Along Came Jaysephine
Group Blog
 
<<
มกราคม 2553
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
4 มกราคม 2553
 
All Blogs
 
เจ้ายิวเขียนถึงแม่ของเรา

ข้อความข้างล่างที่จะได้อ่านต่อไปนี้ เป็นฝีมือของเจ้ายิวเขียนอะไรถึงแม่ของชั้น

เจ้ายิวเป็นสามีของเจี๊ยบ น้องที่ทำงานทุกทุกที่ของเรา (หมายความว่าชั้นย้ายไปไหน ต้องไปจิกมันมาทำงานด้วยทุกทุกที) เจ้ายิวจะมีประสบการณ์ตรงปะทะคารมกับแม่ชั้นอยู่เนืองๆ ตอนที่แม่ยังอยู่ ลองอ่านดูว่าเจ้าสองคนนี้มันรักแม่ชั้นแค่ไหน

....... ถึงยายถ่ำ

จุดเริ่มต้น

จุดเริ่มเรื่องมันต้องมีสักแห่ง...ผมเฝ้าถามตังเอง ครุ่นคิดกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา และในความทรงจำจางๆ ที่พอเห็นเค้าลางน่าจะเป็นที่ครัว “พดด้วง” บ้านสีขาว มีพื้นที่หน้าบ้านที่ร่มรื่น และก็ตกแต่งเป็นร้านอาหาร และด้วยอะไรสักอย่างมันทำให้ขณะที่ผมนั่งทานอาหารเหมือนนั่งอยู่บ้านคนรู้จัก และก็จริงเพราะสถานที่แห่งนี้ผมได้รู้จักกับคนๆ หนึ่งซึ่งอยู่ในฐานะเจ้าของร้าน แต่ก็ได้แค่ทักทาย ไม่มีการพูดคุย เพราะเธอสาละวนกับกิจการของตัวเอง ทั้งๆ ที่ลูกค้าในร้านแทบจะมีผมนั่งอยู่เพียงโต๊ะเดียว

ที่นั่งอยู่ตอนนั้นมีเพียงแค่คนที่นั่งข้างๆ ผมคือ เจี๊ยบ และเธอนั่งอยู่เคียงข้างผมเสมอมาจนถึงทุกวันนี้ เป็นเวลากว่า 8 ปี แล้วที่เจี๊ยบเป็นคนแนะนำให้ผมรู้จักเจ้าของร้าน ซึ่งผมก็รู้มาก่อนหน้านั้นแล้วว่า เป็นกิจการเสริมของผู้ที่เป็นหัวหน้างานของเจี๊ยบนั่นเอง และเมื่ออาหารค่ำมื้อนั้นถูกวางลงบนโต๊ะ แล้วเราก็กินกันกระจาย ลืมทุกอย่างหมดสิ้น ผมยอมรับการลิ้มรสอาหารที่ล้ำเลิศเหมือนต้องมนต์สะกดให้ความรู้สึกมันพุ่งดิ่ง มันเป็นความสุขหนึ่งของชีวิต แต่วันนั้นไม่ใช่...ผมเพียงแค่หิวมากเท่านั้น!

เหตุการณ์ที่ร้านอาหารผ่านพ้นไป ภาพต่างๆ ในความจำผมเริ่มก่อร่างแต่ก็ยังไม่ชัดเจน เพราะจำไม่ค่อยได้ว่าเจ้าของร้านอาหาร หัวหน้างานของเจี๊ยบ ผมนึกไม่ออกว่าเธอสวย สูง ผอม หรือเซ็กซี่ขนาดไหน กระทั่งเกิดเหตุการณ์หนึ่งเวลาทิ้งช่วงห่างกันพอสมควร มันเกิดขึ้นที่สถานีขนส่งสายใต้ วันนั้นเจี๊ยบต้องเดินทางไปทำงานแถวจังหวัดทางใต้ ผมเลยอาสาอยู่ข้างๆ เป็นเพื่อนไปส่ง บรรยากาศจอแจมาก ผมกับเจี๊ยบร้อนรนอยู่ท่ามกลางฝูงคน เสียงรถและกลิ่นควัน ขณะที่เจี๊ยบพยายามบอกผมว่า หัวหน้าที่จะไปด้วยกำลังจะมาถึง แต่ว่ารถกำลังจะออก เป็นสถานการณ์ที่บีบคั้นน่าดู

การออกจากบ้านเพื่อให้ทันเวลาดูเหมือนเธอจะไม่แยแส กับสภาพการจราจรที่แน่นขนัดของเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ซึ่งประจวบเหมาะกับเวลากับเวลาเลิกงานและโรงเรียนเลิก ในที่สุดผมกับเจี๊ยบก็นั่งมองรถทัวร์ค่อยๆถอยออกจากท่า และก็แทรกหายไปกับความวุ่นวายในเวลานั้น อย่างไม่มีวันหวนกลับมา

หัวหน้างานเจี๊ยบมาคล้อยหลังเวลารถออกไม่นานนัก แต่ก็สายเกินที่จะตามทัน เธอก้าวลงจากแท็กซี่ ทำปากขมุบขมิบ ควันออกหู แล้วก็บ่นพรรณนาสารพัดให้เราฟังหมายให้เห็นว่าทั้งหมดล้วนมาจากข้อผิดพลาดของคนขับแท็กซี่ ในขณะที่สถานการณ์มันแก้อะไรไม่ได้ และไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ หน่วยความจำผมกลับเริ่มบันทึกความเป็นตัวเธอทันที “เธอตัวเล็กบางโปร่ง ดูคล่องตัวดี” และ “หน้าเธอป้าน รูจมูกกว้าง ฟันใหญ่แต่ก็มีลักยิ้มบนใบหน้าให้มีเสน่ห์” แต่ที่น่าทึ่ง “เธอคารมดีจัง ทั้งๆ ที่ตัวเองก็มีความผิดแล้วยังดึงคนอื่นมาผิดด้วยได้”
และด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ผมจำผู้หญิงคนนี้ได้อย่างขึ้นใจ

สิ่งที่ลูกน้องรัก พี่เจก็ไม่เคยมองข้าม อย่างขนมที่ผมได้รับ เงินที่ให้ยืม รถที่ให้ใช้ จากที่ได้เจอบ้าง ได้ฟังบ่อย ผมว่าพี่เจเป็นส่วนส่วนผสมของรสนิยมที่หลากหลาย บางที่ผมก็ดูแกดัดจริต แต่ตัวหรู คบเพื่อนฝรั่ง ฟังเพลงตะวันตก แต่แกกินส้มตำปลาร้า ผมว่าลูกแม่นี่ก็แรง แต่สายเลือกแม่แรงกว่าอีก

ยายถ่ำครับ ยายถ่ำเป็นคนอย่างนี้หรือเปล่า นี่ไม่ใช่ผลงานจากที่แม่พร่ำสอนใช่ไหมครับ

ใช่แล้วครับ ผมกำลังพูดถึง “พี่เจ” ลูกสาวใหญ่ของแม่ คนที่พวกเรายกให้เป็นพี่สาว ผมเห็นพี่เจครั้งแรกในฐานะเจ้าของร้านอาหาร ที่เจี๊ยบโชว์สรรพคุณรสชาติอาหารว่าเป็นที่เลื่องลือ ถึงกับมีใบสั่งซื้อจากในรั้วในวัง พี่เจ คงมีฝีมือดีในการเข้าครัว หรือไม่ก็เป็นคนคัดสรรค์ที่สุด คุณภาพและรสชาติจึงเป็นเครื่องรับประกัน แต่น่าเสียดายผมไม่เคยชิมฝีมือการทำอาหารของพี่เจ ผมจึงไม่รู้หรอกว่าฝีมือการเข้าครัวของพี่เจนั้นจะเหนือชั้นขนาดไหน
ส่วนที่สายใต้คงไม่มีสรรพคุณอะไรที่ต้องโชว์ เดี๋ยวจะเป็นการแอบอ้าง เพราะผมได้สัมผัสเองกับตา ที่แกไปต่อว่าแท็กซี่ ถึงคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเลือกอยู่ข้างพวกสีเสื้อที่ผมไม่ปลื้มแต่กรณีพิพาทวันนั้น ผมขอเลือกอยู่ข้างแท็กซี่อย่างไม่รีรอ

สะพานที่เชื่อมถึงกัน

ความสัมพันธ์ต่างก็ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่จะเป็นระหว่างเจี๊ยบกับพี่เจ และเรื่องราวในที่ทำงานก็ถูกถ่ายทอดถึงการรับรู้ของผม เรื่องของหัวหน้างานกับลูกน้อง ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานพอๆ กับสงครามอีรักอิหร่านที่ยืดเยื้อ จึงเป็นธรรมดาที่มันเป็นศูนย์รวมของรสชาติชีวิตที่เปรี้ยว หวาน ขม แต่ว่านานวันเข้า ความสัมพันธ์เริ่มกลายเป็นเหมือนพี่กับน้อง
มันเป็นความผูกพันที่มาก และมากขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งเจี๊ยบสามารถหอบนำเรื่องราวภายในครอบครัวพี่เจมาเล่าให้ฟัง ซึ่งไม่เคยซ้ำในแต่ละวัน มันเป็นน่าตื่นเต้นที่สุดอีกเรื่องหนึ่งของชีวิต เพราะเหมือนผมได้เฝ้ามองกล่องแห่งความลับค่อยๆ เปิดแง้ม

จากการจัดอันดับเรื่องราวที่ยอดฮิตติดห้าดาวในใจผมคงไม่พ้นเรื่องของ “พี่จิ้ว” ลูกสาวคนรองของแม่ ผมเจอกับพี่จิ้วไม่มากและนับครั้งได้ แต่ก่อนรู้จักกันผมได้รับข้อมูลพื้นฐานที่ยอดเยี่ยมมาก และทำให้ผมจดจำพี่จิ้วได้อย่างน่าทึ่งเพียงเพราะความสามารถทางศิลปะการแสดง “หมอลำ”
สำหรับครอบครัวที่มีรากฐานจากที่ราบลุ่มน้ำมูล น้ำโขง การละเล่นหมอลำคงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การฟ้อนกระจาย จนพี่สาวกระเจิงตั้งตัวไม่ติดนี้สิกลับน่าติดตาม

จากคำบอกเล่าแล้ว ผมมีความชื่นชมในตัวพี่จิ้วหลายอย่าง เนื่องจากเหตุที่มันเกิดขึ้นในงานแต่ง ที่เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่สุดแสนวิเศษและมีความสำคัญกับชีวิต การเลือกบอกเรื่องราวของตัวเองในงานต่อหน้าแขกร่วมพันคนนับว่าเป็นการใช้โอกาสได้อย่างคุ้มค่า และน่าชื่นชมกับการแสดงสิ่งที่เป็นตัวตนอย่างไม่เขินอาย ทุกวันนี้คำบอกเล่าที่ว่า ลีลาการฟ้อนของพี่จิ้วนั้นอ่อนช้อยแบบ “สาละวันเตี้ยลง เตี้ยลงสาละวัน” ยังติดอยู่ในจินตนาการของผมอย่างไม่มีวันลืม

เรื่องราวยังไม่หมดลงเพียงแค่นั้น เพราะยังมีน้องชายคนเล็กของบ้านอย่าง “พี่หนุ่ย” อีกคนที่ผมอยากพบและรู้จัก และก็เช่นกันทั้งที่ผมไม่เคยรู้จักพี่หนุ่ยมาก่อน แต่กลับประทับใจ ในฐานะชายหนุ่มที่เริ่มเติบโตและมีความฝัน เราต่างก็มีสิ่งที่ปรารถนาในใจไม่ต่างไปจากกันสักเท่าไหร่ แต่ว่าพี่หนุ่ยมีความฝันที่พิเศษที่ไม่เหมือนใคร คือ “การได้เป็นชายหนุ่ยที่มีจอนดกดำ” แม้ว่าความฝันนั้นจะสามารถเติมเต็มได้แค่วิธีการอุปโลกน์ แต่พี่หนุ่ยก็เลือกทำ เขาทำฝันให้เป็นจริงด้วยการบดก้อนถ่านให้เป็นผงและแต่งแต้มให้จอนดกดำตามที่ใจปรารถนา แม้ว่าผลที่ออกมาจะไม่ยั้งยืน แต่พี่หนุ่ยก็ได้เลือกทำลงไปแล้ว

วันเวลาคงผ่านเหตุการณ์ไปนานแล้ว พี่หนุ่ยโตเป็นใหญ่ที่เปี่ยมด้วยวุฒิภาวะ มีหน้าที่การงานที่เป็นกำลังหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคม ผมไม่สงสัยหรอกว่า ตอนนี้พี่ยังฝันที่จะอยากมีจอนดกอยู่หรือเปล่า...

ที่มาของทุกสิ่ง

ทั้งหมดล้วนเป็น ผลิตกรรมของแม่ทั้งนั้น ซึ่งนำพาความปรารถนาอันยิ่งยวดที่ผมอยากรู้จักกับแม่ และก็บอกได้ว่า ไม่ผิดหวัง...

ผมเจอแม่ในวันที่หลานน้อยๆ ของแม่ได้กำเนิดแล้ว คือ “กำปั้น” วันนั้นผมก้าวขึ้นบ้านด้วยความระมัดระวัง ซึ่งไม่รู้ว่าทำไมต้องขนาดนั้น แต่หญิงแก่ ตัวผอม ถึงจะนั่งเคี้ยวหมากปากแดง แต่ก็ส่งสายตาที่เฉียบคม เป็นการปรามในทีด้วยความหมาย “อย่าเสียงดัง ระวังหลานฉันตื่น” เป็นสัญญาณที่รับรู้ได้และไม่ต้องตีความอะไรมาก

ผมคงต้องยอมรับว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งที่ไปวุ่นวายกับครอบครัวของแม่จริงๆ มันเป็นช่วงเวลาที่ผมเตรียมตัวกับพิธีแต่งานของผมเอง และนั่งแหละคือ ฉากเริ่มของการเปิดศึกระหว่างผมกับแม่ ฝีมือการสู้รบคงไม่มีอะไรดีไปกว่า การใช้กลยุทธ์ทางฝีปาก และก็ทำให้ผมรู้ว่า ศัตรูผมแก่กล้ามาก คงไม่จบลงง่ายๆ

มีครั้งหนึ่งแม่ไม่สบอารมณ์บางอย่าง ด่าไปหอบไป จนแม่หน้ามืดไปเอง ขนาดนั้นก็ยังไม่หยุดด่า สู้ไม่ถอยจริงๆ

แต่ที่หนักกว่าไหนๆ คือตอนที่ผมพลาดพลั้ง โดนอาวุธที่เชือดเฉือนทำเอาผมจำไปจนตาย เหตุเพราะเผลอไปลองชุดเจ้าบ่าวของพี่บวนให้แม่เห็น แม่ขำผมอย่างไร้ความปราณี แอบไปหัวเราะคิกคักอยู่ข้างบันไดบ้านทั้งๆที่กลัวหลานตื่น แม้ว่าจะเป็นชุดทักสิโด้สุดหรู แต่แกกลับมาหักหาญน้ำใจกันว่า ใส่แล้วแล้วเหมือน “ลิงเฒ่า” ว่ากันแบบนี้ แรงพอกันกับกรุงศรีอยุธยาเสียราชธานียังไงยังงั้น แม่ทำได้ไงนี่...........

คือแม่

ภาพทุกอย่างกระจ่างชัดแล้วในตัวผม ด้วยสารพัดเรื่องราวที่ได้รับฟังและเจอะเจอด้วยตัวเอง แต่ที่เล่ามาไม่ใช่เนื้อแท้ของความรู้สึกจากใจผม ผมถือวิสาสะล้อเลียนเพียงเพื่อความสนุกสนานอย่างกล้าหาญ มันเป็นเพียงแค่ผลพวงจากความสัมพันธ์ในรูปแบบหนึ่งเท่านั้น แต่ที่เหนือกว่านั้นที่ผมไม่ได้กล่าวถึง คือ ความใกล้ชิด ความเป็นพี่ เพื่อน และที่มากกว่านั้นคือ เหมือนเราเป็นส่วนหนึ่งครอบครัวแม่

ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาผมเราสัมผัสทุกสิ่งทุกผ่านจากทุกๆคนที่อยู่รอบตัวแม่ ที่สำคัญคือ พี่เจ พี่สาวที่เล่าเรื่องความเป็นแม่ได้ที่สุด ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้รับจากพี่เจก็ไม่ต่างอะไรจากการได้รับหรือสัมผัสตัวกับแม่ ผมอยากบอกบอกว่า เราเห็นความจริงใจ ความเอาใจใส่ และที่สุด คือ ความรัก ที่พี่เจมีให้เสมอผมขอขอบคุณแม่ ที่แม่ได้กระทำ ได้ฟูมฟัก คนๆ หนึ่งได้อย่างดีที่สุด

หลับให้สบายนะแม่ สิ่งที่แม่ได้ทำมันหนักแน่นและมั่นคงที่สุดแล้ว ผมขอแสดงความนับถือและเคารพ...ตลอดไป




Create Date : 04 มกราคม 2553
Last Update : 4 มกราคม 2553 16:09:11 น. 4 comments
Counter : 363 Pageviews.

 
คิดถึงยายถ่ำจัง..


โดย: Jeabzy IP: 61.47.105.65 วันที่: 5 มกราคม 2553 เวลา:16:40:33 น.  

 
ไว้อาลัยให้แม่ของพี่เจค่ะ

*พี่ยิวเขียนได้ฮาเจ็บแสบจัง*


โดย: ∑ ¥ € IP: 61.47.105.65 วันที่: 5 มกราคม 2553 เวลา:16:47:34 น.  

 
เสียดายไม่ได้รู้จักกับแม่พี่เจ
ถ้ารู้จักกับแม่พีชคงตั้งวงกินหมากกันสนุกสนาน 555+

พี่ยิวเขียนหนังสือเก่งจังเลย ช่างจะพรรณาดีแท๊


โดย: Peach IP: 61.47.105.65 วันที่: 5 มกราคม 2553 เวลา:17:07:46 น.  

 
ตอนนั้นได้ยินชื่อพี่ยิวจากปากเจี้ยบบ่อยๆ เชียร์เพื่อนตลอดว่าแก อย่าเลิกกับพี่เค้าเลย เวลาที่แกรอคอยมานาน จะมาถึง วันที่เค้าบอกรักแก

และแล้ววันนั้นของเพื่อนก้อมาถึง พี่ยิวกับเจี้ยบได้แต่งงานกัน ยินดีกับเพื่อนอีกครั้งนะ


ยายถ่ำ เคยเจอกับแม่ครั้งนึ่งประทับใจมากค่ะพี่เจ แม่น่ารัก แม่ทันสมัยแต่ก้อไม่ทิ้งประเพณีไทยๆ แม่หัวคิดสมัยใหม่มาก และใจแม่ก้อทันสมัยเหมือนกัน

ขอให้แม่หลับให้สบายนะจ๊ะ พี่เจ เค้าสบายดีนะแม่


พี่เจบอก น้องนางมาพร่ำอะไรกะบล็อคพี่เจเนี้ยะ ก้อบอกแล้วไงว่าคิดถึง วันนี้เค้าไม่ได้ทำงานทำการอะไรเลย อ่านแต่เรื่องพี่เจอ่ะ


โดย: Always & Forever วันที่: 15 มีนาคม 2555 เวลา:15:33:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

jaysephine
Location :
California United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




Happy Always
Friends' blogs
[Add jaysephine's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.