Group Blog
พฤศจิกายน 2553

 
1
2
3
4
5
6
8
9
13
14
19
20
21
27
28
 
 
17 พฤศจิกายน 2553
All Blog
NewZealand วันละเรื่อง Lesson 4

เที่ยวไป บ่นไป New Zealand Charter IV: ใบไม้เปลี่ยนสีที่ Arrow town

อากาศยามเช้าที่แสนสบายที่ Wanaka ทำให้ผมแทบจะไม่อยากลุกจากที่นอนเลย เมือง Arrowtown อยู่ไม่ไกลจากเมือง Wanaka มากนักทำให้เราไม่ต้องรีบตื่นเช้าเพื่อออกเดินทางเหมือนกับที่ผ่านมา

ผมนอนมองไปที่ประตูกระจกห้องนอน เห็นด้านนอกยังมีฝนตกพร่ำๆอยู่ กระต่ายป่าลงจากเขาด้านหลังของที่พัก ลงหาของกินแถวถนนหลายตัว ความคิดที่จะออกไปถ่ายรูปข้างนอกไม่มีในหัวเลยตอนนี้ อาจเป็นเพราะที่ค่าที่พักแพงขอนอนให้คุ้ม แต่แล้วแพ้สังขารความหิว 8 โมงเช้าแล้ว กว่าจะลุกขึ้นอาบน้ำ ก็กลิ้งบนที่นอน 5-6 รอบ ผมเก็บสัมภาระก่อนขึ้นไปห้องรับแขกด้านบน คุณลุงเจ้าของบ้าน ทำอาหารเช้าแบบง่าย ไข่ดาว ขนมปัง กาแฟ เรานั่งกินอาหารและชื่นชมภาพบรรยากาศภายนอกบ้าน และเดินเล่นภายในบ้านเหมือนเป็นบ้านเราเอง

จนกระทั้งเวลา 9 โมงเช้าได้เวลาก็ลำลาคุณลุง เพื่อไปเที่ยวในเมือง Wanaka ดูคุณลุงเจ้าของบ้านแกอาลัยอาวรณ์ที่พวกเราต้องไป ก็น่าสงสารลุงนะ อยู่บ้านคนเดียวต้องขาดเพื่อนคุยอย่างพวกเราไป คือเราเป็นคู่สนทนาที่ดีมาก คือ นั่งฟัง แล้วก็ยิ้มอย่างเดียว ….. คนแก่ชอบ

ชายน้อย รับหน้าที่ขับรถมือแรก เพียงเริ่มขับรถเข้าตัวเมือง ชายน้อยเริ่ม งง กับวงเวียนแยกเข้าที่จอดรถหน้าทะเลสาบ ทำให้กว่าจะเข้าที่จอดรถได้ ต้องวนเป็นวงกลมเกือบ 2 รอบจึงเข้าที่จอดรถได้ เจอที่จอดรถว่างเข้าเสียบทันที ชายน้อยยิ้มอย่างมีชัยพร้อมยักคิ้วให้คุณนู๋ญิงที่สามารถหาที่จอดรถได้

แต่แล้วต้องชะงักคุณนู๋เล็กชี้ป้ายแล้วบอกว่าเป็นที่จอดรถของคนพิการ ผมบอกชายน้อย ไม่ต้องถอยรถก็ได้ จอดที่เดิมก็แลัวกัน แล้วชายน้อยให้เหมือนชายน้อยในบ้านทรายทองซิ เราจะได้จอดรถที่นี้ได้ เรียกเสียง ฮา ได้ทั้งคันเลย แต่ดูชายน้อยไม่ฮาด้วยกับเรา บังเอิญรถที่จุดจอดรถ 60 นาทีกำลังถอยออกจากที่จอด ชายน้อยรีบเข้าไปเสียบเข้าที่ต่อคิวจอดทันทีเลย

พวกเราลงไปถ่ายรูปกันริมทะเลสาบเสียดายแสงยามเช้าไม่มี แต่ไม่เท่าไรฝนเจ้ากรรมดันตกลงมา ต้องรีบหลบฝนไปที่ i-site อยู่นานไม่มีวี่แววว่าฝนหยุดเราเลยออกเดินทางไป Arrowtown ดีกว่า

ผมตั้งพิกัดใน GPS เป้าหมายที่พัก Arrow town Height เราเริ่มมีประสบการณ์แล้วว่า ถ้าชื่อที่พักไม่ได้ลงท้าย Motel หรือ Hotel มันต้องเป็นแนว hostel แน่ๆ คุณนู๋ญิงกำชับชายน้อยให้ขับรถใช้เส้นทางไป Arrowtown ให้เลือกเส้นทางผ่าน Cardrona โดยไม่ผ่าน Luggate ซึ่งเป็นทางสั้นที่สุด เราออกนอกตัวเมืองผ่าน Puzzling World ผมชี้ให้พวกเราดูว่า “นี่ไง 180 Wanaka ที่เรามาแวะเมื่อคืนนี้ ” ซึ่งฝั่งตรงข้ามกับ Puzzling World เป็นป่าผืนใหญ่ ไม่มีแม้แต่สิ่งปลูกสร้างใดเลย ทำให้เรียกเสียงหัวเราะทุกคน “แหมคนละอารมณ์จากเมื่อคืนเลยนะ” ผมคิด

ว่าแล้วเราก็จอดรถเที่ยว Puzzling World ผมสมัครใจเที่ยวอยู่ด้านนอก ให้คณะคุณนู๋ญิงเข้าไปเที่ยวแทนแล้วกัน ผมเริ่มระมัดระวังในเรื่องใช้จ่ายเงิน หลังพลาดจ่ายค่าทัวร์ Willow Bank เสียเงินไปถึง 110 NZ วันแรกไป แถมเสียค่าที่พักสุดไฮโซ 200 NZ ตอนนี้ผมเริ่มมาตั้งหลัก พยายามใช้เม็ดเงินให้คุ้มที่สุด

ค่าใช้จ่ายเข้าชม Puzzling World คิดเป็นห้อง ถ้าห้องเดียวคิด 9 NZ แต่ถ้าต้องการดูแบบเหมารวมทุกห้อง 12.5 NZ ทั้งห้อง Great Maze + Illusion Room แต่ห้องที่คนไทยชอบกันหนักหนาคือ Tited House คือ พื้นห้องเอียง 15 องศา แต่สำหรับคนเบี้ยน้อยหอยน้อยเหมือนผม ห้องเขาวงกตของฟรี แค่นี้ก็สนุกแล้วครับ คุ้มมากคือเข้าไปเกือบครึ่งชั่วโมงแต่หาทางออกไม่เจอ แถมฝนก็ตก

“จริง จริง ถ้าฝนไม่ตก ป่านนี้ผมหาทางออกได้ตั้งนานแล้ว” ผมนึกโม้ให้กับตัวเอง ช่างเหมือนภาพหนูติดจั่นเดินวนไปมา สุดท้าย เจอประตู Emergency Exit ก็รอดตัวไป แต่ผมชอบห้องสุขานะ เขาเขียนเป็นภาพห้องน้ำแบบโรมัน นักท่องเที่ยวหลายคนติดใจไปลองนั่งกันหลายคน แต่ถ้าใครนั่งแล้วเกิดอารมณ์อยากถ่ายขึ้นมาจริงละก็ห้องน้ำอยู่ด้านข้างๆ ครับ

และแล้วกลุ่มเราออกเดินทางจาก Puzzle World ผมขอร้องกับชาวคณะคุณนู๋ญิงว่า

“วันนี้ขอเข้าที่พักก่อนได้ไหม เจอที่พักแล้วค่อยไปเที่ยวต่อ” รู้สึกว่าทุกคนรู้ซึ้งการหาที่พักเวลาสามทุ่มที่ wanaka มาแล้ว จึงได้รับความเห็นชอบจากคณะเป็นเอกฉันท์

“วันนี้ขอชายน้อยเป็นคนขับรถนะ เมื่อวานไม่ได้ขับรถเลย วันนี้อยากขับรถมาก” ชายน้อยทำเสียงเศร้าๆ ขอร้องผม

“ได้เลยครับ ดีเลย ผมจะได้มีเวลาถ่ายรูป ระหว่างนั่งรถ” ผมตอบ สายตาที่เป็นประกายของชายน้อยเริ่มสดใส

รถเริ่มออกจากพื้นราบขึ้นที่สูง ภูเขาหลายลูกสูงสลับซับซ้อนกันสีน้ำตาลเข็ม เสียดายฟ้าวันนี้ไม่สดใส ก่อนถึง Arrowtown Junction เราพักรถที่จุดชมวิวจอดรถเพื่อถ่ายรูป ภาพที่เห็นภูเขายาวสุดลูกหูลูกตา ทำให้รถวิ่งผ่านบนถนนดูคันเล็กนิดเดียว นี้หละถึงเรียกว่าธรรมชาติช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน เราอยู่ได้สักพักไม่ไหวแล้ว อาการภายนอกเย็นเหลือเกิน ผมรีบวิ่งไปที่รถเพื่อเปิดประตู

อ้าววววว ทุกคนอยู่ในรถเรียบร้อยแล้ว พร้อมแล้วไปเลยยยย ชายน้อยออกรถทันที่เมื่อผมปิดประตูรถยนต์ แต่แล้วปัญหาก็เกิดขึ้น

ซ้ายหรือขวาดี

“เราจะไปซ้ายหรือขวาดี” ชายน้อยถามผม

ปัญหาใหญ่ในการขับรถที่นิวซีแลนด์ คือ ถนนขึ้นเขาสุดเนินแล้ว จะมีช่วงหนึ่งที่ไม่รู้ว่า ถนนช่วงต่อไปเป็นอย่างไรอาจเป็นผลจากทัศนวิสัยของรถหรือถนนก็ไม่รู้ ทำให้บ่อยครั้ง เราไม่รู้ว่า ถนนข้างหน้าไปทางไหน ทางตรง ทางเลี้ยวซ้าย หรือทางเลี้ยวขวา เป็นเหตุหนึ่งที่ผมไม่สามารถทำความเร็วทิ้งช่วงลงเขา ขอวิจารณ์หน่อย ต้องโทษการทางของนิวซีแลนด์ที่ไม่มีป้ายจราจรบอกล่วงหน้าเหมือนเมืองไทย ว่า ทางข้างหน้า ทางโค้ง หรือเลี้ยวหักศอก แต่ที่นิวซีแลนด์เขาจะคงสภาพถนนเหมือนเดิม ไม่ไปรุกล้ำตัดไม้ใหญ่ทำลายป่าเหมือนเส้นเขาใหญ่บ้านเราเลย เห็นแล้วก็ท้อใจ

“ค่อยๆ ลงเนินครับ” ผมบอกชายน้อย

ภาพที่เห็นเมื่อทางลงเขาด้านหน้า ค่อนข้างชัน เส้นทางพับไปมาเหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยวพับไว้

“แย่แล้ว” ผมนึกในใจ เมื่อเห็นสีหน้าของชายน้อย

แต่ยังไม่เสียวเท่ากับเสียงร้องชายน้อยดังขึ้น “ทำไงดี ผมรู้สึกใจหวิววว”

ขณะนี้ คนในรถทั้งคันอยู่สภาพแทบหัวใจจะหยุดนิ่ง

“นะโม พุทธังรักษา ธรรมังรักษา สังฆังรักษา” ผมท่องคาถาในใจปลุกพระหลวงพ่อที่ผมคล้องคอมาจากเมืองไทย

แต่ไม่มีเสียงตอบจากหลวงพ่อ สงสัยหลวงพ่อผมแอบลงรถไปตั้งแต่ชายน้อยจับพวงมาลัยรถแล้ว

“คุณพี่ชายน้อย จอดรถข้างทางให้พี่เขาขับแทนดีกว่านะคะ” คุณนู๋ญิงพูดเสียงสั่น ออกคำสั่งแฟนตัวเองปฏิบัติตาม เห็นไหม ถ้าไม่ใช่แฟนพูดอย่างนี้ไม่ได้นะ ผมดีใจที่เดาถูกว่าสองคนเป็นแฟนกัน

โชคดีข้างทางมีที่จอด ชายน้อยเลี้ยวรถจอดข้างทาง ดีนะที่ช่วงนี้ไม่มีรถผ่านไปมา ผมต้องเป็นพลขับแทนโดยปริยาย “เสียดายจัง ตั้งใจว่าจะถ่ายรูป ถนนเส้นก๋วยเตี๋ยวพับซะหน่อย อดเลย” ผมนึก แล้วเหลือบตามองกระจกหลัง พบภาพน่าอิจฉา ภาพที่เห็น

ชายน้อย ดมยาดมทั้งสองรูจมูก นอนหลับตาพริ้มข้างๆคุณนู๋ญิงที่ช่วยปฐมพยาบาล

วันนี้ก็เหมือนเมื่อวาน คือยังหลง หาที่พักไม่เจอ เราเข้าเขตชุมชน ที่อยู่อาศัยก่อนเมือง Arrowtown เครื่อง GPS บอกว่าจุดนี้คือที่พักของเรา ครั้งนี้เราตั้งจากเลขที่ของที่พักยังพลาดอีก กรรมตกหนักอยู่ที่คนภาษาอังกฤษดีที่สุด คุณนู๋ญิง ต้องลงไปถามเส้นทาง ท่ามกลางฝนตกพร่ำๆ ตามด้วยเสียงเชียร์ของชายน้อยอยู่บนรถที่ส่งไปให้กำลังใจ

บ้านเรือนคนแถวแปลกมาก เงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ ทั้งที่มีคนอยู่ จะหาฝรั่งสักคนเพื่อสอบถามเส้นทางก็ยากเหลือเกิน จนกระทั้งมีแหม่มผู้หญิงรายหนึ่งกำลังขับรถเข้าบ้าน ได้ใจความว่า บ้านเลขที่นี้ต้องเลยขึ้นไปอีก 4 ซอย แล้วเลี้ยวซ้ายเจอสุดซอย ผมก็ขับรถตามไปคำแนะนำ ดีใจที่ตัดสินใจหาที่พักก่อนไปเที่ยวในเวลากลางวัน เพราะที่นี้เป็นเขตชุมชนมีบ้านติดกันหลายหลัง ต่างจาก wananka ที่เป็นบ้านหลังเดี่ยวทำให้หาได้ง่ายกว่า ป้ายชื่อซอยไม่มี มีแต่ป้ายชื่อถนน รับรองถ้าเรามาตอนกลางคืน ผมมั่นใจว่าหลงหนักยิ่งกว่าที่ Wanaka แน่นอน

เจอแล้วบ้านพัก Arrow town Height คิดไม่ผิดแนวเดียวกับ Wanaka เลยคือเป็น Hostel คุณลุงคุณป้าเจ้าของออกมาตอนรับ ที่นี้ค่อนข้าง High-tech มาก ประตูบ้านไม่ใช้กุญแจ ต้องใส่ Code ทุกครั้ง อุปกรณ์ในบ้านเป็น Electronic หมด แต่ที่ผมสะดุดตาที่สุดคือ อุณหภูมิของเครื่องทำน้ำอุ่น ทำไมตั้งไว้ที่ 50 องศา

“เขาตั้งไว้เพื่ออาบน้ำหรือต้มไข่กันแน่” ผมนึกในใจ

หลังจากที่เราเอาสัมภาระไปเก็บแล้ว ก็ได้เวลาเที่ยวแล้ว ผมถามคุณป้าว่าที่เที่ยวอะไรที่น่าสนใจใกล้บริเวณนี้ คุณป้าบอกว่า

“Buggy Jump น่าไปมาก ที่แห่งนี้เป็นจุดกระโดด แห่งแรกของโลก เธอต้องไปดูและกระโดดนะ จะได้เกิดมาไม่เสียชาติเกิด” ผมแปลแบบมั่วๆ

“เสร็จแล้ว เธอไปเที่ยวในเมือง มีพิพิธภัณฑ์เหมืองทอง” ผมพยักหน้าเข้า แต่ในใจรู้ว่าผมเริ่มแปลมั่วอีกแล้ว

ผมเลยถามต่อว่า “มีวิวทะเลสาบสวยๆไหม” ไม่น่าเชื่อภาษาผมดีเป็นเลิศ คุณป้าเข้าใจ แล้วชี้ให้ดูแผนที่ว่าให้ไปสุดถนนเส้นนี้จะเจอทะเลสาบ Hayes ผมมาเทียบแผนกับ GPS ว่าแล้วก็ Mark จุดลงในเครื่องทันที่

ตามล่าสายรุ้งสุดขอบฟ้า

ผมเตรียมอุปกรณ์ถ่ายรูป และเครื่องนำทางมาที่รถ อ้าวว ชายน้อยรัดเข็มขัดนั่งรอตรงตำแหน่งคนขับรถเป็นที่เรียบร้อย ไม่น่าพลาดเลย โดนชายน้อยใช้แผนกระชับพื้นที่ จนต้องถอยมานั่งคู่ทำหน้าที่เป็น Navigator แทน

“ที่แรกไปเที่ยวทะเลสาบ Hayes” ผมบอกชายน้อยออกรถพร้อมเปิดพิกัดที่เที่ยวในเครื่อง GPS รถเราออกนอกตัวเมือง ลัดเลาะไปตามทางลูกรัง และแล้วสิ่งที่พวกเราเชื่อมั่นใน GPS แต่ไม่เชื่อมั่นในชายน้อยเลยเมื่อถึงทางลงทะเลสาบ

“ผมว่าเราจอดรถแล้วเดินลงไปดีไหม” ชายน้อยพูด กลบเกลื่อน แต่ไม่สามารถจะหลบสายตาตนเองที่มองไปข้างหน้าเป็นทางลงเนินที่ค่อนข้างชันเกือบ 60 องศา

“คุณพี่ขับไม่ได้ก็มานั่งหลังเลย ให้พี่เขาขับรถแทน ทางอีกตั้งไกล ถ้าเดินคงลำบาก” คุณนู๋ญิงพูดเจืออารมณ์อาจยังไม่หายโมโหจากประสบการณ์เส้นก๋วยเตี๋ยวพับที่ผ่านมา ชายน้อยแฟนคุณนู๋ลงรถไปด้วยอาการหน้างอเป็นจวัก

และแล้ว ผมก็รับบทพระเอกอีกครั้ง ขับรถลงเนินอย่างช้า แล้วจอดรถบริเวณหน้าทะเลสาบ

“แสงกำลังมา” พวกเราเริ่มมีรอยยิ้มที่สดใสหลังจากที่ผจญกับฝนมาตลอดสองวัน ผมเก็บภาพทะเลสาบ Hayes ได้สักพักฝนเริ่มลงเม็ดอีกแล้ว ต้องรีบเก็บอุปกรณ์กล้องใส่กระเป๋าวิ่งเข้ารถ แต่ต้องชะงัก…. ต่อภาพที่เห็น

ภาพรุ้งกินน้ำอยู่บริเวณที่จอดรถ ไม่ใช่รุ้งตัวเดียว แต่เป็นรุ้งกินน้ำคู่ ผมถ่ายภาพอย่างกลัวที่รุ้งจะหายไป เป็นการถ่ายภาพรุ้งกินน้ำครั้งแรกในชีวิตของผม ดูเหมือนสายรุ้งจะรู้ใจผม ไม่ยอมไปซะที่ กลายเป็นเราต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้เพราะต้องไปเที่ยว Buggy Jump เจอแล้ว สะพาน Kawarau ไปเลย GPS พาเราลัดเลาะไปตามทางลูกรังเพื่อไปตัดออกถนนเส้นหมายเลข 6 ออกนอกตัวเมืองเป็นเส้นทางไปเมือง Queenstown ได้ ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที เราก็ถึง Kawarau อันเป็นจุดกระโดด Buggy Jump มีรถบัสนักท่องเที่ยวมาจอดมากมายหลายคัน จนผมอดคิดไม่ได้ว่า อย่างนี้ ผมคงได้บรรยากาศคนกระโดด Buggy Jump หลายคนแน่ๆ แต่คิดผิดเพราะหลายคนก็เลือกมาดูอย่างผม อาจเป็นเพราะราคาค่ากระโดดต่อคน 175 NZ ต่อความสูง 43 เมตร นิดเดียวหมดไปแล้ว

นับว่าเป็นกิจกรรมแรกที่กลุ่มคุณนู๋ญิงไม่สนใจเล่น ผมขึ้นไปบนสะพานรอถ่ายรูปคนกระโดด Buggy Jump เริ่มหายากเต็มแก่แล้ว เวลาเริ่มเย็นมาก ผมรออยู่นานได้เหยื่อมาแค่สองคน ฝนก็เริ่มตกอีกกำลังเปลี่ยนใจจะกลับ รุ้งกินน้ำตัวเดิมตามมาให้กำลังใจอีกแล้ว บาย บ๋าย นะจ๊ะ สายรุ้ง

เรากลับมาเที่ยวในตัวเมือง Arrowtown ผ่านถนน McDonell , ถนน Centenneial Ave. ตรงไปยังถนน Bedford เข้าถนน Buckingham พูดเหมือนกับว่าเราชำนาญทางจริงๆ ไม่ใช่ครับตาม GPS นำทาง โชคดีที่เรามาตอนเย็น จึงมีที่ว่างจอดรถ แต่โชคร้ายคือ ร้านค้าเริ่มปิดทำการแล้ว เราเดินเที่ยวรอบเมืองก็หมดแล้ว เปลี่ยนแผนไปหาซื้อของกินกลับไปที่บ้านพักดีกว่า มื้อนี้ผมขอโปรตีนบ้าง รู้สึกว่ากินอาหารซองมาหลายวันแล้ว ขอเสริมพลังหน่อย วันนี้ถึงแม้ว่าเราจะเดินทางกลับที่พักช่วงที่เริ่มมืดแล้ว แต่ไม่กังวลเลยว่าจะกลับที่พักไม่ถูก เพราะผมให้เครื่องจำที่อยู่ไว้แล้ว

หลัง Museum เขาบอกว่าเคยถูกใช้เป็นที่ถ่ายเรื่อง Load Of the ring แต่ผมว่า ไปตรงไหนมันก็เหมือนฉากในหนังทุกที่เลยครับ ทราบว่าช่วงนี้เขาจะมีขบวนแห่เทศกาลในเวลากลางวัน เสียดายเราไม่มีเวลาว่างในวันพรุ่งนี้ ต้องเดินทางไปอีกเมือง

ถึงที่พักผมมจอดรถหน้าประตูที่พักให้สมาชิกวิ่งเข้าบ้านไปก่อนเพราะฝนเริ่มลงเม็ดอีกครั้ง แต่เมื่อผมนำรถไปจอดแล้ว พอจะเข้าบ้าน ประตูบ้านดันล๊อคซะแล้ว….. จำไม่ได้ Code ประตูที่คุณป้าบอกเลขอะไร กดมั่วอยู่นั้น

จนกระทั้งประตูบ้านคุณป้าเปิดประตูออกมา.... อ้าววววว ผมพึ่งรู้ว่า ประตูที่นี้ต้องดึงออก ไม่ใช่ผลักเข้าไป โธ่ นึกว่า ประตูล๊อคซะอีก 5555 ไม่รู้ว่าฝรั่งทำผิดหรือผมโง่นะเนี่ย




Create Date : 17 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2553 14:06:37 น.
Counter : 527 Pageviews.

6 comments
  
รูปสุดสวยสุดสดใสเลยค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 17 พฤศจิกายน 2553 เวลา:15:23:21 น.
  
สวยจังเลยค่ะ ยังไม่มีโอกาสได้ไปซักที ^^
โดย: Panino วันที่: 17 พฤศจิกายน 2553 เวลา:15:48:08 น.
  
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
โดย: สาวสะตอใต้ วันที่: 17 พฤศจิกายน 2553 เวลา:19:21:16 น.
  
ใบไม้สีสวยจังค่ะ ชอบๆ
โดย: apple.007 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:21:23 น.
  
ประทับใจรุ้งกินน้ำสุด ๆ สวยมากกกก จนไม่รู้ว่าจะบอกยังไง นี่แค่เห็นในภาพนะคะ ถ้าไปเห็นของจริง โอ....คงพูดไม่ออก บอกไม่ถูก

ตอนนี้เป็นอีกตอนที่ตื่นเต้น สนุกสุดเหวี่ยง คุณมีอารมณ์ขันมาก เขียนได้ฮา น่าอ่านค่ะ
โดย: Ably วันที่: 19 พฤศจิกายน 2553 เวลา:13:23:05 น.
  
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมนะคับ
โดย: จั๊กเด๋ วันที่: 25 พฤศจิกายน 2553 เวลา:16:51:28 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

จั๊กเด๋
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]