나는 오직 당신을 영원히 사랑합니다. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ©
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2558
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
23 ตุลาคม 2558
 
All Blogs
 

ตำนานรักเทพสวรรค์ 3

3 เสียงจากจิตใต้สำนักของ มหาเทพ กล่าวเตือน ผู้เป็นใหญ่แห่ง 16ชั้นฟ้า 15ชั้นดินอยู่หลายครั้ง เจ้าลงไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้วนะ ไม่เราต้องลงไป เชียนเหนียนๆ รอ เราก่อน เราจะรับเจ้ากลับไป มหาเทพมองเห็น กายทิพย์ของนาง ที่อ่อนแรงลงเรื่อยๆ จนร่างแทบดับสลาย หยุดเดี๊ยวนี้ แค่เลือดของท่านเพียงหยดเดียว ทำไมท่านจึงจะทำให้ชีวิต มนุษย์นับหมื่น ดับสูญงั้นรึ มหาเทพจึงทำได้แต่เพียง ส่งผ่านพลัง ของเขาไปรักษากายทิพย์และดวงจิตของเชียนเหนียนไว้ อ่ะ..นั่นเซียนข้ามชั้นเทพนี่ พลังญาณที่เก็บแฝงไว้งั้นรึ เมื่อได้จังหวะ มหาเทพ จึง ดึงกายทิพย์ กับดวงจิตที่ถูกดวงแก้วครอบไว้กลับมาอยู่ในอ้อมกอดของเขาทันที เจ้าชีวิตทุกสรรพสิ่ง ก้มมองดูใบหน้าใสๆกับกายทิพย์ของ เชียนเหนียนที่เกือบจะสลายไป ดีที่ดวงจิตถูกดึงกลับมาได้ จากนี้ไป ข้าจะขังเจ้าไว้อยู่บนชั้นสุดขอบฟ้า เจ้าจะได้เห็นก็แค่ ตะวัน กับจันทราเท่านั้น พูดจบ มหาเทพก็ เหาะกลับ ชั้นขอบฟ้าทันที พร้อมกับร่างของวิหคน้อยที่ลอยตามไป

เหริงไป๋ ที่นั่งสมาธิเก็บตัวอยู่ในอาศรม รู้สึกผิดสังเกต เนื่องจากเวลานี้ จะต้องมีศิษย์ เข้ามาปัดกวาดเช็ดถูอาศรม แต่เลยเวลามามากแล้วก็หามีผู้ใด ย่างกายเข้ามาไม่ เขาจึงเพ่งจิตเพื่อที่จะตรวจสอบดู แต่ถูกโต้กลับด้วยเขตอาคม ของศิษย์ พี่ ซานเกา อะไรกันนี่ ทำไมสร้างอาคมครอบอาศรม ข้าไว้หล่ะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหริงไป๋ เดินลมปราณเพื่อจะทำลายเขตอาคม แล้วก็สำเร็จ พากายเหาะลอยมาที่ด้านหน้าสำนัก จอมมาร!!!! แย่แล้ว เหริงไป๋มองเห็นศิษย์น้องที่กระเด็นลอยไป เขาใช้พลัง ดึงกลับมาไว้ได้ แล้วปล่อยร่างศิษย์น้องลง เจ้า.. หลิวเฟิง เป็นอะไรมากรึเปล่า ร่างศิษย์น้อง บอบช้ำ มีรอยเลือดออกที่ปากเพียงเล็กน้อย ภายในเจ้าบอบช้ำมาก ข้าจะ... ศิษย์พี่ใหญ่ ช่วย พี่ซานเกาด้วย ข้าไม่เป็นอะไร เหริงไป๋จึงรีบรุด ลงไปสกัด พลังมารไว้ได้ ด้วยพลังแฝงของเขา เขตเซียน แดนสวรรค์ เจ้าบังอาจ มากถึงเพียงนี้เชียวรึ ไม่ใช่ที่ของมาร อย่างเจ้า จะก้าวล้ำไปได้ ซานเกา เมื่อเห็น เหริงไป๋ปรากฏกาย ก็อุ่นใจ มีกำลังใจที่จะฟาดฟันกับ เหล่ามาร ขึ้นมาอีก มารอย่างข้า แล้วทำไม อี้หง เอามือเช็คเลือดที่มุมปาก สะบัดชายเสื้อปัดป้อง พลังของเหริงไป๋ แต่เขาอ่อนล้าลง เล็กน้อย เจ้ามีพลังแฝงได้ยังไง อี้หง ได้แต่ งุนงง หรือว่า..ข้า ประมาณเจ้ามาโดยตลอด กลับไปซะ พร้อมกับสมุนของเจ้า ข้ายังไม่อยากเอามือมาเปื้อนเลือดจอมมารของเจ้า อี้หงรู้ดีว่า ต้านพลังแฝงของ เหริงไป๋ ไว้ไม่ได้อีก เพราะภายในเขาเองก็บอบช้ำมาก จึงบอกกล่าวเหล่าสมุน ให้ถอยกลับ เราต้องได้มาเหยียบที่นี่อีกแน่ คอยดู ร่างอี้หง ก็ลอย หายวับไป พร้อมกับ กองทัพมาร

ร่างเหริงไป๋ ค่อยๆ ลอยลงสู่พื้นดินแทบทรงกายไม่อยู่ เขาเองก็อ่อนแรงเช่นกัน พลังที่สะสมมาทั้งหมด เขาใช้มันหมดไปแล้ว จากนี้คงต้องเก็บตัวอีกหลายวัน กว่าจะเดินพลังได้เหมือนเดิม เทพสวรรค์องค์ไหนกันนะ ที่ลงมาช่วยสำนักเอาไว้ วิหคสวรรค์ เขารีบล้วงเอาปีก วิหคสวรรค์มาดู ใช่แน่ ใช่แล้ว เทพองค์นี้ เคยมาที่อาศรม ทำไมข้าไม่อาจเห็นใบหน้าเทพองค์นี้ได้แจ่มชัดสักที ทำไม..

ทั่วทุก16 ชั้นฟ้า รับรู้ที่มวลพลังมหาสาร ที่เคลื่อนผ่านไป ทำเอาทั้ง 16 ชั้นฟ้า ไหว โยก สั่นสะเทือน มหาเทพ มหาเทพ สเด็จไปที่ สวรรค์แดน 5 ใช่แน่แล้ว เทพ เทวดา หลายองค์ ต่างรับรู้ แต่ไม่สามารถ ได้เห็นใบหน้า แม้กายทิพย์ของเจ้าแห่งชีวิตทุกสรรพสิ่งได้เลย ด้วยรัศมีเทพจะทำลาย ทุกสิ่งมีชีวิต เทพ มาร เซียน ทันที

ด้วยการจะรักษากายทิพย์และดวงจิต เชียนเหนียนไว้ มหาเทพต้องพาร่างของ เชียนเหนียน เหาะขึ้นไปยังสุดขอบฟ้า เหนืออวกาศ ต้องดึงพลังทั้งหมดจากห้วงอวกาศ เราก็จะทำ ขอเพียงแต่ดวงจิต กับกายทิพย์เจ้ายังคงอยู่ เราจะมีพลังไม่สิ้นสุด ชีวิตนิจนิรัดน์ไปทำไม ถ้าไม่มีเจ้า เราก็จะดับสูญไปพร้อมกับเจ้าด้วย ทำไมเจ้าไม่อยู่เฉย ทำไมเจ้าต้องทำให้เราห่วง เจ้าบอบบางถึงเพียงนี้ พลังที่เจ้ามี จะไปสู้กับจอมมาร ที่เขาเป็นรองแค่แต่ข้าได้อย่างไร เจ้าดอกบัวน้อย..หากเราเนรมิตเจ้าขึ้นมาใหม่ หากเราทำได้ เราจะไม่รอช้าเลย แต่นี่ หยดโลหิตของเรา มันไม่เคยได้ออกจากายทิพย์มานับ หมื่นปีแล้ว มันจะมีแค่เพียงครั้งเดียว แล้วเราจะสร้างเจ้าขึ้นมาอีกได้อย่างไร มหาเทพ รำพึงรำพัน ต่อหน้า กายทิพย์ของเชียนเนียน ที่ล่องลอยอยู่กลาวอวกาศ เจ้าอยากได้สิ่งใด เดือน ดาวดวงไหน ข้าก็เอามาให้เจ้าได้ ทำไมถึงได้อยากหนีเราไปนักหนา มหาเทพ เดินปราน รวบรวมพลังของจักวาลเพื่อมารักษา เชียนเหนียน ผิดกฎแล้วอย่างไร ในเมื่อข้าอยู่เหนือกฎใดๆ ทั้งปวง ด้วยอำนาจของข้า มหาเทพ ขอรวบรวมพลังแห่งจักรวาลจงมาอยู่ในมือข้า ณ บัดนี้...

เทพสวรรค์องค์หนึ่ง ส่ง เทพสงคราม มาพบกับ เหริงไป๋ พูดคุยถึงเรื่องที่จอมมาร บุกสำนักเซียนยอดเขาซูซัน ข้าเกรงว่า จอมมารจะไม่ลามือไปง่ายๆ ตอนนี้สำนักกำลังเลือกเจ้าสำนักคนใหม่ขึ้นมาแทน คงต้องใช้เวลาสักระยะ กว่าจะได้เจ้าสำนักคนใหม่ อืม.. เวลานี้จอมมารเองก็เจ็บไม่น้อย กว่าจะฟื้นตัว กลับมาบุกอีกคงต้องใช้เวลา มากเหมือนกัน ระหว่างนี้ ข้าได้รับคำสั่งจาก เบื้องบนหาก จอมมารบุกขึ้นยอดเขาซูซันอีก เราจะนำทัพเทพ ลงไปช่วยเอง ยอดเขาซูซันจนถึงแดนสวรรค์ชั้น 5 อยู่ในเขตปกครองของ เจ้าสวรรค์แดน 5 ระหว่างนี้ เหริงไป๋ เจ้ารักษากายเจ้าก่อน ข้าขอบคุณเทพทั้ง 2 ด้วยใจของข้า ไม่มีอะไรแล้ว เจ้าพักเถอะ เทพสวรรค์ก็หายวับไป ทิ้งไว้แต่ เหริงไป๋ ที่ได้แต่เฝ้ามองดูสำนักเซียน อยู่บนนี้ เหล่านางฟ้า นางสวรรค์ ที่เหาะลอย บิน อยู่ด้านบน ต่างก็ส่งยิ้ม น้อยๆให้กับเทพเซียนองค์ใหม่ รูปงาม นามไพเราะจริงๆเลย นางฟ้าต่างก็หยอกเย้ากันเอง ได้ยินมาว่าเสียพลังเซียนไปมาก เราไปเก็บท้อสวรรค์มาให้ เทพเซียนองค์นี้กันเถอะ เจ้ากล้าหรอ เหาะขึ้นไปชั้นสุดขอบฟ้า ไม่โดนถอด กายเทพ กายเซียนก่อน ที่แสงจะสาดเจ้าตกไปที่ 15 ชั้นดิน ก็คงหมดแรง ไม่ลองก็ไม่รู้นี่ มหาเทพคงไม่ใจร้ายหรอก แค่ลูกท้อ 2 3ลูก หงหยุน เจ้าไม่กลัว รัศมีเทพของ มหาเทพหรอ แต่ข้ากลัวนะ ข้าเพิ่งเป็นนางฟ้าได้ไม่นาน เหาะไปเป็นเพื่อนข้าหน่อย นะ ซื่อหยื เจ้านี่ก็แปลก ไปรู้จักกับเทพเซียนองค์นั้นมาแต่ชาติปางไหน มันไม่ใช่เรื่องของเราชาวนางฟ้าเลยนะ แหมม อยู่สวรรค์ชั้นเดียวกัน ก็ต้องช่วยเหลือกันสิ เจ้าได้มาเป็นนางฟ้าได้ยังไงนะ ซื่อหยื นางฟ้าทั้งคู่เหาะผ่านชั้นฟ้าขึ้นไป และแล้วนางฟ้าทั้ง 2 ก็ได้มาถึงชั้นขอบฟ้า โอย..หมดกัน พลังญาณ ของข้า ซื่อหยื บ่นอุบ ทำอย่างไรต่อหล่ะทีนี้ หงหยุน เอ่ยขึ้น ข้าแด่ท่านมหาเทพ ผู้เป็นใหญ่ 16 ชั้นฟ้า15ชั้นดิน ข้าน้อย นางฟ้า หงหยุน มีเรื่องใคร่ขอร้อง องค์มหาเทพ เพื่อช่วย เหลืออเทพเซียน ที่สูญเสียพลังเซียนไปจากการปกป้องยอดเขาซูซันจาก จอมมาร นางฟ้าตัวน้อย หอบหยุดพักหายใจ...เฮือกใหญ่ ข้าใคร่ขอ ลูกท้อพันปีของท่านมหาเทพ จะได้หรือไม่ ซื่อหยี แกว่งชายแขนเสื้อของ หงหยุนเบาๆ นี่..เจ้าว่าท่านจะได้ยินเสียงโหวกเหวกของเจ้ามั้ย มองไปรอบๆสี่ มันว่างโล่ง สุดลูกหูลูกตา เจ้าว่า มหาเทพประทับอยู่ที่นี่จริงๆหรือ ข้าว่าท่านอาจอยู่ใกล้ๆแค่เอือมมือ ของเราก็ได้นะ ซื่อหยื เลิกคิ้วน้อยๆ ไปกันเถอะ เกิดท่าน รำคาณเสียงเจ้าขึ้นมา ร่างเจ้าอาจจะกระเด็นไปอยู่ 15 ชั้นดินเลยนะ หงหยุนไม่ลดละ ความพยายาม ยังคงป้องปากตะโกนต่อ ท่านเป็นเจ้าชีวิตทุกสรรพสิ่ง เหตุใดจึงเมินเฉยกับ เทพเซียนที่คอยปกป้องยอดเขาซูซัน ทางขึ้นแดนสวรรค์ กันเล่า เหย... ซื่อหยี รีบเอามือน้อยมาปิดปากเพื่อนนางฟ้าของนางทันที มาขอความเมตตาท่าน พูดจาดีๆหน่อยสิ ปล่อยข้าๆ

มหาเทพมองดูนางสวรรค์ 2 องค์ ผ่านคันฉ่อง รับรู้ถึงสิ่งที่นางร้องขอ จึงส่งจิตถึงหม่าเหริ่งจิ้ง ที่สถิตอยู่วิมานไกลลิบลับไป ในเวลาไม่นาน เทพสวรรค์เหริ่งจิ้ง ก็นำเอาท้อสวรรค์พันปี 2 ลูก มาให้กับนางสวรรค์ ซื่อหยี กับ หงหยุน ก้มลงแทบบาท ของเทพสวรรค์เหริ่งจิ้ง ทำเอาเขาปล่อยยิ้มออกมา ลุกขึ้นเถิด แล้วเจ้าทั้ง 2 ก็รีบนำท้อสวรรค์กลับไปได้แล้ว ท่าน..ท่านคือ ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ ข้า ไม่ใช่มหาเทพ อย่าได้เอ่ยนามของมหาเทพไปทั่ว นั่นไง ข้า ก็คิดไว้แล้วว่าต้องไม่ใช่ วิหคสวรรค์บอกเล่าว่า มหาเทพทรงศิริโฉมงดงาม หาใดเปรียบปานไม่ได้ พระสุรเสียงก็ทรงไพเราะเสนาะโสต แต่นี่.. จากสายตาของข้าแล้ว ซื่อหยื หยุด!!! หงหยุนกล่าว ปราม ถ้าอย่างนั้น ข้าบังอาจขอทราบนามท่านเทพสวรรค์ด้วย เหริ่งจิ้ง โบกมือ ไม่จำเป็นหรอก นามข้า เอ่ยออกไปเกรงว่าพวกเจ้า อาจจะไม่อยากรู้จักข้าอีกเลยก็ได้ รีบกลับไปซะ ที่นี่พวกเจ้าอยู่นาน ก็อาจจะล่วงลงสู่ 15 ชั้นดินได้ ก่อนที่ญาณเจ้าจะอ่อนแรง นั่นสิ ได้ลูกท้อแล้ว เรากลับกันเถอะ ข้าทรงตัวยืนไม่ไหวแล้วนะ หงหยุน

เมื่อ นางสวรรค์ทั้ง 2 เหาะกลับไป กระแสจิต ของมหาเทพกับ เหริ่งจิ้ง จึงสนทนาโต้ตอบกัน เราจะเก็บกาย กักตนสักระยะหนึ่ง อย่าให้ใคร หรือสิ่งใด รุกล้ำขึ้นมา รบกวนเราได้ เราฝากวิหคสวรรค์ให้เจ้าดูแลด้วย กรงทองก็ลอยมาเบื้องหน้าของเทพสวรรค์ทันที น้อมรับพระบัญชา จากนั้น เหริ่งจิ้งก็เหาะกลับวิมาน พร้อมกรงทรงกับวิหคสวรรค์ ดีเหมือนกัน มีเจ้ามาอยู่เป็นเพื่อน ได้ยินมาว่าเสียงร้องของเจ้าทำเอา มหาเทพ เคลิบเคลิ้ม ข้าอยากได้ยินนัก ว่าจะไพเราะจับจิตข้าเพียงใด

ก่อนจะเข้าเก็บกาย มหาเทพทรง เข้าผ่านจิตมาร ปรากฏกายจำแลงให้เห็น ความผิดที่เจ้ายกกองทัพมาร บุกขึ้นยอดเขาซูซันทางขึ้นสวรรค์ ใช่ว่าเราจะเมินเฉย หากแต่ตอนนี้เจ้าเองก็บาดเจ็บไม่น้อย นี่เรายังมีเมตตาต่อเจ้าอยู่นะ และเราก็มีหลายสิ่งที่ต้องทำ รอให้เราเสร็จกิจก่อนจะกลับมากำหนดโทษของเจ้า เราอยากรู้นัก 15 ชั้นดินที่เจ้าปกครองอยู่ ยังไม่เพียงพออีกงั้นหรือ อี้หงตอบกลับ ด้วยพลังญาณ ไม่!!! ไม่พอ ช่างน่าสังเวชใจยิ่งนัก มหาเทพเอ่ย นั่นสินะ มารอย่างเจ้า จะไปรู้จักพออะไร ท่านเองก็พูดแบบนั้นได้สิ ในเมื่อท่าน เป็นเจ้าชีวิตทุกสรรพสิ่ง อยู่เหนือกฎใดๆทั้งปวง ละวาง ปล่อยวางบ้างเถิด หงอี้ ที่เจ้าเป็นอยู่ตอนนี้ เจ้าอย่าบอกเราว่า ความทรงจำเจ้าไม่เหลือทิ้งอดีตของเจ้าไว้เลย ทุกสรรพสิ่งอาจไม่รู้ ชาติจุติของเจ้า แต่เรารู้ดี ทำไม ทำไมต้องเป็นเจ้าที่ได้ ตำแหน่งมหาเทพไป เสียงจิตจอมมารก้อง คำราม ทำไม เจ้าอยากได้ยินดวงจิต อาจารย์มั้ย เราคงโปรดสัตว์ มารอย่างเจ้าไม่ได้เสียแล้วกระมัง มหาเทพนำ ดวงจิต ของอาจาย์ติดตามมาด้วย หมายจะให้อาจารย์ อบรมสั่งสอนศิษย์น้อง อย่างจอมมาร เมื่ออี้หงได้ยิน คำสอนของอาจารย์เมื่อชาติภพก่อน ถึงกับเอามือปิดหู คำสอนของอาจารย์ อาจกล่อมให้จอมมาร กลับใจได้ ออกไป ไปให้พ้น อาจารย์ ท่าน ลำเอียง ออกไป อี้หง เอ่ยปากไล่มหาเทพ เจ้าชีวิตทุกสรรพสิ่ง จึงดึงดวงจิตอาจารย์กลับมา พร้อมกับออกจาก จิตของ จอมมารไป ถึงแม้ร่างกายทิพยท์ของท่านจะดับสลายไปแล้ว แต่เรา ยังอยากเก็บดวงจิตของท่านไว้ อาจารย์ ทำไมต้องโยนภาระ อันใหญ่หลวง หนักราวเขาซูซัน 100 ลูกมารวมกันให้แก่เรา เราอยากเป็นแค่เซียนเทพ ธรรมดา ที่วันๆ ลอยไปลอยมา พบปะ สนทนากับผู้อื่นบ้าง ไม่ใช่แบบนี้..

เชียนเหนียน ตื่นแล้ว นางหารู้ไม่ว่าหลับยาวนานไปแค่ไหน มีแต่ความรู้สึกว่ากายนางเบาขึ้นมาก แล้วกระแสจิตนางก็เร็วขึ้นเหมือนกัน ที่นี่ที่ไหน ไม่ใช่วิมานที่เราเคยอยู่นี่ นางออกจากวิมาน แล้วเหาะเหินไปทั่ว ทำไม วิหคน้อย ๆ ไม่มี ไม่อยู่ หายไปไหนนะ เชียนเหนียน ตามหาวิหคสวรรค์จนทั่ววิมาน แล้วก็หยุดนิ่ง มหาเทพ ทำไม..นี่ข้าพูดได้แล้วหรือ เชียนเหนียนใช้มือน้อยจับที่ริมฝีปากอัออ่อนนุ่มของนาง เชียนเหนียนดีใจที่นางพูดได้เหมือนนางสวรรค์ทั่วไปได้แล้ว ปากนางขยับได้แล้ว แล้วท่านมหาเทพไปไหน นางลองส่งกระแสจิตถึงมหาเทพ ท่านได้ยินเราไหม ท่านอยู่ไหน เงียบเสียงไร้ซึ่งกระแสจิตตอบกลับ เชียนเหนียนส่งกระแสจิตอยู่อย่างนั้น ซ้ำๆ ผ่านวัน ผ่านคืนก็ไร้ซึ่งเสียงตอบจากมหาเทพ ทำไมท่านไม่ตอบเรา ท่านทิ้งเราไว้แบบนี้ไม่ได้นะ ท่านขังเราไว้ในครอบแก้วจักวาลนี้ไม่ได้นะ เชียนเหนียน นึกถึงนิมิต ก่อนที่กายเธอจะดับสูญไปคราวนั้น คราวที่ลงไปช่วยแดนเซียน แว่บแรกที่นางได้เห็น พระพักต์ของมหาเทพ ภาพนั้นมันวนเวียนอยู่ในมโนสำนึกของนางอยู่ เราไม่รู้ว่านั่นจะเป็นร่างจำแลง ของท่านหรือไม่ ถ้าใครได้เห็นใบหน้าของท่านต้องดับสูญ ใครเป็นคนตั้งกฎ แบบนี้ เชียนเหนียน รู้สึกอะไรบางอย่าง นางเอามือกุมที่หน้าอก อะไรหน่ะ ทำไมเรารู้สึกตรงนี้มีอะไร ทำไมเหมือนมี หมู่ภมรบินวนเวียนอยู่ในนี้ เกิดอะไรขึ้นกับเรา

อีกด้าน น้ำในทะเลช้งไห่ปั่นป่วน คลื่นลม รุนแรง หัวใจแก้วของเขียนเหนียนที่ มหาเทพส่งมาเก็บไว้ที่ใต้ทะเลลึกแห่งนี้ มีอำนาจบางอย่างพยามยามให้หัวใจแก้ว ลอยขึ้นสู่เบื้องบน
มหาเทพมองดูเชียนเหนียน ที่ตื่นขึ้นจากการหลับไหลนยาวนาน หลายร้อยปี เขาเองก็เช่นกัน เก็บกายอยู่บนชั้นขอบฟ้า อยู่หลายร้อยปี ได้เห็นนางอีกครั้ง ถึงกับต้องเสี่ยง กับพลังจักรวาล ไร้ขอบเขต เขาก็ยอม เก็บกายอยู่นิ่งๆแบบนี้ แต่พอมหาเทพได้เห็นบางสิ่งที่เกิดขึ้นของเชียนเหนียน เขาก็ไม่รีรอ อยู่เฉยได้อีก รีบรุด เหาะข้ามชั้นขอบฟ้าตรงไปที่ วิมานทีเขากักตัวเชียนเหนียนไว้ทันที

เชียนเหนียน ส่งเสียงร้องเรียก หาเจ้าแห่งชีวิตอยู่หลายวันหลายคืน จนเสียงแหบแห้ง ทำไม ทำไม ท่านไม่ตอบเรา เราทำผิดท่านลงโทษเรายอมรับ ขังเราไว้แบบนี้ ทำให้เราพูดได้มีประโยชน์อะไร ด้วยอำนาจของครอบแก้ว มนต์ พลังปรานใดๆ ก็ไม่สามารถทะลุผ่าน นอกจากมหาเทพ จะเปิดครอบแก้วจักรวาลออกเท่านั้น เชียนเหนียน อ่อนแรง จากที่เพิ่งฟื้นตื่น พลังญาณ ยังปั่นป่วไม่หยุดนิ่ง ทำให้นางล้มลง และแล้วพระหัตถ์ของมหาเทพ ก็คว้า เชียนเหนียนไว้ได้ อ่า.. นางได้เห็นพระพักต์ มหาเทพแล้ว ถึงแม้ตอนนี้จะไม่มีเสียงที่จะพูดออกไป นางก็ยังส่งจิตได้ ท่านหรือ... ท่านเองหรือ .. ใช่เราเอง จะเป็นใครได้อีก มหาเทพกล่าวตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย หยดน้ำบนใบหน้าเจ้านี่... ทำไม เจ้าทำให้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่รู้ เราไม่รู้ เชียนเหนียน แหงนมองหน้ามหาเทพอยู่อย่างนั้น ผู้นี้เองหรือ ที่เป็นผู้สร้างเราขึ้นมา ทำไมท่านถึงไม่ให้ใครเห็นใบหน้าของท่าน นางพยายามเอื้อมมือไป ลูบไล้ใบหน้าอันแสนงดงามนั้น แล้วทำไมตอนนี้ท่านถึงยอมให้เราเห็น น้ำตา สิ่งนี้มนุษย์เรียกว่าน้ำตา เชียนเหนียน งุนงง เจ้า มีน้ำตาเพราะอะไร โอ๊ย!!! เจ้าเป็นอะไร ทำไม เกิดอะไรขึ้น เชียนเหนียนดิ้นด้วยความเจ็บปวด อะไรมันอยู่ในนี้ ไม่มี ไม่มีอะไรอยู่ในนั้น มหาเทพตอบ ทำไมเรารู้สึก มหาเทพจับ ญาณดูจึงรู้ หัวใจแก้ว ของนาง ต้องการกลับมาอยู่ที่ที่ควรอยู่ เราเอาไปฝังไว้ใต้ทะเลชางไห่แล้ว ทำไม ทำไม มันจะกลับมา กลับมาไม่ได้นะ ทำไมหล่ะ อีกเสียงของจิตใต้สำนึก มหาเทพ เจ้าไม่อยากรู้หรือ ว่าหัวใจแก้วของนางมีใครอยู่ในนั้น ไม่ เราไม่อยากรู้ เราถึงได้นำมันไปไว้ที่ช่างไห่ แต่มันก็กลับมาแล้วนี่ไง ได้ข้าจะทำลายมันทิ้งซะเดี๊ยวนี้ ถ้าไม่มีดวงจิต กับหัวใจแก้ว ต่อให้มีกาย ก็รวมกันได้ไม่สมบรูณ์นะ จิตกับใจ มันต้องไปด้วยกัน หยุด เจ้าหยุดพูดได้แล้ว ออกไปจากมโนสำนึกเราเสียที มหาเทพ มองเห็นหัวใจแก้วที่ลอยมาใกล้ กายเชียนเหนียน จึงรีบคว้ามันไว้ หัวใจแก้วเรืองแสงสีแดงระเรื่อ ภายในบรรจุ ภาพนิมิต ต่างๆของเซียนเหนียนไว้มากมาย ทุกภาพนั้น มีเพียงแต่มหาเทพ ในมโนสำนึกของนาง มหาเทพมีรูปกาย ใสๆ หยุ่นๆ นั่นก็เพราะ มหาเทพบังกายทิพย์เอาไว้ เราไม่รู้ว่าทำไมเราถึงมาอยู่ที่นี่ ไม่มีใครเลย มีแต่ท่าน ถึงมันจะน่าเบื่อ เงียบ เหงา แต่ถ้าเราต้องอยู่คนเดียวโดยไม่มีท่านเราขอเลือกที่จะหลับยาว ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย ท่านอยู่ได้อย่างไรกัน ลำพังเพียงผู้เดียว ไร้ซึ่ง ทุกสิ่ง ทุกภาพล้วนแต่มี มหาเทพทั้งสิ้น แม้กระทั่งเรา เจ้าก็ไม่อยากอยู่ร่วมกับเราหรือ เรารู้สึกเหนื่อย และไม่อยากรั้งเจ้าไว้อีกแล้ว แต่คงปล่อยเจ้าไปไม่ได้ เลยต้องขังเจ้าไว้อยู่ในครอบแก้วจักรวาลนี้ เจ้าอยู่เหนือกฎใดๆทั้งปวง ต้องไม่ให้ ทุกสรรพสิ่งรู้ว่ามีเจ้าจุติมา เราจำต้องทำเช่นนี้ ทำลายเจ้าไม่ได้ ทำลายเจ้า เท่ากับทำลายเราด้วย เราสร้างเจ้ามาให้อยู่คู่เรา กี่ภพชาติ กี่ภพภูมิ กี่ชั้นฟ้า เจ้าก็ต้องเป็นของเรา เรารู้ มหาเทพตกใจ นางรู้ได้อย่างไร วิหคสวรรค์บอกเรา ก่อนที่ จะดับสูญ เรานับวันรออยากได้เห็นกายท่าน ใบหน้าของท่าน ทำไมท่านไม่รู้ถึงเรื่องนี้ หัวใจแก้วของเจ้าอยู่ใต้ทะเล ไกลขนาดนั้น ข้ากำหนดจิตไปได้ แต่ก็ต้องใช้เวลาสิ ใส่มันไว้ในกายข้านะ เชียนเหนียนขอร้องให้ มหาเทพใส่ หัวใจแก้วให้นาง เราจะได้เป็นเหมือนกับนางฟ้า นางสวรรค์ อื่นๆเสียที ไม่ได้หรอก เกิดเจ้าได้พบเห็น เทพ เซียน ที่รูปงาม ขึ้นมา ...ยังมี สรรพสิ่งอื่นๆ ที่รูปงามกว่าท่านอีกหรือทั่ว 16 ชั้นฟ้า เรายังไม่เคยพบเลย มหาเทพจำต้องทำตามที่ เชียนเหนียนร้องขอ แต่เขา แบ่งหัวใจแก้วครึ่งนึง มาใส่ไว้ที่กายของตนด้วย เชียนเหนียนมองดู ทุกการกระทำ หัวใจท่านใหญ่โตมาก แน่สิ ข้าคือมหาเทพนี่ ทุกสรรพสิ่ง ข้าต้องรู้ต้องเห็น จิตเป็นตัวกำหนด หัวใจก็เลยต้องใหญ่ตาม หลับตาก่อน ข้าจะฝังหัวใจแก้วปิดผนึกให้ เชียนเหนียนหลับตาลงอย่างว่าง่าย ต่อแต่นี้ หัวใจเจ้าเป็นของเรา ทุกการกระทำของเจ้า เราต้องรู้เห็นทุกสิ่งทุกอย่าง เจ้าเอาไปคุยกับเหล่าเทพ เซียน นางฟ้าอื่นๆได้แล้ว ว่ามีหัวใจ กับปากขยับได้ เราคงเก็บเจ้าไว้ในนี้ไม่ได้อีกแล้ว งั้นก็คงต้องปล่อยเจ้าออกไป สัญญากับเราข้อนึงก่อน ได้สิ เราสัญญา เจ้าต้องปกปิดฐานะเจ้าไว้ อย่าได้บอกใครว่ากำเนิด จุติมา จากเรา เพราะถ้า จอมมารล่วงรู้ จะทำลายเจ้า และเราคงไม่ยอม เจ้ารู้ใช่ไหม ว่าต้องทำอย่างไร เรารู้ และจะไม่ไปไหนไกลรัศมีของท่าน เจ้าไปไหนไกลกว่าที่เรากำหนดไม่ได้หรอก เราดึงจิตเจ้ากลับมาได้ทุกเมื่อ ว่าแล้ว มหาเทพปล่อยพลังรักษาเส้นเสียงให้ เชียนเหนียน ทำไมต้องตะโกนเรียกเราขนาดนั้น เรากลัวท่านไม่ได้ยินไง เชียนเหนียนหลบสายตามหาเทพเป็นครั้งแรก เรียกเราคำเดียวก็ได้ยินไปทั้ง 5 โสตประสาทของเราแล้ว ขอวิหคสวรรค์ ให้ติดตามเราไปได้มั้ย ได้สิ เดี๊ยวเราจะเรียกกลับมาให้ พักผ่อนก่อน มหาเทพเตรียมจะลุกขึ้น แต่ เชียนเหนียน ดึงชายเสื้อเขาไว้ ท่านจะไปไหน อ้อ..เราต้องกลับไปเก็บกายกักตนต่อ ยังไม่ครบกำหนด แล้วเมื่อไหร่ เราจะได้พบท่านอีกไหม จนกว่าต้นท้อจะออกลูกใหม่ เราจะมาให้เจ้าเห็นเอง พูดจบมหาเทพก็หาย ว๊าฟฟไป










 

Create Date : 23 ตุลาคม 2558
0 comments
Last Update : 23 ตุลาคม 2558 15:11:32 น.
Counter : 356 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


fanrongjiang
Location :
Taiwan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






blogger analyzer
New Comments
Friends' blogs
[Add fanrongjiang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.