กันยายน 2558

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
28
29
30
 
 
All Blog
Siem Reap Angkor Trip (Part1/2) นครวัด นครธม ปราสาทบายน และที่เที่ยวใกล้เคียง
เที่ยวนครวัด นครธม แสนสนุก ความรู้ครบครัน
ไปเที่ยวหน้า low season ฝนตกทุกวันก็สนุกได้!!




Day 1: Angkor Wat,Angkor National Museum, and Pub Street

วันนี้เรานัดMr.Chan คนขับรถไว้14.00 เลยทานอาหารกลางวันที่โรงแรมก่อน ถึงเวลาปุ๊ป Mr.Chan ปรากฎตัว พร้อมที่จะพาเราไปเที่ยว

แวะซื้อ Three-day Pass ก่อนเข้านครวัด


14.30: Angkor Wat (นครวัด)

นครวัด เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่2 ในสมัยกลางคริสต์ศักราชที่ 12 นครวัดเป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่อสักการะพระวิศณุ ซึ่งแตกต่างไปจากวัดอื่นๆในสมัยนั้นที่มักจะสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระศิวะค่ะนครวัดแรกเริ่มสร้างขึ้นเพื่อเป็นเทวสถานของศาสนาฮินดูแต่ภายหลังก็กลายมาเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธไป นครวัดเป็นศาสนสถานทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยนะคะ 

นครวัดสร้างขึ้นเพื่อเป็น temple state และเทวสถานส่วนพระองค์ของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 นครวัดเป็นการผสมผสาน 2สไตล์ในการสร้างวัดเข้าด้วยกัน คือผสมระหว่าง mountain temple และ gallery temple ที่ว่าเป็น mountaintemple สังเกตได้ว่านครวัดถูกสร้างเป็นทรงสูงขึ้นโดยรอบเหมือนภูเขาภูเขาที่ว่านี่ก็คือเขาพระสุเมรุที่เป็นที่อยู่ของเทพเจ้าตามความเชื่อในศาสนาฮินดูนั่นเอง อีกทั้งด้านทั้ง 4 ของนครวัดล้อมรอบด้วยคูน้ำขนาดใหญ่ซึ่งก็เหมือนมหาสมุทรที่โอบล้อมเขาพระสุเมรุ นครวัดจะแบ่งเป็นชั้นๆ เหมือนสี่เหลี่ยมหลายๆขนาดซ้อนกันคือเราต้องผ่านประตูไปแต่ละชั้นเพื่อจะเข้าถึงด้านใน

ชั้นแรก


 ชั้นสอง

ส่วน Gallery temple นั่นเนื่องจากด้านในของนครวัด ประกอบด้วยส่วนที่โด่งดังที่สุด ซึ่งคือ bas-reliefgallery หรือ โซนรูปแกะสลักหินนูนต่ำซึ่งมีให้ดูทั้ง 4 ด้านของนครวัดเลยเรื่องราวของภาพนูนต่ำจะเกี่ยวกับพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เรื่องราวเกี่ยวกับเทพเจ้าในศาสนาฮินดูและวรรณคดีมหาภารตะและรามายณะ

เวลาที่ใช้ในการชมนครวัดสามารถทำได้ตั้งแต่ 1ชั่วโมงยันหลายๆชั่วโมงเลย หากใครสนใจจะชม bas-relief แบบละเอียด นัดแนะคนขับรถเสร็จแล้วว่าจะกลับมาเจอกันที่เดิมกับที่เค้าส่งเราก็พร้อมลุยกันเลยค่ะ

มีคนขายน้ำตาลสดหลายเจ้าค่ะ แต่รับรองเจ้านี้อร่อยและหอมกว่าเจ้าอื่นๆ (ลองมาแล้วหลายเจ้า) แม่ค้าน้ำตาลสดส่งยิ้มหวานเหมือนน้ำตาลสดหวานๆ แก้วละ 20 บาท


เข้ามาถึงด้านในแล้วมีซ่อมนิดหน่อยตามเคย



ที่นี่มีมุมสวยๆเยอะเลยค่ะรูปนี้แอบถ่ายครอบครัวชาวเขมร คนเขมรไม่ต้องเสียค่าเข้าชมนครวัดค่ะ


Bas-relief gallery ดูได้เป็นชั่วโมงๆ




หน้าบันประตู


ถึงแล้วด้านในสุดที่เป็นยอดแหลมๆที่เราเห็นจากด้านนอกค่ะยอดนครวัดสูง 60 เมตร น่าเสียดายที่ตอนนี้เค้าไม่ให้ปีนขึ้นไปชมด้านบนแล้วทางขึ้นก็ดูน่ากลัวจริงๆแหละค่ะ ชันมากๆ


มาดูมุมอื่นๆกันบ้าง


ตรงนี้ที่เค้าจะมาดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน


ขอแวะถ่ายรูปเซลฟี่ซักหน่อย


15.30: Angkor National Museum

เดิม แพลนของเราคือจะไปชมพระอาทิตย์ตกที่ PhnomBakeng แต่ ฝนตกจ้าต่อให้ขึ้นไปก็คงไม่เห็นอะไร เลยปรับแพลนนิดหน่อยมาแวะมิวเซียมมิวเซียมที่เสียบเรียบข้างในดูดีมากเลยค่ะมีการจัดแสดงของแบ่งตามยุคทำให้เข้าใจง่ายด้านในมีแอร์เย็นสบาย นอกจากนี้ยังมี presentation ให้แต่ละห้องจัดแสดงถือว่าทำออกมาได้อย่างดี ไม่ควรพลาดค่ะ

Angkor National Museum เปิดทุกวันตั้งแต่ 8.30ปิด 18.00 ช่วงเดือนเมษายนถึง กันยายน และขยายเวลาปิดเป็น 18.30สำหรับช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคม ค่าเข้าชม 12 USD ด้านในห้ามถ่ายรูปเลยค่ะลองไปเที่ยวด้วยตัวเองดูนะคะ ข้อมูลเพิ่มเติมดูเวบไซด์ นี้

ที่นี่ต้องฝากของค่ะ แต่เค้ามีถุงเล็กๆเอาไว้ให้ใส่ของมีค่าแหม เข้าใจคิดจริงๆ J


18.00: Dinner at Father’s restaurant, Pub street

คนขับรถแวะมาส่งที่ pubstreet เพื่อทานข้าวเย็น แล้วเค้าก็แนะนำร้านนี้ให้ปรากฎว่ามันอร่อยมาก สั่งข้าวผัดมาก็หอมกลิ่นกระทะ ยำหัวปลีแกงจืดสาหร่ายเต้าหู้ และปลาผัดพริกค่ะ มาที่เขมรนี่ก็ต้องสั่งปลานะคะขึ้นชื่อของเค้าเลย ราคาออกมาโอเคไม่แพงค่ะ แนะนำนะคะ พิกัด Near OldMarket, 239 Street 9, Krong Siem Reap, Cambodia ดูเมนูก่อนได้นะที่เวบ นี้ ของเค้าเลย 




จริงๆหมดเวลาของคนขับรถแล้วค่ะแต่ Mr.Chanน่ารักมากเค้าบอกเค้าจะไปแตะบอลกับเพื่อนแล้วจะมารับตอนสามทุ่มเราก็เลยเดินเล่น pub street เพลินเลย


Pub street เป็นแหล่งรวมร้านอาหารร้านขนม ร้านนั่งชิลล์ ร้านขายของเก๋ๆ ผับ บาร์ ฝรั่งนั่งเต็มค่ะขนาดวันนี้ฝนตกนะเนี่ย





สามทุ่ม Mr.Chan มารับกลับโรงแรมรีบอาบน้ำพักผ่อน เพราะเราจะออกตั้งแต่ตีห้าเพื่อไปรอดูพระอาทิตย์ขึ้นที่Angkor Wat ค่ะ


Day 2: Bayon, Baphuon, Phimeanakas, Terraceof the Elephants, Terrace of the Leper King, Neak Pean, Preah Khan, Ta Prohm

ภารกิจแรกของวันนี้คือไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่AngkorWat ภารกิจนี้เป็นเหมือน It’s a must ที่ต้องทำเมื่อมาเสียบเรียบทั้งๆที่ก็พอรู้ว่าเมื่อคืนฝนตกตลอด เช้านี้ไม่น่าจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นแต่ก็ต้องเสี่ยงดูค่ะ ออกจากโรงแรมตี 5 ฟ้ามืดอยู่เลย เดินเข้า Angkor Wat ไปพบเจอกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มารอดูพระอาทิตย์ขึ้น คนเยอะแล้วนี่เรามาสายหรอเนี่ย! รีบหาจุดลงหลักปักฐาน จากนั้นก็รอ ร๊อรอ สุดท้ายก็ไม่ได้เจอพระอาทิตย์แบบจังๆ พระอาทิตย์คงเขิน หลบหลังเมฆเชียว

หมู่มวลมหาชน นี่ขนาดหน้าโลว์ซีซั่นนะเนี่ย



จุดดูพระอาทิตย์จะต้องเดินเข้าประตูไปโซนชั้นในก่อนนะคะจะมีบ่อน้ำอยู่ 2 บ่อซ้ายขวา ซึ่งจะเห็นเงาสะท้อนของนครวัดพอดีเลย

พระอาทิตย์โผล่มาเท่านี้จริงๆ


อันนี้มุมจากบ่อด้านขวาค่ะ


อย่าลืมบอกโรงแรมล่วงหน้าว่าขออาหารเช้าใส่กล่องซึ่งเป็นบริการที่มักจะมีทุกโรงแรมอยู่แล้วค่ะ อันนี้เป็นขนาดของ 2 คนนะคะพอดูพระอาทิตย์เสร็จแล้ว คนขับก็พามาแวะร้านอาหารเช้า สั่งกาแฟ ชาเพิ่มนิดหน่อยแล้วก็เอาอาหารกล่องของเราขึ้นมาทานได้ค่ะ

Angkor Thom – นครธม

ที่เคยเล่าไปแล้วว่าในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่7 ได้มีการย้ายเมืองหลวงมาที่ใหม่ ซึ่งก็ไม่ได้ห่างจากนครวัดออกมามากนักเมืองใหม่ที่ว่าก็คือ Angkor Thom นั่นเองค่ะ ภายใน AngkorThom จะประกอบไปด้วยปราสาทมากมายมีทั้งที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ในยุคนั้นและก็มีบางส่วนที่สร้างมาก่อนหน้าที่จะย้ายเมืองมาเรามาดูภาพบริเวณของนครธมคร่าวๆกันดีกว่า


Bayon

ปราสาทบายนเป็นวัดหลักของAngkorThom เรียกว่าเป็น State Temple เพิ่งสร้างขึ้นมาในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่7 จุดเด่นของปราสาทบายนที่ไม่เหมือนกับปราสาทอื่นๆก็คือ Face-tower ที่เราจะเห็นใบหน้ายิ้มเต็มไปหมดเลย เค้าว่ากันว่าใบหน้าบนtower คือใบหน้าของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นั่นเองจะว่าไปก็คล้ายๆกันเหมือนกันนะเนี่ย


ปราสาทบายนผ่านการต่อเติมมาหลายสมัยเนื่องจากแทนที่พระเจ้าองค์อื่นๆเมื่อขึ้นครองราชย์จะสร้างวัดประจำสมัยของตนเองกลับเลือกที่จะต่อเติมปราสาทบายนมากกว่าปราสาทบายนจึงเคยเป็นทั้งวัดในศาสนาฮินดูและวัดในศาสนาพุทธ

จ่าย 1 ดอลล่าร์ แล้วคุณจะได้รูปนี้


มีฝรั่งมานั่งวาดรูปด้วย


นอกจากนั้นปราสาทบายนยังมีภาพสลักนูนต่ำที่มีความงดงามเป็นภาพเรื่องราวของในชีวิตประจำวันและการต่อสู้ในสมัยนั้น


อีกมุมหนึ่งของปราสาทบายน


มองจากด้านนอกจะเห็นว่าปราสาทบายนเป็นปราสาทสไตล์ Mountain temple


Baphuon

ปราสาทบาปวนเป็นอีกปราสาทในนครธมแต่ไม่ได้สร้างขึ้นในสมัยที่ตั้งนครธมนะคะเพราะปราสาทบาปวนสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระเจ้าอุทัยทิตย์วรมันที่ 2ช่วงกลางคริตส์ศักราชที่ 11 ปราสาทบาปวนเป็นปราสาทปราบเซียนค่ะเนื่องจากตัวปราสาทสูงถึง 3 ชั้น บันได้ที่ปืนขึ้นไปก็สูงมาก หวาดเสียวมาก

ก่อนอื่นต้องเดินเข้าไปด้านในก่อน


บันไดอันสูงลิบ ขาสั่นผับๆ



แต่บรรยากาศด้านบนสวยมากเลยค่ะนี่เป็นวิวที่มองลงไปข้างล่าง


ด้านตะวันตกมีพระนอนด้วยนะแต่ก่อนปราสาทบาปวนเป็นปราสาทในศาสนาฮินดู แต่ช่วงศตวรรษที่ 15ได้เปลี่ยนเป็นวัดพุทธ มองเห็นพระนอนกันรึปล่าวจากรูปนี้


Terrace of the Elephants

ทางเดินยาวกว่า 300เมตรนี้ ยาวตั้งแต่ Baphuonมาจนถึง Terrace of the Leper King ที่ได้ชื่อว่าTerrace of the Elephants ก็เพราะมีภาพแกะสลักเป็นรูปช้างปรากฎอยู่Terrace of the Elephants สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่7 ระเบียงด้านนึงจะเป็นภาพของสิงโตและครุฑสลับกัน อีกด้านจะเป็นภาพช้างค่ะ


ชอบหินตรงนี้มาก ดู mix กันได้อย่างลงตัว




Terrace of the Leper King

สุดทางของ Terrace of the Elephants ก็เป็น Terraceof the Leper King สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7เช่นเดียวกัน แต่เพิ่งจะมาได้ชื่อนี้ตามพระพุทธรูปที่อยู่ด้านบน Leper Kingแปลว่า King ที่เป็นโรคเรื้อนงงไปเลยค่ะตอนแรกที่ได้ยินชื่อ เรื่องของเรื่องมาจากพระพุทธรูปที่พบเจอบริเวณนี้โดนมอสกับไลเคนปกคลุมบางส่วนเหมือนคนที่เป็นโรคเรื้อนทั้งยังสอดคล้องกับตำนานที่ว่าพระเจ้ายโสวรมันที่ 1 เป็นโรคเรื้อนจึงนำชื่อนี้มาตั้งเป็นชื่อสถานที่เราจะเห็นพระพุทธรูปนี้ด้านบนของ Terrace of the Leper King แต่เป็นพระพุทธรูปจำลองนะคะ ของจริงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์

ที่พลาดไม่ได้คือ hiddenrelief ที่ต้องลงบันไดไปดูค่ะเป็นกำแพงชั้นในที่คดเคี้ยวเหมือนอยู่ในเขาวงกตเลย ด้านในมีกำแพงแกะสลักเป็นครุฑลิง และพญานาค สวยมากๆเลยค่ะที่นี่




หมดครึ่งเช้าของวันแรกค่ะก่อนจะเริ่มช่วงบ่ายที่เราจะไปเที่ยวปราสาทอื่นๆที่อยู่ด้านนอก คนขับรถก็พามาชมประตูเข้าเมืองนครธมอันเลื่องชื่อประตูเข้าเมืองที่นี่ตรงกลางจะเป็นเหมือน face tower ที่ปราสาทบายนค่ะด้านข้างสองข้างจะเป็นรูปปั้น ด้านซ้ายเป็นรูปเทวดาแบกพญานาค ส่วนด้านขวาเป็นยักษ์แบกพญานาค


ด้านซ้ายเป็นเทวดาหน้ายิ้ม


คนขับรถยังพาเราปืนขึ้นไปด้านข้างของประตูเพื่อไปดูซุ้มประทางเข้าแบบใกล้ชิดสวยมากๆเลยค่ะ




เดี๋ยวขอพักไว้เท่านี้ก่อนนะคะบลอคหน้าเรามาเที่ยวกันต่อกับปราสาทอื่นๆในนครธม นอกจากนั้นจะพาไปเที่ยวสถานที่สำคัญนอกเมืองด้วยค่ะ

ต้องเตรียมตัวเที่ยวยังไงบ้าง ตามมาอ่านที่นี่เลย >>Siem Reap Angkor Trip: เตรียมพร้อมก่อนไปเที่ยวเสียบเรียบ นครวัด นครธม ไม่อ่านไม่ได้แล้ว




Create Date : 12 กันยายน 2558
Last Update : 12 กันยายน 2558 23:26:35 น.
Counter : 2496 Pageviews.

1 comments
  
มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

มาตามเที่ยวด้วยคนครับ เห็นภาพแล้วอยากไปเที่ยวบ้างจังเลยครับ ผมยังไม่เคยได้ไปเที่ยวที่นครวัดเลยครับ บล็อกนี้ทั้งภาพและข้อมูลเยอะดีครับ

โหวตให้ครับ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ




บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
jellyjourney Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


อิอิ

โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 16 กันยายน 2558 เวลา:11:18:59 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jellyjourney
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 53 คน [?]



สวัสดีค่ะ ชื่อ เยลลี่ นะคะ blog นี้สร้างขึ้นเพื่อเอาไว้แบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์ในการไปเที่ยวของเรากับเพื่อนๆทุกคน เข้ามาเยี่ยมชม มาคุยกัน หรือมีอะไรติชมแนะนำกันได้นะคะ

Facebook page: Jellyjourney

follow my Instragram @JELLYJOURNEY for extraordinary pics in my ordinary life
+++ Please stay tuned for Japan:Kansai trip +++