มีนาคม 2558

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
Italy [Review] Part 1: Get Ready! จะไปอิตาลี รู้รึยัง?

ตะลุยอิตาลี 11 วัน 10 คืน 6 เมือง กับ Jellyjourney

ตอนที่ 1: 7 เรื่องน่ารู้ก่อนไปเที่ยวอิตาลี


“ใส่รองเท้าบูทไปเกาะรองเท้าบูท”.. คราวนี้ jellyjourney จะพาไปเที่ยวอิตาลีกันค่ะ อิตาลีเป็นประเทศที่มีเสน่ห์และมีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน แต่เพื่อนๆรู้มั๊ยว่าอิตาลีเพิ่งก่อตั้งประเทศมาได้ 153 ปีเท่านั้นเอง ก่อนหน้านี้ยังเป็นแคว้นต่างๆแยกกันอยู่เลย พอมารวมกันเข้า โอ้โห เหมือนเอาที่สุดของที่สุดมารวมกันค่ะ อิตาลีตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปยุโรป ดังนั้นอิตาลีจึงเป็นประเทศที่ไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่ถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆในทวีป เค้าว่ากันว่าฤดูที่เหมาะกับการเที่ยวอิตาลีมากที่สุดคือฤดูร้อน ช่วงเดือนกรกฏาคม แต่ก็นะ ใช่ว่าเดือนอื่นจะไปเที่ยวไม่ได้ใช่มั๊ยคะ.. jellyjourney เลยขอบุกไปตะลุยอิตาลี 11 วัน 10 คืน ในเดือนมีนาคมปลายฤดูหนาวมาค่ะ

ขอบอกว่าทริปนี้เหมาะสมมากๆกับผู้ที่ไม่เคยไปอิตาลีมาก่อน เพราะคนที่ยังไม่เคยไปอาจจะยังตัดสินใจไม่ได้ว่าตัวเองชอบเมืองไหนในอิตาลีนะ จะเป็นกรุงโรมเมืองหลวงเปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์ หรือจะเป็น Florence เมืองเล็กๆในแคว้นทัสคานี ที่สวยงามท่ามกลางหุบเขา หรือจะเป็นเมืองแฟชั่นตัวแม่อย่างมิลาน ไหนจะต้องไปล่องกอนโดลาที่เวนิสและดูสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างหอเอนปิซ่าอีก แย่แล้ว จะจัดทริปยังไง? วันนี้ Jellyjourney มีคำตอบให้เพื่อนๆค่ะ

แผนการเดินทางของเราเริ่มใล่จากเมืองที่อยู่ตอนล่างของประเทศคือ โรม แล้วไปจบที่ มิลานทางภาคเหนือค่ะ


Day 1 : Rome (Colosseum, Roman Forum, Pantheon)

Day 2 : Rome (Vatican Museum, St’ Peter Basilica and St’Peter Square)

Day 3 : Rome (Borghese Gallery, Trevi Fountain, and Spanish step)

Day 4 : Florence (Duomo, Palazzo Vecchio, Ponte Vecchio)

Day 5 : Florence (Uffizi Gallery, Accademia Gallery, Palazzo Pitti)

Day 6 : Pisa (The leaning tower) and “The Mall” Outlet

Day 7 : Siena (Duomo and Piazza del Campo)

Day 8: Venice (St’Mark’s Basilica, Doge’s palace, Bridge of Sighs)

Day 9 : Murano and Burano island

Day 10: Milan (Duomo and Church of Santa Maria delle Grazie for “The Last Supper”)

Day 11: Back to Bangkok

(ถ้าใครจะไปช่วง summer และชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ ลองแวะไป Cinque Terre และ Lake Como ดูนะคะ แต่ทริปนี้เนื่องจากเราไปหน้าหนาว บรรยากาศคงยังไม่ใช่ค่ะ เลยขอเก็บไว้สำหรับไปอิตาลีอีกรอบละกัน :P)


7 เรื่องน่ารู้ก่อนไปเที่ยวอิตาลี

1. ตั๋วเครื่องบิน Smiley

ทริปนี้เราเดินทางด้วยสายการบินไทยเช่นเคย ขาไปนั่ง TG 941 จากกรุงเทพ ไป โรม (BKK – FCO) สนามบินที่โรมชื่อ Leonado da Vinci Fiumicino Airport แค่ชื่อแอร์พอร์ตก็อาร์ตมากแล้วเนอะ เป็น direct flight ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมงค่ะออกจากกรุงเทพ 00.05 ถึงโรม 05.55 นอนไป ตื่นมาก็ถึงโรมเที่ยวต่อได้พอดี สบายสุดๆ

ส่วนขากลับกลับจากมิลานค่ะ TG 944 (MXP – BKK) สนามบินที่มิลานชื่อ Milano Malpensa Airport เครื่องออกตอน 13.25 วันสุดท้ายเลยไม่ได้เที่ยวค่ะตื่นเช้ามาก็นั่งรถมาสนามบินเลย กว่าจะทำเรื่อง tax refund เสร็จเรียบร้อยมีเวลาซื้อของนิดหน่อย ก็ขึ้นเครื่องกลับค่ะ

2. วีซ่า Smiley

ไปเที่ยวอิตาลีใช้วีซ่าเชงเก้นค่ะ เพื่อนๆหลายคนอาจจะคุ้นเคยกันดี เราไปทำวีซ่ากลางเดือนกุมภาพันธ์ สงสัยคนยังทำน้อย2 วันได้เล่มคืนเลยค่ะ เร็วมากๆ เอกสารที่ต้องใช้เข้าไปดูตามลิงค์นี้ได้เลย link

เพิ่มเติมนิดนึง..เรื่องโรงแรมก็ใช้ใบ confirmation ที่ได้มาจากwebsite จองโรงแรมเลยค่ะ ถ้าไปหลายเมืองก็จัดให้เป็นระเบียบ เขียนว่าเอกสารชุดนี้ของเมืองอะไรให้ชัดเจน เรื่องเงินถ้ามี 6 หลักไว้ก่อนก็จะดีมาก และต้องขอ Bank certificate จากธนาคาร นอกเหนือจากสำเนาหน้า bank book 3 เดือนย้อนหลังด้วยนะคะ บอกกับธนาคารว่าขอหนังสือรับรองไปทำวีซ่า แค่นี้พนักงานธนาคารก็เข้าใจแล้วค่ะ..เตรียมเอกสารเสร็จแล้วก็ไปที่ VFS ตึกสีลมคอมเพล็กซ์ชั้น 15 ยูนิต C ต้องไปยื่นด้วยตัวเองนะคะ ส่วนตอนรับเล่มสามารถให้คนอื่นไปรับได้ค่ะ ค่าธรรมเนียมวีซ่า 2,521 บาท

เวลารับยื่นคำร้องขอวีซ่า: วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08:30 ถึง 12:00 และ เวลา 13:00 ถึง 16:00 ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลารับคืนหนังสือเดินทาง: วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 13:00 ถึง 16:00 ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์

3. โรงแรม Smiley

เนื่องจากทริปนี้ไปหลายเมืองมาก เราต้องนอนทั้งหมด 4 ที่ด้วยกัน คือ Rome 3 คืน Florence 4 คืน Venice 2 คืน และ Milan 1 คืน ปัจจัยสำคัญในการเลือกที่พักของเราคือ สถานที่ตั้งค่ะ เราจะเลือกโรงแรมที่อยู่ในระยะเดินได้จากสถานที่สำคัญหรืออยู่บนเส้นรถไฟฟ้าใต้ดิน และที่สำคัญทุกที่ต้องมี free wifi เพื่อติดต่อกับเพื่อนๆแฟนเพจ jellyjourney J เราใช้เวบ Venere.com ในการจองที่พัก ซึ่งข้อดีของเวบนี้คือมันจะรวม review จาก tripadvisor เข้ามาให้ด้วยมี link ไปดู map ของแต่ละโรงแรมได้เลย ราคาถือว่าโอเคเมื่อเทียบกับเวบอื่น และที่สำคัญเราไม่ต้องจ่ายเงินไปก่อน เราสามารถไปจ่ายเงินได้โดยตรงที่โรงแรมตอนที่เราไปถึงค่ะ นอกจากนี้ยัง free cancellation อีกด้วย…ข้อดีของการมาเที่ยวช่วง low season ก็คือราคาโรงแรมที่จะถูกลงหน่อยถ้าเทียบกับการมาเที่ยวช่วงซัมเมอร์ค่ะ….และ 4 โรงแรมนี้คือโรงแรมที่เราเลือกพัก

Rome >> B&B My Sunrise In Rome

B&B ขนาด 4 ห้องพัก ราคา 90 ยูโรต่อคืน/ห้อง 3 คน มี city tax อีก 3.5 ยูโร/คน/คืน ขนาดของห้องประทับใจค่ะกว้างขวางดีอยู่ 3 คนก็ไม่อืดอัด มีห้องน้ำในตัว และมีอาหารเช้าเป็น continental breakfast พวกครัวซอง คอนเฟลค กาแฟ นม ขนมปังกรอบ เสิร์ฟในห้องค่ะ..ทำเลถือว่าโอเคเพราะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน Re Di Roma บนสายสีแดง ห่างจาก Roma Termini ซึ่งเป็นสถานีหลัก 3 สถานีค่ะ เวลา check in ปรกติของโรงแรมในอิตาลีคือหลังเที่ยง แต่เนื่องจากเครื่องบินเรามาลงเช้า จึงต้องติดต่อกับเจ้าของ B&B ล่วงหน้าเพื่อขอให้มาช่วยเปิดห้องในตอนเช้าค่ะ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sunriseinrome.com/


Florence >> Hotel Casci

โรงแรมนี้เป็น Family owned business ค่ะ ต้องบอกว่าเลือกพักที่นี่เพราะ review เค้าดีมากจริงๆ พอไปพักจริงๆก็ไม่ผิดหวังนะคะ คุณน้าคุณลุงคุณป้าที่ดูแลโรงแรมน่ารักทุกคนเลย ขนาดห้องก็ตามมาตรฐานค่ะ การตกแต่งก็ปรกติตามท้องเรื่อง แต่ที่เราชอบสุดคืออาหารเช้าค่ะ ป้าเค้าจัดให้ทั้ง ไข่ต้ม ขนมปังปิ้งผลไม้สดนานาชนิด เค้ก คอนเฟลค โยเกิร์ต แฮม ชีส แถมยังมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปด้วยนะใส่ใจทุกรายละเอียดจริงๆ ทำเลก็เทพสุดๆค่ะ เดิน 5 นาทีถึง Duomo ส่วนราคาโรงแรมที่ Florence นี่อาจจะแพงหน่อยถ้าอยู่ใจกลางเมือง โรงแรมนี้ 140 ยูโรต่อคืน /ห้อง 3 คน และมี city tax อีก 2ยูโร /คน/คืน ค่ะ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.hotelcasci.com/


Venice >> Hotel Bella Venezia

โรงแรมนี้ทำเลดีสุดๆค่ะ เดิน 3 นาทีจากท่าเรือเดินอีก 5 นาทีถึง St’Mark Square ห้องก็ใช้ได้นะคะกว้างขวาง แต่อาหารไม่ค่อยจะอร่อยเท่าไหร่ ราคา 179 ยูโรต่อคืน/ห้อง 3 คน ราคาอาจจะแพงหน่อยเพราะเราพักอยู่บนเกาะเลยค่ะ ถ้าอยากประหยัดต้องไปพักบนแผ่นดินใหญ่แล้วนั่งรถไฟเข้าเวนิส..แต่มันก็ไม่สะดวกเลยอะ จริงมั๊ยคะ? ที่เวนิส City tax 4.5 ยูโร/คน/คืน ดูข้อมูลเพิ่มได้ที่นี่ http://www.hotelbellavenezia.com/


Milan >> Hotel Florence

หาโรงแรมในมิลานค่อนข้างยากค่ะ ถ้าจะเอาทำเลดีๆส่วนมากก็เป็นโรงแรมแพงๆหมดเลย จนมาเจอ Hotel Florence ตั้งอยู่บนเส้นรถไฟฟ้าที่สถานี Loreto ห่างจาก Duomo เพียง 5 สถานี โรงแรมสามารถเดินมาจากใต้ดินได้ใน 5 นาทีค่ะส่วนตัวห้อง เล็กเกินไปสำหรับ 3 คนค่ะ และห้องเราดันอยู่ข้างล่างได้ยินเสียงรถอยู่เป็นระยะๆเลยค่ะ อาหารเช้าพอใช้ได้ ราคา 99 ยูโร/คืน/ห้อง 3 คน city tax อีก4 ยูโร/คน/คืน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.hotelflorence.it/en


4. การจองตั๋วรถไฟเดินทางระหว่างเมือง Smiley

การเดินทางไปเมืองต่างๆในอิตาลี วิธีที่สะดวกสุดคือรถไฟค่ะ รถไฟที่อิตาลีมี 2 ประเภทคือ รถไฟความเร็วสูง หรือ Frecciargento และรถไฟธรรมดา รถไฟประเภทความเร็วสูงนี้เราสามารถซื้อตั๋วได้ตั้งแต่อยู่ที่นี่ ยิ่งซื้อเร็วยิ่งถูกค่ะ ซื้อในหน้าเวบตัดบัตรเครดิตเสร็จ จะได้เมล์ตอบรับที่มีรหัสซื้อตั๋ว เปิดมือถือให้เจ้าหน้าที่ดูได้เลยบนรถไฟ หรือจะปรินท์ไว้กันเหนียวก็ได้ ชื่อสถานีที่ใช้ search ต้องเป็นชื่อสถานีในภาษาอิตาเลียนนะจ๊ะ เช่น ถ้าพิมพ์ Rome จะหาไม่เจอต้อง Roma, Florence-> Firenze, Venice->Venezia และ Milan -> Milano

ตามแพลนของเรา เราจองรถไฟความเร็วสูง 3เที่ยวด้วยกันคือ

1. Rome (Roma Termini) -> Florence (Firenze S. M.Novella)

2. Florence -> Venice (Venezia S. Lucia) และ

3. Venice-> Milan (Milano Centrale)

เข้าไปดูรอบรถไฟและซื้อตั๋วได้ที่เวบไซด์ here Smiley

ส่วนการเดินทางไปปิซ่านั้นเราใช้รถไฟเหมือนกัน แต่เป็นรถไฟธรรมดาไปซื้อเอาวันนั้นที่สถานีเลยค่ะ ส่วนการเดินทางไป Siena สะดวกกว่าหากนั่งรถบัสเพราะรถบัสจะเข้าไปใจกลางเมืองตรงที่มีสถานที่สำคัญ หากนั่งรถไฟจะต้องไปหารถนั่งต่อเข้าเมืองอีก (รายละเอียดการเดินทางจะพูดอีกทีใน blog แต่ละเมืองนะคะ)

หน้าตาของเวบที่จองเป็นแบบนี้ค่ะ ยิ่งจองเร็วยิ่งได้ราคาถูก 


บรรยากาศรถไฟในอิตาลี


ข้อควรระวัง!!

สำหรับตั๋วรถบัสและรถไฟประเภทธรรมดา (รถไฟประเภทธรรมดา เช่ รถไฟที่นั่งจาก florence ไป Pisa อะคะ) อย่าลืม validate ตั๋วก่อนขึ้น มันจะมีเครื่องเล็กๆหน้าตาแบบรูปด้านล่าง เราก็เอาตั๋วเราใส่เข้าไป มันก็จะ ปั๊มวันที่บ้าง เจาะรูบ้างเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าเรา validate แล้วค่ะ เค้ามีเขียนว่าถ้าไม่ validate ก่อนขึ้นใช้บริการจะมีค่าปรับ แต่เท่าที่เราเดินทางยังไม่โดนเจ้าหน้าที่ตรวจเลย ส่วนตั๋วรถไฟความเร็วสูงที่ปรินท์ออกมา ไม่ต้อง validate นะคะ เตรียมไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจบนรถไฟก็พอ)

Step ในการขึ้นรถไฟที่อิตาลี ก็แค่ ดูที่กระดาน Departure มันจะเรียงตามเวลา พอเห็นชบวนที่เราจะไปปุ๊ป ก็ดูว่ามันให้ขึ้นที่ชานชะลาไหน ถ้าข้อมูลยังไม่ขึ้น ก็รอแปปนึงคะ มันจะค่อยๆทยอยบอก พอรู้แล้วก็ (เอาตั๋วไป validate ที่เครื่องสำหรับรถไฟธรรมดา) เดินไปขึ้นรถไฟที่ชานชะลาได้เลย ถึงเวลาออกปุ๊ป ตรงเวลามากเลยค่ะ

เครื่อง validate ตั๋วค่ะ หน้าตามีหลายแบบ


5. การเดินทางจาก airport เข้าตัวเมือง Smiley

1. จากสนามบินที่โรม นั่งรถไฟ Leonado express ราคา14 ยูโรต่อคน ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง มาจอดที่ Roma Termini ซึ่งเป็นสถานีรถไฟศูนย์กลางของโรมค่ะ การมาขึ้น Leonado express ก็ง๊ายง่าย รับกระเป๋าจากสายพาน เดินออกมาปั๊ปก็หาป้ายบอกทางไปรถไฟค่ะ เดินไปตามทางเรื่อยๆขึ้นบันไดเลื่อนหลายชั้นหน่อย สุดท้ายก็จะมาเจอสถานีรถไฟซื้อตั๋ว Validate ตั๋ว แล้วก็ขึ้นรถไฟได้เลยรถไฟมีทุกครึ่งชั่วโมงค่ะ

2. ไปสนามบินที่มิลาน นั่งรถไฟ Malpensa express ราคา 12 ยูโรต่อคน ใช้เวลาประมาณเกือบชั่วโมงค่ะเพราะสนามบินค่อนข้างจะไกลจากตัวเมืองนิดนึง การขึ้น malpensa express ก็ขึ้นได้จากสถานีรถไฟ Milano Centrale เลยค่ะ..หรือเรามีอีก1 ออปชั่น สำหรับขานักช้อป ที่ช้อปกันกระจายที่มิลาน จนกระเป๋าออกลูกมาหลายใบถ้าไม่อยากลากกระเป๋าขึ้นรถไฟใต้ดินและต่อ express สามารถใช้บริการ taxi ได้ค่ะ ราคาเหมาให้มารับที่โรงแรม ประมาณ 95-100 ยูโรค่ะนั่งชิลล์ๆไปเลย 1 ชม ถึง terminal เลยค่ะ ข้อมูลเพิ่มเติม ที่นี่

6. การซื้อตั๋วเข้ามิวเซียม Smiley

Museum ดังๆที่จำเป็นต้องซื้อตั๋วไปตั้งแต่เมืองไทยได้แก่

Rome: Vatican Museum และ Gallary Borghese

Vatican Museum จองได้ที่เวบไซต์ นี้ จะเอาแบบมี guided tour หรือไม่มีก็ตามสะดวกเลยค่ะ ถ้าไม่เอา guide tour ก็สามารถเข้าไปซื้อ audio tour ข้างในก็ได้ ส่วน Borghese Gallery โทรไปจองสะดวกสุดค่ะ ทำตามขั้นตอนตามกระทู้ นี้ เลย

Florence : Uffizi Gallery และ Accademia Gallery ที่เวบไซต์นี้ uffizi accademia

Milan : หากใครอยากชมภาพ The Last Supper อันโด่งดังก็ต้องจองล่วงหน้าไปก่อนค่ะ เวบไซต์ officialคือเวบ นี้

ราคาค่าเข้าชม 8 ยูโร ดูได้ 15 นาทีแต่มันเต็มเร็วมากๆ ต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือน ถ้าเวบไซต์นี้ไม่ทันอีกทางลองเวบไซต์ นี้ ดูค่ะ ราคาจะเป็น 18 USD (USD นะไม่ใช่ EUR) แพงขึ้นหลายเท่าแต่ไม่มีทางเลือกแล้วก็ต้องซื้อไปค่ะ …แต่ถ้าเวบไซต์ที่สองนี้เต็มอีกทางสุดท้ายคือต้อง book guided tour และเข้าไปกับ group tour ค่ะ คราวนี้ราคาแพงหูฉี่เลยแหละ

7. เบ็ดเตล็ด Smiley

Ø Pick Pocket

ก่อนไปบอกเลยว่ากลัวมาก เห็นเพื่อนๆไปกี่รายก็โดนล้วงกระเป๋าบ้าง โดนกรีดบ้าง ฟังดูน่ากลัวสุดๆ แต่พอไปจริงๆแล้วก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนะคะ ก็ต้องระวังตัวตามปรกติ ถ้าไปกันหลายคนก็แบ่งเงินให้ช่วยกันถือ สำหรับคนที่ของเยอะต้องมีกระเป๋าถือใบใหญ่ ก็อาจจะมีกระเป๋าอีกใบเล็กๆแนบตัวเอาไว้ใส่เอกสารสำคัญเช่นพาสปอร์ต กระเป๋าตังค์ โทรศัพท์ค่ะ…ตามสถานีรถไฟเป็นจุดที่ต้องระวังเป็นพิเศษนะคะเพราะคนจะจอแจมาก อย่างตอนเรากำลังยืนดูเส้นทางรถไฟอยู่ก็มีคนเข้ามาถามว่าให้ช่วยอะไรมั๊ย ใส่เสื้อโปโลมีสายคล้องคอสีน้ำเงินเราก็ไม่แน่ใจ เอ๊ะ เจ้าหน้าที่รึปล่าวนะ เลยปฏิเสธไป ในขณะที่ยังดูอยู่ก็มีอีกคนมา ใส่เสื้อคล้ายๆกันมีสายคล้องคอเหมือนกันเลย เราก็ปฏิเสธไปอีกจนมาคนที่สามค่ะ คราวนี้ก็หลงเชื่อว่าเป็นพนักงานจริงๆก็ถามทางเค้าไปเค้าก็พาเราเดินไปที่สถานี ชี้จุดทางเข้าอะไรเรียบร้อยเลยนะ ปรากฏว่าพอจะเดินเข้ารถไฟ ขอเงินซะงั้น เราก็อ่าวววว นี่มันไม่ใช่พนักงานนี่หน่า รีบเดินหนีเลยค่ะ..เจ็บใจ ก็ว่าอ่านแล้วว่าพวกนี้ทำงานเป็นกลุ่ม พลาดจนได้ เพราะฉะนั้นถ้าใครมาอิตาลีต้องระวังตัวนะคะ คำว่าบุคคลในเครื่องแบบของที่นี่ ต้องเต็มยศแบบชุดทหารตำรวจเท่านั้นเลย

Ø Business hours

เวลาทำการปรกติของร้านค้าร้านอาหาร จะเปิด 2 ช่วงคือ ประมาณ 9.30 ถึงเที่ยงหรือบ่ายโมง และเปิดอีกทีประมาณบ่ายสามถึงดึกค่ะ ดังนั้นหากเพื่อนๆตั้งใจจะไปทานร้านอาหารไหนอย่าลืมไปเชคเวลาเปิดปิดให้เรียบร้อยนะคะ เพราะบางทีเที่ยวตอนเช้าเพลินจะทานข้าวอีกทีตอนบ่ายๆ ร้านอาหารปิดช่วงบ่าย แย่เลย บางร้านที่ดังๆก็ต้องจองก่อนนะจ๊ะ ไม่งั้นอดทานแน่ๆ

Ø Tip and service charge

ตามปรกติของคนที่อยู่ที่นี่เค้าจะไม่มีธรรมเนียมการให้ทิปกันเท่าไหร่ค่ะ แต่ถ้าเราจะให้ทิปเพราะถูกใจการบริการจริงๆ ปรกติก็จะไม่เกิน 5 ยูโรต่อมื้อ ร้านอาหารบางร้านอาจคิดค่า “cover charge” ประมาณคนละ 1-3 ยูโร โดยอัตโนมัติ และในบางแหล่งท่องเที่ยว เช่น เวนิส อาจรวม service charge อีกประมาณ 10-15 เปอร์เซนต์เข้าไปอีก เพราะฉะนั้นถ้าเจอร้านไหน charge มาก็ไม่ต้องตกใจนะคะ…จากหลายร้านที่เราทาน พบว่ามีแค่ร้านเดียวเองค่ะที่คิดค่า cover charge

Ø Wifi

ที่อิตาลีจะหาสัญญาณ wifi free เมื่ออยู่นอกโรงแรมยากมากค่ะ แม้แต่ร้านกาแฟก็ยังไม่มี wifi ให้ดังนั้นหากเพื่อนๆไม่ได้ซื้อ pocket wifi ไป หรือเปิด roamingไป ก็จะได้ใช้ internet เฉพาะเวลาที่อยู่โรงแรมเท่านั้นค่ะ..ทราบมั๊ยค่ะว่า Jellyjourney ไม่เคยเปิดอินเตอร์เนตหรือซื้อ pocket wifi เลยสำหรับการท่องเที่ยวต่างประเทศทุกครั้งที่ผ่านมา Q. ถามว่าลำบากมั๊ย? A. แน่นอนว่าลำบากกว่ามีอินเตอร์เนตค่ะ แต่ข้อดีของมันที่เราชอบคือทำให้เราจดจำสิ่งต่างๆได้ดียิ่งขึ้นการเดินทางที่เปิดแผนที่กางเอาทำให้เราจำทางได้ดีกว่าเปิด google map การไม่มีอินเตอร์เนต online อยู่ตลอดเวลา ทำให้คนติด facebook ขั้นสุดอย่างเรา ได้เงยหน้าออกมาดูความสวยงามที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าสิ่งที่ผ่านจอ การเที่ยวแบบนี้สิ่งที่ต้องทำคือการเตรียมข้อมูลดีๆไปตั้งแต่เนิ่นๆค่ะ แพลนว่าจะไปไหนบ้าง จะกินร้านไหน ถ้าหลงทางก็เปิดแผนที่หาไม่เจอจริงๆก็ถามทางเอาค่ะ คนอิตาลีน่ารักนะคะเค้ามีน้ำใจช่วยเหลือนักท่องเที่ยว

Ø การแต่งตัว

ถ้าไปหน้าหนาวนิดหน่อยแบบเดือนมีนาที่เราไป แนะนำให้แต่งตัวเป็นเลเยอร์ แบ่งเป็นชั้นๆไว้ค่ะ พอเวลากลางวันบางวันก็แดดแรงมากๆ ร้อนเลย เราก็สามารถถอดเสื้อหนาวออก หรือเข้าไปตามอาคารที่ติดฮีตเตอร์ไว้ก็ถอดออกได้ แต่มิวเซียมที่อิตาลีไม่ยอมให้ฝากเสื้อนะคะ เค้ารับฝากแต่กระเป๋าเดินทางเท่านั้น ไม่เหมือนประเทศอื่นเลยเนอะ เซ็งเลย แต่ๆๆ มีเรื่องสำคัญจะมาบอกค่ะ Q : ถ้าใครไปหน้าหนาวแล้วไม่มั่นใจว่าจะใส่น้องกันหนาวแบบนวมๆไปดีหรือไม่เมืองแฟชั่นอย่างอิตาลีเค้าจะใส่นวมๆกันรึปล่าว? A: ขอบอกว่า ใส่ค่ะ และใส่กันเป็นหมู่มากด้วย เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมสุดๆแทบจะทุกคนใส่นวมค่ะ สีดำ สีเขียวเข้ม สีบรอนซ์ สีขาว หรือสีสดใสๆก็มีบ้างค่ะ แต่นวมที่นู้นดูเข้ารูปมากเลยนะ ใส่แล้วสวยๆกันทั้งนั้นเลย อาจจะเป็นเพราะตอนไปอากาศเริ่มไม่หนาวมาก ประมาณ 3-10 องศาเค้าเลยหยิบนวมแบบบางๆมาใส่กัน ส่วนนวมหนาๆใส่ไปลุยหิมะเดือนนี้คงไม่เหมาะนะจ๊ะ..ดังนั้นถ้าใครมีน้องนวมเอามันมาเที่ยวด้วยเลยจ้า จะอินเทรนด์และดู local มากๆแน่นอน

Ø ปลั๊กไฟ

ที่อิตาลีใช้แบบ ขากลมเล็ก 2 ขา นะคะ ไฟ 220 โวล์ตเท่าที่ไทย เพราะฉะนั้นเวลาไปเที่ยวก็เตรียมไปแค่หัวแปลงปลั๊กก็พอ หรือจะทำแบบเราคือเอาสามตาไปเลยก็ได้ค่ะ แผงนึงชาร์จได้ เครื่องพร้อมกันเลย แถมยังช่วยให้เราไม่ลืมที่ชาร์จด้วย เพราะบางทีชาร์จไว้หลายจุดเกินในห้องพัก…ข้อควรระวังอย่าคิดว่าแค่ขากลมและมี 2 ขา จะใช้ได้นะคะย้ำว่าที่อิตาลีใช่แบบ “ขาเล็ก” ถ้าใครมีขากลมแต่ใหญ่ก็ใช้ไม่ได้อยู่ดีค่า

Ø Rick Steve’s Europe Application

ต้องขอบคุณพี่สาวที่แนะนำ app นี้มาให้โหลดค่ะ เป็น app ของ Rick Steve ชาวอเมริกันผู้เชี่ยวชาญและคลั่งไคล้ในการท่องเที่ยวทวีปยุโรปมาก Rick เขียนหนังสือนำเที่ยว ทำรายการทีวีเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและมีบริษัททำทัวร์ Application ของ Rick Steve ดาวน์โหลดฟรีค่ะใน app มีหลายประเทศในยุโรป รวมถึงประเทศอิตาลีในประเทศอิตาลีก็มีหลายเมือง ให้เลือก download playlist นำเที่ยวค่ะเราใช้ app นี้เยอะมาก เหมือนเป็น audio guide ส่วนตัวเลย พอเข้าไปในสถานที่สำคัญใส่หูฟังแล้วก็เที่ยวตามไปพร้อมกับ Rick เลยค่ะ แนะนำนะคะ App“Rick Steve’s Europe”


Get Ready เรียบร้อยแล้ว..บลอคหน้าจะเริ่มพาเที่ยวกันแล้วน้าา ติดตามด้วยค่าSmiley




Create Date : 31 มีนาคม 2558
Last Update : 26 กันยายน 2558 16:06:34 น.
Counter : 56013 Pageviews.

12 comments
  
มาเกาะติดบลอคช่วงวันหยุดยาววว ^^
โดย: Natsu_Oton IP: 171.96.183.43 วันที่: 13 เมษายน 2558 เวลา:18:05:04 น.
  
เป็นบลอกที่มีประโยชน์ในการเตรียมตัวเที่ยวอิตาลีมากๆเลยค่ะ
ข้อมูลแน่นปึ้ก ขอบคุณนะคะ
โดย: khimyo วันที่: 14 มิถุนายน 2558 เวลา:22:20:20 น.
  
ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ ละเอียดเข้าใจง่ายมากเลย
โดย: กุ้งจัง IP: 58.8.149.169 วันที่: 4 มีนาคม 2559 เวลา:0:16:48 น.
  
ขอบคุณสำหรับรีวิวค่ะ
กำลังจะไป นี่ใช้เป็นแนวทางจัดทริปได้เลย
มีประโยชน์มากๆค่ะ
โดย: KT IP: 202.28.182.5 วันที่: 28 กรกฎาคม 2559 เวลา:11:57:12 น.
  
ให้ข้อมูลละเอียดดีครับขอบคุณมากครับ
โดย: Suwat IP: 182.232.107.133 วันที่: 26 กันยายน 2559 เวลา:23:41:52 น.
  
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูล กำลังจะเดินทางอาทิตย์หน้าพอดียังไม่ทราบว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรเลยครับ
โดย: เอกบดินทร์ IP: 125.27.141.41 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2559 เวลา:11:05:56 น.
  
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่าาา :)
โดย: jellyjourney วันที่: 13 พฤศจิกายน 2559 เวลา:18:14:13 น.
  
พี่ใช้เว็บไซต์คุณเป็นหลักในการเที่ยวอิตาลีเลยค่ะ หาที่อื่นประกอบนิดหน่อยเองเพื่อความมั่นใจ แต่ข้อมูลของคุณเพียงพอและละเอียดดีมากแล้ว
พี่พักที่ dream station ค่ะ อยู่ตรงข้ามแตร์มินีเลย สะดวกมาก แนะนำค่ะ
โดย: Sky Kanchanaburi IP: 188.165.240.145 วันที่: 3 ธันวาคม 2559 เวลา:14:44:05 น.
  
ถ้ายังไม่รุ้จะทานที่ไหน ลองร้านนี้ค่ะ yami restaurant roma termini ร้านอาหารจีน ห้องแถวดียวใกล้ๆแตร์มินี คนเข้าร้านเรื่อยๆเลย ทำไมไม่รุ้ ราคาไม่สุงค่ะ
โดย: Sky Kanchanaburi IP: 188.165.240.145 วันที่: 5 ธันวาคม 2559 เวลา:3:28:39 น.
  
ขอบคุณคุณ Sky Kanchanburi มากเลยนะคะที่มาแนะนำที่พักและร้านอาหารให้ ชอบค่ะ มีอะไรดีๆมาบอกต่อกันได้เลย :)
โดย: jellyjourney วันที่: 16 มกราคม 2560 เวลา:12:39:37 น.
  
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะค่ะ กำลังจะไปเที่ยวอิตาลี พรุ่งนี้ค่ะ
โดย: Sunee IP: 188.165.201.164 วันที่: 21 มีนาคม 2560 เวลา:3:50:53 น.
  
ไม่ทราบว่า เราควรซื้อพาสฯ ของแต่ละเมือง เช่น Roma pass อะไรแบบนี้ด้วยมั้ยคะ? หรือซื้อตั๋วรถไฟธรรมดาไปในแต่ละที่โอเคกว่าอ่า รบกวนแนะนำด้วยนะคะ ขอบคุณค่า 😬
โดย: Mona IP: 1.46.100.55 วันที่: 21 มิถุนายน 2560 เวลา:17:19:27 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jellyjourney
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]



สวัสดีค่ะ ชื่อ เยลลี่ นะคะ blog นี้สร้างขึ้นเพื่อเอาไว้แบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์ในการไปเที่ยวของเรากับเพื่อนๆทุกคน เข้ามาเยี่ยมชม มาคุยกัน หรือมีอะไรติชมแนะนำกันได้นะคะ

Facebook page: Jellyjourney

follow my Instragram @JELLYJOURNEY for extraordinary pics in my ordinary life
+++ Please stay tuned for Trang : ตรัง trip +++