Two individuals, one person;

Two bodies one soul;

Two journeys, one reason;

To be one, to be all.






You can like the life you're living ,You can live the life you like!














ตอนนี้คุณอ่านหนังสือเล่มไหนเป็นพิเศษหรือปล่าว?
.
.

ฉันเคยนึกๆ เหมือนกันนะ ว่าชีวิตฉัน มันเป็นบ้าอะไรกับหนังสือก็ไม่รู้ .. ฉันอยากรู้ อยากอ่าน อยากซื้อ อยากมี .. ไปซะทุกครั้งที่เห็นหนังสือ .. ซึ่งหลังๆ มานี้อาการเป็นน้อยลง เพราะว่ามัวแต่ทำงานจนไม่มีเวลาไปร้านหนังสือ ไม่ค่อยได้ไปใช้เวลาอยู่ในร้านหนังสือนานๆ

จำได้ว่าปีแรกที่ทำงานที่กรุงเทพ ฉันแทบไม่ค่อยมีเวลาให้ร้านหนังสือเหมือนแต่ก่อน ชีวิตมีแต่ทำงาน ขับรถกลับบ้าน ถึงบ้านตีสอง นอน .. แล้วก็ตื่นมาทำงาน รถติด ติดอยู่ในออฟฟิศ .. ชีวิตมันดูวนเวียนอยู่ในวังวนยังไงก็ไม่รู้ .. แต่โชคดีอยู่อย่าง .. สมัยตอนทำงานที่ทำงานเก่า ทุกวันพฤหัสจะมีตลาดนัดอยู่หน้าทางเข้า มศว. แล้วก็มีแผงหนังสือของพี่คนนึง .. แกตั้งแผงหนังสืออยู่บนท่อตะแกรงน้ำเน่าที่ฉันคิดว่าแผงของอื่นคงจะไม่อยากตั้งอยู่ตรงนี้
ทุกวันพฤหัส หลังกินข้าว บ่อยครั้งที่จะเห็นฉันไปเดินวนเวียนอยู่แถวร้านแผงหนังสือของพี่แก ..
เป็นแผงหนังสือในเมืองไทย ที่ฉันขอยกให้เป็นอันดับหนึ่งในใจ
.
.
เพราะหนังสือร้อยกว่าเล่ม นอกจากพี่แกจะเอามาห่อพลาสติกอย่างดีทุกเล่มแล้ว.. ที่สำคัญ.. แกอ่านมาหมดแล้ว!!
ไม่ได้หมายความว่า พี่แกอ่านหนังสือเล่มนั้นแล้วเอามาขายต่อนะ ..




แต่แกอ่านหนังสือทุกเล่มที่แกเอามาขายต่างหาก..

ฉันรู้สึกทึ่ง และ ดีใจที่เจอแผงหนังสือดีๆ แบบนี้ในเมืองไทย .. ฉันจำได้ว่า ไม่ว่าฉันจะหยิบหนังสือเล่มไหนขึ้นมา แกจะแนะนำให้เราได้ ว่าหนังสือเล่มนี้ เกี่ยวกับอะไร เป็นแนวไหน ใครเป็นผู้เขียน แล้วผู้เขียนคนนี้เป็นใคร เขียนหนังสืออะไรบ้าง .. ถ้าไม่ชอบแนวนี้ ลองเล่มนี้ไหม ..
อะไรประมาณนั้น..
ฉันว่าแกมาขายหนังสือ เพื่อใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงในวันพฤหัส พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนหลายๆ อาชีพมากกว่า .. หลายๆ คนที่เป็นลูกค้าประจำของพี่แกเป็นอาจารย์มศว. หลายๆ คนเป็นนักศึกษา หลายๆ คนทำงานไอที หลายๆ คนเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัท หลายๆ คนเป็นนายธนาคาร..

ฉันว่าคุ้มนะ .. กับการมีงานอดิเรกในช่วงสายๆถึงบ่ายวันพฤหัสแค่ไม่กี่ชั่วโมง ..ขายหนังสือ .. เก็บเกี่ยวความรู้ .. แลกเปลี่ยนความคิดเห็น .. และเปิดโอกาสให้เรารู้จักคนอีกหลายสิบหลายร้อย.. เป็นงานอดิเรกที่ไม่ซ้ำใครจริง!!??



นอกจากนี้ จะไม่คิดว่าแกขายหนังสือเป็นงานอดิเรกได้ยังไง ก็ราคาหนังสือมันถูกเหลือเชื่อซะขนาดนั้น.. ฉันนี่แหละ ขาประจำหนังสือ Reader Digest ฉบับภาษาอังกฤษของพี่แกทุกเดือน .. แกขาย Reader Digest เดือนปัจจุบัน (ไม่มีล้าหลัง) จากเล่มละ 118 บาท เป็นเล่มละ 50 บาท!! งงๆ พี่แกเหมือนกัน ว่าเอากำไรจากไหนมาละพี่ .. แต่แกเอามาไม่เยอะนะ แค่ห้าหกเล่ม .. นอกนั้นก็จะเป็นของเดือนก่อนๆ ซึ่งก็ขายห้าสิบบาทเหมือนกัน ทั้งภาษาไทยภาษาอังกฤษ..

แถมวันดีคืนดี แกเอานิตยสารผู้หญิงมาขาย ทั้งของญี่ปุ่น ของสิงคโปร์(Cleo , Cosmopolitan อะไรประมาณนั้นอ่ะ ของไทยมีบ้างเป็นบางที) แกก็เอามาขายสี่สิบ ห้าสิบบาทซะงั้นอ่ะ .. แกชอบบอกกับฉันว่า "น้องๆ เหมาๆหยิบๆไปเลยละกัน อ่ะพี่ให้สามเล่มนี้ ร้อยนึงละกัน" ... โอ้วว Cleo เล่มนึงก็ปาไปร้อยกว่าบาทแล้ว ของเดือนปัจจุบันนี่แหละ .. แกเอามาขายสามเล่มร้อยซะงั้น ... ฉันก็บ้าจี้ซื้อซะ ... :)



หนำซ้ำ หนังสือเล่มอื่นๆ แกก็ลดลงมาประมาณ 15 - 30 เปอร์เซ็นต์ แล้วแต่ความใหม่ความเก่าของหนังสือ ..

Lonely Planet ที่ฉันซื้อมา แกลดลงมา 35% .. ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่า นอกจากแผงหนังสือพี่แกแล้ว ฉันจะไปซื้อหนังสือถูก ใหม่ ห่อพลาสติกมิดชิด แบบนี้ได้ที่ไหนอีก ...

ฉันลองมาคิดๆ ดูแล้ว .. ที่แกห่อพลาสติกหนังสือแบบ seal มิดชิดจนเปิดอ่านดูก่อนไม่ได้นั่น .. นอกจากจะกันไม่ให้หนังสือเปื้อนและยับแล้ว .. เป็นกลยุทธ์ในการที่แกจะได้คุยกับลูกค้าไงล่ะ ^^ แต่ก็เป็น Flight บังคับในการที่แกต้องไปอ่านหนังสือที่แกขายด้วย เพราะถ้าลูกค้าถามแล้วจะได้ตอบได้ว่าเล่มที่เค้าจะซื้อนั้นเป็นยังไง ดีไหม ..เนื้อหาเกี่ยวกับอะไร..



ก่อนฉันจะมาที่นี่ แกยังถามฉันว่า จะไปเที่ยวสวีเดนเหรอ .. ฉันบอกว่าเปล่า ไปทำงานค่ะ ... แกก็กึ่งพูดกึ่งสอนว่า ดีแล้ว เก็บประสบการณ์มาเยอะๆ อ่านหนังสือเยอะๆ ว่างๆ ก็แวะมาเยี่ยมมาคุยกันนะน้อง .. แถมยังหันไปบอกคุณภรรยาที่ขายของใช้จิปาถะแผงข้างๆ (ที่ฉันก็ชอบไปช้อปปิ้งของใช้จุกจิกร้านคุณพี่ภรรยาเหมือนกัน เพราะว่าถูกดีล่ะ ส่วนใหญ่เป็นของแถมสินค้า แล้วพี่เค้าเอามาขายถูกๆ ^^) พี่แกบอกว่าเนี่ย พี่จะเสียลูกค้าประจำซะแล้ว น้องเค้าจะไปทำงานที่อื่นแล้วอ่ะ .. คุณภรรยาก็ยิ้มสวยๆ มาให้ฉัน พร้อมบอกฉันว่า โชคดีนะคะ ... ฉันว่าไอ้ตัวเล็กที่จะมาเกิดในครอบครัวนี้ คงโชคดีเป็นบ้าเลย .. ครอบครัวเค้าคงน่ารักนะ .. แถมมีหนังสือให้อ่านเยอะๆๆ แน่ๆ ..

ถ้าใครแวะไปเดินเล่นแถวมศว. วันพฤหัส ลองเล็งๆ แผงหนังสือพี่แกนะ เค้าจะตั้งตั้งแต่สิบโมงถึงบ่ายสอง .. พี่แกตัวโตๆ เห็นแล้วนึกถึงไจแอนท์ในการ์ตูนโดราเอม่อน .. ไม่รู้ตอนนี้พี่แกจะยังมาวางแผงอยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า..

แต่ถ้าเจอแก .. บอกแกด้วยนะ .. ว่าฉันคิดถึง .. กลับไปจะไปเหมาหนังสือแกให้สะใจเลย..

ว่าแต่ .. แล้วคุณล่ะ ..ตอนนี้อ่านหนังสืออะไรอยู่?...^^

มีงานอดิเรกซักสองสามชั่วโมงในสับดาห์บ้างไหม..

ถ้ายังไม่มี ..

ลองมองหาดูนะจ๊ะ ..

หางานอดิเรกที่ทำให้เราเป็นตัวเรา .. ไม่ต้องเก๋ไก๋ ไม่ต้องตามใคร ไม่ต้องหรูหรา ไม่ต้องเสียเงินซื้อมาจนเกินกำลังเพื่อเอาไว้อวดใคร ขอแค่ทำแล้วทำให้คุณยิ้มได้ หัวใจคุณยิ้มได้ .. นั่นแหละ เรียกว่า งานอดิเรก :)

ปล. สมัยทำงานอยู่กรุงเทพ ฉันเคยซื้อของกุ๊กกิ๊กที่จตุจักรไปตั้งโต๊ะขายของอยู่หน้ามอเชียงใหม่เย็นวันเสาร์ด้วยนะ (เชียงใหม่ จริงๆ ..ไม่ได้พิมพ์ผิด ^^).. เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก เขินนิดหน่อย .. แต่ทำให้รู้อะไรหลายๆ อย่าง.. ของที่เดาว่าน่าจะขายดี กลับขายไม่ดีอย่างที่คิด .. ของที่ไม่คิดว่าจะขายได้ เพราะว่าราคาแพง เลยซื้อไปน้อย ปรากฏว่าขายหมดก่อนใคร .. ไว้กลับเมืองไทย มีเวลาว่าง จะซื้อไปขายอีก .. สนุกดี กำไรเงินไม่ได้เลย .. แต่ได้กำไรชีวิตแทน



ตอนนี้อ่านเล่มนี้อยู่ล่ะ..อ่านไม่จบซะที เพราะช่วงนี้ทำงานวันละสิบกว่าชั่วโมง ..กลับมาอ่านได้สองหน้าก็หลับแล้ว ถ้วยในรูปข้างบนนี่ไม่ใช่น้ำซุปนะจ๊ะ ... เป็น Chocomocha ที่ร้านChoklad Shoppa ที่ Gamlastan ล่ะ ฉันชอบร้านนี้จัง ^^ .. เป็นร้าน chocolate ดั้งเดิมที่เปิดมานานตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 โน่นแหน่ะ .. ให้มาเป็นถ้วยแบบนี้เลย สะใจมาก ...

__________________________________________________





ฉันไม่ได้อ่านแต่หนังสือฆาตรกรรม หรือ นิตยสารวิทยาศาสตร์อย่างเดียวนะ .. หนังสือคุณผู้หญิงนี่ก็มีประโยชน์ในการเลือกซื้อของเหมือนกันล่ะ พวกเครื่องสำอางที่ซื้อมาลองๆ นี่ อ่านมาจากแม็กกาซีนคุณผู้หญิงพวกนี้แหละ .. ก็รู้ว่าเค้าโฆษณาขายของของเค้าละนะ .. แต่ว่าอย่างน้อยก็ได้รู้ว่ามีข้อดียังไง ประกอบไปด้วยสารอะไรบ้าง ราคาเท่าไหร่ .. เวลาไปเดินซื้อที่ห้างจะได้หยิบเลย.. ก็เขินน่ะ เวลาไปเดินๆ แล้วมีคุณพนักงานสาวสวยจะมาแนะนำแล้วเราก็จะอึ้งๆเขินๆ สู้อ่านในหนังสือ แล้วไปถึงหยิบปุ๊บจ่ายตังเลยดีกว่า แหะๆ

ปล2. ได้ inspiration ในการเขียนเรื่องนี้มาจากการเก็บของเตรียมแพ็กกล่องส่งกลับบ้าน .. แล้วนั่งนับหนังสือที่ตัวเองซื้อ ..ส่วนใหญ่จะไปซื้อหนังสือที่สนามบินเอาไว้อ่านบนเครื่องบินระหว่างเดินทาง .. นับๆ ดู มันเยอะจังเลยแฮะ ^^"

คำถามทิ้งท้าย : ให้ทายว่าหนังสือในรูปแรกเป็นรูปถ่ายมาจากหนังสืออะไรเอ่ย .. รางวัลเป็น Postcard สวยๆ จาก Venice (ที่กำลังจะไปอาทิตย์หน้า) ละกันนะจ๊ะ :)
Hint : ไว้มาบอกว่า hint ใน comment ดีกว่า .. ให้ลองตอบกันดูก่อน


________________________________________

เพลงประกอบ .. ชื่อเพลง: Little Blue / Singer : Beautiful South






Create Date : 07 กรกฎาคม 2548
Last Update : 7 กรกฎาคม 2548 6:28:22 น. 47 comments
Counter : 320 Pageviews.

 
เราเป็นคนไม่ค่อยติดหนังสือเท่าไหร่คะ แต่ก็อ่านได้เรื่อย ๆ

แต่คนขายหนังสือน่ารักดีนะ ขายถูกมาก ๆ แล้วจะเอากำไรที่ไหนละนั่น

อยากดื่ม ชอคโกมอคคา จัง ส่งมาให้ดื่มบ้างฉิ นะ นะ

จะไปตั้งแผงขายของเมื่อไหร่ อย่าลืมชวนด้วยนะ คิก ๆ ๆ


โดย: Angel Tanya วันที่: 7 กรกฎาคม 2548 เวลา:6:14:53 น.  

 
ไม่ทายนะครับ

แต่แวะมาเยี่ยมแวะมาอ่าน

สมัยนี้หนังสือแต่ละเล่มแพงจัง

แพงไม่ได้ตีค่าจากคุณค่าและเนื้อหาในหนังสือนะ

แต่แพงเพราะเศรษฐกิจ

ท่าทางคนจนจะหมดไปจากบ้านเราจริงๆ

ความที่อะไรต่อมิอะไรขึ้นราคากันใหญ่

รากหญ้าแต่ละชีวิตกว่าจะหยิบจะจับอะไรก็คิดแล้วคิดอีก

หนังสือเลยอาจเป็นทางเลือกสุดท้ายของหลายๆคน





อยากให้มีคนขายใจดีๆอย่างพี่คนนี้หลายๆคนจัง



โดย: คุณจะรู้ไหมครับ วันที่: 7 กรกฎาคม 2548 เวลา:6:19:32 น.  

 
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อ่านหนังสึอเท่าไหร่ จะหนักไปทางเล่นเกมส์ซะมาก ยังมีค้างที่่อ่านไม่จบกับที่เล็งไว้อีกหลายเล่ม ^^"


โดย: Pat IP: 210.4.139.129 วันที่: 7 กรกฎาคม 2548 เวลา:8:18:33 น.  

 
National Geographic ... ครับผม

(ทายมั่วไปงั้นแหละ ... แต่อยากจะคิดว่ามั่วแบบมีหลักการนะ)


โดย: ฝนริน IP: 203.151.159.253 วันที่: 7 กรกฎาคม 2548 เวลา:8:48:39 น.  

 
ตอนนี้กำลังหาเรื่องของ Chekhov ที่มีให้อ่านฟรีในเน็ตอยู่ สืบเนื่องจากดูดีวีดีที่สร้างมาจากบทละครของ Chekhov แล้วไม่อิ่ม เลยต้องมาหาหนังสืออ่านเสริมความเข้าใจ เผื่อจะบริโภคหนังเรื่องนี้ได้อิ่มหนำกว่าเดิม


โดย: rebel วันที่: 7 กรกฎาคม 2548 เวลา:9:04:38 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ไม่ขอทายนะคะ ยังไงก็ทายไม่ถูก
หนังสือกะตัวเองเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้เป็นเพื่อน
กันเท่าไหร่ ทำงานดึกทุกวัน
เปิดบล็อค อัพบล็อค แล้วก็ตาปิด ปิดตา
อยากมีเวลานั่งจิบชา อ่านหนังสือที่ชอบ
มั่งจังเลยเนอะ


โดย: journey (thai_friends ) วันที่: 7 กรกฎาคม 2548 เวลา:9:19:14 น.  

 
ชอบอ่านหนังสือเหมือนกันค่ะ ไม่ว่านิตยสารหรือว่านิยายทั่วไป อ่านได้หมดถึงได้พูดเสมอๆ ว่ามีหนังสือดีๆ ได้อ่านแต่ละวันไปก็ถือว่าดีที่สุดสำหรับตัวเองแล้ว อย่างน้อยแก้เหงาตัวเองแล้วก็ทำให้หายเครียดคิดถึงบ้านได้เหมือนกันค่ะ ยิ่งถ้ามีกาแฟดีๆ ข้างกายสักแก้วโห เหมือนโลกอยู่ในมือเราเลย


โดย: JewNid วันที่: 7 กรกฎาคม 2548 เวลา:10:41:09 น.  

 
แต่ก่อนชอบอ่านหนังสือเหมือนกันค่ะ แต่จะเป็นหนังสือเกี่ยวกับบ้านและตกแต่งมากกว่า หนังสือนิยาย แล้วหนังสือแปล ก็พออ่านบ้าง แต่เดี๋ยวนี้ เอาเวลามาเล่นอินเตอร์เน็ตซะเย้อ อิอิ


โดย: ตะกร้าหวายสีขาว วันที่: 7 กรกฎาคม 2548 เวลา:14:47:21 น.  

 
เดาว่าเป็น หนังสือ Travel ในรูปที่ 5 จากด้านบนครับ

ชอบอ่านหนังสือครับ แต่ตั้งแต่มี internet เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ก็อ่านหน้งสือน้อยลงไป เพราะในเน็ทก็มีอะไรให้อ่านเยอะเหลือเกิน (เช่น blog นี้เป็นต้น อิอิ)
ตอนนี้อ่าน Sony ที่เขียนโดย John Nathan อยู่
อ่านมานานแล้ว แต่ไม่จบซะที พี่แกใช้ศัพท์พิสดารมาก ต้องเปิดดิกแทบจะทุกหน้าเลย (หรืออาจเพราะผมไม่ชำนาญ เรื่องธุรกิจก็ไม่รู้)

ปล.0 ผมเคยฝากเวบ faylicityไปทางเพื่อน ได้เข้าไปดูหรือยังครับ ผมชอบมาก
ปล.1 fight บังคับ พิมพ์ผิดหรือเปล่าครับ


โดย: N J IP: 211.5.226.130 วันที่: 7 กรกฎาคม 2548 เวลา:17:36:00 น.  

 
เล่มสุดท้ายอ่านเหมือนแบมค่ะ

ช่วงนี้เปิดตำราอาหารบ่อยมากๆๆค่ะ

คิดถึงนะคะ


โดย: yadegari วันที่: 7 กรกฎาคม 2548 เวลา:17:58:53 น.  

 
ชอบอ่านหนังสือเหมือนกันค่ะ

แต่ช่วงนี้ไม่มีเวลาว่างเลยไม่ได้อ่าน

เหอะๆๆ ตอนสัปดาห์หนังสือ ไปหอบซื้อมา

ก็น่ะ เหลือประมาณ 3-4 เล่มที่ยังไม่ได้อ่าน

เข้ามาบล็อคนี้เลยคิดได้เลยอะ ต้องหาเวลาสักหน่อย



โดย: เขียวหวานจ้า วันที่: 7 กรกฎาคม 2548 เวลา:22:58:51 น.  

 
สวัสดีค่าคุณ chirala

แวะมาหาแล้วค่ะ หลังจากหายไปตะลุยการสอบพักใหญ่ .. แฮะๆ มาถึงเจอเรื่องหนังสือๆ เลยชักขยาด พอดีช่วงก่อนต้องอ่านหนังสือสอบมึนไปเลย แถมตอนนี้ก็ยังมีหนังสือสำหรับค้นคว้าอีกกองโต เฮ้ออ อยู่ในสภาวะจำยอมค่ะ แฮะๆ หนังสือเรียนทั้งนั้นเลย

คุณchirala ขยันจังเนอะ ทำงานหนัก ยังมีเวลาอ่านหนังสืออีก ท่าทางคงเป้นคนรักการอ่าน (ผิดกับลิ้นจี่ฯ^^") ..

ปล.1 แอบทายว่ามาจากหนังสือ Travel เปล่าค้า
ปล. 2 อยากไปอุดหนุนคุณพี่ขายหนังสือมั่งจัง ท่าทางจะใจดีนะคะ
ปล.3 เทคแคร์นะคะ คิดถึงค่า ได้รับอีเมล์แล้ว ขอบคุณนะคะ


โดย: * ลิ้ น จี่ ก ร ะ ป๋ อ ง * วันที่: 8 กรกฎาคม 2548 เวลา:4:26:13 น.  

 
อิอิ แอบมาดูคำตอบค่ะ :)
ลองตอบกันดูนะคะ ..คำถามไม่ยากหรอก.. ตอบกันได้เรื่อยๆค่ะ เดี๋ยวส่งโปสการ์ดไปให้ทุกคน(ที่ตอบถูก) เลย..

"No question is so difficult to answer as that to which the answer is obvious."

~ George Bernard Shaw - Irish literary Critic, Playwright and Essayist. 1925 Nobel Prize for Literature, 1856-1950)


โดย: chirala (chirala ) วันที่: 8 กรกฎาคม 2548 เวลา:4:45:41 น.  

 
สวัสดีครับ ขอแอ๊ดเฟรนนะครับ

เรียก me2you ก็ได้ครับ
ปิงปองแฟนเป็นชื่อบล็อก
ฝากแฟนคุณ chirala ติชมด้วยนะครับ

ปกติเล่นแถวบ้านครับ
หัวหมากไกลไป
แต่ก็มีคนชอบชวนไปเล่น


โดย: me2you วันที่: 8 กรกฎาคม 2548 เวลา:5:52:29 น.  

 
หวาดดีค๊า
ขอบคุณที่แวะไปทักทายกันนะค๊า


โดย: น.ส.มารร้าย วันที่: 8 กรกฎาคม 2548 เวลา:7:43:39 น.  

 
หลับฝันดีนะคะ


ไม่รู้ว่าจะทายว่าหนังสืออะไร ^^




...


โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) วันที่: 8 กรกฎาคม 2548 เวลา:8:14:47 น.  

 
ชอบสะสมหนังสือที่สุด (ไม่ใช่ชอบอ่าน) จะเอามานั่งดูเวลาที่อยากพักผ่อนจริงๆ รู้สึกอบอุ่นดี ที่มีกองหนังสืออยู่ในบ้าน
เราอ่านกันคนละแนวนะคะ


โดย: ป้ามด วันที่: 8 กรกฎาคม 2548 เวลา:8:24:40 น.  

 
มาตอบคำถามตามคำใบ้
Sunday Times Travel


โดย: rebel วันที่: 8 กรกฎาคม 2548 เวลา:10:03:02 น.  

 
สงสัยงานยุ่งไม่จริง เห็นแวะเวียนเกือบทุกบ้านเลยนา

ตอนนี้เฮียเพิ่งอ่าน DaVinci Code จบ มันส์มาก วางไม่ลง ตอนแรกไม่เคยคิดจะอ่าน เพราะเป็นพวกแอนตี้สังคม ใครดัง ข้าไม่สน หนังดังข้าไม่ดู หนังสือเด่น ข้าไม่อ่าน จะเป็นประเภทนั้น

แต่ยอมรับ Dan Brown เขียนดีมาก แม้จะอืดๆ ตอนแรกๆ แต่หลังๆกระหน่ำซะ ไม่ให้เราหลับนอน ขืนตาอ่านตลอด

ตอนนี้อ่าน Tuscany For Beginners เฮียอ่านแต่หนังสือแนว Travel Essay ว่ะ

ฟังเล่าถึงพี่คนขายหนังสือแล้ว รู้สึกดีมากๆเลย ชอบ อยากเจอ ส่วนตัวเองอยากเปิดร้านหนังสือท่องเที่ยว


โดย: ตี่ (tobetwo99 ) วันที่: 8 กรกฎาคม 2548 เวลา:10:36:03 น.  

 
ชอบไปจมอยู่ร้านหนังสือเหมือนกันค่ะ แต่ตั้งแต่มาอยู่ญี่ปุ่นแล้ว เวลาเดินร้านหนังสือได้แต่ดูรูปค่ะ อ่านไม่ออก แหะๆ แต่ร้านหนังสือที่ญี่ปุ่นมีหนังสืออ่านเล่นเยอะมากๆๆ เห็นแล้วก็ต้องถอนหายใจ เฮ้อ อยากอ่านออก ได้แต่อ่านหนังสือเด็กๆ ค่ะ แหะๆ


โดย: Hachimitsu วันที่: 8 กรกฎาคม 2548 เวลา:11:06:14 น.  

 
โห เป็นคนอ่านหนังสือเยอะจริงๆนะคะ
แต่ขอไม่ทายแล้วกัน เพราะไม่รู้จริงๆ


โดย: mungkood วันที่: 8 กรกฎาคม 2548 เวลา:16:56:15 น.  

 
ทายไม่ถูกค่ะ แหะๆ

ฮิตอ่านหนังสือเป็นพักๆ ช่วงไหนอ่าน ก็อ่านจนตาแฉะ ช่วงไหนไม่ ก็ไม่จริงๆ
ตอนอ่านไม่เจาะจงรูปแบบ ตลกเบาสมองก็อ่านได้ ฆาตกรรมโหดก็อ่านดี ^^

ตอนนี้รออ่านHarry Potter เล่ม 6 อยู่ แต่กลัวว่าจะไม่สนุกเหมือนที่เจอมาในเล่ม 5


โดย: viee วันที่: 8 กรกฎาคม 2548 เวลา:17:03:03 น.  

 
ชอบอ่านหนังสือครับ แต่ไม่ค่อยชอบเดินร้านหนังสือเท่าไรเลย คนเยอะมากมาย ถ้าไม่มีหนังสือเยอะจริงประมาณว่าขอหอบเที่ยวเดียวนอนอ่านไป 3 เดือน ก็ไม่ค่อยอยากไปครับ

ปกติใช้วิธีสั่งซื้อทางเน็ต ฝากเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศซื้อ (อย่าให้รู้นะว่าจะกลับมาไทย) หรือไม่ก็จดรายการแล้วส่งให้พนักงานที่ร้านหนังสือเดินหยิบมาให้เลยครับ

แต่ไม่เคยอ่านนิตยสารผู้หญิงนะ


โดย: ศล IP: 203.159.36.10 วันที่: 8 กรกฎาคม 2548 เวลา:17:03:38 น.  

 
อ่านหนังสือเก่งจังเลยค่ะ ^^
อยากมีเวลาได้อ่านหนังสือนอกตำราเรียนบ้างจัง
แต่เรียนหนักมั่กๆเลย .. ก็อดไปตามระเบียบ ^^"

ขอบคุณที่แวะมาอวยพรวันเกิดให้นุ่นนะคะ
ก็ขอให้มีความสุขมากๆ เช่นกันค่ะ


โดย: ปอยนุ่น (poynune ) วันที่: 8 กรกฎาคม 2548 เวลา:18:15:15 น.  

 
ทายหนังสือไม่ถูก เพราะไม่ค่อยได้อ่านครับ ไว้รอเฉลยดีกว่า
ตอนนี้อ่าน Tuesdays with Morrie ยังไม่จบเลยครับ
ต้องทยอยอ่านที่จะสอบปลายเดือนก่อน เยอะมากๆ
ชอบกลอนใน profile
ขอ add ไว้ด้วยเลยนะครับ


โดย: Mint@da{-"-} วันที่: 8 กรกฎาคม 2548 เวลา:18:23:59 น.  

 
..

รูปประกอบสวยมากๆ -- แผงหนังสือก็น่าไป คนขายเจ๋งจริงๆ

..


โดย: POGGHI วันที่: 8 กรกฎาคม 2548 เวลา:18:59:46 น.  

 
เอ้า อุตส่าห์ ไปเคาะประตูบ้านให้มาตอบ ก็มาตอบซะหน่อย แต่ขอบอกว่าจนปัญญา ไหนน้องมันบอกว่าง่าย??

แต่เห็นครั้งแรก คิดถึง The Talentd Mr. Ripley ที่ทำเป็นหนังน่ะ มี แมท เดม่อน กับ จู้ด ลอว์ เพราะพูดถึงความตายในเวนิส แต่มาคิดอีกทีมันไม่ตายในเวนิสนี่หว่า

เลยนึกถึงเวนิสวานิช หนังสือนอกเวลาที่เคยอ่านตอนสมัยมัธยม อู้ย นานจนจำเรื่องไม่ได้เลย ใครนึกได้ช่วยบอกที

เอ้า ฟันธงตอบว่า เอามันทื่อๆ ชื่อหนังสือมันคงชื่อเดียวกันมั้งกับไอ้ที่น้องมันเขียนตัวเบ้งๆ ในรูปน่ะ ก็ไหนบอกว่าง่ายนัก ง่ายหนา

ไฟนอลอานเซอร์ ขอตอบว่า Death in Venice คือชื่อหนังสือในรูปข้างบนคร้าบ

ป.ล. ไปเที่ยวเวนิสให้สนุกเน้อ อย่าหลงคารมไอ้หนุ่มอิตาเลี่ยนล่ะ เพราะมันหล่อจนเลี่ยนไปหมดเลย แม้แต่คนกวาดถนน มันยังหล่อเลย ไปดูเด่ะ

ระวังกระเป๋งกระเป๋าดีๆด้วยนะ ยิปซีมันเยอะ รวมทั้งไอ้พวกมาเฟีย ในโรงงานเป่าแก้ว Murano ด้วย บางทีมันชอบมัดมือชกให้ซื้อของของมัน


โดย: ตี่ IP: 69.86.171.77 วันที่: 8 กรกฎาคม 2548 เวลา:20:19:49 น.  

 
ตอบไม่ได้ แต่อยากได้โปสการ์ด..


..

ปิงปองชอบอ่านพลนิกรกิมหงวน เป็นคนอ่านหนังสือน้อย ถึงน้อยมาก
วันๆวนเวียนอยู่แต่ความคิดของตัวเอง เหอๆๆ


เวลาอยากข้ามไปอีกโลกนึงเมื่อไหร่ ก็จะหยิบหนังสือมาอ่าน



โดย: ปิงปอง IP: 58.8.141.105 วันที่: 8 กรกฎาคม 2548 เวลา:23:10:22 น.  

 
ช่วงนี้ตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือสอบเอา certified แต่ก็ยังบังคับตัวเองให้เต็มที่ไม่ได้ซักที เลยได้แต่อ่านแล้วก็วาง...หุหุ..

หวัดดีค่ะ..แวะมาทักทาย และขอบคุณที่แวะไปทักทาย ไปกินข้าวปุ้นกัน(ในฝัน)...อิอิ


โดย: JC2002 วันที่: 9 กรกฎาคม 2548 เวลา:1:05:53 น.  

 
แวะมาหา คิดถึงๆๆค๊า เพลงเพราะจังเลยค่ะ


โดย: yadegari วันที่: 9 กรกฎาคม 2548 เวลา:2:23:38 น.  

 
มาอีกรอบจ้ะ ตั้งแต่เริ่มใส่แว่นตายาว เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วทำให้พี่ขี้เกียจอ่านหนังสือเลยค่ะ อิอิ


โดย: พี่เจี้ยวค่ะ (sutida_jeaw ) วันที่: 9 กรกฎาคม 2548 เวลา:5:06:58 น.  

 
ไม่ทายน่าจะดีกว่ามั้งครับ

เพราะว่า ถ้าคิดไม่ผิด มันจะเป็นหนังสือเล่มแรกๆของ คนที่เขียนเรื่อง magic moutain คือ Thomas Mann เป็นหนังสือที่มีชื่อเรื่องว่า

"Death in Venice"

-------------------------------------
ชอบอ่านหนังสือเหมือนกันเลย

ตอนนี้พอดี ผมลอง port สายงาน ออกมาทางด้าน marketing และบริหารอยู่ ช่วงนี้เลยมีหนังสือทางด้านพวกนี้อยู่ในครอบครองเยอะ

ถ้าใครว่างก็ลองอ่านเรื่อง zero space ดูนะครับ มุมมองเชิงบริหารน่าสนใจดี

============

ขอบคุณที่ไปเมนต์มานะครับ
ขออนุญาติแอดเลยนะครัย


โดย: vir' the pongster (vir' ) วันที่: 9 กรกฎาคม 2548 เวลา:5:59:44 น.  

 
ตอนนี้กะลังติดเล่มนี้อ่านเป็นรอบที่สามแล้ว แบบว่าอ่านแล้วอ่านอีกก็มีความสุข
The devil wears prada
ในชื่อไทยนางมารสวมปราด้า

reader digestก็ชอบอ่านนิ ได้ความรู้มากๆเลยเนอะ
ว่าแต่คนขายหนังสือคนนั้นช่างมีความสุขกับชีวิตได้ดีเหลือเกิน
เห็นด้วยว่างานอดิเรกทำให้มีความสุขนะ

ลป.1.สมัยก่อนฉันก็ชอบขายของ เคยขายบาร์บีคิวอยู่ที่สวนจตุจักรด้วยแร่ะ คนทำคือคนใกล้ตัวนั่นเอง แบบว่าตอนนั้นเตาปิ้งอย่างใหญ่ยักษ์เลยอ่ะ อีกหลายอย่างที่เคยขายนะ เงินน่ะเป็นแค่ส่วนนึงแต่ความสนุกกะประสบการณ์อ่ะได้เจออะไรแปลกๆดีนิ....

ลป2. นึกไม่ออกว่าจะเป็นหนังสืออะไรอ่ะ
เอาnationnal geographic แร่ะกันอ่ะจ้ะ


โดย: prncess วันที่: 9 กรกฎาคม 2548 เวลา:8:11:04 น.  

 
เพลงเพราะมากๆครับ

มารายงานตัวก่อนครับ พอดีคอมเพิ่งหายป่วย เลยหายไปนานครับ เดี๋ยวจะกลับมาอ่านอีกรอบนะครับ


โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 9 กรกฎาคม 2548 เวลา:17:24:18 น.  

 
สมัยเด็ก ๆ ก็ฝันอยากมีร้านเช่าหนังสือ แล้วนั่งเฝ้าอ่านทั้งวัน ใครมาเช่าก็คุยกะเขา ถึงตอนนี้ก็ยังอยากทำอยู่ครับ


โดย: ultraman seven วันที่: 9 กรกฎาคม 2548 เวลา:22:26:52 น.  

 
ช่วงนี้ไม่ค่อยมีหนังสือที่ผมอยากอ่านเท่าไหร่ เลยอ่านแต่การ์ตูน กับตำราอาหารไมโครเวฟ..


โดย: KMS&หมาป่าสำราญ วันที่: 10 กรกฎาคม 2548 เวลา:0:19:00 น.  

 
The sunday times Travel ค่ะ

แต่มาตอบช้าไป สงสัยจะอด T^T


โดย: cocoa butter IP: 63.202.181.71 วันที่: 10 กรกฎาคม 2548 เวลา:2:55:24 น.  

 
^
^
ยังไม่สายไปค่ะ;) เข้ามาตอบได้เรื่อย เดี๋ยวมาเฉลยอาทิตย์หน้าค่ะ (ดีใจจัง มีคนมาตอบเยอะเลย ...)

Hint 2

'Believe none of what you hear and half of what you see.'

~ Benjamin Franklin (American Statesman, Scientist, Philosopher, Printer, Writer and Inventor. 1706-1790)


โดย: chirala วันที่: 10 กรกฎาคม 2548 เวลา:6:18:26 น.  

 
หวัดดีครับพี่ chirala

ขอตอบว่า the sunday time travel ครับ

ผมรักหนังสือเป็นชีวิตจิตใจเลยครับ เวลาให้ของขวัญใครก็มักจะเป็นหนังสือ ถ้าใครรู้จักผมก็จะรู้ดีว่าของขวัญที่ถูกใจผมมากที่สุดก็คือหนังสือนี่แหละ

หนังสือเป็นเพื่อนที่คบได้อย่างสนิทใจที่สุด

ตอนนี้กำลังอ่านหนังสือค้างอยู่ 3 เล่ม
เล่มแรกเป็นรวมเรื่องสั้นแปลอ่านเอามันส์ "อยากให้ใครสักคนรอฉันอยู่ที่ไหนสักแห่ง" ใกล้จบแล้ว

เล่มที่สองอย่างกับนั่งรถไฟเหาะเลย ชื่อ "มาริสาราตรี" ของสมเถาว์ สุจริตกุล

เล่มสุดท้ายเพื่อนที่ทำงานให้เป็นของขวัญ the big read; book of books ตื่นตาตื่นใจที่สุด

อีเมลผม iba5000 ณ hotmail ครับ


โดย: ลุย (flyasyou'refree ) วันที่: 10 กรกฎาคม 2548 เวลา:18:30:54 น.  

 
ตอบไม่ถูกอะค่ะ

ตอนนี้ติดแมกกาซีน eve ค่ะ เพราะชอบของที่เค้าแถม


โดย: pennyworth วันที่: 11 กรกฎาคม 2548 เวลา:0:52:57 น.  

 
อ่าน "Angel is stay here"

เป็นหนังสือที่ชอบมากๆ
เกี่ยวกับการให้กำลังใจ
กับความหวังที่เราควรมีอย่างไม่สิ้นสุด

ปล.ชอบอ่านหนังสือมากๆๆ..
แต่ตอนนี้พยายามจะอ่านหนังสือในภาษาอื่นๆให้ได้มากขึ้น ><; หนังสือดีๆ บางเล่มอยากอ่านมากเลย แต่แปลไม่ออก T-T


โดย: P a s t e l T o n e วันที่: 11 กรกฎาคม 2548 เวลา:20:06:42 น.  

 
อ๊ะ สงสัย..คนขายหนังสือแถวอ๊อฟฟิศเก่าตัวเอง จะเป็นคนเดียวกะคนขายหนังสือหน้าแบ๊งค์ฉานนะเนี่ย อืมมม น่าสงสัย..


ว๊า..แต่ตอนนี้ฉันออกไปอยู่ไซ้บ้านนอกซะละ ไว้เข้าเมืองเมื่อไหร่ จาแวะไปถามเค้าให้นา

กลับมาเมืองไทย อย่าลืมหาเวลาว่างมาเจ๊อะเพื่อนๆบ้างนา ก่อนที่จาหอบของไปอินตะระเดียอีกอ่ะ คิดถึงๆๆๆ



โดย: wphraman IP: 61.90.87.159 วันที่: 11 กรกฎาคม 2548 เวลา:22:58:05 น.  

 
ช่วงนี้ไม่ติดหนังสือเล่มไหนเป็นพิเศษแฮะ
ปกติก็อ่านได้เรื่อยๆ นานๆ ติดที

ทายว่าอะไรดีนะ เอาเป็น "THE SUNDAY TIME travel " ละกัน
ไม่ได้ลอกใครนะคะ แค่เข้ามาช้ากว่าคนอื่น เหอๆ ^^"


โดย: พี่ป๊อป* (Nessa ) วันที่: 12 กรกฎาคม 2548 เวลา:18:12:35 น.  

 

"คนกินอะไร ร่างกายก็เป็นอย่างที่กิน

คนอ่านอะไร สมองก็ฉลาดอย่างที่อ่าน

คนออกกำลังกายอะไร ความแข็งแรงก็มีอย่างที่ออกกำลังกาย"

ผมอ่านไม่มากเท่าไหร่ อ่านแบบจับจด ไม่ฝักไฝ่แนวใด (คล้ายๆกับการเข้าPantip ผมเข้าได้ทุกชมรม) อ่านกว้าง อ่านดะ ซองและถุง ผมกะยังอ่าน

ผมว่า ที่สำคัญ ก็คือ อ่านแล้ว นำมาย่อยเป็นประโยชน์ ได้หรือป่าว อ่ะ

ตอนนี้ผมยังทำได้น้อย พยายามฝึกฝนอยู่คับ คุณchirala

อ้อ ผมอ่าน "สวนดอกไม้กับชีวิต" ของ ขวัญ เพียงฤทัย อยู่ตอนนี้คับ


โดย: yyswim วันที่: 12 กรกฎาคม 2548 เวลา:23:48:20 น.  

 
ชอบบล็อกนี้จังค่ะ..

หนังสือน่าอ่านจัง...




โดย: ngomngay(ลืมล็อกอิน) (ngomngay ) วันที่: 13 กรกฎาคม 2548 เวลา:10:35:24 น.  

 
เข้ามานั่งฟังเพลง..



รู้สึกสบายจัง


โดย: ปิงปองงง วันที่: 13 กรกฎาคม 2548 เวลา:22:31:21 น.  

 
>You can like the life you're living ,You can live the life you like!

ขอทั้งสองอย่างได้ไหมครับ แบบว่าโลภ Lol..

รู้สึกทึ่งกะคนขายหนังสือคนนั้นดีครับ ถ้ามีร้านแบบนี้เยอะๆก็ดีสิ....

ตอนนี้ไม่ได้อ่านหนังสือเลยครับ เอาเวลาไปเขียนไดหมด แหะๆ

ขอตอบว่า National Geographic ที่มีแมงมุมนั่นล่ะครับ เพราะว่าผมก็อ่านเล่นนั้นตอนขึ้นเครื่องเหมือนกัน อิอิอิอิ

ถ้าจำไม่ผิด หนังสือในรูปแรกนั้นเป็นบัญชีสังหารของนักฆ่าสมัยโบราณที่ใช้พวกยาพิษ จะลงรายรับรายจ่ายชื่อเหยื่อ วิธีทีใช้

*นั่งรอ postcard lol


โดย: Mr. Rabbit IP: 128.9.216.207 วันที่: 14 กรกฎาคม 2548 เวลา:5:05:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

chirala
Location :
London United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




"Life is a journey, enjoy the ride !"

Life is but a stopping place,
A pause in what`s to be,
A resting place along the road,
to sweet eternity.
We all have different journeys,
Different paths along the way,
We all were meant to learn some things,
but never meant to stay...






Widget_logo



Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2548
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
7 กรกฏาคม 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add chirala's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.