Group Blog
พฤศจิกายน 2553

 
1
2
3
4
5
6
8
9
13
14
19
20
21
27
28
 
 
All Blog
จักรพงษ์วิลล่า...อนุสรณ์แห่งรักข้ามขอบฟ้า
ผมเป็นหนึ่งนักรีวิวที่ได้ไปรีวิวตามโครงการทั้งหมดมี 3 ที่ แต่มีที่หนึ่งที่ผมค่อนข้างคิดว่ามีความโดดเด่น อีกทั้งน้อยคนที่จะได้พบเห็น จึงขอเปิดประสบกาณ์ นำท่านมาสัมผัสวังในอดีต ที่มีการจัดสรรเนื้อที่ทำเป็นบูติดโฮเต็ล ซึ่งเป็นบูติดที่ได้รับรางวัลบูติกยอดเยี่ยมประจำภาคกลาง ปี 2010 และรางวัลอนุรักษ์วัฒนธรรมยอดเยี่ยมของภาคกลาง หากมีโอกาสผมจะนำบูติกที่ผมรีวิวมานำเสนอต่อไปนะครับ Smiley

าพเหล่านี้คือเรื่องราวริมน้ำเจ้าพระยาสามารถมองเห็นได้จาก วังจักรพงษ์ วังที่เคยใช้เป็นที่ประทับของเชื้อพระวงศ์สำคัญหลายพระองค์มาก่อน แต่ต่อมา กลับยิ่งเงียบเหงามากขึ้นตามวัฏจักรของกาลเวลา นานที่จะมีทายาท "จักรพงษ์" มาเยือนเพียงปีละ 2-3 ครั้งเท่านั้น แต่วันนี้ประตูบานใหญ่ของวังจักรพงษ์ เปิดต้อนรับแขกผู้มาเยื่อนคนแล้วคนเล่า เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสสัมผัสกับตำนานและความร่มรื่นของวังซึ่งนับเป็นบุญตาของเราที่ครั้งหนึ่งในชีวิตทีมีโอกาสได้พักอาศัยในสถานที่ที่ควรค่าต่อการสัมผัสมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย ......จักรพงษ์วิลล่า....อนุสรณ์แห่งรักนี้ข้ามขอบฟ้า

นถนนมหาราช บ้านหลังใหญ่ที่มีกำแพงหนาทึบ ประตูรั้วเหล็กทึบสีเขียว เสาประตูมีตรารูปจักรและตะบอง มีอักษรจารึกว่า “บ้านจักรพงษ์” ด้านหลังกำแพงยังมีกำแพงด้านในอีกชั้น ภายในปกคลุมไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่รายล้อมมากมาย ปกปิดตัวบ้านที่ตั้งอยู่สงบนิ่งหลบซ่อนสายตาผู้คนที่ผ่านไปมา ชวนให้สงสัยถึงที่มาของบ้านหลังนี้

อาคารโบราณหลังนี้คือ "วังจักรพงษ์" เป็นหนึ่งในวังที่สร้างขึ้นและยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ผู้สร้างตำนาน"วังจักรพงษ์" คือสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานารถ พระโอรสองค์ที่ 40 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 แต่เดิมที่บริเวณถนนมหาราชนั้น อยู่ในเขตพระบรมมหาราชวัง มีแนวกำแพงเมืองทอดยาวพาดผ่านจากทุ่งพระเมรุจนถึงปากคลองตลาด หลังจากเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถฯ ทรงสำเร็จการศึกษาจากประเทศรัสเซียและเสด็จกลับเมืองไทย รัชกาลที่ 5 ทรงสร้างวังพระราชทานแก่พระโอรสองค์นี้คือ "วังปารุสก์" เพื่อใช้เป็นที่ประทับ ต่อมาในปี 2451 สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระราชทานที่ดิน 2 ไร่เศษ ซึ่งติดกับโรงเรียนราชินี เพื่อให้พระโอรสองค์นี้สร้างบ้านพักตากอากาศขึ้นมาหลังหนึ่ง โดยเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถฯ จะทรงเรียกบ้านหลังนี้ว่า "วังท่าเตียน"


หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ ผู้ครอบครองวังนี้เป็นพระโอรสคือพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์และหม่อมอาลิซาเบธ พระชายาชาวอังกฤษ ซึ่งพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ได้ทรงเปลี่ยนชื่อ “วังท่าเตียน” มาเป็น “วังจักรพงษ์ ” ในยุคแรกๆ นั้น วังจักรพงษ์ดูจะมีชีวิตชีวามาก เพราะมีโอกาสต้อนรับเชื้อพระวงศ์อยู่เนืองๆ และนอกจากคนในราชสกุล "จักรพงษ์" แล้ว ในปี พ.ศ. 2456 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นที่ประทับชั่วคราวของสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิ์เดชน์ กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา เมื่อครั้งทรงสำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษ รวมถึงช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง คณะราฏษรได้ยึดวังปารุสก์เป็นกองบัญชาการ ก็มีการแปรพระราชฐานมาอยู่ที่วังจักรพงษ์กันหมด

วังจักรพงษ์ สร้างขึ้นช่วงปี พ.ศ. 2452 – 2453 รูปแบบของอาคารเป็นตึกได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นตะวันตก (Domestic Revival Style) ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาลีที่เข้ามารับรัชกาลที่ 5 คือ มาริโอ ตามาญโญ เขาได้ออกแบบสถานที่หรือวังมากมายในไทย เช่น ตำหนักวังสระปทุม พระที่นั่งอัมพรสถาน แต่มีคำบอกเล่าว่าสถาปนิกชาวอิตาลีออกแบบสร้างเพียงชั้น 1-2 ชั้น 3-4 สร้างโดยสถาปนิกชาวอังกฤษชื่อโปรเฟสเซอร์ เอ็ดเวิร์ด ฮีลี ซึ่งเป็นผู้ออกแบบสถานฑูตอังกฤษ ที่ถนนวิทยุ จึงกลายเป็นอาคารที่มีสถาปัตยกรรมสองชาติผนวกเข้าด้วยกัน จริงแท้แค่ไหน คงต้องไปค้นคว้าต่อไป ตอนหน้าวังจักรพงษ์มี 2 ชั้น ปีกซ้ายตอนในก่อสูงขึ้นเป็น 3 ชั้น และมีหอสูงหลังคาทรงโดม อีกชั้นหนึ่ง มีมุขตอนกลางอาคารเพียงมุขเดียว บริเวณผนังมุข ก่อเป็นเสานูนประดับ ลวดลายปูนปั้นบริเวณหัวเสาชั้น 2 และใกล้ฐานชั้นล่าง ส่วนที่เป็นหอสูงเป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ด้านล่างเดิมเป็นห้องนั่งเล่นเปิดโล่ง แต่ต่อมาได้ทำเป็นห้องกระจกทรงโค้งเพื่อกันยุงมารบกวน ทำให้ห้องนั่งเล่นสามารถนั่งชมบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงยามเย็นได้ วังจักรพงษ์นี้

วังจักรพงษ์ หรือ บ้านจักรพงษ์ อาคารเก่าที่มีคุณค่าทางทางสถาปัตยกรรม ได้รับการพิจารณาคณะกรรมาธิการอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบรางวัลด้านการอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2530

เมื่อพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ สิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2506 วังจักรพงษ์จึงตกเป็นของทายาทเพียงคนเดียวของราชสกุลจักรพงษ์ คือ หม่อมราชวงศ์หญิงนริศรา จักรพงษ์ เป็นผู้ครอบครองวังหลังนี้ แต่ก็มีภารกิจหลักอยู่ต่างประเทศ ปีหนึ่งจะกลับมาพำนักเพียง 2-3 ครั้งเท่านั้น แม้วังจักรพงษ์จะไม่ค่อยมีโอกาสต้อนรับเจ้านาย แต่วันนี้วังจักรพงษ์กลับมีชาวต่างประเทศมากมายจากทั่วโลก แวะมาเยือนเมืองไทยและพักวังนี้อยู่เป็นประจำ



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2553 9:53:22 น.
Counter : 1155 Pageviews.

5 comments
  
ได้เข้าไปชมตอนงาน ๑๐๐ ปีน่ะค่ะ

ย่อรูปอะไรเรียบร้อย แต่..ไำม่ได้ทำรีวิวซะงั้น 2 ปีผ่านมาแล้ว เหอๆ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 26 พฤศจิกายน 2553 เวลา:11:21:47 น.
  
แอบชมวังจักรพงษ์บ่อยๆๆค่ะ จากงานแต่งงานของคู่รัก หลายต่อหลายคู่...เป็นวังที่สวย มากๆๆ เลยค่ะ...
โดย: Miacara วันที่: 26 พฤศจิกายน 2553 เวลา:13:46:23 น.
  
แวะมาชมครับผม
โดย: Kavanich96 วันที่: 26 พฤศจิกายน 2553 เวลา:13:50:12 น.
  
คุณสาวไกด์ก็ได้รีวิวบูติกหลายแห่งเหมือนกันนิคับ ไม่ทราบว่า ได้รางวัลที่ไหนบ้างคับ

คุณMiacra ถ้าไม่ได้โครงการนี้ ผมคงไม่มีบุญได้เข้าไปพักและทานอาหารห้องอาหารริมน้ำเลยคับ ลองดูรีวิวถัดไปครับ ผมถ่ายรูปอาหาร แบบฉบับชาววังเลยคับ ส่วนงานแต่งงานครับ ทราบว่า ราคาค่อนข้างจะแพงๆๆๆมากคับ โดยเฉพาะคู่ใดที่เข้าเรือนหอ (เรือนหอ คือเรือนพักคุณฮิวโก้เดิม สามารถดูได้จากรีวิวถัดไปครับ)

คุณ Kavancih96 ขอบคุณครับ
โดย: จั๊กเด๋ วันที่: 26 พฤศจิกายน 2553 เวลา:16:19:32 น.
  
มีโอกาสเข้าไปชมตอนงาน 100 ปีที่เปิดบ้านเช่นกัน
โดย: คุณแม่ น.ร.นิวฯ IP: 61.90.23.238 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2553 เวลา:21:16:56 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

จั๊กเด๋
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]