เจกเบ่ง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




+สวยใส ไร้สติ+
Group Blog
 
 
มีนาคม 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
13 มีนาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เจกเบ่ง's blog to your web]
Links
 

 
ทัวร์ตะเข็บ

เปิด Blog พร้อมกับเปิดตัวทริปแรกของปี 2550 – เอ่ๆๆๆ...
ไม่ใช่ซิ คาบเกี่ยวอยู่ระหว่างปี 2549 – 2550 ต่างหาก!!!
ก็นี่เลย ทัวร์ตะเข็บ ต้องบอกว่าทัวร์ตะเข็บ เพราะลัดเลาะเที่ยวกันตาม จังหวัดที่เป็นตะเข็บชายแดนทั้งนั้น
หรือ จะใช้ชื่อว่า ปลาร้าทัวร์ ก็ว่าได้ ทริปนี้จะพาไปเที่ยวแถบภาคอิสานล้วน ๆ


วันที่ 29/12/2549 เริ่มต้นออกเดินทางจาก กรุงเทพฯ เวลา 22.00 น. ออกเดินทางดึก ๆ กะว่าจะหนีรถติดซะหน่อย
เพราะวันนี้เป็นวันที่พี่น้องหมู่เฮา ทยอยออกเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนากัน
น้องแจ๊ส พาหนะที่ใช้ในการพาเราทั้งสี่คน (เรากะอีตาสามี, พี่สาวกะพี่เขย)
ถูกควบคุมความเร็ว ไม่เกิน 40 กม./ชั่วโมง สลับกับการหยุดนิ่ง
พระเจ้าช่วย รถติดมากกกกกกถึงมากกกกกกกที่สุดดดดดดด!!!


ส่วนเราก้อตามเคย หลับ ๆ ตื่น ๆ อิอิ...ก็เราไม่ใช่พลขับนี่หน่า
นอนไปนานมาก ตื่นมาอีกทีเพิ่งถึงลำตะคลอง
เหลือบตาดูนาฬิกา
โอ้ๆๆๆ ตีห้า นี่ 7 ชั่วโมงผ่านมาเพิ่งถึงลำตะคลอง
น้องแจ๊ส น่าสงสาร เป็นที่สู๊ด...ถูกจำกัดความเร็วมาตั้ง 7 ชม. แล้วเนี่ย!!!
น้องแจ๊ส เลยไม่ได้โชว์พลังความเร็วเลยเนี่ย
ถึงตอนนี้อีตาสามี เริ่มออกอาการเหนื่อย ง่วง เพลีย เป็นอย่างมาก
เลยต้องเปลี่ยนให้พี่เขย เป็นพลขับแทน


ณ. ตอนนี้ แผนการทุกอย่างต้องเปลี่ยนหมด
เพราะเวลากับสถานที่ที่คิดว่าจะไปถึงตามเวลานั้น รวนเรไปหมดแล้ว
เลยตัดสินใจว่าจะกินข้าวที่บ้าน ป้าสามี ที่ขอนแก่น กันก่อน
แล้วค่อยวางแผนกันอีกทีว่าจะไปไหนทำอะไรกันมั่ง
เมื่อคิดได้ดังนั้น ก้อพุ่งตรงไปบ้านป้าทันที


วันที่ 30/12/2549ถึงแล้วเย้ๆๆๆ ถึงบ้านป้า จ. ขอนแก่น เวลาประมาณ 10.00 น.
มาถึงก้อไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลงอะไรเลย ข้าวปลาอาหารจัดมาให้พร้อม
เริ่มกิน กิน กิน และก้อกินกันเลย (มื้อนี้เลยฟรีไปอีก 1 มื้อ...อิอิ)
พักผ่อนคุยเล่นอีกสักพักหย่อมๆ เวลาประมาณ 11.30 น. ทัวร์ตะเข็บก็เริ่มโปรแกรมทันที



ที่แรก มาดูพระพุทธรูปสูงที่สุดในประเทศไทย จ. ร้อยเอ็ด ชื่อวัดรัตนมงคลมหามุณี เข้าไปในโบสถ์ไหว้พระทำบุญกันสักนิด เป็นวัดที่มีอะไรใหญ่ ๆ เยอะที่เดียว อย่างฆ้อง เนี่ยก้อใหญ่จริ๊งจริ๋ง....งงง

ที่ที่สอง ยังอยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด วัดมหาเจดีย์ชัยมงคล สวยงาม อลังการ วิจิตรตระการดาวล้านดวงมาก ๆ
มีบันได้วน สูงมาก ๆ ต้องเดิน เดิน เดิน และก็เดินไปยอดสูงสุด เพื่อขึ้นไปนมัสการพระธาตุ
แล้วบริเวณด้านนอกก้อจะเป็นจุดชมวิวจากมุมสูงได้ดีทีเดียว
เดินดูกันซะนานเชียวเพราะวัดใหญ่มาก ๆ แต่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ
นี่! ก้อปาเข้าไป ห้าโมง แล้ว ต้องรีบไปผาเทิบ จ.มุกดาหาร เพื่อไปกางเต็นท์ ตามโปรแกรมที่วางไว้แล้วซินะ
ที่นี้แหล่ะน้องแจ๊ส ได้แสดงสักกะภาพเต็มที่แล้ว อีตาสามีเหยียบซะ น้องแจ๊สแกว่งเชียว
เพราะไม่อยากไปถึงผาเทิบค่ำนัก เด๋วจะลำบาก



18.30 น. ถึง ผาเทิบ จ.มุกดาหาร ค่ำจนได้...
พอมืดแล้วมองทางอะไรไม่ค่อยถนัดแล้ว มองหาป้ายเข้าผาเทิบไม่เจอ
โชคดีจริง ๆ ไปเจอด่านตรวจแอลกอฮอล์ เลยถามไถ่ทาง
ระหว่างทางเข้าไปผาเทิบ เนี่ยก้อน่ากลัว มืดมากและก็ไม่รู้ทางกันสักคน
และแล้วก้อไปถึงผาเทิบจนได้ เจ้าหน้าที่กลับบ้านหมดแล้ว เลยไม่ต้องเสียค่าเข้าอทุยาน
(อิอิ...มื้อนี้ค่าที่พักฟรีอีกแล้วครับท่าน!!!)
มาถึงก้อจัดแจงกางเต็นท์นอนกันก่อนอันดับแรก กว่าจะหาที่ได้ลงตัวก้อย้ายไปมาอยู่สองสามที่
สรุปสุดท้ายก้อกางมันข้างหน้าน้องแจ๊สนั่นแหล่ะ นอนใกล้ ๆ น้องแจ๊สอุ่นใจดีด้วย
กินข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ผลไม้ และขนม ที่แวะซื้อเตรียมมาระหว่างทางมาผาเทิบ
อิ่มอร่อยกันแลวก้อคุยเล่นสักพัก ก้อเข้านอน
โปรแกรมพรุ่งนี้ยังอีกยาว...ต้องรีบนอนพักผ่อนเอาแรงกันเร็วซะหน่อย!!!



ต้องบอกเลยว่าจุดกางเต็นท์ที่นี่ดีมาก สะดวกสบาย ปลอดภัย ไร้กังวล
ห้องน้ำสะอาด น้ำมีให้ใช้มากมาย ไปแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน ประทับใจผาเทิบเป็นที่สู๊ดดด..
ถ้ามีโอกาส ต้องแวะไปซ้ำรอยเดิมที่นี่แน่นอน!!!

วันที่ 31/12/2549 ตื่นนอนกันแต่เช้า ล้างหน้า แปรงฟัน กินอาหารง่าย ๆ ที่เตรียมไป
ก้อไม่มีอะไรมากมายเหมือนเคย... มาม่า-โจ๊ก (งานนี้ลงทุนซื้อเตาแก๊สกระป๋องไป เลยนะเนี่ย!!!)
อิ่มหน่ำสำราญกันแล้ว ก้อเริ่มสำรวจพื้นที่บนผาเทิบกันทันที
ซึ่งเป็น 1 ใน Unseen In Thailand เชียวนะเนี่ย!!!
ไปทุกที่ทุกจุดใช้เวลาเดินเกือบ 3 ชม.
ปกติทั่ว ๆ ไปเค้าจะเดินไปถึงแค่องค์พระเท่านั้นแหล่ะ
แต่พวกเรามันคนพันอึด ไหน ๆ ก้อมาแล้ว ต้องเก็บให้หมด ฮ่าๆๆๆ
ระหว่างเดินเนี่ย ไม่มีใครเดินนำหน้าหรือตามหลังมาเลยสักคน ดูเหงา ๆ พิกล
แต่ใจสู้ซะอย่าง ไม่มีกลัวอะไรอยู่แล้ว กว่าจะสำรวจทั่ว หิวโซ เลยคร่า....
มื้อกลางวันนี้ เลยฝากท้องไว้กับร้านอาหารบนผาเทิบ อิ่มอร่อยกันทั้งสี่คน
มื้อนี้หมดเงินไป ร้อยก่า ๆ

หลังจากอาบน้ำ อาบท่า กันเรียบร้อยทั้งสี่คนแล้ว
12.00 น. ออกจากผาเทิบ มาแวะตลาดอินโดจีน
ร้อนมาก ๆๆๆๆ ของขายเยอะแต่ไม่รู้จะซื้ออะไรดี
เหมือนเคย...ได้แต่ของกิน เตรียมไว้เป็นเสบียงยังที่พักต่อไป
ก่อนลาจาก มุกดาหาร ไม่ลืมที่จะแวะชมวิว บนหอแก้วมุกดาหาร
ค่าขึ้นลิฟต์คนละ 20 บาท เห็นวิวทั้งแม่น้ำโขง, สนามบินลาว และที่สำคัญเห็นสะพานมิตรภาพไทยลาว 2 ด้วย!!!




15.00 น. ออกเดินทางจากหอแก้วมุกดาหาร มุ่งไปที่ ผาแต้ม จ. อุบล
อีตาสามีต้องทำเวลา เพราะกลัวจะมืด เหยียบน้องแจ๊สซะ... น่ากลัวเชียว!!!
แต่แล้วก้อไปถึงผาแต้ม ค่ำอีกแล้ว ไม่ลืมแวะซื้อเสบียงก่อนขึ้นผาแต้ม
อ่อๆๆๆ...ก่อนขึ้นผาแต้มแวะน้ำตกอีกสองที่ แต่เสียดายไม่ได้แวะน้ำตกลงรู
เพราะเวลามันไม่ทันจริง ๆ (เพิ่งจะรู้เนี่ยแหล่ะ ว่าที่เที่ยวแถบภาคอิสาน มันไกลกันจริง ๆ)
สรุปคือถึงผาแต้ม 18.30 น. คนเยอะมาก ๆ ทีเดียว แต่...
ก้อต้องพยายามหาที่กางเต็นท์ให้ได้ และแล้วก้อมีที่ว่างสำหรับ “เรา”
กินข้าว กินปลา ที่ซื้อเตรียมไป แล้วก้อเข้านอนเร็ว อีกแล้วคร่า...
เพราะพรุ่งนี้ “เรา” จะตื่นมาต้อนรับพระอาทิตย์ขึ้น ในปี 2550 เป็นที่แรกของประเทศ
อันนี้...แอบภูมิใจเล็ก ๆ ว่าจะได้เห็นพระอาทิตย์ก่อนใครในสยาม – อิอิ!!!



อ่อ...ลืมบอกไป ว่าต้องกางเต็นท์ ยังบริเวณที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้กาง ซึ่งห่างจากผาแต้มประมาณ 1 กม.

วันที่ 01/01/2550 ตีห้า ตื่นมาล้างหน้าแปรงฟัน เก็บเต็นท์
มุ่งไปที่ผาแต้มทันที ต้องรีบไปจองที่ดูพระอาทิตย์ เพราะคนต้องเยอะมาก ๆ แน่ ๆ
ไปถึงยังมืดอยู่เลย... แอบกลัวเล็ก ๆ ว่าจะเดินตกหน้าผา(แต้ม)
แต่...
พอไปถึง แหม๋!!!... คนเพียบเลย ก้อไปจับจองที่ดูกันก่อนเลย
มีช่อง 5 ไปจับภาพบรรยากาศฝูงชนที่มาดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วย
อิอิ...แอบหวังเล็ก ๆ ว่า “ฉ๋านจะได้ออกทีวี” ฮ่าๆๆๆ
และแล้วก็เห็นแสงรำไรของพระอาทิตย์ แต่กว่าจะเห็นพระอาทิตย์เต็ม ๆ
ก็สว่างแล้ว เพราะมีภูเขา(จำชื่อไม่ได้แห๊ะ) ของฝั่งลาว บังอยู่พอดี แต่ก้อประทับใจมาก ๆ
เหมือนกัน!!!


และแล้วก้อเริ่มสำรวจพื้นที่ของผาแต้มกันเลย
ที่ผาแต้มถือเป็น 1 ใน Unseen In Thailand เหมือนกัน
เพราะมีภาพวาดบนหน้าผาหิน ที่มีอายุเป็นร้อย ๆ ปี
เดินสำรวจได้แค่สองจุด จริง ๆ แล้วมีถึง สี่จุด ด้วยกัน
แต่...
ตัดสินใจกันว่าต้องรีบเดินทางไปบุรีรัมย์ต่อ เพื่อไปหาที่นอนที่ เขาพนมรุ้ง กัน
เด๋วจะไปถึงเขาพนมรุ้งค่ำเกินไป เพราะตั้งใจว่าจะข้ามไปฝั่งลาวที่ “ช่องเม็ก” อีกด้วย


9.30 น. ออกจากผาแต้ม แวะที่โขงเจียมดูแม่น้ำสองสี
แต่ไม่เห็นเป็นแม่น้ำสองสีหรอกนะ...เพราะต้องเหมาเรือออกไปดูกลางแม่น้ำ
ถึงจะเห็นแม่น้ำสองสี บรรยากาศเย็นสดชื่น ลมพัดเย็นสบายตลอดเลย!!!
ดูวิวทิวทัศน์ ถ่ายภาพสักพักก้อออกเดินทางต่อ
ถึงช่องเม็ก 10.00 น. ทำเอกสารข้ามไปฝั่งลาว
โอ้ๆๆๆ...เจออากาศร้อนมาก ๆ อีกแล้ว
ข้ามไปฝั่งลาวไม่ประทับใจเอาซะเลย!!! เพราะว่าของที่ขาย และสถานที่นั้น ค่อนข้างสกปรก
สรุปคือไม่ได้ซื้ออะไรเลย ของกินก้อไม่ได้ซื้อ – ต้องบอกเลยว่า ไม่กล้าซื้อกินจริง ๆ
ออกจากช่องเม็ก 13.00 น. ยิงยาวไปเขาพระวิหารทันที



ตั้งใจว่าจะข้ามไปฝั่งเขมรที่เขาพระวิหาร แต่....
ไปถึง 16.30 น. มีเวลาเหลือเพื่อชมเขาพระวิหารแค่ 30 นาทีก้อจะปิดแล้ว
เลยตัดสินใจไม่เข้าไป เพราะมองจากทางขึ้นเขาพระวิหารแล้ว
ไม่น่าขึ้นอย่างยิ่ง ไม่มีการบำรุงรักษาเลย และค่อนข้างสกปรก
ซึ่งถ้าจะเข้าไปชมเขาพระวิหารต้องเสียค่าเข้าชมคนละ 50บาท
งานนี้เขมรเลยไม่ได้กินเงินฉ๊านง่าย ๆ ....หร๊อกย่ะ!!!



ตกลงคือได้สำรวจผามออีแดง ซึ่งอยู่ทางฝั่งไทย – ผานี้พระราชินี ทรงเสด็จมาเยี่ยมชมทุกปี
ที่นี่มีภาพสลักนูนต่ำ ซึ่งเป็น 1 ใน Unseen In Thailand อีกแล้วครับท่าน!!!
ต้องบอกว่า คนไทยสมัยก่อนช่างเก่งจริง ๆ
แกะสลักภาพบุคคล 3 คนไว้ที่หน้าผา ได้ยังไง ...สุดยอด!!!


อ่อๆๆ...เกือบลืมเล่าเรื่อง “ธงชาติไทย” ที่ผามออีแดง
ถ้าขึ้นไปบนสุดของผามออีแดง ระหว่างทางจะเห็นวิวทิวทัศน์สวยงามมาก ๆ ตลอดทาง
ก็จะพบ “ธงชาติไทย” ซึ่งมีที่มาคือ...
ในสมัยก่อนนั้นที่ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี
เกิดข้อพิพาทแย่งชิงเขาพระวิหารกันระหว่างไทยกับเขมร แต่แล้ว...
ศาลโลกก้อลงมติให้เป็นสมบัติของเขมร จอมพลสฤษดิ์ รู้สึกโกรธมาก
จึงให้ถอน “ธงชาติไทย” ซึ่งตอนนั้นปักอยู่ฝั่งเขมร บริเวณเขาพระวิหาร
มาปักไว้ที่ฝั่งไทย โดยห้ามลดธงลงจากยอดเสา
สรุปก้อคือ ต้องยกธงชาติไทย มาทั้งเสาธงเลย ไม่ได้ปลดเอามาเฉพาะผ้าธงชาติ!!!


เย็นมากอีกแล้ว ต้องรีบออกจากเขาพระวิหาร
กะว่าจะไปหาที่กางเต็นท์นอนที่ ปราสาทเขาพนมรุ้ง
แวะถามชาวบ้าน และจุดตรวจแอลกอฮอล์ตลอดทาง ว่า...
ที่บริเวณเขาพระวิหาร มีบ้านพักหรือจุดกางเต็นท์หรือเปล่า???
ได้รับคำตอบตลอดทางว่า “มีแน่นอนครับ/ค่ะ”
แต่ไหง...
พอขึ้นไปถึงเขาพระวิหาร ดึกมากแล้ว ประมาณ 20.30 น.
“เงียบกริ๊บ” ไม่มีผู้คน ไม่มีรถ ไม่มีจุดกางเต็นท์ ยังมองไม่เห็นสิ่งมีชีวิตเลยสักอย่าง


ตอนนี้เริ่มกลัวกันแล้ว ตัดสินใจลงไปหาที่นอนด้านล่างแหล่งชุมชนดีกว่า!!!
เลยไปวนรอบ ๆ จุดจอดรถ จริง ๆ ก้อเข้าไปกลับรถ เพื่อที่จะลงไปข้างล่างนั่นแหล่ะ
ก็มีพระกับลูกศิษย์ เดินมาทัก และชักชวนให้นอนกันที่วัดเขาพระวิหาร นั่นแหล่ะ
แถมยังบอกว่าอีกว่า...เมื่อช่วง หกโมงกว่า ๆ มีรถหกล้อ ที่มาส่งของให้แม่ค้า ด้านบน
เพิ่งจะขับรถตกเขาไปเอง และนี่ก้อกำลังจะเดินไปแผ่เมตตาให้กับคนตายอยู่
ต้องยอมรับว่า “กลัวมาก ๆ จริง ๆ” ยังไงก้อไม่ยอมนอนแน่ ๆ
แต่...
โชคดีเป็นของพวกเรา อีกแล้วคร่า!!!
มีพระ และก้อคนที่ติดตามพระมาอีกหลายคน โดยที่เอารถตู้มา 1 คันและรถกระบะ 1 คัน และ CRV อีก 1 คัน
รวม ๆ คนแล้วก้อ 10 กว่าคน
เดินทางมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช มาเที่ยว และมาขอนอนที่วัดเขาพระวิหารนี้
พวกเราเลยสวมรอยขอนอนด้วยซะเลย!!! (อิอิ...สรุปมื้อนี้ที่พักฟรีอีกแล้วครับท่าน)



ประทับใจและศรัทธาวัดเขาพระวิหารมาก ๆ ให้ความดูแล เอาใจใส่ผู้มาพึ่งพาขออาศัยดีมาก ๆ
จัดแจงปูเสื่อ เอาหมอน เอาผ้าห่มมาให้
แถมยังเอากาน้ำร้อน ชา, กาแฟ, โอวัลติน และขนมมาวางไว้ให้กินด้วย
ตอนเช้า...ในขณะที่พวกเรายังนอนอยู่ ก้อมีแม่ครัวเตรียมข้าวต้มไว้ให้กินอีก
ตื่นเช้ามาก้อไปอาบน้ำที่ห้องน้ำวัด มากินข้าวต้มที่วัดเตรียมไว้ให้ ทำบุญให้วัด
แล้วก้อเริ่มสำรวจปราสาทเข้าพระวิหารกันเลย

วันที่ 2/01/2550 เริ่มสำรวจปราสาทเขาพระวิหารกันตั้งแต่เช้า 7.00 น.
อากาศดีเย็นสบาย เป็นกลุ่มที่สองที่เริ่มสำรวจ
อลังการงานสร้างมาก ๆ สะอาดสะอ้าน แสดงว่า ได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี
ถึงเวลานี้...ความคิดหลาย ๆ อย่างเกิดขึ้นในหัวเลยอ่ะ



คนสมัยก่อนใช้วิธีไหนเพื่อที่จะยกหินหนัก ๆ มาสร้างปราสาท???
ต้องใช้คนและเวลาในการสร้างขนาดไหนเนี่ย???
ใครเป็นคนออกแบบปราสาทเนี่ย???
ใช้เครื่องมืออะไรในการแกะสลักหินได้วิจิตรตระการตามาก ๆ ???



แต่...
ที่ประทับใจที่สู๊ดคือ เราได้เห็นสมบัติของชาติ ที่ถูกขโมยหายไปจากปราสาท
คือ..
ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธ์
ซึ่งต้องใช้เวลาตามหา และต่อสู้เพื่อจะนำกลับมาไว้ที่เดิม “ของ ๆ เรายังไงมันก้อต้องเป็นของเราซินะ”


ประมาณ 9.00 น. กะว่าจะกลับบ้านกันแล้ว
แต่แหม๋ๆๆๆ...ไหน ๆ ก็ได้ชื่อว่า ทัวร์ตะเข็บ แล้ว
ก็เลยแวะที่ ตลาดโรงเกลือ อรัญประเทศ อีกซะหน่อย!!!
อันนี้คิดช้ากันไปนิ๊ดหนึ่ง เลยทำให้เลยทางที่จะเลี้ยวไปตลาดโรงเกลือ 20 กม.
แต่ก็มีความพยามยามอยู่แล้ว วกกลับมาเพื่อไปตลาดโรงเกลือ


บรรยากาศร้อนสุดโหด ร้อนมาก ๆๆ
พี่เขยได้กล้องส่องทางไกลมาอันหนึ่ง
แต่...
เราซิ!!! ไม่ได้อะไรเลย กว่าจะได้กลับบ้านก้อปาเข้าไปบ่ายสี่โมงแล้ว


อ่อๆๆ ลืมเล่า แวะกินแหนมเนืองด้วย ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่
แต่ก้อโอเค หรือว่าหิวก้อไม่รู้ มื้อนี้กินก่อนที่จะไปเดินตลาดโรงเกลือ
มื้อนี้...จำไม่ได้ว่ากี่บาท แต่ก้อหลายร้อยอยู่เหมือนกัน!!!

บ่ายสี่กว่า ๆ ก้อเดินทางกลับบ้าน
รถติดตลอดทางเลย ปกติถ้ารถไม่ติดก้อใช้เวลากลับแค่ประมาณ 2 ชั่วโมง
แต่นี่...รถติดตลอดทาง เลยต้องใช้เวลาเพิ่มเป็นสองเท่าตัว
ก็วันนี้เป็นวันที่ผู้คน เริ่มเดินทางกลับ กทม.กันแล้ว
พรุ่งนี้ (3/01/2550) ก็ต้องกลับเข้าสู่โหมด มนุษย์เงินเดือน แล้วนี่หน่า!!!


เมืองไทยมีที่เที่ยวอีกเยอะ เคยสงสัยว่า ทำไมถึงชอบไปเที่ยวต่างประเทศกันนักกันหนา
แค่เมืองไทย 76 จังหวัดเนี่ย!!! เรายังไม่มีปัญญาจะเที่ยวให้หมดทุกที่เลย!!!


@”v”@ มาเที่ยวเมืองไทยกันดีกว่า!!! ไม่ไปไม่รู้หรอกว่า โหด มันส์ ฮา ขนาดไหน @”v”@



Create Date : 13 มีนาคม 2550
Last Update : 14 มีนาคม 2550 10:45:10 น. 9 comments
Counter : 1029 Pageviews.

 
โหยยยทำ blog ซะงามเชียวนะเพื่อนแจ๊ค
แวะเข้ามาปาดก่อน เด้วกลับไปอ่านที่บ้าน


โดย: i_nookae วันที่: 13 มีนาคม 2550 เวลา:18:01:43 น.  

 
ว้าววว น่าไปจัง แต่ละที่ ท่าจะโหด มันส์ ฮา กันตลอดทริป
อิจฉาๆ เรียกเข้ามาดูให้น้ำลายหยดเล่นซะงั้นอ่ะ พี่แจ็ค


โดย: ดัช IP: 58.10.80.25 วันที่: 14 มีนาคม 2550 เวลา:10:34:06 น.  

 
555 ตกลงรู้จักกันซะงั้น สงสัยต้องเรียกพี่เก้แระ เพราะเก้เป็นเพื่อนพี่แจ๊ค คริคริ


โดย: poyko IP: 192.165.213.18 วันที่: 14 มีนาคม 2550 เวลา:10:48:54 น.  

 
สวยจริง ๆ ยอมรับเลย ขยันทำจังเลยนะ


โดย: ต้อม IP: 203.151.53.136 วันที่: 14 มีนาคม 2550 เวลา:10:52:45 น.  

 
บรรยายท่าทาง จะสนุก.....น่าอิจฉาเป็นที่สุด........พี่อ้วนนี้เป็นทั้ง เพื่อน และแฟนในเวลาเดียวกัน แฟนพี่นี้ชื่ออะไรนะ ใช่พี่หน้าโหดอ่ะป่ะ อิอิอิ


โดย: เจเจ้ IP: 203.148.220.220 วันที่: 14 มีนาคม 2550 เวลา:10:58:17 น.  

 
อิจฉาคนได้เที่ยวจิงๆๆๆๆ


โดย: noiza IP: 210.213.5.30 วันที่: 14 มีนาคม 2550 เวลา:11:19:44 น.  

 
น่าสนุกจังเลย ต้องหาเวลาไปลั้นลาบ้างแล้วเรา


โดย: asap@ IP: 61.14.40.36 วันที่: 14 มีนาคม 2550 เวลา:11:45:10 น.  

 
เขียนระบายความอัดอั้น เอ้ยไม่ใช่ ความประทับใจได้ยาวทีเดียว เดี๋ยวจะทยอยมาอ่านบ่อยๆนะจ๊ะ
บ้านใหม่สวยดี เดี๋ยวจะย้ายมาอยู่บ้าง


โดย: เจ๊จุ๋ม (คนใกล้ตัว) IP: 202.139.223.18 วันที่: 20 มีนาคม 2550 เวลา:23:49:44 น.  

 
ดี


โดย: กิตติภพ IP: 113.53.73.85 วันที่: 28 สิงหาคม 2553 เวลา:9:31:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.