Group Blog
 
 
เมษายน 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
30 เมษายน 2553
 
All Blogs
 

Baked Silver Bluggoe ... ไทยๆ ก็ ... กล้วยหักมุกอบแหล่ะค่า

เวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด นอกจากจะชอบซื้อของพื้นเมืองต่างๆ จากตามตลาด อีกอย่างนึงที่ต้องหอบติดไม้ติดมือมาบ้าน ก็คือกล้วยน้ำว้าค่ะ ไปเที่ยวตลาดอัมพวามาหลายหน ทุกหนที่ไปเป็นต้องได้หิ้วมาแปดเก้าหวี ที่ซื้อเยอะก็เพราะที่บ้านเนี่ย ... นกกินบ้าง ... คนกินบ้างค่ะ


ซื้อกล้วยน้ำว้าตามต่างจังหวัดเนี่ย ราคาไม่แพงเลยนะคะ เห็นตามซุปเปอร์หวีละยี่สิบสามสิบบาท ตามตลาดทั่วไปก็หวีละสิบห้าบาทขึ้นไปทั้งนั้น ไม่มีทางเลือกก็ต้องซื้อกินนะคะ ก็อย่างว่า ... กว่าเค้าจะขนส่งมาจนถึงเรา มันก็เสียค่าใช่จ่ายไปเยอะ ก็ต้องให้กำไรเค้าบ้างหล่ะค่ะ แต่เมื่อไปถึงแหล่งแล้ว ก็ขอหอบกลับบ้านมาหลายๆหวีหน่อยค่ะ ด้วยความงก


ไปอัมพวามา พอเห็นร้านขายกล้วยที่ตรงริมน้ำ เขียนไว้ว่า 3 หวี 20 ก็เลยแวะเค้าไปเลือกซะหน่อย มองดูแล้วก็หวีสวยดีค่ะ เลือกลูกที่มันกลมๆหน่อย เพราะทุกหนที่ซื้อกล้วยลูกกลมๆเนี่ย จะออกมาไส้เหลืองแล้วก็หวานทุกครั้งเลยค่ะ พอซื้อเสร็จจ่ายเงินเรียบร้อย หันไปเห็นกล้วยหักมุกแขวนอยู่ข้างๆ 2 หวี มีปากกาเขียนไว้บนลูกกล้วยว่า 20 บาท ก็เลยถามเจ้าของร้านว่าเท่าไหร่ พี่เค้าคงเห็นว่าซื้อกล้วยน้ำว้าไปเยอะแล้วมั๊งค่ะ แกก็เลยบอกว่าหวีละ 15 บาท เอาไปสองหวีเลยนะ ... เวลาซื้อของแล้วเลือดขึ้นหน้าค่ะ สองหวี ... ก็สองหวีจ้า


ได้มาสองหวี ขนาดไม่เท่ากัน ก็เลยบังคับแหม่ม Mamchan ว่า ... แหม่มๆ เอาไปหนึ่งหวี พี่ให้ ... เอาหวีใหญ่ไปนะ เพราะบ้านพี่อยู่กันสามคนเอง


จริงๆ ไม่ค่อยคุ้นเคยกับกล้วยหักมุกเลยนะคะ ไม่เคยทำขนมด้วยกล้วยหักมุกมาก่อน แต่เป็นคนชอบกินกล้วยหักมุกย่างค่ะ ชอบกินแบบลูกนิ่มๆ สุกจัดๆหน่อย เพราะว่ามันหอมหวานดีด้วย สมัยโบราณอาหารรสที่เห็นว่าไม่แสลง คนป่วยกินได้ ก็คือ กล้วยหักมุกย่างนั่นเอง


เคยอ่านหนังสือเล่มนึงนานมาแล้ว เค้าเล่าว่า สมัยตอนที่ฝรั่งเศสเอาเรือรบมาปิดปากแม่น้ำของเราตอนปี ร.ศ. ๑๑๒ ประเทศไทบจำต้องยินยอมเสียสละกรรมสิทธิ์ทั้งสิ้นทั่วไปในดินแดนทางฝั่งซ้ายฟากตะวันออกของแม่น้ำโขง รวมถึงบรรดาเกาะทั้งหลายในแม่น้ำนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ห้าเสียพระราชหฤทัยเป็นอันมาก ทรงล้มเจ็บประชวรจนไม่ยอมเสวยพระโอสถ ไม่ยอมเสวยอะไรทั้งสิ้น ในขณะประชวรเวลาที่ฟื้นพระองค์เป็นคราวๆ ตอนนั้นท่านได้ทรงพระราชนิพนธ์โคลงสี่สุภาพเอาไว้ค่ะ ช่วงที่ท่องได้ขึ้นใจเป็นช่วงท้ายของโคลงอันนี้


" กล้วยเผาเหลืองแก่ก้ำ เกินพระ ลักษณ์นา
แรกก็ออกอร่อยจะ ใคร่กล้ำ
นานวันยิ่งเครอะคระ กลืนยาก
ทนจ่อซ่อมจิ้มจ้ำ แดกสิ้นสุดใบ"





หวีใหญ่ยังเขียวๆอยู่ ยกภาระให้แหม่มไปค่ะ ของพี่ก้อยหวีเล็กกว่า เริ่มเหลืองๆแล้ว





ตอนดึกๆหิวค่ะ ลงไปกินข้าวต้มมัดที่ซื้อมาจากอัมพวาไปมัดนึง เห็นกล้วยหักมุกที่ซื้อมาเริ่มเหลืองๆ จับดูข้างในนิ่มๆแล้วค่ะ ก็เลยลองปลิดมากินไปลูกนึง เป็นหนแรกที่พี่ก้อยกินกล้วยหักมุกสุกแบบสดๆนะคะ อร่อยดีค่ะ เนื้อเค้าจะฟูๆ แต่เหนียวหนึบ หอมแล้วก็หวานอ่อนๆ


พอวันจันทร์กล้วยเริ่มสุกไปครึ่งหวีแล้ว ... หาทางทำอะไร เล่นๆ ดีกว่า เพราะถ้าปล่อยไว้ สุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นกล้วยหักมุกย่างเหมือนเคยค่ะ


พี่ก้อยตั้งใจทำกล้วยอบดีกว่าค่ะ Baked Banana เป็นเมนูของหวานที่ทำบ่อยๆ เวลาไปต่างจังหวัดกับเพื่อนๆ เพราะเครื่องเคราไม่มากมาย แถมใช้ไมโครเวฟทำได้ด้วยค่ะ ปรกติจะใช้กล้วยหอมทำ แต่หนนี้ลองกล้วยหักมุกดูซิ จะออกมาเป็นยังไง ส่วนน้ำตาลปรกติเนี่ยจะใช้ brown sugar ค่ะ แต่หนนี้ขอลองใช้น้ำตาลมะพร้าวสุดหอมอันที่เพิ่งซื้อมานี้ก็แล้วกันค่ะ





จัดการหาชามทนไฟนะคะ ... ตัดเนยเป็นชิ้นเล็กๆ เกลี่ยให้ทั่วก้นชาม ... โรยด้วยน้ำตาลมะพร้าว





มาเริ่มทำกันเลย ก่อนที่แดดจะหมดไปอดถ่ายรูปค่ะ ... ลูกแรก ... ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากจริงๆ





ลอกเส้นด้านข้างลูกออกให้เกลี้ยงนะคะ จะทำให้น่าทานขึ้น





สามลูกวางลงไปบนชามอบ





มะนาวปอกผิวออกซักครึ่งลูก แล้วซอยให้เป็นชิ้นเล็ก ใครจะใช้ที่ขูดผิวมะนาวก็ได้นะคะเหมือนกัน แต่พอดีขี้เกียจล้างค่ะ เลือกมะนาวลูกสีเขียวเพราะผิวเค้าจะหอมค่ะ มะนาวเก่าๆ ลูกเหลืองๆ ไม่มีกลิ่นแล้วนะคะ แล้วก็โรยผิวมะนาวให้ทั่วๆ กล้วย





โรยเกลือลงไปบางๆ ค่ะ ... เกลือจะช่วยให้รสจัดขึ้น ตามด้วยน้ำตาลมะพร้าว





บีบมะนาวลงไปบนกล้วยทั้งสามลูก ... น้ำมะนาวไหลไปที่ก้นชามอบ





ตัดเนยวางลงบนกล้วยแต่ละใบ ... แล้วก็เอาเข้าไมโครเวฟไฟแรงสุดเลยนะคะ





แอบเอาออกมาดูหน่อย ... เนยเริ่มละลายเยิ้มมมมมมมมม





เอาเข้าอบต่อค่ะ ... ซักพักเอาออกมา เพื่อจะตักน้ำที่ได้จากเนยละลาย แล้วก็น้ำมะนาว ราดกล้วย เบ็ดเสร็จอบกล้วยด้านแรก ใช้เวลาทั้งหมด 5 นาที ค่ะ





พลิกกล้วยค่ะ เอาด้านล่างขึ้นด้านบน แล้วก็ตักน้ำราดอีก ... ทีนี้เอาอบต่ออีก 5 นาที ได้เลยค่ะ ไม่ต้องเอาออกมาราดน้ำ เพราะกล้วยด้านล่างที่ขึ้นมาอยู่ด้านบน มันชุ่มฉ่ำอยู่แล้ว





จะเห็นว่ากล้วยเป็นสีเข้มขึ้นสวยเชียวค่ะ





เอากล้วยขึ้นมาใส่จานไว้ก่อน น้ำที่เหลืออยู่ในชามอบจะออกใสๆ นะคะ เพราะในนั้นมีแค่น้ำมะนาวกับเนย เราใส่น้ำตาลมะพร้าวตอนอบไปนิดเดียว ก็เลยเอาน้ำตาลมะพร้าวใส่เพิ่มลงไปประมาณเกือบๆ ช้อนโต๊ะ .... เอาไปคนๆ ให้ละลายเข้ากับน้ำในชามอบ ละลายค่ะ เพราะมันร้อน


ออกมาได้ความหนืดขนาดนี้ ... ไม่หวานมาก





จัดการราดลงบนกล้วย





เสร็จแล้วค่ะ





หอมผิวมะนาว ... ลองกินดูแล้วไม่เหมือนตอนทำ Baked Banana ที่ใช้กล้วยหอมทำนะคะ อันนั้นจะออกมาเป็นนิ่มๆ ใช้เวลาอบแป๊บเดียว ส่วนกล้วยหักมุก พอทานไปมันจะหนึบๆ ให้อารมณ์เหมือนตอนทานกล้วยเชื่อมเลยค่ะ





เห็นเยิ้มๆอย่างนี้ ... ไม่หวานหรอกนะคะ อยากให้ลองทำดูค่ะ เพราะตัวเองอร่อยติดใจไปเลยค่ะ





 

Create Date : 30 เมษายน 2553
6 comments
Last Update : 30 เมษายน 2553 22:47:25 น.
Counter : 2806 Pageviews.

 

น่ากินมากกกกกพี่ก้อย กำลังคิดว่าจะเอามาเชื่อมอยู่เลยอ่ะ อิอิอิ

 

โดย: ทนายอ้วน 1 พฤษภาคม 2553 6:48:15 น.  

 

พี่ก้อยทำน่าทานจังเลย ^^

พี่ก้อยสบายดีนะคะ
ช่วงนี้ยังได้ร้องเพลงอยู่บ้างรึเปล่าเอ่ย

 

โดย: jme 3 พฤษภาคม 2553 11:09:28 น.  

 

สวัสดีเจ้า พี่ก้อย

ขอบคุณ คุณพี่ก้อย ที่แวะไปทักทายกันและให้กำลังใจ ยินดีที่ได้รู้จักเจ้า

กล้วยหักมุกอบน่าอร่อยมาก อบออกมาสีเหลืองสวยเชียวพี่ คงหอมกลิ่นมะนาวสุดๆ ขอบคุณสำหรับสูตรดีๆเจ้า

นุชดีใจที่พี่ ชอบเมนูที่บล็อก

 

โดย: แม่เฮือน 5 มิถุนายน 2553 0:57:21 น.  

 

คุณก้อยคะ สวัสดีค่ะ ไม่ได้คุยกับคุณก้อยซะนานเลย ยังคิดถึงอยู่เสมอนะคะ
วันก่อนอ่านบล็อกใครจำไม่ได้ ว่าคุณก้อยชวนสามีเธอไปเป็นเชฟร้านอาหารของคุณก้อย
ยังไงก็ขอให้กิจการเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไปนะคะ

เห็นกล้วยหักมุกแม่ปูอยากกินกล้วยปิ้งค่ะ อิอิ
ปรกติแม่ปูไม่ค่อยชอบทานกล้วยสดๆ ไม่ว่ากล้วยชนิดใดก็ตาม
แต่ถ้ากลายเป็นกล้วยปิ้ง กล้วยอบ กล้วยเชื่อม กล้วยบวดชีนี้ทานได้ค่ะ
คุณก้อยทำออกมาได้น่าทานมาก รูปสวยชวนให้หิวเลยค่ะ

 

โดย: ปูขาเก เซมารู 1 กรกฎาคม 2553 20:15:15 น.  

 

น่ากินสุดๆค่ะคุณก้อย

 

โดย: Schnuggy ชนุ๊กกี้ 3 กรกฎาคม 2553 1:21:00 น.  

 


น่าทานมากๆเชียวค่ะ

จดการบ้านไปก่อนนะคะ

รอเจอกล้วยหักมุกก่อน แล้วค่อยลองทำ

ขอบคุณมากค่ะ

 

โดย: ปลายจันทร์ IP: 110.77.135.180 27 พฤศจิกายน 2553 15:51:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Jekyll and Hyde
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




Friends' blogs
[Add Jekyll and Hyde's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.