"สุขหรือทุกข์อยู่ที่ใจ...เราเลือกได้ไม่ใช่หรือ"

"หลงทาง..เสียเวลา :: หลงติดยา..เสียชีวิต :: หลงอดีต..เสียน้ำตา เจ็บหัวใจและร้อนหลัง..หุหุ"

"The most romantic love is UNFINISHED, UNFULFILLED LOVE, and it seems ENDLESS."

"Love is beauty, Love is precious and Love is all..but don't let your life ruined by LOVE."

"The more you blame the others, the less chance for you to improve yourself."

"LIFE IS GOOD", even though life is hurting sometime, but still..."LIFE IS GOOD."

"At some point, walking or dreaming with pain is also fun, because it's challenging you."

"All trees would not be able to stand without their roots."

Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
8 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
ตามล่าหาดูหนังเรื่อง..."V FOR VENDETTA : FREEDOM! FOREVER! "

บันทึกเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552

พอดีพักนี้ไปติดแหงกอยู่ที่ห้องราชดำเนิน ไปอ่านข่าวการเมือง เข้าพันทิปก็จะแวะห้องไกลบ้านกับห้องราชดำเนินเป็นหลัก และเห็นมีกระทู้นึงเจ้าของกระทู้พูดถึงหนังเรื่อง V for Vendetta เห็นบอกว่าเป็นหนังแนวคล้าย ๆ กับสถานการณ์การเมืองไทยเราตอนนี้เลย ทำให้เจ้าของบล็อกเกิดอยากดูหนังเรื่องนี้ขึ้นมา เลยแวะเข้าไปดูในยูทูป แถมไปเจอ MV ด้วย เพลงเพราะดี สุดท้ายทนไม่ไหวอยากดูเรื่องเต็ม กะว่าจะไปหาเช่าที่บล็อคบลัสเตอร์มาดู คืนนั้นก็เลยชวนกันไปที่บล็อกบลัสเตอร์ในเมืองที่อยู่ แต่ไม่มีหนังเรื่องนี้ครับท่าน เลยไปหาซื้อที่ร้านขายซีดี ดีวีดีหนัง ไปยืนค้นหาตั้งนานก็ไม่เจอ จนเกือบถอดใจ แต่ซักพักพนักงานเดินผ่านมาเลยถามว่ามีหนังเรื่องนี้ไหม เธอบอกว่ามี และเธอก็ไปเดินค้นหามาให้ แถมเธอบอกเจอแค่นี้(ชุดสุดท้าย...) โถ..เกือบจะไม่ได้ดูซะแล้ว.. ซื้อกลับมาดูแล้ว คุ้มค่าเงินเหมือนกัน เป็นหนังดีอีกเรื่องในความคิดเรา แต่สำเนียงอังกฤษของ V(พระเอก) นั้นฟังยากจริง ๆ ปกติสำหรับเราแล้วก็คิดว่าสำเนียงอังกฤษในแบบของบริติชนั้นฟังยากอยู่แล้ว ยิ่งเจอสำเนียงของพระเอกที่พูดแบบสเต็จโชว์แล้วก็ยิ่งต้องทำให้ตั้งใจฟังจริง ๆ จึงจะเข้าใจ แต่ยังดีที่วันนั้นดูกันสองคนตายาย เลยได้ตัวช่วย..อิอิ..

และชอบสำนวนเด็ดของ V ที่เค้าพูดกับนางเอกตอนนึง "You will be free when you have no fear." ซึ่งคิดว่านี่คือความจริง คนเราที่เรารู้สึกไม่อิสระไม่ว่าจะทั้งทางความคิด คำพูดและการกระทำ ส่วนหนึ่งก็มาจากความกลัวที่คงต้องมีกันทุกคน ไม่ว่าจะเป็นความกลัวเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปจนถึงการกลัวเรื่องใหญ่ ๆ เช่น "อำนาจ" หรือสิ่งอื่น ๆ และสุดท้ายก็คือ "กลัวตาย" และก็โดยธรรมชาติว่าคนที่ต้องการควบคุมคนจึงต้องใช้ "ความกลัว" มาเป็นเครื่องมือ ก็ลองนึกง่าย ๆ ยังจำได้ว่าเวลาผู้ใหญ่ห้ามเด็กเวลาเด็กร้องไห้ เรามักจะได้ยินประโยคนี้เลย "อย่าร้องนะเดี๋ยวเสือจะมาจับกิน"

"ความกลัว" นี่เป็นเครื่องมือควบคุมคนหรือสัตว์ให้อยู่ในกรอบได้ดีทีเดียว แม้แต่ในกรอบความคิดของตัวเองก็เถอะ ขนาดในตัวคนหนึ่งคนลึก ๆ แล้วก็ยังมี "ความกลัว" เป็นตัวควบคุมตัวเราเองอยู่เลย เช่น กลัวผิดหวัง กลัวเสียหน้า กลัวนั่นกลัวนี่ ซึ่งถ้าใครมีความกลัวมาก สุดท้ายก็ไม่กล้าทำอะไร ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าคิดนอกกรอบ ไม่กล้าเผชิญชีวิต และถ้าใจรับได้กับสิ่งที่เป็นอยู่ก็ถือว่ามีความสุขไป แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ใจไม่ยอมรับซึ่งก็หมายถึงว่าใจอยากได้อยากเป็น แต่ไม่กล้าพอที่จะเสี่ยงจะตัดสินใจเพราะ "ความกลัว" ได้แต่มองคนอื่นเค้าเดินหน้า สุดท้ายสิ่งที่เกิดกับตัวเองก็คงจะกลายเป็นความอิจฉาริษยาคนอื่นไปได้ ทำร้ายใจตัวเองเข้าไปอีก

และจากหนังก็ให้แง่คิดอีกอย่างคือในตอนที่วีนำนางเอกไปทรมาณ เค้าให้เหตุผลว่าเค้าต้องการทำให้นางเอกหลุดพ้นจากความกลัว เพราะตัวเค้าเองก่อนที่เค้าจะกลายมาเป็นแบบนี้ (เค้าค่อนข้างโหด แต่เค้าจะโหดกับคนในรัฐบาลที่เคยทำให้เค้าต้องกลายเป็นสภาพแบบนี้ ในหนังนั้น V จะตามเก็บทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำให้เค้าต้องเป็นแบบนี้) ซึ่งถ้าดูแล้วคิดตามก็จะให้มุมมองว่าคนเราถ้ายิ่งผ่านประสบการณ์ที่เลวร้ายเยอะ ๆ ความกลัวก็จะค่อย ๆ หมดไปเช่นกัน คงทำนองแบบว่าว่าไม่มีอะไรจะเสียแล้วประมาณนี้มั๊ง ซึ่งเค้าจะพูดกับนางเอกว่าเค้าเป็น Monster, they created a monster. (เค้าหมายถึงรัฐบาลของเค้า เพราะในหนังนั้นรัฐบาลใช้คนกลุ่มนึงในโครงการทดลองอะไรซักอย่าง ซึ่งมีฉากที่ V ถูกเผารวมกับกลุ่มคนที่รัฐบาลใช้ในการทดลองนั้น แต่วีไม่ตายแต่ก็ต้องกลายเป็นแบบที่ต้องซ่อนตัวอยู่ภายใต้หน้ากากและพร้อมกับความโกรธแค้นซึ่งกลายเป็นความโหดและอยากแก้แค้นเอาคืนกับคนที่ทำไว้กับเค้า)

และฉากที่รู้สึกสงสารฉากนึงก็คือ ฉากทีวีเขวี้ยงหน้ากากทิ้ง ซึ่งฉากนั้นรู้ว่าเค้ารู้สึกรักนางเอกเข้าให้แล้ว แต่เค้าคงห้ามใจตัวเอง เพราะเค้ารู้ว่าสุดท้ายแล้วเค้าจะต้องทำภาระกิจของเค้าให้สำเร็จและแลกด้วยชีวิตเค้าอยู่แล้ว และตอนสุดท้ายของหนังนั้นหลังจากผู้คนรู้ความจริงว่ารัฐบาลได้ทำอะไรไว้กับประชาชนบ้าง ผู้คนก็กล้าออกมารวมตัวกันประท้วงเรียกร้องหาความถูกต้องจากรัฐบาล โดยทุกคนใส่หน้ากากและชุดเป็นแบบ V กันทุกคน เดินเรียงหน้ากันด้วยมือเปล่าเผชิญหน้ากับทหารซึ่งมีอาวุธครบมือ แต่สุดท้ายฝ่ายทหารก็ไม่ได้ยิงกลุ่มผู้ประท้วง

สำหรับเราแล้วหนังเรื่องนี้ให้แง่คิดได้ดีทีเดียว ไม่ใช่ให้แง่คิดในด้านการเมืองอย่างเดียว แต่ให้แง่คิดในเรื่องของชีวิตจริง ๆ ของคนเราด้วย โดยเฉพาะแง่คิดเรื่อง "ความกลัว" คือเครื่องมือควบคุมคนและสังคมที่ใช้ได้ผลทีเดียว

สรุปว่าหนังสนุกดี เข้ากับสถานการณ์เมืองไทยเราช่วงนี้จริง ๆ หุหุ.. แถมเคยเจอคลิปที่มีคนแต่งตัวเลียนแบบ V ไปเดินประท้วงแถว ๆ หน้าตึกสภาคองเกรสจริง ๆ ด้วย รู้สึกว่าจะเป็นปี 2007 พอดีเจอในยูทูปน่ะ






คลิป MV "Bittersweet" V for Vendetta จาก youtube.com เพลงเพราะดีด้วย



MP3 เพลง Bittersweet ของวง Apocalyptica จากเว็บ http://www.mp3tube.net

Bittersweet - Apocalyptica



Bittersweet - Apocalyptica

I'm giving up the ghost of love
in the shadows cast on devotion

She is the one that I adore
creed of my silent suffocation

Break this bittersweet spell on me
lost in the arms of destiny

Bittersweet
I won't give up
I'm possessed by her

I'm bearing her cross
She's turned into my curse

Break this bittersweet spell on me
lost in the arms of destiny

Bittersweet
I want you
I'm only wanting you
And I need you
I'm only needing you

Break this bittersweet spell on me
lost in the arms of destiny

Break this bittersweet spell on me
lost in the arms of destiny

Bittersweet...





Create Date : 08 เมษายน 2552
Last Update : 8 เมษายน 2552 10:43:04 น. 0 comments
Counter : Pageviews.
JC2002
Location :
อ. ชื่นชม, จ. มหาสารคาม : ประเทศไทย
Columbia, Maryland : United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]








"......: Enya :: Enya Greatest Hits :......"




"......: LOVE HEALS THE WORLD :......"

(ชอบข้อความในภาพนี้ และไม่ได้หมายความว่าเราไม่นับถือศาสนา ไม่มีศาสนานะ ส่วนตัวแล้วถึงตัวเองจะนับถือพุทธแต่ก็ใจเปิดกับทุก ๆ ศาสนา แต่จะไม่เป็นคนเคร่งขนาดเอาความเชื่อ กฏของศาสนามาเป็นเครื่องมือในการตัดสินและทำร้ายคนอื่น(เพราะแต่ละศาสนาต่างก็มีความเชื่อและกฏที่แตกต่างกันไป) ไม่เคร่งแต่เราก็มีกฎและกรอบของตัวเอง แค่พยายามทำใจตัวเองให้เปิดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้)



"......: ใครมองเรา :: เรามองเรา :......"

ใครมองเรา อย่างไร ใช่เรื่องใหญ่
เรามองเรา อย่างไร เรื่องใหญ่แน่
ใครมองเรา อย่างไร ร้อยตัวแปร
มันไม่แน่ นอนเท่า เรามองเรา

มีคนตัด สินเรา เท่าตาเห็น
แต่มันเป็น เพียงส่วนหนึ่ง ความคิดเขา
มันไม่ได้ ชัดเจน เหมือนตัวเรา
ที่มองเข้า ไปข้างใน ใจเราเอง

"......: JC2002 :: ดอกตะไคร้ป่าสีฟ้า :: 10 ก.พ. 51 :......"


"ดอกตะไคร้ป่าสีฟ้า" <== เป็นนามปากกาและนามแฝงของ "บุญชานินทร์ หงสีทอง เชอรัฟฟ์" ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยยังเรียน ปวช. (ก็ยี่สิบกว่าปีมาแล้ว และมีเหตุผลส่วนตัวบางอย่างว่าทำไมถึงจริงจังกับนามแฝงนี้)


"......: My Favorite Quotes Of All Time :......"

"คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะเป็นได้" :: ไม่รู้เป็นคำคมจากใคร แต่จำได้และจำมาใช้เป็นกำลังใจตัวเองตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ ม. 3

"It doesn't matter where you are coming from, all that matters is where you are going." :: by Mr. Brian Tracy.



" Don't be afraid to be weak
Don't be too proud to be strong
Just look into your heart my friend
That will be the return to yourself
The return to innocence

If you want, then start to laugh
If you must, then start to cry
Be yourself don't hide
Just believe in destiny
Don't care what people say
Just follow your own way
Don't give up and use the chance
To return to innocence "



"......: Enigma :: Return To Innocence :......"




"......: สรรพสิ่งทั้งหลาย สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นเพียง ตะกอน (พูดเหมือนจะปลงและปล่อยวางได้เนาะ แต่จริง ๆ แล้วหลาย ๆ เรื่องก็ปล่อยวางและปลงยังไม่ได้..อิอิ..) :......"


Friends' blogs
[Add JC2002's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.