โรคอ้วน
















โรคของคนอ้วน ส่วนมากเราจะรู้จักกันแต่โรคเบาหวาน หัวใจ หลอดเลือด และความดันโลหิตสูง ขณะที่หลายคนคงยังไม่ทราบว่า คนที่มีลักษณะ อ้วนลงพุง ยังก่อให้เกิด “ภาวะไขมันคั่งในตับ” ได้โดยที่โรคนี้จะไม่แสดงอาการเตือนใด ๆ จนกระทั่งตับอักเสบและดำเนินโรคไปสู่ระยะตับแข็ง ตับวาย มะเร็งตับและเสียชีวิตในที่สุด

พญ.พนิดา ทองอุทัยศรี อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ให้ความรู้ว่า ตับเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก อวัยวะหนึ่งของร่างกายมีหน้าที่เป็นแหล่งสะสมพลังงาน กำจัดสารพิษ ช่วยสร้างน้ำดีและโปรตีนที่สำคัญ ๆ ของร่างกาย ช่วยย่อยไขมัน โดยธรรมชาติตับของเราจะมีสีน้ำตาลแดง หากตับมีภาวะความเสี่ยงที่มีไขมันสะสมจะเริ่มกลายเป็นสีขาว เนื่องจากมีไขมันคั่งอยู่ในตับ!

ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นไขมัน คั่งในตับมักอยู่ในกลุ่มแรกมีเกณฑ์การวินิจฉัย คือ ต้องมีความผิด ปกติอย่างน้อย 3 ใน 5 ข้อดังต่อไปนี้ ได้แก่

1.อ้วนลงพุง
2.ระดับไขมันไตรกลี เซอไรด์ในเลือดมากกว่า 150 มก./ดล.
3.ระดับไขมันเอ ช-ดี-แอล (HDL) คอเลสเตอรอล ในผู้ชายน้อยกว่า 40 มก./ดล. และผู้หญิงน้อยกว่า 50 มก./ดล.
4.ความดันโลหิตมากกว่า 130/85 มม.ปรอท หรือทานยาลดความดันโลหิตอยู่และ
5.ระดับน้ำตาล ขณะอดอาหารมากกว่า 110 มก./ดล

โดยปกติร่างกายเผาผลาญไขมันต่าง ๆ จากเนื้อเยื่อนอกตับสามารถผ่านเข้าไปในตับได้แต่ตับก็มีขบวนการป้องกัน ไม่ให้ไขมันสะสมแต่ต้องอาศัยฮอร์โมนอินซูลิน เมื่อไขมันเข้าไปเนื้อตับ บางส่วนตับจะส่งไขมันตัวนี้เข้าไปสลายให้เป็นพลังงานให้เราสามารถทำกิจวัตร ประจำวันได้ และไขมันส่วนที่เกินตับจะขับออกสู่กระแสเลือดได้ แต่ถ้าเมื่อใดมีภาวะดื้ออินซูลินขึ้นมาทำให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ มีการสลายไขมันออกมามากขึ้น เมื่อไขมันในเลือดมีมากก็เข้าสู่ตับมากขึ้น ในระยะแรกคนไข้อาจจะไม่มีอาการใด ๆ แต่บางรายอาจมีอาการปวดแน่นชายโครงด้านขวาหรืออาจตรวจอัลตราซาวด์เจอว่าตับ ขาวผิดปกติ และตรวจเลือดก็อาจจะปกติ ทางการแพทย์เรียกว่า ไขมันสะสมอยู่เฉย ๆ แต่เวลาผ่านไปถ้าไขมันสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ ตับจะมีการอักเสบขึ้นมา เพราะว่าไขมันตัวนี้จะปล่อยสารบางอย่างทำให้เกิดการอักเสบของตับ เมื่อเวลานานเข้าจะดำเนินโรคไปสู่ โรคตับแข็งโดยที่เราไม่ต้องดื่มเหล้า หรือไม่ได้เป็นไวรัสตับ








มีคำถามมากมายเกี่ยวข้องกับยาลดไขมันในเลือด ส่วนใหญ่ถามถึงความจำเป็นในการรับประทานยา การหยุดยา และผลแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น อาจตอบได้กว้างๆ ดังนี้

ยาลดไขมันคอเลสเตอรอลในเลือด ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดในปัจจุบัน คือ ยากลุ่มสแตติน ซึ่งมีด้วยกันหลายยี่ห้อ ยาที่ออกมารุ่นแรกๆมักมีประสิทธิภาพต่ำกว่ายาที่ออกมาจำหน่ายภายหลัง แต่รุ่นแรกๆมักมีราคาถูกกว่าเนื่องจากหมดสิทธิบัตรแล้ว ยากลุ่มนี้ได้รับการศึกษา วิจัย อย่างมาก ทั้งในผู้ที่ยังไม่เป็นโรค และในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง ผลการศึกษาล้วนออกมาในทางเดียวกัน คือ การลดระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดด้วยยากลุ่มนี้ ได้ประโยชน์ในการป้องกันการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย ชะลอการตีบตันหลอดเลือดหัวใจ ป้องกันการเกิดอัมพฤกษ์อัมพาตจากหลอดเลือดสมองตีบ ทั้งในผู้ที่ยังไม่เคยมีโรคหรือเกิดโรคแล้วก็ตาม นอกจากนั้นยังได้ประโยชน์แม้ระดับไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดมิได้สูงนักก็ตาม จึงอาจกล่าวได้ว่า ยากลุ่มนี้ ไม่เพียงเป็นยาลดไขมันเท่านั้น แต่ยังช่วยให้หลอดเลือดแดงเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น จึงจัดเป็นยาที่จำเป็นในผู้ป่วยโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ซึ่งต้องรับประทานไปตลอดชีวิตแม้ว่าระดับไขมันจะลดต่ำลงมามากแล้วก็ตาม ไม่ควรหยุดยาเอง เนื่องจากอาจเกิดผลเสียได้


ผลแทรกซ้อนจากยากลุ่มนี้มีได้เช่นเดียวกันกับยาทุกชนิด ที่เด่นคือ ค่าเอนไซมย์ตับ (SGOT/SGPT) และ เอนไซมย์กล้ามเนื้อ (CPK) สูงขึ้น ซึ่งอาจบ่งถึงการอักเสบหรือไม่ก็ได้ น้อยรายมากที่จะเกิดอาการของ “ตับอักเสบ” ชัดเจน หรือ กล้ามเนื้ออักเสบรุนแรง เรียกได้ว่าโอกาสเกิดกรณีเช่นนั้นพบได้น้อยกว่าร้อยละ 1 หากค่า SGOT/SGPT สูงขึ้นกว่าเดิมไม่เกิน 3 เท่า หรือ CPK สูงขึ้นไม่เกิน 10 เท่าก็ไม่จำเป็นต้องหยุดยาแต่ประการใด อย่างไรก็ตาม ค่าต่างๆเหล่านี้อาจสูงขึ้นได้บ่อยๆในบางรายแม้ไม่รับประทานยา ดังนั้นค่าที่ผิดปกติไม่ได้หมายความว่าจะเกิดจากยาเสมอไป ผู้ที่รับประทานยากลุ่มนี้ควรตรวจค่าเอนไซมย์ดังกล่าวเป็นระยะๆ และ พบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปวดกล้ามเนื้อรุนแรง ขาไม่มีแรงลุก เดิน เป็นต้น ผลแทรกซ้อนจากยาอาจพบสูงขึ้นได้หากไม่ระมัดระวัง เช่น การรับประทานยากลุ่มนี้บางตัวร่วมกับยาปฏิชีวนะบางชนิดอาจเสริมกัน ทำให้ระดับยาในเลือดสูงขึ้นมากจนเป็นอันตราย จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนการรับประทานยาใดๆ นอกจากนั้นพันธุกรรมยังมีบทบาทด้วย บางรายมี “ยีน” ที่ส่งเสริมการเกิดกล้ามเนื้ออักเสบรุนแรงซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็ไม่ควรได้รับยากลุ่มนี้อีกต่อไป

อาการปวดกล้ามเนื้อเล็กน้อย หรือ ตะคริว เป็นอาการที่พบบ่อย โดยผลเลือดมักจะปกติ อาการเช่นนี้อาจเกี่ยวข้องกับยาหรือไม่ก็ได้ หากมีอาการดังกล่าว แพทย์อาจทดลองให้หยุดยาชั่วคราวแล้วดูอาการ หรือ ลดขนาดยา หรือ แนะนำให้รับประทานยาอื่นๆแก้ไขตามอาการ การให้ Co Q10 รับประทานในบางรายอาจช่วยลดอาการตะคริวได้



ข้อความโดย อินเตอร์เน็ต










Create Date : 28 มกราคม 2555
Last Update : 1 มิถุนายน 2555 13:40:51 น.
Counter : 2993 Pageviews.

8 comments
  


โดย: เกรียงไกรกวีฝัน วันที่: 28 มกราคม 2555 เวลา:14:36:52 น.
  
สวัสดีค่ะพี่เกรียง

เมื่อโลกนี้บังเอิญมีรัก... เราเลยมารักกันนะคะ อิอิ



ไม่อาจเขียนเลียนกานท์ที่หวานเสนาะ
ไม่อาจสรรค์ไพเราะที่เหมาะสม
แต่ทุกคำทุกบทล้วนสดคม
ที่โดดเด่นชวนชมภิรมย์ตา

รักไม่ต้องการเวลาลีลาสวย
อุ่นอำนวยกฏเกณฑ์เป็นเส้นหนา
เน้นรัญจวนพาหวิวให้พลิ้วมา
แสนหรรษากรีดรอยเผลอพลอยเพลิน

กระดาษขาวขีดเขียนคคอยเลียนสี
แต้มมณีสีม่วงล้ำล่วงเหิน
ขอบขริบขาวบอบบางกลืนกว้างเกิน
ดั่งเบียดเชิญชิดมาทอดท่าคอย

เมฆสวยใสฟ้าขาวดูพราวซึ้ง
ท่ามคะนึงทอดสะพานให้ผ่านสอย
หนึ่งใจนี้ฉ่ำชื้นด้วยรื่นรอย
ออดอ้อยส้อยแต่งแต้มรอยแย้มวน

ลมหายใจออกอวลแต่หวนหา
เต็มอุราเรียงรักพิทักษ์หน
ด้วยรักรื่นอะเคื้อชวนเชื่อดล
ไม่มีหม่นคึกครื้นแอบรื่นอิง
โดย: ญามี่ วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:11:35:39 น.
  
สวัดีค่ะ
พระเจ้าอาจจะต้องการให้เราพบคนที่ไม่ใช่..ก่อนที่จะมาพบคนที่ใช่ เพื่อเวลาเราพบคนคนนั้นแล้ว เราจะได้รู้สึกซาบซึ้งถึงพรที่ท่าน ประทานมา

หลับฝันดีนะคะพี่เกรียง



~กลบทอัษฏางค์ดุริยา~

ราตรีทวีตรึก.................เฝ้านึกทลายหนาว
แววผ่านทวารพราว.........สมาธิทวิแฉ
ไกลหาทวาขอบ.............รอยตอบทวีปแปร
พจน์ร้อยทยอยแจ..........มนต์พรายทนายชุม

เพราะคำระกำวุ่น.............คอยหนุนระคายไข้
ในปมระงมไป.................ยากจับระงับสุม
สุขสบระบบสู้..................ขมพรูระเนกุม
รอยร้าวระนาวกลุ้ม...........ให้จมระดมอวล

เจ็บตกตระหนกกล่าว.........ยอกยาวตระเวนอยู่
ขมโหมตระโบมจู่..............ช้ำชักตระหนักสวน
ให้จัดตระบัดตอบ..............ทวนรอบตระกลครวญ
ตรมโดดตระโมจชวน..........ช้ำตกตระดกไหล

เจ็บหลบประสบหลอน..........คราก่อนประวิงหวัง
ใจเหนี่ยวประเดี๋ยวครั้ง.........ทุกข์กริ้วประติ๋วไหว
โหยหาประท่าเคียง.............ลาเลี่ยงประเปรียงไกล
เหงาล่วงประท้วงใด............เหลือเข็ญประเด็นคอย

ใจรักสมัครรู้.....................เคียงคู่เสมอเพ้อ
ด้วยเล่ห์เสน่ห์เผลอ............เอียงพักสลักสอย
ซ่อนคิดสนิทหวัง...............คล้ายนั่งสลับลอย
จิตพาดสวาดิ์ร้อย..............วับวาบสภาพเลือน

โดย: ญามี่ วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:20:17:12 น.
  



Happy Valentine's Day
วันแห่งความสุขด้วยรัก วันแห่งมิตรไมตรีและเอื้ออาทร
ป้าขอถือโอกาสนี้มอบกุหลาบแทนความปรารถนาดีที่มีต่อกันค่ะ


โดย: ร่มไม้เย็น วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:19:29:47 น.
  
หลับฝันดีนะคะพี่เกรียง



นัยใจเริงจะแย้ม........ใจชื่นเกินจะแต้ม
ฉ่ำห้วงดวงใจ

โลมไล้ไปแผ่วพลิ้ว.....เห่กล่อมมาเป็นริ้ว
คึกครื้นในทรวง

กลิ่นรำพันลับล้ำ.........กระแสแห่งเหงาช้ำ
ล่วงคล้อยไปไหน

หอมเอยมาแต่งต้อง.....จักวาดตามคำร้อง
ชัดแจ้งเห็นงาม

คราฝันสถิตกล่อมเร้น...จิตเสกมิเคยเว้น
อยากให้ภิรมย์

หลับเถิดในค่ำนี้...........หลับสู่ตามแหล่งชี้
ด่ำคล้อยวิมาน
โดย: ญามี่ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:23:07:13 น.
  
สวัสดีค่ะพี่เกรียง วันนี้ร้อนไหมคะ?



ณ มุมห้องมุมเก่านั่งเล่าบท
ความสวยสดผ่องผุดเฝ้าสุดสาย
โปรยสีสรรหนาวลมอันพรมพราย
แต้มหัวใจรับแต่งจากแท่งเทียน

ยินเสียงใบลู่ลมแผ่วพรมห้วง
ไหวเอนร่วงรับด่ำจากค่ำเปลี่ยน
คลอเสียงนกครื้นเครงบรรเลงเนียน
รู้ซึ้งเวียนงามงดหมดจดปราย

โลกวาดไหวในงามนิยามสวย
รอยระรวยเร้าแผ่กระแสสาย
รินหลั่งธารดื่มด่ำเฝ้าพร่ำพราย
แต้มในหมายหวานหวิวให้พลิ้วบิน

จากรอยจารรู้สึกอันลึกเร้น
ไม่มีเว้นวรรคตรึงให้ถึงถิ่น
กลิ่นคล้ายปลอบโรยตรึงหอมซึ้งจินต์
ใจคลายสิ้นร้อนเร่าปลิวเบาบาง

โดยมนต์กลซ่านสิ่งคอยอิงออก
คือลำนำในนอกคอยหยอกข้าง
ทอดอดีตผ่านไปไกลสุดในทาง
กอดวามหลังแล้วย่างปล่อยวางตน
โดย: ญามี่ วันที่: 2 เมษายน 2555 เวลา:21:14:09 น.
  
สวัสดีค่ะพี่เกรียง
สุข สมหวังในสงกรานต์ปีนี้นะคะ




สุขจรรโลงไป่เว้น................แววหวาน
โอนฤทธิ์จรัสเบิกบาน...........แบ่งแต้ม
ชะลอสลักรูปลงสาน............เสริมแต่ง
มานยิ่งพริ้งแยกแย้ม............หยดล้นชื่นเวหา

ปรารถนากลิ่นแก้ว................กำจาย
ให้ม่านค่อยเคลื่อนคลาย........คู่ฟ้า
หอมล้อมฉ่ำฟุ้งสาย...............สรวลสู่
โชติรุ่งบ่มีล้า........................แหล่งสิ้นกระแสสูญ

พูนเพิ่มผลทรัพย์เอื้อ..............อาบอวย
จิตมาดหมายมุ่งระรวย.............เรียบคล้อง
ชรรินแผ่เสริมสวย..................สู่สวัสดิ์
เย็นศิระอุระตรึงต้อง................ตอบรู้เกษมสมาน

นานเพิ่มแดดื่มด้น...................ดนุพจี
ฉมรื่นร้อยถ้อยวลี....................ละเมียดน้อม
ปิยะประจุแช่มสดศรี.................ศุภนิมิต
ใจจักหอมห่อห้อม...................ห่อนสิ้นพิลาสเสนอ

สม่ำเสมอจำจรัสห้อง.................เหินนภา
มธุรสคำพักตรา.........................แต่งแพร้ว
เหิมหอมวสะปรารถนา.................นึกวิโรจน์
กมลวิจิตรดังกล่อมแก้ว...............เกิดพริ้งประนอมหวัง
โดย: ญามี่ วันที่: 14 เมษายน 2555 เวลา:20:13:24 น.
  
สวัสดีค่ะพี่เกรียง ฝนฟ้าไหลริน อย่าลืมระวังสุขภาพน่ะค่ะ



กาพย์สุรางคนางค์๓๖

มีแต่แค่เรา...กับหนึ่งของเงา...เป็นเพื่อนเรื่อยไป
สายลมผ่าวผัน...กลบสิ้นความฝัน...ดั่งเติมกองไฟ
ในคลื่นหวั่นไหว...ตามทะเลไกล...ฝากเผาหวนหา

ในห้องนิยามพจน์...ไร้รอยหมดจด...มีแต่หงอยมา
ดอกไม้พร่างพราว...ในความหม่นขาว...ไร้เดือนดารา
ผ่านห้วงเวหา...มืดกว้างทาบทา...เดียวดายหนึ่งหนาว

หลากราวเรื่องการณ์...ผ่านรอยตำนาน...บอกเล่าเรียงสาว
ไร้รู้คำตอบ...แลความช้ำชอบ...เคยคร่ำครวญคราว
ยอกนั้นแสนยาว..หยุดแล้วเรื่องราว...ตรึกย้ำแสวงสม

ความรู้สึกลึก...ลอบเร้นในตรึก...จบสิ้นแห่งขม
บางเรื่องเจ็บจำ...ในร้อยลำนำ...แห่งชื่นฉ่ำภิรมย์
สามัญสายลม...ดำรงความคม...ให้เจตจำหน

ลึกลึกหยั่งลง...ไหลรินความหลง...ยามแพ้อับจน
ทุกครรลองพบ...ทาบทุกข์มาประสบ...ลั่นทมยังวน
ซึ้งกลิ่นเล่นกล...ให้เลือกสับสน...ยะเยือกในวิถี

โดย: ญามี่ วันที่: 4 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:43:24 น.

สรชัช
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



มกราคม 2555

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30
31
 
 
28 มกราคม 2555