Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
15 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
โรคร้ายประจำตัวคือธรรมมะประจำใจ

ผู้เขียนขออนุญาตแจ้งแก่ผู้อ่านว่า ผู้เขียนไม่ใช่นักเขียนอาชีพ แต่ทึ่อยากจะเขียน เพราะได้อ่านข้อความในบล๊อกของเด็กสาวคนหนึ่ง ที่กำลังต่อสู้กับโรคร้าย(ลิวคีเมีย)อย่างไม่กลัวเกรง...และอยากให้ข้อความทั้งหมดของผู้เขียน ได้เป็นกำลังใจให้กับเธอ และขอให้เธอรวมถึงเพื่อนๆ ที่กำลังถูกให้เคมีบำบัด...ได้รู้ว่า...คุณไม่ใช่คนแรกหรือรายแรกที่เป็นและทึ่ได้รับเคมีบำบัด...มีคนอีกมากมายที่ได้รับรู้รสชาดของการให้เคมี และการถูกเจาะไขกระดูก หลายรายที่ทนกับการให้เคมีไม่ไหว..ถึงกับหนีจากการให้เคมี...โดยเปลี่ยนทางสู้ใหม่ซึ่งก็แล้วแต่วิธีของแต่ละคน
ผู้เขียนเป็นอีกผู้หนึ่งที่เป็นลิวคีเมีย(มะเร็งในเม็ดเลือดขาว) ผู้เขียนป่วยเมื่อ ปี พศ. 2525 รักษาด้วยการให้เคมี ควบคู่กับยาสมุนไพรที่ญาติข้าพเจ้าได้จัดหาให้...จากวันนั้นจนถึงวันนี้...ผู้เขียนไม่เคยลืมรสชาดของการให้เคมี และผู้เขียนก็เชื่อว่า ทุกท่านที่เคยให้หรืออยู่ระหว่างการให้เคมี...ก็ไม่เคยลืมและคงไม่ลืมตลอดชีวิต...
อาการทางร่างกายที่พบ
ก่อนปี 2525 ผู้เขียนทำงานอยู่ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี อยู่ในแวดวงและกลิ่นอายของยาและสาธารณสุข ไม่เคยคิดเลยว่า ตัวเองจะป่วย อาการเริ่มต้นของผู้เขียนเกิดจากการมีต่อมน้ำเหลืองโตที่บริเวณขาหนีบด้านขวา เป็นอยู่นานเกือบเดือน เคยให้หมอที่ทำงานด้วยกันดู หมอยังแซวเล่นว่า "คุณูเป็นฝีมะม่วง" คนรุ่นใหม่คงไม่รู้จักโรคฝีมะม่วง เพราะมันหายไปจากวงจรของกามโรคแล้ว แต่น่ากลัวกว่าคือ "เอดส์" ผู้เขียนยังเถียงกับหมอว่า "หมอ! ผมจะเป็นได้อย่างไร ผมไม่เคยเที่ยวผู้หญิงเป็นปีแล้ว"
จากคลีนิกสู่โรงพยาบาลด้วยความไม่รู้
อาการของต่อมน้ำเหลืองโต มันปวดร้าวมาก ปวดจนบรรยายไม่ถูก ผู้เขียนทนทุกข์ทรมานกับมันไม่ไหว จึงได้ไปที่คลีนิคเพื่อให้หมอผ่าฝีเอาหนองออก (ความเข้าใจของผู้เขียนคิดว่า มันคงกลัดหนอง) เมื่อหมอเห็นลักษณะของต่อมน้ำเหลืองก็คิดเช่นเดียวกันว่า คงเป็นฝีมะม่วง จึงได้ทำการกรีดที่บริเวณต่อมน้ำเหลือง มันไม่มีหนองเลยสักนิดเดียว มันมีแต่น้ำเหลือง ขณะนั้นหมอก็ยังไม่แสดงอาการผิดปกติอะไรออกมา ผู้เขียนก็ออกมานั่งรอหมอด้านนอกเพื่อรอจ่ายเงิน เมื่อเจ้าหน้าที่การเงินเรียกผู้เขียนไปจ่ายเงิน ผู้เขียนก้มดูกางเกงของตนเอง ก็ตกใจ..มันมีแต่เลือดเลอะกางเกงจนเปียกชุ่ม โอ..ผู้เขียนได้แต่ตกตะลึง ยืนทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร เจ้าหน้าที่การเงินรีบบอกหมอ หมอออกมาดูแล้วบอกว่า "คุณต้องไปโรงพยาบาล" ขณะนั้นยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร "ไปก็ไป" หมอส่งตัวผมไปโรงพยาบาล เมื่อทำเรื่องรับเข้านอนที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว หมอก็ขอเจาะเลือดไปตรวจ ตอนนั้น ผู้เขียนมีเม็ดเลือดขาว ประมาณสองแสนกว่า แต่ด้วยความที่ไม่ได้สนใจเรื่องตรวจสุขภาพ ทำให้รู้สึกว่าสองแสนกว่าก็สองแสนกว่า ไม่เป็นไร
จากโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรีไปศิริราช
วันที่เข้าโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรีเป็นวันศุกร์ตอนเย็น พอเช้าวันเสาร์ก็ถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลศิริราช ตึก 84 ปี ซึ่งตรงกับวันหยุด ช่วงเย็นพอบรรดาญาติๆเตรียมตัวกลับ(บ้านอยู่ต่างจังหวัด)
เริ่มรู้สึกถึงความว้าเหว่จนถึงท้อถอย
ความรู้สึกว้าเหว่ เหงาเริ่มมาเยือน พอถึงวันจันทร์เช้าเริ่มมีกลุ่มอาจาร์หมอมาดูร่วมกับหมอฝึกหัด ยืนล้อมเตียงเต็มไปหมด วันนั้นทั้งวันผมได้รับรู้ถึงว่า เวลาที่หมอมาเคาะท้องมันเจ็บพิลึก (เพื่อนที่ป่วยคงรู้ดี) เข็มน้ำเกลือถูกเจาะติดกับแขนและติดอยู่อย่างนี้เป็นเวลานานและรับรู้ได้ว่า เจ้าเข็มน้ำเกลือนี่ช่วยเราได้มาก เพราะต่อไปเวลาให้คีโม ก็ผ่านทางเข็มน้ำเกลือ ไม่เจ็บตัวใหม่ หมอและพยาบาลที่ศิริราชทำงานขยันขันแข็ง เป็นกันเองและให้กำลังใจเสมอ (จากวันเสาร์ถึงวันอาทิตย์ ผมอยู่ด้วยความว้าเหว่และเหงา แต่ยังไม่มีความกลัว) แต่จากที่อาจารย์หมอนำทีมนักศึกษาแพทย์มา ผมตกใจมากเมื่อได้ยินคำว่าคนไข้เป็นลิวคีเมีย โอ..เราเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดขาวหรือนี่ นาทีที่รู้ว่าตัวเองเป็นลิวคีเมีย ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฝัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่หวังพังทลาย ความรู้สึกรับไม่ได้ แต่อีกใจก็เชื่อว่าตัวเองเป็นจริง ความหดหู่ ท้อแท้ ยอมแพ้ทุกอย่างที่จะเกิด


Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 30 สิงหาคม 2553 21:45:08 น. 0 comments
Counter : 982 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

chai_chin
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add chai_chin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.