มิถุนายน 2557

2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
 
All Blog
Bali & Borobudur (บุโรพุทโธ) [Review] อาเซียนร่วมใจ ไม่ง้อวีซ่า
สวัสดีค่ะ เปลี่ยนบรรยากาศจาก blog อังกฤษมาเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านเรากันบ้างนะคะ วันนี้เราจะพาไปเที่ยวเกาะบาหลีประเทศอินโดนีเซียค่ะ เพิ่งกลับมาหมาดๆเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมนี่เอง



บาหลี เป็นเกาะหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย ป็นเกาะที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวสูงที่สุดในประเทศอินโดนีเซียค่ะ คนบาหลีนับถือศาสนาฮินดู ซึ่งแตกต่างจากคนในเกาะอื่นๆของประเทศทีนับถือศาสนาอิสลาม บาหลีมีภาษาพูดท้องถิ่นเป็นของตนเองด้วยนะคะ 

บาหลี เป็นชื่อของเกาะ ไม่ใช่ชื่อของเมืองนะคะบาหลีประกอบไปด้วยหลายเมือง แต่ละเมืองก็มีความต่างกันไปเมืองที่นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อนมี 2 เมืองด้วยกันคือ 1.อูบุด (Ubud)เป็นเมืองแนวธรรมชาติ มีท้องนา มีต้นไม้เขียวชอุ่ม ปั่นจักรยานไปตามคันนาประมาณนั้นอะคะ 2. คูต้า (Kuta) เป็นเมืองชายทะเล มีชายหาด อาบแดดเล่นเซิร์ฟบอร์ด เที่ยวผับ คล้ายๆพัทยาค่ะ


ตารางการท่องเที่ยวSmiley

ทริปบาหลี จัดได้ตั้งแต่ 4 วัน 3 คืน 5 วัน 4 คืน หรือจะมากกว่านั้นก็ยังได้ค่ะเพราะมีกิจกรรมมากมายให้เราได้พักผ่อนหย่อนใจที่นี่ ถ้าทริป 4 วัน 3 คืนขอแนะนำให้ค้างที่อุบูด 2 คืน คูต้า 1 คืน เพื่อจะได้สัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างกันไป..เพื่อนๆคนไหนสนใจไปบาหลีมาปรึกษาให้ช่วยจัดทริปกันได้นะคะ


Jellyjourney’s Bali Trip ครั้งนี้ จัดไปเต็ม 5 วัน 4 คืนค่ะ เที่ยวอูบุด 3วัน คูต้า 1 วัน และยังแอบแว๊บไปเที่ยว บุโรพุทโธ ณ เมืองยอกยาการ์ตา (Yogyakarta)ซึ่งอยู่อีกเกาะหนึ่งอีก 1 วันเต็มค่ะ >> นี่เลย Itinerary ที่เราภูมิใจนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวครบพร้อมค่าใช้จ่าย (แต่ไม่ได้รวมค่าที่พักและค่าตั๋วเครื่องบินนะคะ เพราะแต่ละคนจะหาตั๋ว/ค่าโรงแรมได้ในราคาต่างกัน)

การเดินทางSmiley

กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) >> บาหลี(เดนปาซาร์) >> ยอกยาการ์ตา >> บาหลี >> กรุงเทพฯ

- International flight (Bangkok <-> Denpasar) ไปกลับสามารถใช้บริการได้ทั้งการบินไทยและแอร์เอเชียค่ะ ขาไป--ถ้าการบินไทยออกประมาณ 9 โมง ถึง บ่ายสามกว่า ถ้าแอร์เอเชียออกประมาณ 6 โมงเช้าถึงเกือบๆเที่ยงค่ะ ขากลับ--การบินไทย ออกเย็นถึงค่ำแอร์เอเชียออกเที่ยงถึงบ่ายค่ะ..ไปคราวนี้เราใช้บริการการบินไทยค่ะ itineraryจึงเป็นดังข้างบนนะคะวันแรกไปถึงเย็นไม่ได้เที่ยวอะไรมาก ชิลล์ๆแถวที่พักค่ะแต่ถ้าใครใช้บริการแอร์เอเชียจะมีเวลาครึ่งวันเที่ยวในวันแรกค่ะ

- Domestic flight (Denpasar <-> Yogyakarta) ไปกลับสามารถใช้บริการ Lion Air/Air Asia/Garuda Indonesiaเนื่องจากเราต้องการทำOne Day Trip ที่ Yogyakarta, Lion Air จึงดูเป็นเหมือนทางเลือกเดียวเพราะมีไฟลท์กลางคืนกลับมาบาหลีค่ะ ราคาตั๋วไปกลับ 2,850/คน ค่ะ

- ภายในเกาะบาหลี/ภายในยอกยาการ์ตา

สามารถเช่ารถขับ นั่งแทกซี่ หรือที่สะดวกที่สุดขอแนะนำใช้บริการคนขับรถรับจ้างค่ะ คนขับเป็นคนท้องถิ่น แต่พูดภาษาอังกฤษนะคะ รถที่ใช้เป็นรถแวนนั่งได้สบายๆ 4 คน ค่าบริการคิดเป็นรายวัน เราควรติดต่อคนขับรถไปตั้งแต่ยังไม่เดินทางผ่านทางอีเมล์ เราสามารถบอกคนขับรถได้ว่าเราอยากไปที่ไหนบ้าง ลิสต์ให้เค้าไปแล้วเค้าจะเรียงโปรแกรมให้เราใหม่ ให้เหมาะสมกับเวลาและการเดินทางค่ะ

คนขับรถคนขับรถของเราที่บาหลี ชื่อ Ketut Bagiada อีเมล์ bagiada449@gmail.com ขับรถดีนะคะช่างคุย เป็นมิตรค่ะ ให้มารับดึกดื่น 5 ทุ่มก็มารับค่ะ พูดไทยได้นิดหน่อยด้วยน้า ใช้บริการได้นะคะ บอกว่า jelly แนะนำมานะจ๊ะราคาครึ่งวัน 350,000 IDR เต็มวัน 450,000 IDR ราคาต่อรองกันได้นะคะแต่พอไปเห็นระยะทางที่ท่องเที่ยวแต่ละที่แล้ว ขอบอกว่าไกลกันมากค่ะ แทนที่จะต่อกลับต้องให้ทิปเลยทีเดียว

คนขับรถที่ยอกยาการ์ตา ชื่อ Wisnu Widianto ค่ะ อีเมล์ tourdriveryogya@gmail.com ภาษาอังกฤษดีมากความรู้รอบตัวก็ดีค่ะ สามารถให้ข้อมูลได้เยอะเลย เหมือนเป็นไกด์ไปในตัวค่ะราคาเต็มวัน 450,000 IDR

ที่พักSmiley

ทริปนี้นอนที่ อูบุด 3 คืน คูต้า 1 คืน จองโรงแรมผ่านทาง Agodaค่ะ

โรงแรมที่อูบุด ชื่อ Sri Bungalows ค่ะ อยู่บนถนนMonkey Forest (ชื่อเก๋เนอะ) ซึ่งถือว่าเป็นถนนคนเดินหลักที่อูบุดเลยเปรียบได้ก็เหมือนกับถนนข้าวสารค่ะ ดังนั้นโรงแรมนี้จึงถือว่า Location ดีฝุดๆตอนกลางคืนก็ไม่น่ากลัวค่ะ มีร้านอาหาร โรงแรม สปา สว่างสไวเลยจ้าที่สำคัญที่โรงแรมจัดสวนสวยงาม และยังมีวิวนาข้าว ซึ่งเป็นวิวที่โรงแรมที่อูบุดควรจะมี..เราเลือกพักห้องประเภทDeluxe ราคา 2,585 บาทต่อคืน ราคารวมอาหารเช้าค่ะ ซึ่งถือว่าสำคัญนะแต่ละวันเราจะเริ่มเที่ยวประมาณ 9 โมงเช้าการมีอาหารเช้าที่โรงแรมก็ทำให้ไม่ต้องตื่นเช้าออกไปหาอะไรทานข้างนอกอีก

โรงแรมที่คูต้า ชื่อ The Bene Hotel ค่ะ โดยรวมถือว่าโอเค โรงแรมใหม่มากเพิ่งเปิดเมื่อปลายปี 2013 นี่เอง เดินประมาณ 5 นาทีถึงหาดค่ะ สระว่ายน้ำสวย ทุกห้องมีระเบียงมองเห็นสระว่ายน้ำ จองผ่านอโกด้า ราคา 2,254 บาท/ห้อง/คืน

ค่าใช้จ่ายSmiley

เห็นค่าใช้จ่ายจาก Itinerary แล้วใช่มั๊ยจ๊ะ ค่ากินอยู่ ค่าเข้าชมสถานที่และค่าคนขับรถก็คนละประมาณ1 หมื่นบาท ส่วนค่าตั๋วเครื่องบินนี่แล้วแต่ใครหาตั๋วถูก ตั๋วโปรก็แล้วกันนะจ๊ะเรื่องโรงแรมก็เหมือนกัน ราคาถูกมากๆหรือแพงนิดๆก็แล้วแต่ชอบค่ะ..จริงๆแลกเงินจากบาทเป็นUS แล้วค่อยไปแลก US เป็นรูเปียร์ (IDR)ที่บาหลีจะได้เรทดีกว่า แต่เราเอาสะดวกอะคะ แลกบาทเป็นรูเปียร์จากไทยไปเลยแนะนำให้แลกตามร้านแลกเงินนะคะ เพราะเรทดีกว่าธนาคารมากๆถึงมากที่สุดแลกไปซักหมื่นนึงก็พอ


Day 1 Smiley

วันแรกจะเรียกว่าวันเดินทางก็ได้ค่ะ เพราะหลังจากนั่งเครื่องมา 4ชั่วโมงนิดๆ ก็มาถึงบาหลีประมาณบ่ายสามกว่าค่ะ รับกระเป๋าเสร็จแล้วเราก็ออกมาเจอคนขับรถที่จะมายืนชูป้ายรอรับเราที่ทางออกผู้โดยสารค่ะต้องดูกันดีๆหน่อยนะ เพราะมีป้ายชื่อเยอะมากๆ 55+เจอกันเรียบร้อยเราก็เดินทางไปเมืองอูบุดกันเลย อูบุดอยู่ห่างจากสนามบินประมาณ 2ชั่วโมงค่ะ เราไม่ได้แวะทานอะไรเพราะจะกินอาหารเย็นทีเดียว หลังจากคนขับพามาเชคอินที่โรงแรมก็เป็นเวลาส่วนตัวจ้า..วันนี้ไม่ได้ให้คนขับพาไปเที่ยวอะไรเพราะเริ่มเย็นแล้ว ค่ารถจึงถูกหน่อยค่ะ..โรงแรมที่เราพักชื่อ Sri Bungalows ค่ะ อยู่บนถนนMonkey Forest หลังจากเอาของเก็บเรียบร้อยก็ออกมาเดินเล่นยามเย็นตาม Monkey Forest Street เพื่อไปทานเป็ดทอดกรอบชื่อดัง ณ ร้าน Dirty Duck ค่ะร้านนี้สวยและใหญ่มากค่ะ อาหารรสชาติพอใช้ได้นะ แต่ราคาแพงนิดนึงเป็นร้านของนักท่องเที่ยวมากกว่า เดินจากโรงแรมไม่นานประมาณ 10 นาทีค่ะระหว่างทางบน Monkey Forest Street ก็มีร้านขายของมากมาย ทั้งของที่ระลึกเครื่องประดับ เสื้อผ้า งานศิลปะ มีร้านนวดเต็มไปหมดด้วยค่ะ..เรื่องร้านนวดที่อูบุดแนะนำนิดนึงว่าควรจะจองก่อนค่ะร้านนวดเหล่านี้มีหลายร้านก็จริงแต่ส่วนมากมีหมอนวดแค่ร้านละ 2 คนเองถ้าไม่จองไว้อาจจะอดเอาได้ อีกอย่างร้านนวดส่วนมากปิดเวลา 3 ทุ่มค่ะค่อนข้างจะเร็ว (ต้องแพลนกันดีๆ เพราะบางวันกลับมาจากเที่ยวก็ 6 โมงกว่าแล้วไหนจะทานข้าวเย็นอีก)


บรรยากาศร้าน Dirty Duck ค่ะ


วิวจากห้อง Deluxe ของ Sri Bungalows ค่ะ



ห้องอาหาร เราทานอาหารเช้ากันที่ห้องนี้ค่ะ อาหารเช้าหลากหลายทั้งอเมริกันและพื้นเมือง



Day 2Smiley

นัดกับคนขับรถไว้ 9 โมงเช้าค่ะ วันนี้จะไปเที่ยว ปราสาท วัด ภูเขาไฟแล้วก็วัด ค่ะ 55 การเข้าชมบางที่ต้องเสียเงินค่าเข้าค่ะสามารถดูราคาได้จาก itinerary ด้านบนได้เลยนะจ๊ะ..เราจัดตารางข้างบนตามวัดที่อ่านเจอตามหนังสือตามเวบ ตามโปรแกรมทัวร์ที่เค้าไปกันค่ะ บางที่ก็ประทับใจจริง บางที่ก็พอโอเคค่ะเราจะให้ดาว*เอาไว้เพื่อบอกถึงความประทับใจนะคะ (คะแนนเต็มคือ3 ดาว) หากใครมีวัดไหนเพิ่มเติมที่อยากไป จะได้ลองตัดบางวัดออกไปได้ค่ะจะได้มีเวลาไปเที่ยวที่อื่นแทน

UBUD PALACE **

พระราชวังของกษัตริย์แห่งอูบุดในสมัยอดีตค่ะพระราชวังตั้งอยู่ในตัวเมืองเลย ซึ่งในวันอาทิตย์ที่เราไปจะมีการสอนเต้นระบำพื้นเมืองให้แก่เด็กๆด้วย


ประตูทางเข้าไปด้านในพระราชวังค่ะ


SARASWATI TEMPLE ***

อีกวัดที่ไม่อยากให้พลาดค่ะ สามารถเดินจาก Ubud Palace ไปได้อย่างง่ายๆเลยวัดนี้เป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่อสักการะเทพSaraswati ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรู้ในศาสนาฮินดูค่ะด้านนอกของวัด 2 ข้างจะเป็นสระบัว ตรงกลางเป็นทางเดินเข้าไปสู่ด้านในค่ะสวยมากๆเลย เราสามารถเข้าไปด้านในได้นะคะ จะมีผ้าถุงให้ใส่ โดยภายในจะมีรูปปั้นของเทพ Saraswati อยู่ด้วย


ด้านในค่ะ


หน้าวัดมี Starbucks ด้วยนะคะ เป็นสาขาเดียวที่เราเจอในอูบุดเลยแหละ


TIRTA EMPUL TEMPLE ***

วัดนี้มีชื่อเสียงที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ชาวบาหลีเชื่อกันว่าหากได้ลงอาบในบ่อน้ำนี้จะช่วยล้างสิ่งไม่ดีทั้งหลายออกไปจากตัวค่ะเค้าทั้งอาบทั้งดื่มน้ำจากบ่อกันเลยนะคะ เราได้มีโอกาสไปดูแหล่งน้ำของบ่อน้ำนี้ด้วยมันผุดขึ้นมาตามธรรมชาติค่ะ ใส สะอาดมากจริงๆ ถ้าใครจะอาบต้องเตรียมชุดไปเปลี่ยนด้วยนะคะแต่ถึงไม่ได้อาบก็สามารถเข้าไปชม ถ่ายภาพได้ค่ะ


ทีเด็ดของวัดนี้คงจะเป็นตลาดหลังวัดค่ะเค้าจะบังคับให้เราเดินผ่านตลาดก่อนจะไปถึงทางออกตลาดนี้เค้ามีฉายาว่าตลาดปราบเซียนซึ่งมาจากการที่เราต้องต่อราคากับแม่ค้าอย่างเมามันส์ค่ะคนขับบอกว่าให้ต่อราคาไปเลย 80 % โอ้ว์แม่เจ้าขนาดนั้นเลยสุดท้ายเราก็ได้ของต่างๆมาในราคาประมาณ 60-70% ของราคาตั้งต้นค่ะ(พอดีเป็นคนต่อราคาไม่เก่ง ถ้าเพื่อนคนไหนชอบต่อราคา ต้องมาทดสอบกันที่นี่ว่าจะเป็นเซียนตัวจริงหรือไม่!)

KINTAMANI VILLAGE **

คินตามณีเป็นชื่อหมู่บ้านค่ะ หมู่บ้านนี้อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง1500 เมตร เราต้องขับรถขึ้นเขาไปหมู่บ้านนี้มีชื่อเสียงเพราะสามารถมองเห็นวิวของภูเขาไฟบาตูร์และทะเลสาบบาตูร์ได้อย่างชัดเจนภูเขาไฟบาตูร์เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิทนะคะ สามารถปะทุขึ้นมาอีกได้ เราสามารถมองเห็นร่องรอยลาวาเมื่อครั้งที่ภูเขาไฟประทุเมื่อปีค.. 1968 ได้จากหมู่บ้านนี้ด้วย เรารับประทานอาหารกลางวันที่หมู่บ้านนี้ค่ะเป็นบุฟเฟต์อาหารพื้นเมือง รสชาติไม่ถูกปากเท่าไหร่ แต่บรรยากาศสุดๆค่ะ สวยมากแถมอากาศก็เย็นสบายด้วย


BESAKIH TEMPLE ***

วัดนี้ถือเป็นวัดใหญ่ที่สุดมีความสำคัญที่สุดของศาสนาฮินดูที่เกาะบาหลีค่ะ วัดนี้เคร่งเรื่องการแต่งตัวมากเราจะต้องแต่งกายพื้นเมือง นุ่งโสร่งมีผ้าคาดเอวถึงจะเข้าไปได้คนขับรถของเราบอกว่านักท่องเที่ยวที่ไม่ได้แต่งตัวพื้นเมืองจะต้องโดนบังคับซื้อโสร่งค่ะ ดังนั้น..เค้าจึงเตรียมชุดมาให้!!เก๋สุดๆเป็นชุดของภรรยาเค้า :P เราจอดรถเปลี่ยนชุด (สวมทับนั่นแหละ)ระหว่างทางก่อนเข้าวัดไปถึงวัดปุ๊ปก็ลงเที่ยวได้ไม่มีใครมายุ่งเก็บตังค์เพิ่มค่ะ


วัดนี้เป็นวัดที่รวมหลายๆวัดเล็กๆเข้าด้วยกันซึ่งวัดเล็กๆก็จะอยู่ตามชั้นต่างๆเราต้องขึ้นบันไดไปชมค่ะ เราชอบวัดในบาหลีตรงที่สีสันสวยงามดีค่ะคนที่มาวัดจะใส่ชุดมาอย่างเรียบร้อยสวยงาม ข้าวของก็เทินไว้บนศรีษะเป็นวัฒนธรรมที่สวยงามจริงๆ

วันนั้นที่ไปมีพิธีกรรมพอดี โชคดีมากค่ะเลยได้มีโอกาสเก็บภาพสวยๆมาฝาก ลองสังเกตทางขวาดีๆนะคะที่เห็นผ้าสามสี เหลือง ดำแดง นั้นคือ การบูชา พระตรีมูรติ (พระพรหม พระวิศณุ พระศิวะ)เทพเจ้าสูงสุดของศาสนาฮินดูค่ะ








GOA GAJAH TEMPLE *

วัดเล็กๆแต่สวยดีค่ะ ภายในวัดมีถ้ำซึ่งปากทางเข้าถ้ำเป็นหินแกะสลักรูปยักษ์อยู่ในวัดมีน้ำตกด้วยค่ะ ร่มรื่นดี วัดนี้เราแวะมาเป็นวัดสุดท้ายก่อนกลับโรงแรมค่ะ


สถานที่ท่องเที่ยวในบาหลีแต่ละแห่งค่อนข้างจะไกลจากกันนะคะไปทีนึงก็ประมาณชั่วโมงนึงเลย..กลับมาห้องพักเก็บของแล้วก็เดินออกไปทานอาหารบนถนน Monkey Forest ค่ะต่อด้วยทาน cocktail นิดหน่อย อยู่บาหลีต้องทำตัวชิลล์ ชิลล์ เหมือนชาวพื้นเมืองเค้าค่ะ


Day 3Smiley

BARONG DANCE **

เริ่มเช้านี้ด้วยการไปดูการแสดงพื้นเมือง Barong Dance ค่ะ Barongเป็นสัตว์ในตำนานรูปร่างหน้าตาคล้ายสิงโต เป็นตัวแทนของความดีค่ะ มีศัตรูชื่อ Rangda ซึ่งเป็นตัวแทนของความชั่วตามตำนานของบาหลีซึ่งเราจะเห็นในการแสดงนี้ชาวบาหลีเชื่อถึงการต่อสู้ของความดีกับความชั่วที่ไม่มีวันยุติเค้าเชื่อว่าความชั่วและความดีอยู่คู่กันในทุกๆสิ่ง..เรามาบ้านเค้าก็ต้องรู้จักเรื่องที่เค้านับถือแล้วก็เชื่อกันในสังคมด้วยเนอะเหมือนกับมาเมืองไทยก็ต้องรู้เรื่องราวของรามเกียรติ์นั่นแหละค่ะ

โฉมหน้าบารองค่ะ


PURA TAMAN AYUN *

หรือเรียกว่า วัดเม็งวี วัดนี้เคยใช้เป็นเทวสถานในการประกอบพิธีกรรมของกษัตริย์ราชวงศ์เม็งวีสมัยก่อนค่ะเราสามารถเห็นเจดีย์แบบบาหลีมากมายที่นี่เจดีย์มีหลายขนาดเพื่อบูชาเทพเจ้าแต่ละองค์


แวะรับประทานอาหารกลางวัน เมนูนี้เป็นหมูค่ะ หาทานหมูได้ที่บาหลีเท่านั้นนะ เพราะเค้าไม่ได้นับถือศาสนาอิสลาม


ULUN DANU BRATAN TEMPLE ***

วัดนี้ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ ย้ำนะคะว่าอยู่กลางทะเลสาบคือตัววัดเหมือนอยู่บนเกาะอะคะ สวยมากๆ มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟซะด้วยเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเพื่อสักการะ Dewi Danu พระแม่คงคาของศาสนาฮินดูเนื่องจากทะเลสาบ Bratan นี้เป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับการเกษตรกรรมของชาวบาหลี


วัดนี้อยู่ใกล้ตลาดผลไม้ค่ะ ผลไม้ที่นี่ราคาไม่แพง แนะนำให้แวะซื้อสตอเบอร์รี่ค่ะผลใหญ่ หวาน ราคาถูก

JATULAWIH RICE TERRACE ***

เราเดินทางต่อผ่านหมู่บ้าน Jatulawih เพื่อไปชมนาขั้นบันไดค่ะนาข้าวกว้างใหญ่มาก เขียวไปหมดเลยที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นวิวที่มองเห็นนาขั้นบันไดสวยที่สุดเสียดายที่รูปที่ถ่ายมามันไม่สวยเท่าวิวที่ตามองเห็นหนะสิค่ะต้องไปดูด้วยตากันเองนะ ว่ามันสวยมากขนาดไหน


TANAH LOT TEMPLE ***

วัดนี้ถือได้ว่าดังที่สุดในบาหลีแล้วละมั้งนักท่องเที่ยวที่มาบาหลีต้องมาวัดนี้เพื่อชมพระอาทิตย์ตกค่ะ วัดนี้ตั้งอยู่บนเนินผาหินกลางน้ำค่ะ ทรายบริเวณนั้นเป็นสีดำด้วยนะ แต่น้ำใสมากๆมาวัดที่บาหลีนี่ก็ทึ่งเรื่องนึง คนเค้าสามารถไปสร้างวิหาร สร้างวัดอยู่ได้ในทุกที่เลยทั้งในทะเลสาบ ทั้งในทะเล ศรัทธาในศาสนาของที่นี่น่าเลื่อมใสมากค่ะ







วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะอยู่ที่อูบุดค่ะ แอบคิดถึงเล็กๆแต่ก็คิดว่าเที่ยวทั่วแล้วนะ ในอูบุดแล้วก็เมืองรอบๆ วันนี้เดินทางเหนื่อยค่ะ เราทานอาหารเย็นเสร็จจึงแอบแวะไปนวดเท้ามาชั่วโมงนึงเต็มพร้อมไปยอกยาการ์ตา

Nasi Goreng (ข้าวผัด) อาหารพื้นเมืองที่นี่ ไม่ลองไม่ได้ค่ะ



Day 4Smiley

เครื่องออก 10.25 ไปยอกยาการ์ตาค่ะ คนขับรถมารับและพาไปส่งที่สนามบินนั่งเครื่อง Lion Air 1 ชั่วโมงไปถึงยอกยาการ์ตา เวลาที่ยอกยาการ์ตาเร็วกว่าที่อูบุด 1ชั่วโมงค่ะ ไม่น่าเชื่อเนอะ ประเทศอินโดนีเซียนี่ใหญ่จริงๆ

ยอกยาการ์ตา ตั้งอยู่บนเกาะชวาซึ่งเป็นเกาะเดียวกับเมืองหลวงจาการ์ตาค่ะ เมืองนี้มีชื่อเสียงในการท่องเที่ยวแบบวัฒนธรรมเราจะเที่ยว 2 ที่ด้วยกัน เนื่องจากข้อจำกัดของเวลาที่มีแค่ครึ่งวัน(ถ้าใครไม่กลัวง่วง อาจจะนั่งเครื่องรอบเช้าตรู่ของ Lion Air เพื่อจะได้มีเวลาเที่ยวที่อื่นในยอกยาการ์ตาเพิ่มค่ะ)

BOROBUDUR ***

Borobudur หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ บุโรพุทโธ เป็นศาสนสถานของศาสพุทธนิกายมหายานที่ใหญ่ที่สุดในโลกสร้างขึ้นราวปีพุทธศักราช 1293-1393เมื่อครั้งที่ศาสนาพุทธยังรุ่งเรื่องมากที่อินโดนีเซีย แต่ครั้งศาสนาพุทธเสื่อมโทรมลงโดยมีศาสนาอิสลามมาแทนที่บุโรพุทโธจึงถูกปล่อยร้างไร้การดูแลมายาวนานจนกระทั่งอังกฤษส่งคนมาปกครองอินโดนนีเซียและพบร่องรอยของบุโรพุทโธในปี ค.ศ. 1814จึงทำให้มีการบูรณะมาเรื่อยๆ จนในปี ค.ศ. 1991 บุโรพุทโธได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกค่ะ


บุโรพุทโธสร้างขึ้นด้วยหิน หินล้วนๆ อลังการมากค่ะไม่น่าเชื่อว่ามนุษย์สมัยก่อนเอาหินไปสร้างสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ขนาดนี้ได้ด้วยวิธีใดบุโรพุทโธตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม 6 ชั้น ฐานวงกลม 3 ชั้นและเมื่อนับรวมกับสถูปที่เป็นประธานอยู่ชั้นบนสุดจะได้ 10 ชั้นพอดี บุโรพุทโธสามารถแบ่งออกเป็นสามส่วนใหญ่ด้วยกันส่วนแรกคือชั้นของกิเลส ส่วนที่สองคือชั้นของการละกิเลสได้บ้างแต่ก็ยังติดอยู่ในรูปธรรมอยู่และส่วนที่สามชั้นสูงสุดคือชั้นของการหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวงค่ะเวลาเดินเราก็จะเดินเวียนขวาไปเรื่อยๆในแต่ละชั้น ชั้นแรกๆจะเป็นระเบียง ซึ่งผนังจะมีหินแกะสลักเป็นเรื่องราวของพระพุทธเจ้าค่ะส่วนชั้นบนๆ จะมีสถูปตั้งอยู่รายรอบ ภายในสถูปจะมีพระพุทธรูปอยู่ และตรงกลางสุดจะเป็นสถูปที่ใหญ่ที่สุดค่ะ



ทางขึ้นสู่ชั้นแห่งการละกิเลสค่ะ




วันนั้นไปถึงเที่ยงพอดี ร้อนมากๆถึงมากที่สุด แนะนำว่าพกพัดพกร่มกันแดด พกน้ำ มาไว้จะดีมากเลยนะคะ ความร้อนขนาดนี้มีโอกาสเป็นลมได้ง่ายๆเลย..เราก็มัวแต่ชื่นชมความงามของบุโรพุทโธมองตัวเองอีกที คล้ำขึ้นเป็นกองเลยค่ะ TT

PRAMBANAN TEMPLE ***

ไปเที่ยวบุโรพุทโธของศาสนาพุทธไปแล้ว มาเที่ยววัดฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซียกันPrambanan ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีเดียวกับบุโรพุทโธด้วยนะเออวัดนี้ประกอบด้วย 6 เจดีย์ใหญ่ด้วยกัน 3 เจดีย์แรกคือเจดีย์ของ พระพรหม พระศิวะและ พระวิศณุ อีก 3 เจดีย์คือเจดีย์สำหรับยานพาหนะของทั้ง 3 เทพ คือ หงส์ยานพาหนะของพระพรหม ครุฑ ยานพาหนะของพระวิษณุ และ วัว ยานพาหนะของพระศิวะตัวเจดีย์ทำด้วยหิน เมื่อขึ้นบันไดไปจะเป็นห้องภายในมีรูปปั้นของแต่ละเทพ/ยานพาหนะอยู่ ตอนที่เราไปมีการบูรณะอยู่ค่ะบางเจดีย์จึงไม่สามารถขึ้นไปได้


หินแกะสลักพระพรหม





จบแล้วสำหรับ one day trip at Yogyakarta เหนื่อยสุดๆไปเลยคนขับรถมาส่งที่สนามบินรอขึ้นเครื่องกลับ..เครื่องลงที่บาหลี 5 ทุ่มค่ะ คนขับรถคนเดิมก็มารับและพาไปส่งที่โรงแรม คืนนี้เรานอนที่เมืองคูต้าซึ่งเป็นเมืองเดียวกับที่แอร์พอร์ตอยู่ค่ะ เลยเดินทางแปปเดียวก็ถึง


DAY 5Smiley

วันสุดท้ายแล้วจ้าวันนี้ขอทำตัวสบายๆด้วยการออกไปเดินเล่นที่หาดแปปนึงแล้วกลับเข้ามาสปาที่โรงแรม 1ชั่วโมง ให้คนขับรถมารับ 11 โมงค่ะ

ชายหาดที่คูต้าค่ะ สวยใช้ได้เหมือนกันนะ คนนิยมมาเล่นเซิร์ฟบอร์ดที่นี่ เราสามารถมาเรียนเซิร์ฟได้ที่นี่ด้วยนะคะ


สระว่ายน้ำของโรงแรม The Bene Hotel


ห้องอาหาร


ULUWATU TEMPLE ***

วัดสุดท้ายของทริปนี้ค่ะ วัดนี้ตั้งอยู่ปลายสุดของหน้าผาที่ยื่นออกไปในมหาสมุทรอินเดียในวัดจะมีทางเดินเลาะหน้าผาไปให้เราเห็นมุมสวยๆของวัดค่ะ แต่ภายในเข้าไม่ได้นะคะมีไว้สำหรับผู้เข้ามาไหว้บูชาเทพเจ้าเท่านั้น วัดนี้มีลิงเยอะเค้าขู่กันว่าลิงที่นี่แสบมาก ชอบแย่งเอาแว่นตา กิ๊บ ของนักท่องเที่ยวไปประจำแต่วันนั้นน้องลิงก็ดูเรียบร้อยดี หรือว่าเราไปตอนเที่ยงก็ไม่รู้น้องลิงคงจะร้อนไม่มีแรงมาแกล้ง



แวะกินข้าวเที่ยงแล้วก็ตรงไปสนามบิน รอขึ้นเครื่องกลับค่ะจบทริปไปแบบฟินๆ เรียกได้ว่าเที่ยวตะลุยบาหลีไปทุกที่เลยอีกอย่างมาเที่ยวบาหลีราคาสบายกระเป๋าด้วยนะคะ ปลอดภัย ผู้คนก็น่ารักอัธยาศัยดีค่ะ


หวังว่าเพื่อนๆคงได้ข้อมูลไปไม่มากก็น้อยนะคะ มีคำถามอะไรคอมเมนต์มาได้เลยค่ะ Smiley PLS STAY TUNE FOR MY NEXT TRIP Smiley




Create Date : 01 มิถุนายน 2557
Last Update : 10 ธันวาคม 2558 18:53:08 น.
Counter : 5603 Pageviews.

7 comments
  
เห็นแล้วอยากไปอีก อิๆๆ
โดย: YingYang IP: 119.46.221.47 วันที่: 3 มิถุนายน 2557 เวลา:12:02:26 น.
  
รูปสวยจังเลย เคยไปแต่บุโรพุทโธ ยังไม่เคยไปบาหลีเลยค่ะ อิอิ
โดย: BabyInk วันที่: 27 สิงหาคม 2557 เวลา:16:14:42 น.
  
รบกวนถามวัดที่ต้องใส่โสร่ง+ผ้าคาดเอวน่ะค่ะ
คือวัดที่เปิดให้เข้าชมด้านฝนใช่มั้ยคะ
ได้แก่ Besakih, Borobudur และ Prambana

ส่วนวัดที่ได้ชมแต่รอบวัดไม่ต้องนุ่งผ้า+คาดเอว
ได้แก่ Tanahlot, Uluwata และวัดกลางทะเลสาป Pura Ulun Danu Beratan

ขอบคุณค่า
โดย: Symd IP: 182.53.113.138 วันที่: 26 กรกฎาคม 2558 เวลา:14:08:13 น.
  
เข้าใจถูกต้องค่ะคุณ Symd
Borobudur กับ Prambanan นี่แค่ผูกผ้าคาดเอว แต่ Besakih ต้องแต่งเต็มยศเป็นพิเศษค่ะ ส่วนวัดที่เหลือไม่ต้องนุ่งผ้า แต่ต้องเป็นกางเกงหรือกระโปรงเลยเข่านะคะ อย่าง Uluwatu เนี่ยถ้าขาสั้นไปก็ต้องนุ่งผ้าของเค้าค่ะ
โดย: jellyjourney วันที่: 5 สิงหาคม 2558 เวลา:20:08:32 น.
  
ขอทราบวิธีการซื้อตั๋วเครื่องบินในประเทศ ไปกลับ บาหลี - ยอคยาการ์ต้า ค่ะ ว่าต้องติดต่อซื้อที่ไหน อย่างไร ขอบคุณค่ะ

ส้ม
โดย: ส้ม IP: 58.8.155.97 วันที่: 6 มกราคม 2559 เวลา:17:42:55 น.
  
ซื้อในเวบเลยค่ะคุณส้ม ตอนนั้นเราซื้อของ Lion Air แล้วก็ปรินท์เอกสารไปเชคอินที่นู้น
โดย: jellyjourney วันที่: 24 มกราคม 2559 เวลา:21:01:11 น.
  
เขียนได้ละเอียดดี มีสาระมากค่ะ กำลังจะไปเที่ยวพอดี จะเอาข้อมูลไปใช้คงได้ประโยชน์มากเลยค่ะ
โดย: ละไม ชุมแสง IP: 134.196.96.193 วันที่: 3 เมษายน 2559 เวลา:20:04:43 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jellyjourney
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 53 คน [?]



สวัสดีค่ะ ชื่อ เยลลี่ นะคะ blog นี้สร้างขึ้นเพื่อเอาไว้แบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์ในการไปเที่ยวของเรากับเพื่อนๆทุกคน เข้ามาเยี่ยมชม มาคุยกัน หรือมีอะไรติชมแนะนำกันได้นะคะ

Facebook page: Jellyjourney

follow my Instragram @JELLYJOURNEY for extraordinary pics in my ordinary life
+++ Please stay tuned for Japan:Kansai trip +++