่มรายการว๊ากโดยในส่วนของหอชายนั้นรุ่นพี่ที่เคยผ่านการรับน้องหอมาแล้ว (รุ่นพี่คนไหนไม่เคยรับน้องหอก็หมดสิทธิ์ว้าก) ก็จะมารวมตัวกันแล้วกระจายไปตามหอต่างๆ ตั้งแต่หอ 2 - หอ 4 (หอ 1 ของมุสลิมจะมีระบบการรับน้องที่แตกต่างเป็นเอกเทศต่างหาก) จากนั้นไม่นานก็จะได้ยินเสียง ท่อแป๊ปห่อกระดาษหนังสือพิมพ์กระทบกับผิวหนังน้องใหม่ และก็อาจได้ยินเสียงฝ่ามือรุ่นพี่กระทบผิวหน้ารุ่นน้องดังมาเป็นระยะๆ ควบคู่ไปกับเสียงตะโกนของรุ่นพี่ที่ดังอยู่แทบจะตลอดเวลา มีการสั่งหมอบ สั่งคลานอยู่บนหอพักบ้าง ที่ลานสนามหญ้าหน้าหอพักบ้าง จนถึงประมาณ 4 ทุ่ม พอรุ่นน้องอ่วมได้ที่จึงจะได้อาบน้ำเข้านอนกัน

ในส่วนของหอหญิงเท่าที่รับฟังจากเพื่อนผู้หญิง ก็จะมีกิจกรรมคล้ายๆ กัน แต่ไม่เน้นการใช้กำลัง เน้นแต่เสียงกรี๊ด เสียงว้าก ของรุ่นพี่ให้รุ่นน้องขวัญผวาเล่นประมาณนั้น

กิจกรรมการรับน้องหอนี้ไม่ได้มีแค่วันเดียว แต่มีอยู่หลายวันขึ้นกับมติของรุ่นพี่ที่เป็น "แกนว้าก" ว่าเห็นสมควรจะให้ยุติวันไหน ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ประมาณ 2 - 3 สัปดาห์ ถ้าจำไม่ผิดรุ่นผมนั้นเขาว้ากกันราว 2 สัปดาห์เห็นจะได้

ในคืนสุดท้ายของการรับน้องหอ การว้ากจะยุติลงอย่างรวดเร็วนั่นคือจะปล่อยให้น้องเข้านอนตั้งแต่ประมาณ 2 - 3 ทุ่ม หลังจากนั้นพอสักเที่ยงคืน ตี 1 รุ่นพี่ก็จะบุกมาที่หอพักแล้วเคาะประตูบ้าง ตีปี๊ปบ้าง ปลุกน้องๆ ให้ตื่น แล้วต้อนน้องๆ ไปที่สนามหญ้าหน้าหอพักให้ถอดเสื้อเกลือกกลิ้งอยู่บนสนามหญ้า วิ่งบ้าง คลานบ้าง ระหว่างทางก็จะมีกระดาษหนังสือพิมพ์สอดไส้ท่อแป๊ปกระหน่ำมาเป็นระยะ มีการจุดกองไฟเสริมบรรยากาศเข้าไปอีก วิ่งกันจนน้องใหม่เหนื่อยหอบแล้วก็จะต้อนรุ่นน้องมุ่งไปที่หลังตึก 25 ซึ่งตรงนั้นจะติดกับทะเล แต่ไม่ได้เป็นหาดทรายขาวอย่างทะเลที่อื่น แต่เป็นป่าชายเลน เมื่อไปถึงก็จะให้น้องๆ เดินลุยเข้าไปในดินเลนลงไปจนถึงระดับอก (เวลาตอนนั้นก็ประมาณตี 3 มั๊ง) จากนั้นก็จะต้อนน้องๆ ขึ้นฝั่งมาแล้วมุ่งหน้าต่อไปที่ลานพระบิดา ซึ่งเป็นลานประดิษฐานพระรูปของสมเด็จพระบรมราชชนก

หลังจากกราบพระบิดาเสร็จแล้วก็มุ่งตรงต่อไปยังหอพักหญิง รุ่นพี่ก็จะให้พวกน้องๆ ร้องตะโกนดังๆ ว่า "พี่ครับ ขอน้ำหน่อยครับๆ" ร้องซ้ำอย่างนี้ พวกหอหญิงก็จะสาดน้ำโครมโครมลงมา ลองนึกภาพเอาเองน่ะครับ ถอดเสื้อวิ่งตอนตี 1 แล้วลงทะเลตอนประมาณตี 3 เดินตากน้ำค้างมากราบพระบิดา แล้วมาโดนน้ำเย็นราดตอนตี 4 มันจะหนาวสะท้านแค่ไหน พี่ๆ ก็จะส่งมอบยาแก้หนาวมาให้น้องๆ มันคือ เหล้าขาวผสมน้ำแดง จนถึงเช้า แล้วเช้าวันนั้นน้องใหม่ก็จะขาดเรียนเป็นแถว แล้วจากวันนั้นก็จะถือว่าการรับน้องหอของหอชายได้สิ้นสุดลง

ส่วนของหอหญิงนั้นในคืนสุดท้ายเขาก็จะมีกิจกรรมเป็นพิเศษแต่ผมไม่มีข้อมูลทราบแต่ว่าไม่โหดเหมือนหอชาย โดยเขาจะต้อนน้องมาที่โรงอาหารลานอิฐ แต่ที่นั่นเขาจะทำอะไรกันบ้างผู้ชายอย่างผมไม่มีสิทธิ์ทราบรายละเอียด ถ้าใครทราบช่วยเล่าต่อด้วยก็จะดีครับ

หลังจากการรับน้องหอสิ้นสุดลง รุ่นน้องก็จะใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุข คือ ไม่ต้องตื่นมาวิ่งตั้งแต่เช้าอีก ตื่นสายได้ ไปเรียนตามปกติ ตอนเย็นไปไหนมาไหนก็ได้ และที่รุ่นน้องชายชอบมากๆ คือ หลังจากรับน้องหอแล้ว ผู้ชายสามารถเข้าเขตหอพักหญิงได้ แต่ยังคงมีกฎที่ต้องรักษาอยู่ก็คือ ต้องแต่งชุดนักศึกษาให้เรียบร้อย ผูกไทด์ ใส่ร้องเท้าหุ้มส้น ห้ามใส่กางเกงยีนส์ จนกว่าจะถึงวัน บาย เฟรชชี่ (รุ่นก่อนๆ ผม เขาบังคับให้แต่งกายอย่างนี้จนครบ 1 ปีการศึกษา แต่รุ่นผม เขาบังคับแค่ 1 เทอมเท่านั้น) ส่วนการยกมือไหว้รุ่นพี่ก็แล้วแต่ความสมัครใจ

อย่างไรก็ตาม หลังจากการรับน้องหอสิ้นสุดลงแล้ว ก็ไม่ใช่ว่ากลิ่นอายของการ "ว้าก" จะหมดไปเสียทีเดียว นั่นคือ หากน้องๆ คนไหนแต่งกายไม่เรียบร้อย หรือมีเรื่องทะเลาะกันในหอพักอะไรทำนองนี้ก็อาจจะต้องเจอ "ว้าก" ซ่อม ซึ่งเป็นการโดน "ว้าก" เดี่ยวๆ โดยรุ่นพี่และเพื่อนๆ ที่เคยผ่านการโดน "ว้าก" มาแล้วจะมาซ่อมให้ สำหรับการ "ว้าก" ซ่อมนี้ ในช่วงของการรับน้องหอ ก็มีเหมือนกัน คือ ถ้ารุ่นพี่คนไหน รับน้องในลักษณะรุนแรง หรือลามกเกินควร รุ่นพี่คนนั้นก็จะโดน "ว้าก" ซ่อมได้เหมือนกัน




 

Create Date : 27 กันยายน 2551
3 comments
Last Update : 27 กันยายน 2551 9:09:21 น.
Counter : 36539 Pageviews.

 

คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ แบบนี้จังเลย
เพิ่งกลับไปเยือน มอ. ตานี เมื่อวันที่ 8 - 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เห็นแล้วเศร้าเหมือนกัน เพราะบรรยากาศเปลี่ยนไปมาก อยากดูรูปและเรื่องราวในปัจจุบันก็ตามไปดูที่สเปซได้นะครับ http://spladplakao62.spaces.live.com

ศิษย์เก่า มอ. ตานี รุ่น 11 รหัส 21-XXXXX

 

โดย: SP_Ladplakao62 IP: 125.25.51.141 14 พฤศจิกายน 2551 16:36:10 น.  

 

 

โดย: เงาตะวันฉาย 31 ธันวาคม 2551 22:11:50 น.  

 

อ่านแล้วคิดถึงเหมือนกัน

 

โดย: นก เอกจีน รหัส 33 IP: 118.175.26.1 8 พฤศจิกายน 2552 23:35:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ละอ่อนการเมือง
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน เพิ่งจะหัดเขียนบลอกครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยน่ะครับ
Friends' blogs
[Add ละอ่อนการเมือง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.