กรกฏาคม 2559

 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
Penang (Georgetown) - 4 วัน 3 คืน พาคุณแม่ไปเดินเล่นที่ปีนัง




Penang– JellyJourney’s Photobook

ตอน พาคุณแม่ไปเดินชิลล์ชิลล์ที่ปีนัง




สวัสดีค่า.. jellyjourney พาคุณแม่ไปเที่ยวปีนังมาเมื่อเดือนพฤษภาคมปีนังเป็นเกาะหนึ่งของประเทศมาเลเซียปีนังมีเอกลักษณ์ทางด้านวัฒนธรรมที่น่าไปดูไปชมยิ่งนัก ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมของบ้านเรือนที่เป็นการผสมผสานระหว่างชาวจีนและชาวมลายูเข้าด้วยกันพื้นที่ส่วนใหญ่ของปีนังก็เป็น UNESCO World Heritage Site ส่วนstreet art ที่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไปก็เป็นส่วนเติมเต็มช่วยสร้างบรรยากาศในเมืองปีนังให้น่ารักและเก๋มากขึ้น

การเดินทางมาปีนังสามารถมาได้ทั้งทางรถจากหาดใหญ่หรือจะบินมาลงทีปีนังเลยก็ได้ แน่นอน..เราเลือกใช้บริการเครื่องบิน airasia ในราคาสุดแพง เพราะมาเที่ยวช่วงวันหยุดอีกแล้วแต่เอาความสบายบินแค่ 1 ชั่วโมง 45 นาทีก็มาถึงปีนังเลยจ้า

การเดินทางจากสนามบินมา Georgetown(Georgetown คือเมืองหลวงของปีนังที่เราจะมาเที่ยวนั่นเอง)ใช้บริการรถเมล์ ส่วนการเดินทางในเมืองทั่วๆไปก็ใช้การเดินซะเป็นส่วนใหญ่หากเมื่อนก็ใช้บริการรถเมล์ มีทั้งรถเมล์จ่ายตังค์และรถเมล์ฟรี การเดินทางที่นี่ก็ค่อนข้างง่ายหากจะขึ้นรถเมล์ง่ายสุดก็ไปที่ Komtar หรือไม่งั้นมันก็มีรถเมล์ฟรีป้ายหน้ารถจะเขียนว่า CATโดยจะมีเส้นทางและป้ายจอดที่ชัดเจนค่ะ หากเราจะไปตรงนั้นพอดีก็นั่งรถเมล์ฟรีไปได้เลยมีทั้งหมด 18 ป้ายด้วยกัน อยากรู้ว่ามีป้ายตรงไหนบ้างให้หยิบโบร์ชัวร์หน้าปกแบบนี้ มา อันที่พิทมพ์แล้วจะเป้น 2015 ในเนตยังมีแค่เวอร์ชั้น 2014 ค่ะ

** Where to Stay ** – The CarnavonHouse

โอย มันดีงามมันเป็นบ้านเก่าที่ปรับปรุงทำเป็น B&B ห้องนอนแยกมีทั้งหมด 7 ห้องด้วยกัน แต่มีห้องน้ำรวมอย่างเดียว ไม่มีห้องน้ำในตัวนะจ๊ะการตกแต่งสวยงามเลิศเลอตั้งแต่บริเวณด้านนอกและภายในห้องนอน ห้องน้ำรวมก็สะอาดดีนะมีทั้งหมด4ห้องด้วยกัน อาหารเช้าก็ดี แบบอิ่ม ไม่ซ้ำกันในแต่ละวันด้วย Host น่ารัก location perfect อยู่ใจกลางเมืองเลยใกล้ถนนที่มี street art เยอะๆ ใกล้ Komtar ที่ขึ้นรถเมล์ แถมมีป้ายรถเมล์ฟรีตรงข้ามที่พัก....สรุป มาพักเหอะ แนะนำ!จองได้ทั้งจาก Agoda และ Airbnb

ราคาประมาณ 1300- 1500 บาทต่อคืนค่ะ

Website: http://www.carnarvonhouse.com/

ไม่พูดอะไรมาก ดูรูปกันเลยดีกว่า








อีกหนึ่งมุมสวยๆของบ้านหลังนี้


**Street Art**

กิจกรรมยอดฮิตของการมา Georgetownก็ถือการตามล่าถ่ายรูป street art นั่นเองทางการท่องเที่ยวของปีนังเค้าก็มีโบรชัวร์แผนที่ Street art ให้เดินตามหากันเรียกว่าเป็นภาพมาตรฐานอยู่ทั้งหมด 18 ภาพ ซึ่งก็มีพอยท์จุดไว้ให้แล้วเราแค่ดูแผนที่และเดินตามเท่านั้น แต่ แต่ มันไม่ได้หาง่ายๆนะจ๊ะสำหรับบางรูปต้องสังเกตกันดีๆเลยแหละ มีบางครั้งยังต้องแอบถามนักท่องเที่ยวด้วยกันก็สนุกไปอีกแบบ jellyjourney จะไม่บอกละเอียดนะว่าแต่ละรูปอยู่ตรงไหนเป๊ะๆเดี๋ยวเพื่อนๆจะไม่สนุกเอา

1. Standard Street Art ภาพมาตรฐาน มีทั้งหมด18 ภาพ ส่วนมากกระจุกกันอยู่ในบริเวณเดียวกันจะมีแค่บางรูปที่แยกออกไปอยู่ที่บริเวณอื่น

A. Kids on Bicycle

B. Old Motorcycle


C. Boy on Chair


D. Kungfu Girl


E. Tishaw Man


F. Cultural Girls


G. Child Mural at Prangin Canal


H. The Indian Boatman


I. No Animal Discrimination Please


J. Bruce Lee


K. Please Care & Bathe Me


L. Love Me Like Your Fortune Cat


M. Cats & Humans Happily Living Together


N. Lion Dance


O. Skippy


P. Penang: Past, Present & Future


Q. Children Playing Basketball


R. Brother and Sister on a Swing


2. Street Art at Hin Bus Depot Art Center

อีกหนึ่งสถานที่ที่เราชอบมากๆมันเคยเป็นอู่รถเก่า แต่ตอนนี้แปลงร่างเป็น art gallery ไปซะแล้วมี street art สวยๆเต็มไปหมดเลย ส่วนมากเป็นผลงานของ ErnestZacharevic ศิลปินชาวลิทัวเนีย (ที่หน้าตาดีซะด้วย)ใครว่างๆก็แวะมาชมกันได้









3. Marking Georgetown

สงสัยทางรัฐบาลคงรู้สึกว่าแค่ streetart มันไม่พอ และstreet art ก็เสื่อมไปตามกาลเวลาเดี๋ยวสีซีดบ้างเดี๋ยวมีใครมาพ่นอะไรทับบ้างเรามาสร้างอะไรที่มันดูมั่งคงถาวรขึ้นดีกว่า..นี่เลยจ้าโครงลวดดัดไปลายต่างๆที่บ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ของปีนังสามารถพบเห็นได้ทั่วไปเลยจ้า


4. Other street arts

เราว่านี่สิเก๋สุด streetart ที่เจอแบบไม่รู้ตัว แต่ละภาพน่ารักมากจริงๆ











** Where to Eat**

และแล้วก็มาถึง partของกินที่ภูมิใจนำเสนอมากทริปนี้นอกจากเดินเยอะมากท่ามกลางอากาศที่ร้อนแล้ว เราก็เดินตามหาของกินอร่อยๆเช่นกัน..เอาจริงๆอาหารปีนังมันก็คล้ายกับอาหารบ้านเรามากเลยแต่จะมีการดัดแปลงนิดหน่อย ที่บางครั้งก็ต้องพูดว่า “เออมันทำอย่างงี้ได้ด้วยหรอเนี่ย”

1. Char Koay Teow

นี่มันลูกครึ่งผัดไทกับผัดซีอิ๊วนี่หน่าเป็นเส้นเล็กผัดซีอิ๊วใส่ไข่เป็ด ใส่กุ้ง ซีฟู๊ดอื่นๆ ไก่ ถั่วงอกดิบโดยส่วนตัวคิดว่ามัน “มัน”ไปหน่อยน้ำมันเยอะเกิ๊นแต่รสชาติโอเค ราคา 7 RM

พิกัด: Tiger Char Koay Teow @ Kafe Ping Hooi: 181 Lebuh Carnarvon



2. Koay Teow Th’ng

ก้วยเตี๋ยวบ้านเรา จบ! สั่งได้หมด เส้นใหญ่ เส้นเล็ก เส้นหมี่ บะหมี่ น้ำใสน้ำซุปร้านนี้เค้าต้มมาดีนะเนี่ย เหมือนที่ไทยเลย 55 ใส่ทั้งหมูชิ้น หมูสับลูกชิ้นหมู และลูกชิ้นปลา (ลูกชิ้นจะรสชาติแปลกๆนิดหน่อย อาจจะเป็นเพราะมันไม่ได้ใส่แป้งเลยไม่ชิน55)

พิกัด: Pitt Street Kway Toay Th’ng: 183 Lebuh Carnarvon





3. Penang Teochew Chendul/Chendol

ลอดช่องค่ะ แต่เป็นเวอร์ชั่นใส่ถั่วแดงและน้ำกะทิจะใสๆ โรยด้วยไซรัปน้ำตาลทรายแดงอีกแหนะ!

แถมให้อีกหนึ่งรายการ ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแต่มันเป็น เยลลี่รสลิ้นจี่อยู่ในน้ำเชื่อมใสๆ มีลิ้นจี่เชื่อมหนึ่งชึ้นเวลาเสิร์ฟคนขายจะโปะน้ำแข็งใสปั่นละเอียดบีบเลมอนซีกบางๆพร้อมทั้งทิ้งเปลือกลงในถ้วยเพื่อเพิ่มความหอม

มันใช่มากกับอากาศร้อนๆแบบนี้ สดชื่นขึ้นมาเลย

พิกัด – รถเข็นตรงข้ามทางเข้า chewjetty




4.  Ice kachang

น้ำแข็งใส โปะด้วยไอติมและเครื่องสารพัดนึกไม่ว่าจะเป็นถั่วแดง แตงโม มะม่วง เฉาก๊วย ซุปข้าวโพด เม็ดบัว ลูกชิด และลูกจันทน์ราคา 5RM

พิกัด – Art of Dragon Gallery, 19 Lebuh Cannon



5. ก๊วยจั๊บเป็ด

มื้อแรกของเราที่ปีนัง เนื่องจากว่ากว่าจะมาถึงที่พักก็ดึกแล้วมีถนนตรงนี้แหละที่เดินข้ามมาก็จะพบกับร้านรถเข็นมากมาย อุ่นท้องด้วยเส้นก๋วยจั๊บที่ไม่นิ่มเท่าไหร่ เนื้อเป็ดเยอะดี และน้ำดำมากแต่ไม่เค็มนะทานคู่กับซอสเปรี้ยวๆ อร่อยดี ราคา 8 RM

พิกัด: รถเข็นหน้าร้าน RestoranKimberly, Lebuh Kimberly



6. เต้าทึง

เต้าทึงน้ำลำไย อยากใส่ แป๊ะก๊วย เม็ดบัวถั่วแดงก็บอกเค้าไปเลย สิ่งที่ได้มาจะรสชาติใสๆไม่หวานเท่าที่ไทยและหากสั่งเย็นก็จะได้ไม่เย็นเท่าที่ไทย แต่ก็พอโอเคอะ ซดน้ำชื่นใจ (ยังไม่เคยสั่งร้อนนะเพราะอากาศมันร้อนมากจริงๆ)ราคา 3 RM


7. Bak kut teh

เมนูนี้ไม่ลองอาจถือว่ามาไม่ถึงแต่มันก็เป็นอาหารที่แปลกนะ แต่ละประเทศ ไม่ว่าจะภายใต้ของไทย มาเล หรือสิงคโปร์ก็มีรสชาติที่ไม่ค่อยเหมือนกันซักเท่าไหร่ และใส่เครื่องก็ไม่เหมือนกันด้วย เรามาดูบะกู๊ดเต๋ที่ปีนังกันดีกว่า

ร้านนี้ทำกันที่ละถ้วยเลย น่าทานมากใส่เต้าหู้ก้อน ฟองเต้าหู้ เนื้อหมูชิ้นใหญ่ๆและหมูตุ๋น (นิ่มมาก)เสิร์ฟร้อนๆกับข้าวสวยน้ำจิ้มเป็นน้ำดำๆเปรี้ยวๆมีพริกหั่นเป็นแว่นๆและกระเทียมเจียวหากซดน้ำซุปหมดก่อนเครื่อง คนขายก็จะใจดีมาเติมน้ำซุปร้อนๆให้ด้วย ราคาเซตละ 11 RM

พิกัด : Bee Houi Café, LebuhKimberly


8. Chicken Biryani

ข้าวหมกไก่อย่าเพิ่งตกใจว่ามันอาหารปีนังยังไง อ่าวก็ที่นี่เค้าก็มีคนอินเดียอาศัยอยู่เยอะใช่ม้า เค้าก็มีย่าน littleindia มันก็มีร้านอาหารดังๆอยู่ไง ขายอาหารแขกทั้งหลาย เพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศเราก็มาทานโอ้โห อร่อยอะ ข้าวหมกเสิร์ฟมาในหม้อสแตนเลสมีไก่ย่างโปะอยู่ข้างบนที่เด็ดก็คือข้าวที่เม็ดสวยมากและแห้งคือส่วนตัวชอบข้าวหมกไก่ที่ข้าวแห้งๆไม่แฉะอะ มันดีงาม




**Where to See**

1. Khoo Kongsi

แวะมาชมกงสีของตระกูลกู่ ตระกูลชาวจีนที่อพยพมาอยู่ปีนังเข้ามาก็ทำอาชีพค้าขายจนรวยมาก ตั้งรกรากถาวรที่นี่อยู่กันหลายชั่วอายุคนแล้วเข้าไปด้านในต้องเสียเงินค่าเข้านะจ๊ะ 10 RMด้านในจะเป็นบริเวณกว้าง หลักๆก็เป็นคล้ายๆออฟฟิสของตระกูลนั่นแหละที่โดดเด่นสุดก็เป็นศาลเจ้าของตระกูลที่อยู่ตรงกลาง

งานศิลปะมันละเอียดมาก สวยมาก ตั้งแต่เสาก็สวยแล้วงานหินสลักให้ 10 เต็ม 10 เงยหน้ามองคานมองหลังคาแล้วก็ต้องตะลึงในความสวยอีกทีรออะไรละคะ ถ่ายรูปรัวๆ

เปิดทุกวัน 9.00-17.00 ค่าเข้าชม 10RM ตั้งอยู่บนถนน Cannon ทางเข้าจะอยู่เยื้องๆกับรูปBoy on Chair





2. Jetty

หมู่บ้านชาวประมงที่นี่ มีอยู่หลาย Jettyนะ แต่ที่แนะนำจะเป็น Chew Jetty และ ClanJetty

Chew Jetty จะเป็น Jetty ที่ใหญ่นิดนึง มีร้านขายของมากมาย ส่วน Clan Jetty จะเล็กๆแต่สวยดีมีส่วนที่ยื่นออกไปในทะเล แวะไปถ่ายรูปชิคๆได้



3. Penang Peranakan Mansion

เป็นบ้านเก่าของเศรษฐีจีนคนนึงชื่อว่า ChungKeng Kwee ที่อพยพมาอยู่ที่ปีนังนี้ ที่ว่าเป็นเศรษฐีก็เพราะเค้ารวยมากทำธรุกิจมากมายมีตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงค้าฝิ่นด้วย(สมัยนั้นใครจะค้าขายฝิ่นต้องได้รับใบอนุญาต) เรียกได้ว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลหรืออีกนัยหนึ่งก็เป็นมาเฟียเลยแหละบ้านนี้ก็ถูกสร้างขึ้นราวปี ค..1880...ผ่านมาเป็นร้อยปีรุ่นเหลนก็ได้ขายบ้านนี้ให้กับนักธุรกิจชื่อว่า Peter Soonมันช่างเหมาะเจาะจริงๆ เพราะนายปีเตอร์คนนี้ก็เป็นคนชอบสะสมของเก่า เค้าเลย renovateบ้านหลังนี้ใหม่ทั้งหมดและจัดแจงให้มันกลายเป็นบ้านที่ใช้โชว์ของที่นายปีเตอร์สะสมนั่นเอง

เราก็พยายามคิดอยู่นานว่าอันไหนมันของเก่าอันไหนมันของใหม่บ้างเนี่ยจนมีพนักงานมาอธิบายประวัติของบ้านหลังนี้ให้ฟัง จนทีหลังก็รู้ว่า แหม่ของเก่าสมัยแรกมันแทบไม่เหลืออะไรอยู่เลยนะเนี่ย คงใช้ได้แค่โครงสร้างนั่นแหละส่วนการตกแต่งอื่นๆต้องยกนิ้วชื่นชมนายปีเตอร์นี่ไป

บ้านมีทั้งหมด 2 ชั้นด้วยกันแบ่งเป็นห้องต่างๆ ของตกแต่งและของโชว์สวยดีค่ะ

เปิดทุกวัน 9.30-17.30 ค่าเข้าชม 20RM ตั้งอยู่บน Church Street เป็นบ้านหลังสีเขียวๆหาไม่ยาก






4. Penang Hill

เปลี่ยนบรรยากาศไปนอกเมืองกันบ้าง PenangHill เป็นเนินเขาที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปชมเมืองปีนังจากมุมสูงยิ่งเวลาพระอาทิตย์ตกแล้วทั้งเมืองพร้อมใจกันเปิดไฟเป็นภาพที่น่าขึ้นไปเก็บรูปยิ่งนัก ว่าแล้วเราก็ใช้บริการรถเมล์สาย 204 ไปPenang hill (หรือภาษาบ้านเค้าคือ Bukit Bendera) ค่ะ นั่งไปสุดสายเป็นป้ายสุดท้ายเลย การขึ้นรถเมล์ก็ไปขึ้นที่ Komtarมันจะแบ่งเป็นเลนตามเลขรถอยู่แล้ว เราไปสาย 204 ก็ไปรอที่เลนเบอร์ 2สะดวกและเข้าใจง่ายดีจริงๆ

นั่งรถมาประมาณ 40 นาที รถเมล์มาจอดที่ทางเข้าPenangHill เราก็ต้องไปซื้อตั๋วรถรางราคา 30 RM เพื่อนั่งขึ้นไปบนเนินเขาระหว่างทางขึ้นอยู่บนรถรางมองลงไปก็เสียวๆแหะ

ถึงแล้วว ในที่สุด ฝนตกพรำๆ เริ่มหิวละก็มานั่งแสตนบายกินอาหารเย็นรอพระอาทิตย์ตกที่ร้านDavidBrown's Restaurant and Tea Terraces อาหารเป็นพวกอาหารฝรั่ง fishand chip, Calamari, chicken wing ราคาค่อนข้างแพง แต่ยอมให้คิดซะว่าเป็นค่าวิวละกัน

นั่งทานไปเรื่อยๆรอพระอาทิตย์ตก ฝนก็ตกไม่มีโมเมนต์พระอาทิตย์ตกสวยๆให้ดูเลยค่ะ แต่..มีวิวฟ้าผ่าแทน 55






เป็นไงบ้างเอ่ยอยากไปเที่ยวปีนังกันขึ้นมามั๊ยคะ บอกเลยว่าขนาดตอนเขียนนี่ก็อยากกลับไปอีกรอบมันเป็นเมืองเล็กๆที่น่ารักดีค่ะ มีเวลา 3 วันมาเที่ยวก็พอถมเถแล้ว 

แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้านะคะ :)

facebook page: Jellyjourney

Blog: http://jellyjourney.bloggang.com




Create Date : 23 กรกฎาคม 2559
Last Update : 24 กรกฎาคม 2559 17:58:23 น.
Counter : 1888 Pageviews.

8 comments
  

มาเยี่ยมฃม มาทักทายครับ

ต้องขอบอกว่าสุดยอดมาก ๆ เลยครับ คุณเยลลี่ถ่ายภาพได้สวยงามมากเลยครับ โดยเฉพาะภาพวิวที่มีฟ้าแล็บครับ ดูสวยได้อารมณ์และเหมือนจะได้ยินเสียงด้วยครับ

เห็นมีคนไทยชอบไปเที่ยวปีนังกันบ่อยเหมือนกันครับ อาจจะเป็ฯเพราะว่าไม่ไกลจากบ้านเรามากนักและวัฒนธรรมโดยรวมของเขาคล้ายกับบ้านเราก็เป็นได้ ยิ่งดูจากภาพอาหารในบล็อกนี้ดูแล้วไม่แตกต่างจากอาหารบ้านเราเลยครับ เห็นแล้วชักอยากจะไปเที่ยวบ้างจังเลยครับ

ชอบภาพคุณเยลลี่ที่ถ่ายข้างหน้าต่าง ดูแล้วองค์ประกอบภาพสวยดีครับ โหวตหมวดท่องเที่ยวให้ครับ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ




บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
jellyjourney Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 24 กรกฎาคม 2559 เวลา:14:22:39 น.
  
ชอบข้าวหมกไก่ไบรยานี่มากๆเลยค่ะ เห็นแล้วก็คิดถึงปีนัง
โดย: touch the sky วันที่: 14 สิงหาคม 2559 เวลา:17:31:15 น.
  
เพิ่งเห็น... เข้ามาดูภาพ กับคำบรรยาย ครบสมบูรณ์แบบ
เลยครับ
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 22 มีนาคม 2560 เวลา:15:57:32 น.
  
ตามเที่ยวๆ ค่ะ สวยจังเลย
โดย: kae+aoe วันที่: 20 เมษายน 2560 เวลา:14:20:22 น.
  
เห็นแล้วก็คิดถึงปีนังอยากกลับไปอีกจังค่ะ ชอบข้าวหมกไก่ไบรยานี่มาก แล้วก็บักกุดเต๋ค่ะ อ่ออ..ข้าวมันไก่แถวๆที่คนอินเดียอยู่กันเยอะๆก็อร่อยค่ะ
โดย: life for eat and travel วันที่: 29 เมษายน 2560 เวลา:16:34:13 น.
  
สวัสดีค่ะ แวะมาเยี่ยมชมและทักทายค่ะ

พอดีเพิ่งเปิดบลอกใหม่ค่ะ เป็นงานใบตอง

ท่องเที่ยวเมืองไทยของใกล้ตัวค่ะ
โดย: สมาชิกหมายเลข 3840140 วันที่: 30 เมษายน 2560 เวลา:20:48:07 น.
  
น่าไปเที่ยวจังเลยค่ะ
โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 9 พฤษภาคม 2560 เวลา:19:16:30 น.
  
ขอแอด น่ะค่ะ
สวยงาม น่าอ่านมากค่ะ
โดย: jewelmoda วันที่: 25 พฤษภาคม 2560 เวลา:10:19:22 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
jellyjourney
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 51 คน [?]



สวัสดีค่ะ ชื่อ เยลลี่ นะคะ blog นี้สร้างขึ้นเพื่อเอาไว้แบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์ในการไปเที่ยวของเรากับเพื่อนๆทุกคน เข้ามาเยี่ยมชม มาคุยกัน หรือมีอะไรติชมแนะนำกันได้นะคะ

Facebook page: Jellyjourney

follow my Instragram @JELLYJOURNEY for extraordinary pics in my ordinary life
+++ Please stay tuned for Trang : ตรัง trip +++