Group Blog
พฤศจิกายน 2553

 
1
2
3
4
5
6
8
9
13
14
19
20
21
27
28
 
 
All Blog
NewZealand วันละเรื่อง Lesson 6 ตอนที่1

เที่ยวไป บ่นไป New Zealand Charter VI: ลุยเดียวเที่ยว Milford Sound

ตีห้าตรงผมออกเดินทางจากที่พัก Amity Lodge เมือง Queenstown เป้าหมายไปสุดปลายทางถนน Milford Sound ถนนโล่ง รถมีไม่มาก ผมข้ามสะพานเอื้ออาทร ผ่านทางไป Deer Park Height ก่อนขึ้นถนนเลียบทะเลสาบ Wkatipu หลายคนมาเที่ยวบอกว่าเส้นทางนี้ มีวิวสวยมาก น่าจะจริงเพราะมองเห็นป้าย Lookout ขึ้นเรียงรายข้างทางหลายป้ายเสียดายที่มองไม่เห็นเนื่องจากพระอาทิตย์ยังไม่ยอมขึ้นสักที่

ครั้งแรกในชีวิตที่ขับรถเที่ยวคนเดียวในต่างแดน แต่ก็ยังอุ่นใจที่มี GPS เป็นเพื่อนร่วมทาง บนถนนไม่เจอรถสักคันเลย ผมเปิดเพลงฟังให้รถเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายในการขับรถ รถผ่าน Kingston, Garston และ Athol บนถนนหมายเลข 6 แล้ว mark จุดใน GPS ให้ใช้ถนนเส้น 97 ซึ่งเป็นทางตัดไปเมือง Mossburn โดยถนนเส้น 94 ฟ้ายังไม่เปิดเลยผมอดคิดไม่ได้ว่า ถ้ามีแผนที่อย่างเดียวผมคงมาไม่ถึงแน่ๆ เพราะมองไม่เห็นวิวทั้งสองข้างทาง ไม่รู้ว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหน มาถูกเส้นทางหรือไหม ต้องขับรถไกลเท่าไรก็ไม่รู้ ถึงจุดตัดที่มีป้ายบอกถึงจะรู้ว่าเราอยู่ที่ไหน

ถนนช่วงที่ตัดไป Te Anau มองด้านหลังรถเห็นแสงอาทิตย์สีแดงเข้มด้านหลัง แต่วิวสองข้างยังคงมืดอยู่ ความรู้สึกเหมือนว่าขับรถผ่านทุ่งโล่งที่มีกระแสลมพัดจนทำให้รถยนต์รู้สึกโคลงเคลงตลอดเวลา ผมชะลอความเร็วรถลงต่ำกว่า 80 กมต่อชั่วโมงเพื่อที่จะได้บังคับรถได้ ผมมาถึงสามแยก ทางซ้ายไป Te Anau ทางขวาไป Milford Sound แสดงว่าผมมาทางลัดตัดออกตัวเมือง ดูระยะทางยังต้องไปอีกไกล น้ำมันเหลือครึ่งถัง น่าไปเติมน้ำมันให้เต็มถังอุ่นใจซะก่อน ว่าแล้วก็ให้ GPS หาปั๊มน้ำมันที่ใกล้ที่สุด อยู่ใกล้สี่แยกของเมือง Te Anau ติดกับร้าน Subway ดีเลยจะได้ถือโอกาสพักรถแล้วกินอาหารเช้าไปด้วยกัน อีกอย่างผมอยากรอให้สว่างกว่านี้หน่อย ค่อยเดินทาง

ผมได้ใบคูปองขึ้นเรือฟรีที่ Milford Sound ของบริษัทรถเช่า Judy ที่คุณนู๋ญิง พึ่งให้ผมก่อนเข้าห้องพักเมื่อคืน ทำให้ผมไม่ได้โทรศัพท์ไปจองตามที่โบวชัวส์แนะนำ เพราะหมดเวลาทำการของบริษัทเรือแล้ว ผมคิดว่ามาเมื่อมาถึงเมือง Te Anau รอให้ i-site เปิดแล้วค่อยโทรศัพท์จองทัวร์ที่นั้นก็ได้ แต่ดูเวลาแล้วคงต้องรออีกพอสมควร

“ไม่รอดีกว่า ไปตายดาบหน้าดีกว่า แค่คนเดียว ไม่น่าจะตั๋วยาก” ผมคิด และให้กำลังใจตัวเอง

อีกอย่างถ้าไม่ได้ขึ้นเรือ ผมก็ไม่เครียด วางแผนไว้ว่าจะขับรถถ่ายรูปตามถนนเส้นไป Milford Sound เส้นทาง Milford Sound นี้ถือว่าเป็นเส้นทางมรดกโลก ผมจ่ายเงินค่าน้ำมันที่เคาวเตอร์ เห็นรูปถ่ายปากทางหน้าอุโมงค์ลอดภูเขาไป Milford Sound มีหิมะถล่มปิดปากอุโมงค์จนมิด และอีกรูปถนนในเมือง Te Anau ที่มีหิมะสูงหนาถึง 5 ซม ดูวันที่ในรูป สิงหาคมเมื่อปีที่ผ่านมา

ผมขับรถออกจาก Te Anau เข้าสู่ Highway 94 จากทางราบ เป็นทางที่วิ่งผ่านเทือกเขา Livingstone วันนี้ฟ้าไม่ค่อยสวยเลย อย่างไรบอกไม่ถูก ธรรมชาติที่นี้แปลกมาก แม้ด้านหลังผมฟ้าสว่างแล้วแต่ด้านหน้ากลับดูมืดครึ้มฟ้า ครึ้มฝน บอกได้คำเดียวว่าที่นี้ฟ้าช่างกว้างใหญ่นัก เส้นทางไป Milford Sound มีจุดน่าสนใจถึง 17 จุด เป็นแผนที่สองที่คิดไว้หากไม่ได้ลงเรือ จะกวาดให้หมดเลย นกเหยี่ยวบินถลาลงมากินซากกระต่ายป่าตายกลางถนน ทำให้ผมต้องบีบแตรไล่ น่าสงสารน้องกระต่ายที่ต้องมาโดนรถทับตายหลายตัว ถนนเริ่มมีรถนักท่องเที่ยวหลายคันขับรถไปทางเดียวกับผม ความรู้สึกเริ่มอุ่นใจเมื่อมีเพื่อนร่วมทางเดียวกัน

ถึงปากทางอุโมงค์ ็Homer ผมหาที่จอดรถถ่ายรูปบริเวณด้านหน้า ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมา ที่ปากทางเข้าอุโมงค์มีสัญญาณไฟจราจรเข้าอุโมงค์ด้วย ไม่ใช่มีเฉพาะสะพานเอื้ออาทรแล้ว ยังมีกับอุโมงค์ยังเอื้ออาทรอีก อากาศด้านนอกรถค่อนข้างเย็น บริเวณยอดบนของภูเขามีธารน้ำแข็งปกคลุมบางส่วน เสียดายถ้าแสงดีๆ ผมคงได้ภาพสวยๆแน่ ระยะทางในอุโมงค์ยาวถึง 1200 เมตร แต่กลับต้องใช้เวลาขุดภูเขาทำทางนานถึง 20 ปี ผมดูภายในอุโมงค์แล้ว การ ขุดน่าจะเป็นวิธีโบราณ เพราะภายในอุโมงค์ไม่ค่อยจะเรียบเหมือนกับอุโมงค์ที่เคยเห็นในสวิสเท่าไรนัก ออกจากอุโมงค์ เรามองเห็นทางลงเขาที่คดเคี้ยวอยู่ด้านหน้า มองเห็นสายน้ำที่อยู่ระยะไกลออกไป แหม แถมบรรยากาศช่างคลุมเครือเหลือเกิน ฝนก็ตกพร่ำตลอดเวลา เราขับรถข้ามแม่น้ำ โดยใช้สะพานเอื้ออาทรหลายแห่ง ก่อนที่จะถึงท่าเรือ Milford Sound บอกนิดหนึ่งนะครับ ระยะทางจากที่จอดจอดกับท่าเรือค่อนข้างห่างกันเล็กน้อย ถ้ามีคนเยอะหรือยังไม่ได้จองเรือ สามารถเอาคนไปส่งที่ท่าเรือก่อนได้ แล้วกลับรถมาจอดที่จอดรถ ที่ท่าเรือเขาให้จอดรถทัวร์เท่านั้นครับ สำหรับผมไม่มีทางเลือก ขอจอดรถแถว i-site ก่อนที่จะวิ่งไปที่ท่าเรือ

9 โมง 15 แล้ว ผมเริ่มเหนื่อยเปลี่ยนจากการวิ่งเป็นลักษณะ กึ่งวิ่ง กึ่งเดิน ตอนเช้าดูนักท่องเที่ยวยังไม่มีเท่าไร บริเวณทัวร์มีหลายเจ้า ทั้งสีเขียว สีแดง แล้ว ของฟรีผมอยู่ตรงไหน เจอแล้ว Cruise Milford อยู่ติดกับเจ้าสีแดง ว่าแล้วผมก็ถือใบคูปองขึ้นเรือ Cruise Milford ฟรีไปถามเจ้าหน้าที่หนุ่มผมทองนั่งทำงานอยู่

“ขอโทษคับ ไม่ทราบว่าผมสามารถใช้ใบคูปองนี้เที่ยวบริษัทของคุณได้ไหม” ผมพยามดัดลิ้นให้สำเนียงดูเป็นฝรั่งมากขึ้น ทั้งเรียบเรียงให้ถูกอักขระไวยากรณ์ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมให้มากที่สุด

“ขออย่าให้ถามว่า เราได้จองทางโทรศัพท์หรือเปล่า” ผม คิดในใจ “ที่บนเรือต้อง ไม่เต็ม…..” ผมภาวนาแทบลืมหายใจในช่วงที่รอคำตอบ

“อ้อ ไม่มีปัญหา คุณมีเลข Pin รถยนต์ไหม” หนุ่มผมทองถามผม

“Pin รถ คืออะไร” ผมคิดและเริ่มเดา “เป็นเลขเครื่องยนต์รถหรือไม่” ผมเริ่มกังวลว่าต้องเดินกลับไปที่รถอีกครั้งหรือไม่

“มีเพียงแค่นี้ ได้ไหม” ผมยื่นกุญแจรถซึ่งมีพวงชื่อบริษัทคล้องอยู่ให้ดู

หนุ่มผมทองรับพวงกุญแจไปดู ที่พวกกุญแจ มีหมายเลขทะเบียนรถ เบอร์บริษัท ไปจดลงทะเบียน

“ที่แท้ Pin ก็คือเลขทะเบียนรถยนต์เอง” ผมเริ่มฉลาดขึ้นมาทันที่ พร้อมรับตั๋วขึ้นเรือ 1 ใบ

“เรือคุณอยู่ช่องที่ 7 เที่ยวเวลา 11 โมง 15 นาที” พร้อมกับชี้บอกทิศทางไปท่าขึ้นเรือ

ว่าแล้ว หนุ่มผมทองนับเลขเป็นภาษาไทยให้ผมฟัง

“หนึ่ง... สอง.... สาม.... สี่ ห้า.... หก...... เจ็ด……”

พูดไทยได้แต่แรกก็ไม่บอก เรา อุตสาห์ดัดสำเนียงอย่างดี ผมขำและเดินไปนั่งรอที่พักผู้โดยสาร นักท่องเที่ยวหลายคนที่มาเที่ยวส่วนใหญ่จองล่วงหน้าทาง Internet

ทำให้ผมคิดในใจว่า “มีผมเท่านั้น นอกจากไม่ได้จองล่วงหน้า แล้วยังมาขึ้นเรือฟรีอีก”

แต่แล้วนักท่องเที่ยวหลายคนก็ทิ้งใบจอง เพราะมาซื้อตั๋วที่นี้ถูกกว่าราคาตามใบจอง บริษัทเรือมี 4 บริษัท ถ้ามาเที่ยวช่วงเช้ามีสิทธิ์ว่างค่อนข้างสูง

“ของฟรีต้องรอหน่อย ถ้าอยากไปไวต้องเสียเงินไปเร็ว” ผมปลอบใจตัวเองช่วงรอเวลา น่าจะไปเดินเที่ยวชมวิวด้านนอก จนกระทั้งได้เวลาขึ้นเรือ นักท่องเที่ยวที่มากับบริษัททัวร์เริ่มทยอยมากันมากขึ้น ผมแอบดูราคาตั๋ว 65 NZ แพงน่าดูเลย

Milford Sound คือ การกัดเซาะของธารน้ำแข็งทำให้เกิด Fiord ซึ่งหมายถึงแผ่นดินที่ถูกการกัดเกาะและยื่นไปในน้ำ ซึ่งมีถึง 14 Fiords และ Sound หมายถึงส่วนของน้ำที่ยืนเข้าไปยังแผ่นดิน ที่คนไทยเรียกอ่าว ชื่อเดิมของ Milford Sound อยู่ในอุทยานแห่งชาติ Fiordland และเป็นส่วนหนึ่งของ มรดกโลก Te Wahipounamu แปลกมากที่กัปตัน Cook คงแค้นตัวเองที่ไม่เจอ Milford Sound ทั้งที่ล่องเรืออยู่ระหว่างชายฝั่ง Fiordland แต่ในปี 1823 ค้นพบโดย Milford Haven ชื่อต้นจึงเป็นที่มาของชื่อสถานที่ ตามจริงเขาก็มีชื่อเดิมอยู่แล้วตามภาษาเมารี Piopiotahi แต่ก็โดนแย่งไปตั้งชื่อโดยชาวผิวขาว ผู้เรียกตัวเองว่า ผู้เจริญแล้ว ขโมยชื่อไปตั้งแทน

เรือออกจากท่าเรือ ผ่านน้ำตก Bowen อยู่ด้านขวามือ เป็นน้ำตกที่สูงถึง 160 เมตร อยู่ใกล้ท่าเรือที่สุด ชื่อน้ำตกนี้ตั้งตามชื่อภรรยาของ Sir George Bowen หนึ่งในคณะรัฐบาลชุดแรกปี 1870 จากเทือกเขา Darren ถัดมาก็ไป Sinbad Gully เป็นหุบรูปตัว U อยู่ด้านซ้ายมือ เกิดขึ้นจากความลาดชันของภูเขา Phillips ประกอบด้วยยอด Liawrenny ยอด Mitre เป็นชื่อหมวกที่พระชั้น Bishop สวมรูปทรงกลมสูง ที่นี้มีพบนก kakapo เคยคิดว่าได้สูญพันธุ์ไปแล้ว ฝั่งตรงข้ามเป็น Underwater ต้องเสียเงินค่าเข้าชม 28 NZ เข้าชมชีวิตสัตว์ใต้น้ำลึก 10.4 เมตร เขาจะปล่อยให้ปลาอยู่ตามธรรมชาติ ปะการังและปลาดาวชนิดแปลก





Create Date : 22 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 14 ตุลาคม 2554 8:50:10 น.
Counter : 564 Pageviews.

3 comments
  
เข้ามาชมความสวยงามด้วยคนค่ะ อยากกลับไปเที่ยวอีกเหมือนกัน เป็นประเทศที่น่าอยู่มาก
โดย: คุณแม่...แปดหลอด IP: 125.26.50.52 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2553 เวลา:12:49:51 น.
  
ขอบคุณทุกท่านที่เขามาเยี่ยมชมนะคับ
โดย: จั๊กเด๋ วันที่: 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา:16:12:58 น.
  
ภูมิประเทศน่าสนใจมาก ๆ นี่เพราะภูเขาไฟแท้ ๆ ที่ทำให้เป็นแบบนี้และกลายเป็นที่ท่องเที่ยวที่น่าประทับใจ
ขอบคุณนะคะที่นำเรื่องดี ๆ พร้อมรูปสวยๆมาฝาก
โดย: Ably วันที่: 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา:18:20:16 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

จั๊กเด๋
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]